เมนูความสำเร็จ Sushi Boy

Triple Roll (Credit Picture from Sushi Boy Facebook)
Triple Roll (Credit Picture from Sushi Boy Facebook)

เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมได้รับบทบาทใหม่กับการเป็นพิธีกรผู้ดำเนินรายการ “ตลาดนักคิด นักคิดการตลาด” ซึ่งจะเผยแพร่ออกอากาศเป็นครั้งแรกในวันเสาร์ต้นเดือนพฤษภาคม 2556 ช่วงเวลา 21:00-22:00 น. ในช่อง Smart SME Channel ยอมรับว่าเป็นงานที่ท้าทายและสนุกมาก ท้าทายก็ตรงที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา แถมยังรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกเวลาต้องพูดอยู่หน้ากล้อง ลิ้นมันจะพันกันนัวเนียไปหมด ยิ่งพอรู้ว่าเป็นการอัดเทป เลยพยายามเทคแล้วเทคจนกว่าจะพอใจ แทนที่มันจะดีขึ้นอาการรัวมันหนักไปกว่าเดิมอีก รู้สึกเกรงใจและเห็นใจทีมงานจริงๆ ว่าแล้วคงต้องเก็บชั่วโมงบินให้มากกว่านี้ หวังว่ามันจะลงตัวได้ในไม่ช้า (ปลอบใจตัวเอง)

ความสนุกของงานนี้มันอยู่ตรงที่ได้อัพเดทความรู้ทั้งที่ได้จากการติดตามข่าวและกระแสดังด้านการตลาด ประกอบกับการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กับนักการตลาดตัวยงในแวดวงธุรกิจต่างๆ ในเทปแรกนี้ ผมได้ทาบทามคุณกฤษดา สาระคุณ เจ้าของกิจการ Sushi Boy มาร่วมวงสนทนา พูดคุยเจาะลึกเรื่องการทำการตลาดธุรกิจอาหารญี่ปุ่น ในช่วง Marketing Insight มุมมองนักคิด ผู้พิชิตการตลาด และนี่คือบทสรุปช่วงหนึ่งของรายการที่ขอเอามาแบ่งปันให้เพื่อนๆ นักการตลาดได้คิดและวิเคราะห์ไปพร้อมๆ กัน

sushiboy2 sushiboy1

คุณกฤษดา หรือ “ตั้ม” ก็เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานใน Agency โฆษณามาก่อน หลังจากแต่งงานแล้ว ก็ตัดสินใจบินตามแฟนไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ ในช่วงเวลานั้นเอง ตั้มก็แอบบ่มเพาะความฝันของตัวเองในการเป็นเจ้าของกิจการ เริ่มต้นจากการหางานพิเศษทำ และด้วยความที่เขาเป็นคนรักรถและชอบทานอาหารญี่ปุ่นเป็นทุน จึงได้ลองไปสมัครงานทำอยู่ใน Car Care และร้านอาหารญี่ปุ่นควบคู่กันไป ทำไปได้สักพักเขารู้แล้วว่าระหว่าง 2 อย่างนี้เขาชอบอะไรมากกว่ากัน และนี่คือจุดพลิกผันที่เขาคิดตัดสินใจไปเทคคอร์สเรียนวิธีการทำอาหารญี่ปุ่นอย่างจริงจัง

Fresh, Fun & Fusion

ก่อนที่ตั้มจะกลับมาเปิดร้านอาหารที่เมืองไทย เขาพยายามเก็บข้อมูล Insight ของลูกค้าจากเพื่อนๆ รอบตัวเขา เพื่อที่จะดูว่าอาหารญี่ปุ่นแบบไหนที่จะเหมาะกับตลาดเมืองไทย ในที่สุดก็มาลงตัวกับคอนเซปท์ของซูชิสายพาน ที่ญี่ปุ่นเรียกกันว่า “ไคเตน” ซึ่ง ณ ขนะนั้นยังไม่ค่อยมีใครทำร้านแนวนี้มากนัก หลังจากนั้นก็มีการออกแบบกระบวนการและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ตรงกับจุดขายที่วางไว้คือ Fresh อาหารจะต้องสด Fun บรรยากาศจะต้องดูเป็นกันเอง สนุกสนาน เชฟสามารถพูดคุยเล่นกับแขกได้ และ Fusion คือการผสมผสานออกแบบเมนูต่างๆ ที่มีมากถึง 170 หน้า นอกจากนี้เชฟยังถูกสอนให้งัดฝีไม้ลายมือส่วนตัวออกมาโชว์ และที่สำคัญพนักงานจะต้องไม่พูดปฏิเสธลูกค้าหากลูกค้าร้องขออะไรเป็นการพิเศษที่สามารถจัดให้ได้

Sukura Roll (picture from Sushiboy Facebook)
Sukura Roll (Picture from Sushiboy Facebook)

Value for Money

ในการจับตลาดกลุ่ม Mass ซูชิจะต้องมีความหลากหลาย ในขณะที่ราคาต้องอยู่ในระดับที่คนทั่วไปเอื้อมถึง ซูชิแต่ละจานจะมีราคาแตกต่างกันไปตามประเภทวัตถุดิบที่ใช้ ถูกสุด 19 บาทจนถึงแพงสุด 119 บาท (ทั้งนี้ไม่รวมเมนู a la carte) สิ่งที่ Sushi Boy ให้ความสำคัญมากกว่าการตั้งราคาคือการบริหารต้นทุนและสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้มาทานที่นี่

Location that Works

ตั้มเปิดเผยว่าในช่วงเริ่มต้นการเปิดสาขาแรกเป็นอะไรที่ท้าทายมาก พยายามติดต่อเข้าห้างทุกห้าง แต่ก็ยังไม่มีที่ไหนกล้าตอบรับกับแบรนด์ใหม่อย่าง Sushi Boy จนกระทั่งมีโอกาสได้ไปนำเสนอกับทาง Lotus @Park, Town in Town พอรูปแบบร้านได้รับการอนุมัติ จึงใช้เงินเท่าที่หามาได้ในการทดลองทำสาขาแรก ระบบที่วางไว้ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลอย่างที่วางแผนไว้ ตั้มตัดสินใจปิดร้านชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการใหม่จนแน่ใจว่าพร้อมให้บริการ จึงกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง พอทุกอย่างเริ่มลงตัว Sushi Boy จึงค่อยๆ ประสบความสำเร็จในการเจาะเข้าห้างดังอย่างเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ ตั้มได้แอบทิ้งท้ายไว้ว่านับเป็นโชคดีของเขาที่ได้ลองผิดลองถูกจากสาขานอกห้างก่อน เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่คุ้มกับต้นทุนและชื่อเสียงที่เสียไปหากทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผน แต่ถึงอย่างไรก็ดีก็ยังยืนยันว่า Location ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจ Retail เพราะมันเปรียบเสมือนหน้าตาหรือ Portfolio ชั้นดีของร้านเลยก็ว่าได้

Word of Mouth

เนื่องจากตั้มเป็นคนรุ่นใหม่ จึงค่อนข้างเปิดรับกับการใช้เครื่องมือสื่อสารประเภท Social Media ในการเข้าถึงผู้บริโภค นอกจากนี้ตั้มยังไม่ปฏิเสธว่าสื่อบางชนิดแม้จะมีต้นทุน อย่างเช่นการขายคูปองออนไลน์ อาจทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มาลองชิมและบอกต่อๆ กันไป สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะมัดใจลูกค้าได้ในระยะยาวก็คือ รสชาติอาหาร ราคา การบริการ และประสบการณ์ที่ประทับใจ

เรียกได้ว่าเขาคนนี้คือตัวแทนของคนหนุ่มสาวที่มีความฝันและลงมือทำจนสำเร็จกับข้อคิดที่ว่า “จะกลัวอะไรถ้าชีวิตเราจะกลับไปเริ่มที่ศูนย์ ในเมื่อคุณคิดว่าไม่มีอะไรจะเสีย สิ่งที่คุณทำต่อจากนี้คือผลกำไร”

Leave a Reply

%d bloggers like this: