ซาปาฉันรักเธอ…ปฐมบท

ผ่านมาทุกปี สงกรานต์จะเป็นช่วงที่ผมจำศีลไม่ออกเดินทางไปไหนไกล เพราะเบื่อรถติด แต่ปีนี้คงเป็นปีแรกในหลายๆ ปีที่มีความรู้สึกอยากจะออกเดินทางไกลไปเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนบ้าง เริ่มแรกอยากไปยุโรป ปรากฎว่าค่าตั๋วแพงหูฉี่ ขยับมาอเมริกา วีซ่าก็เพิ่งหมดไป ญี่ปุ่นท่าจะเก๋ไม่เบา แต่ตั๋วเต็มแถมคนไทยเพียบ แทบจะยกประเทศไปเที่ยวกันเลยทีเดียว ยังนึกสงสัยว่าเขาจะไปจัดงาน Reunion กันที่โน่นหรือยังไง หลังจากใช้สมองนั่งสมาธิ ยังมีอีก 2 ที่ๆ ผมยังไม่เคยไป แต่เห็นคนเขาพูดถึงกันคือ “หลวงพระบาง” และ “ซาปา” สองที่นี้อาจไม่ใช่ทางเลือกของคนส่วนใหญ่ เพราะทุกคนต้องการหนีร้อนไปพึ่งเย็น เรามันประเภทไม่มีที่ไป ของเหลือๆ อะไรมาก็รับไว้เถอะเผื่อมันจะดี

หลังจากตีลังกาคิดอยู่หลายตลบ สรุปว่าผมเลือกไปซาปานะเว้ยเฮ้ย ตัดสินใจได้แล้วก็รีบกุลีกุจอจัดการจองตั๋ว แล้วให้เพื่อนรักช่วยติดต่อบริษัททัวร์ที่โน่นช่วยจัดโปรแกรมทัวร์ให้ สิ่งที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้เกิดจากประสบการณ์ซิงๆ แบบไม่อิงนิยาย กรุณาใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจดำเนินรอยตามนะครับ

Sapa View

About Vietnam

ผมเคยไปเวียดนามอยู่หนนึง ตอนนั้นไปดูงานที่ดานัง แล้วแวะเที่ยวต่อที่ฮอยอัน ตอนนั้นกำลังดังเลยเพราะมีหนังเรื่องฮอยอันฉันรักเธอฉายอยู่ทางช่อง 3 ประสบการณ์โดยรวมเมื่อทริปก่อน ไม่ค่อยปลาบปลื้มเท่าไหร่ ทั้งสภาพความเป็นอยู่ ถนนหนทาง อัธยาศัยผู้คน และอาหารการกิน และนี่คือเหตุที่ทำให้ผมลบประเทศเวียดนามออกจากสารบบแหล่งท่องเที่ยวในฝันถึง 5 ปีเต็ม มาวันนี้พร้อมเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่กับเรื่องราวของเวียดนามทุกแง่ทุกมุม อย่าคาดหวังจะได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์และการเมืองของประเทศเวียดนามจากผมมากมาย เพราะผมก็พึ่ง Wikipedia เหมือนกัน (คลิ๊กที่นี่เพื่อทำความรู้จักประเทศเวียดนามให้มากขึ้น) สิ่งที่ผมรู้โดยคร่าวๆจากทริปนี้มีประมาณนี้คือ

  • ประเทศเวียดนามมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก (ประมาณ 90 ล้านคน)
  • เมืองหลวงคือฮานอย (อยู่ทางตอนเหนือ) ในขณะที่โฮจิมินห์ซิตี้คือเมืองที่ใหญ่ที่สุด (อยู่ทางตอนใต้) เวลาเรียกเมืองนี้ต้องใส่คำว่าซิตี้เสมอเพราะคำว่าโฮจิมินห์ คือการเรียกชื่ออดีตนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีของเวียดนามเหนือ ซึ่งหลังจากสิ้นสุดสงครามเวียดนาม เมืองไซ่ง่อน เมืองหลวงเก่าของเวียดนาม ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นโฮจิมินห์ซิตี้เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่โฮจิมินห์
  • ธงชาติของเวียดนามมีสีแดง ซึ่งหมายถึง การต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวเวียดนาม ส่วนดาว 5 แฉกสีเหลือง แทนชาวเวียดนาม จะสังเกตได้ว่าตึกราชการในสมัยเก่าล้วนได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสและมีสีตึกเป็นโทนเหลืองแทบทั้งนั้น
  • เงินที่ใช้ในประเทศเวียดนามเรียกว่า ด่อง (Dong) 1 USD = 20,903 VND หรือเทียบเท่ากับเงินบาทคือ 28.65 บาท เวลาจ่ายเงินราคาส่วนใหญ่จะเป็นหลักหมื่น เช่น 10,000 ด่องก็เท่ากับ 13.71 บาท, 100,000 ด่อง ก็เพิ่งจะ 130 กว่าบาท เป็นต้น
  • รถขับฝั่งขวามือยึดตามประเทศฝรั่งเศส ส่วนของประเทศไทยยึดตามประเทศอังกฤษคือฝั่งซ้าย
  • คนไทยไปเวียดนามไม่ต้องขอวีซ่า แค่อย่าลืมพกพาสปอร์ตไปด้วยละกันครับ
  • คำพูดติดปากที่ควรต้องรู้คือ Xin Chao (ซินจ่าว แปลว่าสวัสดี) Cảm ơn (ก๋าม เออน แปลว่าขอบคุณ)

Air Booking (จองตั๋วเดินทาง)

สายการบินที่มีบินตรงไปฮานอย มีให้เลือกดังนี้ เรียงลำดับจากถูกไปแพง Air Asia, Vietnam Airlines, Qatar Airways, Thai Airways และ ANA ผมลองใส่ข้อมูลลงไปใน Cheaptickets (อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะ แค่จำลองราคาขึ้นมาให้ดูเฉยๆ)

จำลองการซื้อตั๋วโดย Cheaptickets.co.th
จำลองการซื้อตั๋วโดย Cheaptickets.co.th

ในทริปนี้ผมตัดสินใจจองตั๋วผ่าน Air Asia เพราะได้ราคาถูกสุด ไปกลับกรุงเทพฯ-ฮานอย ประมาณ  7,800 บาท (รวมค่าภาษีสนามบิน ค่าน้ำมัน และค่าโหลดกระเป๋าแล้ว) ตอนหน้าจะกลับมาเล่าประสบการณ์การนั่งเครื่องด้วยสายการบินนี้ให้ฟัง

Accommodation in Hanoi & Sapa (หาที่พัก)

สำหรับทริปนี้ผมจองโรงแรมผ่านเอเยนต์ ก็เลยไม่รู้รายละเอียดราคาห้องพักว่าช่วงที่จองราคาเท่าไหร่ แต่ถ้าลองค้นหาข้อมูลใน Agoda หรือ Booking.com ก็จะเจอที่พักมากมายหลากหลายรูปแบบและระดับราคา ประมาณ 300 กว่าแห่งเห็นจะได้ แนะนำให้เลือกโรงแรมแถบ Old Quarter ซึ่งอยู่ย่านใจกลางเมืองฮานอย สะดวกต่อการเดินทางไปไหนต่อไหน

และนี่คือข้อมูลพร้อมคอมเมนต์ของทั้ง 3 โรงแรมที่ผมได้ไปพักทั้งที่ฮานอยและซาปาครับ

Hidden Charm Hotel

(23 Au Trieu Street, Hoan Kiem, Hanoi, Vietnam, Tel: +84 4 3923 3757, +84 4 3938 1638)

เป็นโรงแรมขนาดเล็กระดับ 3 ดาว มีห้องพักเพียง 25 ห้อง สะดวกต่อการเดินออกไปหาของกินข้างทาง จุดเด่นของโรงแรมนี้คือห้องหับกว้างขวางมาก ดีไซน์เก๋ไก่ ในห้องมีคอมพิวเตอร์ Notebook ไว้ใช้พร้อมรหัส Wifi  พนักงานให้ความเป็นกันเอง จุดด้อยคืออาหารเช้าของโรงแรม สั่งได้ตามเซ็ตไม่มีให้ตัก ไม่อร่อย (จบมะ) แต่โดยรวมถือว่าคุ้มราคามากๆ

ห้องพักที่ Hidden Charm กว้างขวางมาก มีให้เลือกหลายสไตล์ ตั้งแต่คลาสิก จนไปถึงหลุยส์
ห้องพักที่ Hidden Charm กว้างขวางมาก มีให้เลือกหลายสไตล์ ตั้งแต่คลาสิก จนไปถึงหลุยส์

La Dolce Vita Hotel

(53 Hong Bo Street, Hoan Kiem, Hanoi, Vietnam, Tel: +84 4 3923 3757)

เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว มีห้องพักประมาณ  50 ห้อง สะดวกต่อการเดินทางเช่นกัน จุดเด่นคือ Lobby Lounge กว้างขวางเหมาะสำหรับการนั่งคุยหรือนั่งรอ มีบริการ Wifi และที่สำคัญอาหารเช้าที่นี่สุดยอดมาก โดยเฉพาะขนมปัง จุดด้อยคือห้องมีขนาดคับแคบไปหน่อย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พอใช้ได้ (แอบติดใจอาหาร)

ห้องพักสะอาดใช้ได้ พื้นที่ใช้สอยน้อยไปหน่อย แต่อาหารเช้าอร่อยถูกปากมาก
ห้องพักสะอาดใช้ได้ พื้นที่ใช้สอยน้อยไปหน่อย แต่อาหารเช้าอร่อยถูกปากมาก

Sunny Mountain Hotel

(010 Mounghoa, Caumay, Sapa, Vietnam, tel: +84 2 0378 7999)

โรงแรมแห่งนี้อยู่ที่ซาปา สูง 9 ชั้น มีห้องประมาณ 75 ห้อง ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมืองซาปา จะขึ้นเขาหรือออกจากเมืองก็ต้องผ่านย่านนี้ จุดเด่นที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่คือจุดชมวิวที่ร้านอาหาร สวยงามมาก ห้องพักสะอาดและกว้างขวาง มี Wifi ให้ใช้ด้วย จุดด้อยคืออาหารอีกเช่นกัน แม้จะมีอาหารให้เลือกหลากหลาย นอกจากเฝอแล้วไม่เห็นมีอะไรอร่อยซักอย่าง

โรงแรมนี้วิวดี ห้องสะอาดกว้างขวาง เหมาะสำหรับการมา Honeymoon สุดๆ
โรงแรมนี้วิวดี ห้องสะอาดกว้างขวาง เหมาะสำหรับการมา Honeymoon สุดๆ

Transportation (การเดินทาง)

ยานพาหนะที่ต้องใช้สำหรับทริปนี้ มีทั้งรถเก๋ง/รถตู้/SUV (แล้วแต่สถานการณ์และจำนวนคน) รถสามล้อถีบ (pedicab) รถไฟ (สำหรับนอนค้างคืนเพื่อไปซาปา) และเรือ (สำหรับเที่ยวที่ฮาลองเบย์) เนื่องจากติดต่อผ่านบริษัททัวร์ เลยไม่สามารถบอกได้ว่าเขาคิดค่ารถกันยังไง แต่เท่าที่ทราบกัน เขาจะใช้วิธีหาที่พักที่ฮานอยให้ได้ก่อน ไปถึงที่โน่นค่อยไปติดต่อบริษัททัวร์ที่โน่น จะให้โรงแรมแนะนำ หรือเดินสุ่มเปรียบเทียบราคาดูก็ได้ บริษัททัวร์จะทำการหารถ จัดโปรแกรม รวมถึงออก voucher ซื้อตั๋วรถไฟให้ (ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีซื้อตั๋วนอนทั้งไปและกลับ ออกเดินทางตอนประมาณ 1-2 ทุ่มครึ่ง ถึงที่หมายประมาณตี 4-5) แต่ถ้ามีประสบการณ์เชี่ยวแล้ว จะลองจัดการดูเองก็ได้ เพื่อกันการถูกหลอกหรือถูกชาร์จแพงเกินควร อะไรที่ถูกจนน่าเหลือเชื่อ (ให้คิดไว้ก่อนว่ามันต้องมีอะไรซ่อนเร้นแน่ๆ) อะไรที่แพงอย่างไม่เข้าท่า (ให้คิดไว้ก่อนว่าบริษัททัวร์มันต้องแอบซุกกิ้งอะไรไว้แน่ๆ)

ผมเจอบทความน่าสนใจอันหนึ่งเกี่ยวกับ dos & don’ts when hiring a travel agency in Hanoi ลองเข้าไปอ่านดูนะครับเป็นประโยชน์มากๆ มีทั้งรายชื่อเอเยนซี่ที่น่าไว้ใจให้ลองตรวจสอบข้อมูลจากเวบไซต์ด้วย มีเจ้านึงชื่อว่า Sinh Tourist มีหลายคนแนะนำ ลองกดเข้าไปอ่านดูครับ มีราคาให้ดูเบ็ดเสร็จ

มาถึงฮานอยทั้งที ต้องนั่งสามล้อถีบ Cyclo tour ชมเมืองฮานอย แถว Old Quarter
มาถึงฮานอยทั้งที ต้องนั่งสามล้อถีบ Cyclo tour ชมเมืองฮานอย แถว Old Quarter

Telecommunication

การสื่อสารในประเทศเวียดนามถือว่าสุดยอดมาก แทนที่เปิดสัญญาณ Roaming ข้ามประเทศ แนะนำให้ใช้ Local SIM Card ของประเทศเวียดนาม ผมใช้ของยี่ห้อ Viettel (ได้ยินบางคนใช้ Tomato และ Vinaphone เข้าใจว่าแรงพอๆ กัน) สัญญาณแรงดีใช้ได้ทีเดียว ถ้าอยู่ในฮานอยนี่หายห่วง สัญญาณ 3G ดีมาก แม้กระทั่งอยู่ในซอกเขาหรือบนรถไฟ สัญญาณก็ยังแรงพอใช้ อย่างน้อยก็ต้องขึ้น Edge ผมซื้อซิมมาในราคา 100,000 VND + 20,000 VND ค่า Top-up รวมเบ็ดเสร็จคิดเป็นเงินไทย 160 บาทใช้ได้ตลอด 5 วัน โทรออกกับ SMS แทบไม่ได้ใช้เลย เพราะไม่รู้จะโทรไปหาใคร แต่ data นี่สิ ทั้งเล่น Twitter, Facebook, Instagram โหลดภาพและข้อมูลกระจาย ก็ไม่มีวี่แววจะถูกตัดสัญญาณ ซิมการ์ดนี่ไม่น่าหายาก น่าจะเดินหาได้ตามร้านข้างทางใกล้โรงแรมหรือที่พักนะครับ

โรงแรม ร้านกาแฟ หรือร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะมีบริการ Wifi ให้ใช้ฟรีนะ ส่วนของบ้านเรา เขาจะตั้งใจหารายได้จากค่าอินเทอร์เน็ตเพื่ออัลไล!!!!! ฉะนั้นถ้าใครอดใจไหว ไม่ถึงขั้นลงแดงถ้าไม่ได้อัพรูปขึ้น Facebook ทุกที่ทุกเวลาและทุกสถานที่ล่ะก็ บางทีคุณอาจไม่จำเป็นต้องซื้อซิมการ์ดเลยด้วยซ้ำไป แต่มันก็แค่ 100 กว่าบาทเองนะ ซื้อๆ ไปเถอะ อย่างก ขอร้อง 555

Packing (เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า)

ข้อมูลแน่นปึ๊กซะขนาดนี้แล้ว อย่าลืมขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญ นั่นก็คือการเช็คสภาพอากาศฟ้าฝน แลกเงินติดกระเป๋าตังค์ไปบ้าง (พกแบงค์ดอลล่าร์ดีที่สุด) แล้วก็เริ่มลงมือแพ็คกระเป๋ากัน นอกจากเสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวแล้ว แนะนำให้คุณๆ มีของเหล่านี้ติดกระเป๋าไปด้วยนะ จะได้ไม่เดือดร้อนหาซื้อเอาตอนอยู่เวียดนาม

  • รองเท้าที่เหมาะสำหรับการเดินป่า: การเดินรอบเขาที่เมืองซาปาให้สนุกและปลอดภัย นอกจากจะต้องการสภาพร่างกายที่แข็งแรงและฟิตปั๋งแล้ว รองเท้าคู่ใจกลายเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก บางช่วงอาจมีลื่นแฉะ หรือเป็นหลุมบ่อ ถ้าเลือกรองเท้าที่เหมาะสำหรับการ Trekking จะดีมาก พยายามเลือกคู่ที่มีดอกยางที่ใช้ในการจิกพื้นไม่ให้ลื่นไถล กาลเทศะชั่วโมงนี้ดูจะสำคัญกว่าความเก๋กู๊ดแต่ไร้ดอกนะฮ๊าฟ
  • เสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ: ควรเช็คสภาพอากาศให้แน่ชัดก่อนจัดเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า เนื่องจากฮานอยและซาปาอยู่ตอนเหนือ ช่วงหน้าหนาวอากาศจะเย็นมากถึงขั้นทรมานสังขาร ส่วนช่วงหน้าร้อนบ้านเรา (ประมาณเดือนเมษา-พฤษภา) อากาศที่นั่นยังเย็นสบายอยู่เลย ควรจะติดเสื้อแจ๊กเก๊ตไปด้วยถ้าไม่อยากเป็นไข้จับไข่
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็น: ประเทศเวียดนามไม่ได้ล้าหลังอย่างที่เราคิด ในบางมุมแอบจะเจริญกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องพกเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเยอะ อย่างไดร์เป่าผม (เขามีให้ทุกโรงแรม) หรือแม้กระทั่ง Adapter (ที่โน่นเขาใช้ไฟ 220 วัตต์เท่าบ้านเรา) ส่วนถ้าใครกลัวเหงาจะติด iPod หรือ MP3 ติดตัวก็ไม่ว่ากัน เพราะตอนนั่งรถไปฮาลองเบย์ นั่งรถไฟไปซาปาใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควร
  • เครื่องประทินผิว: นอกจากครีมบำรุงนานาชนิดแล้ว อย่าลืมพกครีมกันแดดไปด้วย แม้อากาศจะเย็นแต่ถ้าอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ผิวก็คล้ำเป็นนะขอรับ 
จาก Hanoi ไป Lao Cai แล้วนั่งรถต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมงจะถึง Sapa
จาก Hanoi ไป Lao Cai แล้วนั่งรถต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมงจะถึง Sapa

เมื่อกายพร้อมใจพร้อม ก็ลุยกันต่อเลยครับ อ่านประสบการณ์ทุกแง่มุมกับทริปฮานอย-ซาปา-ฮาลองเบย์ได้ที่นี่ครับ “ซาปาฉันรักเธอ ปัจฉิมบท

Leave a Reply

%d bloggers like this: