คนรุ่นใหม่ หัวใจ Startup

AisTheStartUp-25Team

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการเพื่อคัดเลือก 5 ทีมสุดท้ายที่จะได้เข้าร่วมใน AIS The Startup Boot Camp ซึ่งเป็นการเก็บตัวผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้มีความพร้อมในการพัฒนา Web/Mobile Application ก่อนเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัว ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่ไปเป็น Commentator มาหลายเวที ครั้งนี้เป็นครั้งที่สนุก ตื่นเต้น และกดดันมากที่สุดในคราวเดียวกัน

ไอเดียของทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง 25 ทีมที่ผ่านเข้ามาในรอบนี้นับว่าสุดยอดมาก เข้าใจว่าคงผ่านการนวดมาหลายครั้งโดยพี่ๆ และทีมงานของ AIS, Hubba และ Egg Idea เกณฑ์การตัดสินครั้งนี้เราดูกันที่ 3 หัวข้อหลักๆ คือ

  1. Value Creation : ในด้านการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และ/หรือ Partner ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ หรือในด้านการบริหารจัดการต้นทุน
  2. Feasibility : ความเป็นไปได้ในการพัฒนาหรือต่อยอดไอเดียให้เกิดในรูปธรรม ด้วยส่วนผสมของเวลา ความพร้อม และประสบการณ์ของทีมงาน
  3. Marketing & Commercial Opportunity : โอกาสในการทำตลาดและสร้างรายได้ในอนาคต

เกณฑ์การตัดสินดูผิวเผินจะไม่ยากเท่าไหร่ พอเอาเข้าจริงๆ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกรรมการ เช่นความสามารถในการนำเสนอไอเดีย (Presentation Skill) ตัวอย่างหรือการอธิบายที่ทำให้ไอเดียนั้นดูจับต้องได้ (Prototype / Demonstration)  และความสามารถในการตอบคำถาม (Q & A)

ในฐานะนักการตลาดคนหนึ่งที่แม้จะไม่มีประสบการณ์ตรงจากการพัฒนา Web/Mobile Application ด้วยตัวเอง แต่ผมพอจะเข้าใจว่าสินค้า/บริการที่ดีนั้นมันต้องตีโจทย์อย่างไร จึงขอรวบรวมความคิดเห็นที่ได้จากการประเมินสถานการณ์จากการเป็นกรรมการตัดสินไว้เป็นข้อๆ ดังนี้ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจ Startup ไม่มากก็น้อยนะครับ

Blackboard

Customer or Technology Focus (คิดในมุมลูกค้า หรือมุมเทคโนโลยี)

น่าดีใจที่เห็นหลายๆ ทีมนำข้อมูลวิจัยมาอ้างอิงว่า ลูกค้าคิดอย่างไรกับการให้บริการในรูปแบบต่างๆ ไม่ใช่เป็นการคิดเองเออเองว่าตลาดมีความต้องการไม่ต่างกับตัวเอง สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการเห็นข้อมูลนั้นๆ คือการย้อนกลับไปดูที่โจทย์ว่า คำตอบที่ได้นั้นมาจากการชักจูงด้วยคำถามชี้นำ หรือเป็นความต้องการของลูกค้าที่เขาเป็นคนเอ่ยขึ้นมาเอง จุดบอดของการทำงานวิจัยหรือ Market Research คือบางครั้งลูกค้าก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าความต้องการที่แท้จริงของเขาคืออะไร จนกระทั่งได้ลองใช้สินค้า/บริการนั้นๆ จึงตอบได้ว่า ชอบหรือไม่ชอบ แต่คุณลองไปถามเขาดูสิว่า “ถ้ามีบริการดังต่อไปนี้…….ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องโน้นเรื่องนี้ คุณยอมที่จะจ่ายตังค์หรือไม่?” โดยมากเขาจะตอบว่า “ยอม” แต่พอบริการนั้นออกมาจริงๆ กลับไม่ซื้อ มันแปลกดีมะ ฉะนั้นถ้าคุณถามเขาตรงๆ เขาจะตอบอ้อมๆ อะไรก็ได้ที่ทำให้เขาดูดี แต่ถ้าคุณถามเขาอ้อมๆ บางทีคุณจะได้คำตอบที่คุณต้องร้อง “อ๋อ” สิ่งสำคัญคือเราต้องฟังเสียงของลูกค้า แต่อย่าเชื่อไปซะหมด ในขณะเดียวกันอย่าปล่อยให้ความสนใจในเทคโนโลยีนั้นๆ ครอบงำตัวคุณจนลืมไปว่า เรากำลังพัฒนาสินค้า/บริการ เพื่อแก้โจทย์ของลูกค้า ไม่ใช่เพื่อแก้โจทย์ของตัวเอง บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการจะหลงลืมประเด็นนี้ไป พอมีอุปสรรคเข้ามาแทรก เราจะเริ่มคิดนอกจากลูกค้าแล้วหันมาพัฒนา web  หรือ application ในแบบที่ตัวเองคิดว่ามันดีพอแล้ว

Simplicity or Complexity (คิดให้ง่ายเข้าไว้ หรือคิดให้ซับซ้อนเข้าว่า)

จากการฟังนำเสนอหลายๆ เคสทำให้เห็นว่า ไอเดียที่ดีที่สุดไปจำเป็นต้องสลับซับซ้อนมากจนเกินไป อย่าลืมว่าตอนเราคิดจะเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ไอเดียที่เราคิดว่ามันเจ๋งและสุดยอดมากมันเป็นเพียงแค่ภาพเสก็ตช์และตัวหนังสือในแผนธุรกิจ ของจริงมันต้องให้ลูกค้าหรือตลาดเป็นคนตัดสิน การออก alpha หรือ beta version ที่ดูเรียบง่าย ฟังก์ชั่นไม่เยอะ มันทำให้เราโฟกัสเฉพาะเรื่องที่สำคัญ ไม่ใช่ทุก feature มันจะดังเปรี้ยงปร้างเท่ากันหมด เก็บเอา add-on feature มาใช้ตอนที่ business model มันลงตัวกว่านี้ก็ได้ คุณลองคิดดูละกันว่าตอน Facebook, Instagram, Twitter หรือ FourSquare ออกมาใหม่ๆ มันทำอะไรได้มากเท่าทุกวันนี้รึเปล่า คือถ้ามันใช้งานยาก เข้าใจยาก และซับซ้อนมากเกินไป บางทีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่อยากลอง หรืออยากเล่นเลยด้วยซ้ำไป จำเอาไว้ Keep It Simple & Stupid (KISS)

Passion or Money (ความฝัน และรายได้ อย่างไหนสำคัญกว่า)

ทุกๆ คนต่างมีความฝันที่จะได้เป็นเจ้าของกิจการในสักวัน แต่ความฝันที่ว่านี้มันอาจแลกมาด้วยหลายสิ่ง ทั้งเวลา ความรัก การงาน เงิน และชื่อเสียง การทุ่มเทตั้งใจทำความฝันให้มันเป็นจริง มันแตกต่างจากความรู้สึกบีบคั้นกดดันเพื่อทำความฝันนั้นให้เป็นจริงให้ได้อย่างสิ้นเชิง ผมไม่เถียงว่ามีใครตั้งหลายคนยอมเป็นหนี้เป็นสินเพื่อนำเงินมาใช้เป็นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ คนที่ทำสำเร็จก็พอมี แต่ส่วนใหญ่ต้องล้มทั้งยืนเมื่อรู้ว่ารายจ่ายมันเติบโตแบบเก้าหน้าชนิดที่ว่ารายรับนั้นทานไม่อยู่ การเป็นผู้ประกอบการแบบ Lean Startup จึงน่าจะเหมาะกว่าในยุคดิจิตอล เพราะว่าวงจรชีวิตธุรกิจในสายเทคโนโลยีนั้นมันสั้นจนน่าตกใจ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้น้องๆ เยาวชนรุ่นใหม่หันมาเริ่มทำธุรกิจที่เกิดขึ้นจากความรัก และความสนุกได้การได้ลองทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและสนใจ มากกว่าหวังที่จะรวยเป็นกอบเป็นกำจากการขายกิจการตอนมันประสบความสำเร็จเหมือนอย่า Sanook, Tarad.com และ Ensogo  เงินเป็นแรงจูงใจที่สำคัญในการทำให้เรามี drive ในการสร้างธุรกิจ แต่แรงบันดาลใจนั้นสำคัญยิ่งกว่า เพราะเมื่อคุณรักในสิ่งที่คุณทำ และหากคุณทำมันได้ดี เงินและความสำเร็จมันจะตามมาเอง

Web or Mobile Application (ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยอะไร)

เป็นที่น่าสังเกตว่าองค์กรในสมัยนี้ตื่นเต้นกับการมี Application เป็นของตัวเอง มีการทำ Line Sticker แจกเพื่อแลกมากับฐานลูกค้าสมาชิก นอกจาก Mobiel Application ของธนาคาร, สายการบิน และสื่อที่เราติดตามเป็นประจำ ไม่ค่อยมีใครเช็คอิน Brand Application อยู่เป็นประจำ แม้คนไทยจะได้ชื่อว่าเล่น Social Media ติดอันดับโลก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ทุกแบรนด์จะเหมาะกับ Social Media จากข้อมูลของ MBA-IN-MARKETING.COM พบว่า คนบนโลกออนไลน์นั้นจะเข้าไปหาข้อมูลจากเวบไซต์ของแบรนด์สินค้าโดยตรงประมาณ 34% จากเวบไซต์รีเทลทั่วไป 56% และที่น่าสนใจคือบล็อกนั้นเริ่มส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคสูงถึง 31% ถ้าใครคิดจะพัฒนา Application เพื่อขายให้กับแบรนด์คงต้องคิดดูใหม่ เพราะคนไทยใช้ Application ออกไปทางทางบันเทิงซะมากกว่า (ถ่ายภาพ แช็ต กิน เที่ยว และเล่นเกมส์) แต่นี่ก็เป็นโอกาสเช่นกันสำหรับ Developer ในการสร้าง Platform หรือ Gateway ในการตีโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้แตกกระจุย ถ้าเป็นลูกค้ารายย่อย B2C เขาต้องการได้รับประสบการณ์แปลกใหม่จากการพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล และสิทธิประโยชน์ ส่วนลูกค้าประเภทธุรกิจ B2B เขาแสวงหาเครื่องมือในการลดต้นทุนกิจการที่มีระบบหลังบ้านที่ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนเกินไป

Dream the impossible dreams. But don’t just chase them, Get up and Make them HAPPEN

ฝันในสิ่งที่แม้เป็นเพียงแค่ฝันที่ยังเป็นไปไม่ได้ แต่อย่าออกไล่ล่าแค่วิ่งตามหาความฝันนั้น จงตื่นขึ้นมาและทำมันให้เป็นความจริง

Behind The Scene

ภาพการคัดตัวก่อนเข้ารอบชิง (Credit ภาพจาก AIS The Startup)
ภาพการคัดตัวก่อนเข้ารอบชิง (Credit ภาพจาก AIS The Startup)
ผู้เข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย ถ่ายภาพร่วมกับผู้สนับสนุนโครงการ AIS The Startup Weekedns 2013 (Credit ภาพจาก AIS The Startup)
ผู้เข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย ถ่ายภาพร่วมกับผู้สนับสนุนโครงการ AIS The Startup Weekedns 2013 (Credit ภาพจาก AIS The Startup)

 

ผู้เข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย ถ่ายภาพร่วมกับผู้สนับสนุนโครงการ AIS The Startup Weekedns 2013 (Credit ภาพจาก AIS The Startup)
ผู้เข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย ถ่ายภาพร่วมกับผู้สนับสนุนโครงการ AIS The Startup Weekedns 2013 (Credit ภาพจาก AIS The Startup)
บรรยากาศชื่นมื่นหลังจากปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์เต็มที่ (Credit ภาพจาก AIS The Startup)
บรรยากาศชื่นมื่นหลังจากปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์เต็มที่ (Credit ภาพจาก AIS The Startup)

 

 

Leave a Reply

%d bloggers like this: