ชีวิตนี้มีเป้าหมาย

ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยมีคำถามเหล่านี้อยู่ในหัว เกิดมาทำไม? อยู่เพื่อใคร? แล้วได้อะไร? ทำงานงกๆ อยู่หลายปี ทำไมไม่ให้มีวี่แววจะได้เป็นมหาเศรษฐีกับเขาสักที อิจฉาคนโน้นคนนี้ที่เขาได้ดิบได้ดี มีกิจการเป็นของตัวเอง แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า คนส่วนใหญ่มักไม่พึงพอใจกับสถานะที่ตัวเองเป็น เรามักมองเห็นว่าคนอื่นได้ดีและมีความสุขกว่าเราเสมอ (จริงมั๊ย) เอาเข้าจริงๆ มันก็มีอยู่แค่ 2 เรื่องเท่านั้นที่หลายคนยังคิดไม่ตก

“เราทุกคนต่างมีความฝัน อยากได้โน่นนี่นั่นสารพัด แต่น้อยคนที่ก้าวไปสู่จุดนัดฝัน เพียงเพราะไม่เคยวางเป้าหมายในชีวิตอย่างจริงจัง”

“เราทุกคนมีความสุขและทุกข์พอๆ กัน แต่อยู่ที่ว่าใครกำความทุกข์และสุขนั้นไว้นานกว่ากัน”

ผมก็เหมือนทุกๆ คน นั่นแหละ กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ ต้องใช้เวลาทบทวนอยู่นาน แต่บทมันจะยูเรก้าขึ้นมา ทีนี้รู้เลยว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการในชีวิต อะไรที่ไม่ใช่ก็ตัดออก อะไรที่ใช่ก็รีบคว้าไว้ แค่นั้นเองจริงๆ

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตไม่ต่างกันเท่าไหร่ ตื่นเช้ามาในแต่ละวัน ขอแค่ให้รถไม่ติดไปทำงานให้ทันก็พอ วันไหนถูกเจ้านายเรียกไปด่าก็จะรู้สึกนอยๆ แอบคิดด่าอยู่ในใจว่าทำไมเมิงไม่มาทำเอง อย่าให้ถึงวันของตูบ้างก็แล้วกัน (ขออภัยที่ใช้คำไม่สุภาพ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น) นั่งปั่นงานอย่างหนักเป็นเวลาห้าวันติดจนแบตเตอรี่สำรองเกือบหมด พอตกถึงเย็นวันศุกร์ ก็รู้สึกลั้ลลาขึ้นมาทันที ได้เวลาปล่อยของ ออกไปหาอะไรสนุกๆ ทำ เที่ยวเล่นปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ไรงี้ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ถือเป็นวันปล่อยผี พักผ่อนให้เต็มที่ ทำแต้มสะสมชั่วโมงนอนเข้าไป ราวกับว่าสามารถนำไปแลกของรางวัลได้จริงๆ แต่พอตะวันลับฟ้าเมื่อตอนเย็นๆ…ในวันอาทิตย์เท่านั้นแหละ อาการ Sunday Blue ก็เริ่มก่อตัว มันเป็นความรู้สึกหดหู่ที่ได้รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน แงๆ… ผมเรียกกิจวัตรประจำสัปดาห์นี้ว่าวงจรอุบาทก์ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ใครที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก งานดีเงินดี เพื่อนฝูงก็ดี นายก็เอ็นดู แถมแฟนก็ยังอินเลิฟอยู่ นับว่าเป็นคนที่โชคดีมาก แต่เชื่อมั๊ยว่า ของเหล่านี้มันมักไม่ได้มาพร้อมๆ กัน อย่างที่เขาลือกันให้แซดว่า “Lucky in Game but not Lucky in Love” หากว่าคุณมีอาการที่ว่ามานี้ คงได้เวลาเสียทีที่จะมานั่งทบทวนอย่างจริงจังว่า เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่นี้อย่างไร ดีกว่าเดินเรื่อยเปื่อย…โดยไร้จุดหมาย ไม่มีใครเข้ามาข้องเกี่ยว (เพลงพาไป)

“ชีวิตของเราใช้ซะ” อันนี้พี่ตูน Body slam บอกไว้ แต่ถ้าเราใช้มันเรื่อยไปอย่างประมาท ไม่มีแผนสำรองสำหรับอนาคต ไม่ได้แคร์สังคมคนรอบข้าง พอถึงวันที่ต้องเสียอะไรแบบที่ไม่มีวันได้มันกลับคืนมา อันนี้ทั้งเครียดและก็หนาวนะ

“เมื่อไหร่ฉันมีเงินเก็บถึง 100 ล้าน ฉันจะไปเที่ยวรอบโลก”, “ถ้าฉันถูกล๊อตเตอรี่ขึ้นมา ฉันจะปลูกบ้านหลังใหม่”, “ถ้าฉันเก็บเงินได้เท่าโน้น เท่านี้ ฉันจะแต่งงาน”, “สักวันหนึ่ง ฉันจะมีกิจการเป็นของตัวเองให้ได้” ประโยคเหล่านี้ฟังดูเหมือนเป็นเป้าหมาย แต่มันอาจเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ที่คุณเอาไว้บ่นให้ใครต่อใครฟังอย่างพร่ำเพรื่อ ความอยากได้อยากมีที่คิดเอาลอยๆ ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ลองตั้งเป้าทำอะไรให้มันเป็นรูปธรรมกว่านี้ ตัดกิเลสและละทิ้งบางสิ่งที่ดูขัดต่อเป้าหมายหลัก ค่อยๆ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ และสม่ำเสมอ เป้าที่เคยดูยิ่งใหญ่น่ากลัว มันจะเล็กลงไป จนกระทั่งถึงวันที่มันใกล้ความจริง

เป้าหมายธุรกิจ และเป้าหมายการทำงาน มีคนตั้งให้ จะวัดจากยอดขาย ผลงานอะไรก็ว่าไป แต่เป้าหมายชีวิต คุณต้องตั้งเอง ถ้าคุณไม่เคยทำ ลองทำดู แล้วคุณจะรู้ว่า การมีเป้าให้พุ่งชนนั้นมันท้าทายและสนุกแค่ไหน และนี่คือตัวอย่างของเป้าหมายชีวิตที่ผมตั้งไว้ในปี 2012

My Resolution 2012

ในช่วงต้นปี ผมเริ่มร่างลิสต์สิ่งที่อยากทำในปี 2012 (หรือที่เราเรียกกันว่า New Year Resolution) จากนั้นก็กำหนดเป้าหมายย่อยในแต่ละข้อให้มันพอวัดผลได้ จะได้รู้ว่าเราต้องทำมากน้อยแค่ไหนเพื่อให้เป้าหมายในปีนั้นบรรลุผลตามความตั้งใจ มีข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งคือ ให้หาสมุด Diary เล่มเล็กๆ ไว้บันทึกสิ่งที่ได้ทำสำเร็จในแต่ละเรื่องและในแต่ละวัน พยายามแยกออกจากตารางนัดหมายงานและกิจกรรมทำอยู่เป็นประจำ เพราะมันจะทำให้ดูสับสนปนเปไปหมด สุดท้ายให้คอยหมั่นเช็คว่าตัวเองทำไปได้มากน้อยแค่ไหนในระหว่างปี ถ้าทำได้น้อยกว่าเป้าก็แค่เร่งสปีดให้มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ถ้าทำได้เกินกว่าที่ตั้งไว้ ทีนี้ก็พอยิ้มได้แล้ว

และนี่คือตัวอย่างผลประเมินคร่าวๆ ที่ผมได้จากสิ่งที่ทำมาตลอด 365 วัน

“ด้านธุรกิจ” ปีนี้ถือว่าชิลล์ไปนิดนึง เน้นธุรกิจน้อยไปหน่อย ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัทที่ปรึกษา หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คก็ไม่ได้ออกตามแผน แต่เรื่องเทรนนิ่งถือว่าโอเคมาก มีงานเข้าแทบทุกเดือน ปีหน้าจะขยันทำมาหากินมากกว่านี้ เตรียมพบกับธุรกิจใหม่ของผมเร็วๆ นี้ อย่าลืมมาอุดหนุน 

“ด้านคุณภาพชีวิต” ปีนี้ถือว่าใช้ชีวิตคุ้มมาก มีความสุขกับการกิน และเที่ยวไม่ยั้ง ออกทริปไปตั้ง 20 ครั้ง ได้ชาร์จพลังความคิดตั้งมากมาย แถมยังออกกำลังกายเกินพิกัด แต่น้ำหนักดันเพิ่มขึ้นน่ะสิ กลุ้มเลย โชคดีปีนี้ผลตรวจสุขภาพออกมาดี (น้ำตาล คลอเรสเตอรอล LDL, HDL อยุ่ในเกณฑ์ทั้งหมด ค่อยยังชั่วหน่อย) ปีหน้าขอแก้ตัวใหม่ด้วยการออกกำลังกายให้ได้ดีคงเดิม แต่คงต้องเบรคเรื่องการกินบ้างเป็นระยะ ชวนชิมอย่างมีความสุขด้วยการทานมังสวิรัติสลับบ้างเป็นบางมื้อ

“ด้านการเงิน” สภาพคล่องทางการเงินถือว่าใช้ได้ มีเงินเก็บมากพอ (20%) แถมยังกันเงินส่วนใหญ่ไว้ลงทุนในทองคำ อสังหาริมทรัพย์, LTF, RMF และประกันชีวิตในสัดส่วน (80%) เกษียณก่อนได้ไม่ต้องเป็นกังวล 

“ด้านกิจกรรมส่วนตัวและเพื่อสังคม” ปีนี้มีเวลาดูแลครอบครัวน้อยไปนิดนึง ปีัหน้าจะไปสวนลุมกับพ่อและแม่ให้บ่อยขึ้น มีเวลาจิบชาและพาพ่อไปตัดผม พาแม่ไปทำบุญบ้างไรบ้าง ส่วนกิจกรรมด้านสังคมและศาสนาถือว่าเยี่ยมยอด ร่วมงานบุญและกิจกรรมเพื่อสังคมไม่เคยขาด อาจต้องเพลาเรื่องการทำบุญทำทาน มาเน้นทางปฏิบัติด้วยการภาวนามากขึ้น ส่วนเรื่องการสนับสนุนด้านการศึกษาจะยังคงเป็นเรื่องหลัก การแบ่งปันความรู้ที่่ผ่านมาก็ตั้งใจทำเต็มที่ พยายามจะรักษาระดับความสม่ำเสมอด้วยการหมั่นเขียนบทความแบ่งปันความรู้ให้มวลชนอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง 

จากแผนภูมิ Mind Map ที่ผมใช้ ทำให้เห็นได้ชัดว่าอะไรทำได้ดี และอะไรยังคงต้องปรับปรุง ใครจะลองใช้ Mind Map ในการประเมินกราฟชีวิตตัวเองดูบ้างก็ได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ จะทำบนกระดาษ หรือจะทำบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ได้ (โหลดโปรแกรม iMindMap ของแท้มาใช้ได้ฟรีที่ลิงค์นี้ครับ)

แต่ถ้าใครอยากวางเป้าหมายแบบออนไลน์ แถมยังมีคนคอยช่วยเชียร์ ให้กำลังใจอีกด้วย ลองอันนี้เลยครับ Make the Difference

Screen shot 2012-12-30 at 10.49.09 AM

นี่เป็นแค่ตัวอย่างของหนึ่งในเป้าหมายหลักของปีนี้ที่ผมตั้งใจทำให้ได้ ส่วนเป้าหมายอื่นๆ ขอเก็บเป็นความลับก่อน ทีนี้ถึงตาคุณแล้วว่าคุณอยากให้รางวัลอะไรกับตัวเองบ้าง อย่าเพียงแค่คิดลอยๆ ติดตามผลเป็นระยะๆ พอให้มีกำลัง พอใกล้จุดหมายปลายทางเราค่อยมาฉลองความสำเร็จกัน

การออกเดินทางเพื่อไล่ล่าความฝันก็เปรียบเสมือนการออกวิ่ง ตอนเริ่มต้น…ดูมุ่งมั่นตั้งใจ พอถึงกลางทาง…มันเริ่มเหนื่อยและท้อ พร้อมที่จะหยุดและเลิกทุกเมื่อ แต่ถ้ากัดฟันสู้ต่อจนถึงปลายทาง…มันโคตรภูมิใจและมีความสุขสุดๆ เลย อย่าให้อุปสรรคใดๆ มาขวางทางฝันของคุณ ลองคุณตั้งใจทำมันอย่างจริงๆ จังๆ ต่อให้ไม่ชนะเลิศ แต่คุณก็ได้ชนะใจตัวเอง จำเอาไว้

สุขทุกข์พอๆ กัน

หลายคนมักจะเอาความสุขไปผูกติดไว้กับปริมาณสินทรัพย์ ลาภ ยศ และตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่เชื่อไหมไม่ว่าคุณจะรวยแค่ไหนก็ทุกข์เป็น ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงแค่ไหนก็ทุกข์เป็น ความสุขและทุกข์มันเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา

ในขณะที่ใครบางคนกำลังมีความสุขกับการได้ไปเที่ยวในที่ไกลๆ ได้ช้อปปิ้งของราคาแพงๆ บางคนกลับมีความสุขกับการกางเต้นท์นอนดูดาวในที่ๆ ไร้ผู้คน ในขณะที่ใครบางคนกำลังทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสกับปัญหาสุขภาพและหนี้สิน บางคนกลับมีความทุกข์กับแค่เรื่องแม่ไม่ยอมซื้อไอแพดให้ เห็นหรือไม่ว่ารูปแบบความสุขและทุกข์มันไม่เกี่ยวกับอะไรเลย เปรียบเทียบกันไม่ได้ด้วยซ้ำว่า สุขและทุกข์ของใครนั้นใหญ่หลวงกว่ากัน เกิดขึ้นกับใครมันก็ติดอยู่กับคนๆ นั้น รับแทนกันไม่ได้ด้วย

การปล่อยวางเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำได้ยาก แต่ถ้าเรารู้จักจังหวะในการกำแล้วปล่อยไป ความทุกข์จะอยู่กับเราไม่นาน ที่เราทุกข์อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าเราคิดว่าเราสามารถควบคุมทุกอย่างให้เป็นดั่งใจเราได้ พอผลมันออกมาตรงกันข้ามกัน จึงทำใจยอมรับไม่ได้

1  ปีที่ผ่านมานี้ ผมได้พบกับคำว่า “อิสรภาพทางใจ” คือการปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง ไม่โกรธ ไม่เครียดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ เพียงแต่ให้รู้ไว้ว่าเราทำสุดกำลังแล้วนะ ชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่ไม่สุดโต่ง ไม่มุ่งงานจนลืมครอบครัว ไม่มุ่งทำสิ่งสำคัญจนลืมบุคคลสำคัญ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนจงมีพลังสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่เป็นมงคลชีวิตต่อตัวเองและคนรอบตัว ผมขอมอบสุขสำเร็จให้ทุกคนเป็นของขวัญในวันปีใหม่ด้วยคำ 3 คำ “รู้เท่าทัน ทำทันที ทุกข์ทำใจ” 

รู้เท่าทันเพราะเรามีสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่จมปลักอยู่กับอดีต และไม่พะวงกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ทำทันทีคือการตัดสินใจลงมือทำโดยไม่ปล่อยให้ความคิดและความตั้งใจที่ดีเลื่อนลอยอยู่ในอากาศ สิ่งที่ได้กลับมาคือความไม่รู้สึกผิดและเสียดายเวลาที่คิดและทำช้าไป

ทุกข์ทำใจคือการไม่หมกมุ่นอยู่กับความผิดหวัง ไม่ต้องพยายามควบคุมและบีบมันไว้ มันจะเกิดก็ให้มันเกิด แค่มองดูอยู่ห่างๆ แบบไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อถึงเวลามันก็จะไปของมันเอง

อิสรภาพทางการเงิน ทำให้เราอยู่อย่างสบาย อิสรภาพทางใจ ทำให้เราอยู่อย่างเป็นสุข 

Leave a Reply

%d bloggers like this: