ซาปาฉันรักเธอ…ปัจฉิมบท

ทีแรกตั้งใจว่าจะร่างโปรแกรมทัวร์ 6 วัน 5 คืน Hanoi-Sapa-Ha long Bay มาแชร์ให้กับเพื่อนๆ แต่เกิดเปลี่ยนใจกระทันหันเพราะคิดว่าคุณน่าจะออกแบบแผนการเดินทางเอง เพราะมันจะตรงใจและโดนใจกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยม งบประมาณ และจำนวนคนที่ไปด้วย ผมเลยขอแชร์ประสบการณ์โหด มันส์ ฮา ที่ต้องขึ้นรถลงเรือจากโน่นไปนี่ ประทับใจตรงไหนมากที่สุด เข็ดแล้วไม่อยากจำเรื่องอะไร ติดตามอ่านไปเพลินๆ กับที่นี่มีเรื่องเล่าฉบับยีญวนได้เลยครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Flying Time (ฉันพร้อมบิน เธอพร้อมหรือยัง)

เรามีแผนออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าวันที่ 11 เมษายน 2556 ผมรู้สึกตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยง่ะ ไม่ใช่อะไรหรอกนะครับ ยังจัดกระเป๋าไม่เสร็จ (แป่ว) มัวแต่ปั่นงานที่คั่งค้างดองเค็มไว้ตลอดวัน เพราะตั้งใจว่าช่วงที่หยุดยาวแบบนี้จะไม่พกงานไปทำด้วย ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนตี 4 เผื่อเวลาไว้เยอะหน่อยเพื่อจะได้ไปถึงสนามบินก่อนตี 5 ครึ่ง ไปถึงสนามบินดอนเมืองแต่ไก่โห่ ไม่คิดว่าจะมีคนแย่งไก่ตื่นกันมากขนาดนี้ คนเยอะจนน่ากลัว คนต่อแถวกันยาวเหยียด ด้วยความฉลาดอันหลักแหลม เราชำเลืองเห็นตู้ Self Check-in Kiosk เลยปรี่เข้าไปออกตั๋ว Boarding Pass ก่อนแล้วเดินเข้าไปที่ช่อง Baggage Check-in เพื่อโหลดกระเป๋า โอ้บร๊ะเจ้า++++ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าช่องนี้ยังไม่เปิดใช้ทำการ กรุณาไปต่อแถวตามช่องทางปกติ แล้วอย่างนี้มันจะช่วยให้แถวสั้นลงได้ยังไงวะ(ครับ) สรุปว่าแทนที่จะเร็วขึ้น กลับเสียเวลาหนักไปกว่าเก่า (สายการบิน Air Asia รีบนำไปปรับปรุงด่วน เพราะนอกจากการจองตั๋วของคุณจะแฝงไปด้วยหลุมพรางที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแล้ว มาตรฐานการบริการยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แม้เครื่องบินจะใหม่แต่ที่นั่งนี่คับแคบชมัด Low Cost ได้ใจทีเดียว) ที่บ่นนี่ก็เพราะว่ารักนะ (แต่รักน้อยกว่านกแอร์นิดนึง แอบอวย) แม้ของถูกและดีจะไม่มีในโลก แต่ขออย่าทำร้ายจิตใจลูกค้าตาดำๆ นะขอรับ เพราะสุดท้ายเราก็จะเลือกคนที่มีคุณค่าที่คู่ควร

Counter self check-in เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีสำภาระโหลดลงเครื่อง จะได้ไม่เสียเวลาเหมือนผมครับ

Counter self check-in เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีสำภาระโหลดลงเครื่อง จะได้ไม่เสียเวลาเหมือนผมครับ

Sitting Chilled Until Bored (นั่งชิลล์จนเบื่อ)

ใช้เวลาบินประมาณจากกรุงเทพฯ ไปฮานอยประมาณ 1ชั่วโมงกับ 50 นาที ไม่นานเกินไปนัก กำลังพอดี ช่วงที่ไปก็นักท่องเที่ยวไม่ถึงกับเยอะมากเต็มสนามบิน ก็เลยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้ในเวลาแป๊บเดียว จะว่าไปแล้วการเดินทางมาเวียดนามนั้นไม่ยากมากนัก จะลำบากหน่อยก็ตอนนั่งรถและรถไฟ Speed Limit ของที่นี่นับว่าเข้มงวดมาก ถ้าจำไม่ผิดถ้าวิ่งภายในเมืองไม่เกิน 60 กม./ชั่วโมง วิ่งนอกเมืองก็ไม่ควรเกิน 80 กม./ชั่วโมง ตำรวจที่นี่แข็งขันพอๆ กับบ้านเรา มีเป้าในการดักจับเพื่อเรียกค่าปรับ โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์จะโดนเรียกมากเป็นพิเศษ ถนนยังไม่ถึงกับดีมาก เลนก็ไม่กว้างเท่าไหร่ ถ้าจำนวนรถมีมากเท่าบ้านเรา มีหวังรถติดหนักจนขยับไม่ได้แน่ๆ

ประสบการณ์ที่ตื่นเต้นของทริปนี้คือการนอนค้างอ้างแรมบนรถไฟทั้งไปกลับ จาก Hanoi ไป Lao Cai (อยู่ใกล้คุนหมิง) นั้นใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วนั่งรถต่ออีกสัก 1 ชั่วโมง กว่าจะไปถึงซาปา ด้วยเหตุฉะนี้จึงเหมาะสำหรับการนอนไปมากกว่านั่งไป เพราะมันทำให้เสียเวลาไปเกือบครึ่งค่อนวัน แม้สภาพรถไฟจะใกล้เคียงกับบ้านเรา แต่เขาออกรถได้ตรงเวลามากๆ ตู้นอนก็สภาพดีกว่าของเรา ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าหมอนและผ้าห่มเขาได้ซักบ้างรึเปล่า แต่ผมนอนได้นะสบายมาก ไม่เรื่องมาก ห่วงแต่คุณผู้หญิงทั้งหลายเถอะ รถไฟตู้เขาจะมีทั้งของรัฐและเอกชนเกี่ยวๆ โบกี้กันไป บางตู้แบบว่าดูดีมีโคมไฟตั้งสวยงามอีกต่างหาก ราคาคงต่างกัน อันนี้ต้องแล้วแต่จองครับ เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ตู้นอนที่ว่าเป็นที่นอนสองชั้น 1 ห้องจะมี 4 เตียง ถ้าตั๋วเบอร์ติดกัน ให้สันนิษฐานว่าคนนึงจะได้นอนบนและอีกคนจะได้นอนข้างล่าง ถ้าอยากได้นอนบนทั้งคู่ หรือนอนล่างทั้งคู่ ต้องได้ตั๋วเบอร์เลขคู่หรือคี่เหมือนกัน ในห้องนอนมีน้ำดื่มให้คนละขวด (ขาไปไม่มี แต่ขากลับมี งงมาก) ในรถไฟมีปลั๊กไฟให้เสียบด้วย สำหรับชาร์จแบตมือถือ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ท้ายโบกี้ ไม่ถึงกับสะอาดมาก จะให้ดีให้ถ่ายจนหมดท้องก่อนขึ้นรถไฟ หรือไม่ก็อั้นของหนักให้ถึงที่สุดแล้วค่อยไปปล่อยที่โรงแรม อันที่จริงมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ถ้าถึงคราวจำเป็น ก็ปล่อยๆ มันไป ตั๋วที่ซื้อมาต้องเก็บไว้เท่าชีวิตเพราะพนักงานตรวจตั๋วจะแวะมาขอดู แถมตอนออกจากสถานี เขาอาจขอริบเก็บไปด้วย

bunk bed on train

ส่วนถ้าใครคิดจะไปเที่ยวฮาลองบกหรือฮาลองเบย์ ก็ต้องเผื่อเวลานิดนึง เพราะจากฮานอยนั่งรถไป ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ถึง 3 ชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงที่ท่า นั่งจนตูดบานเลยทีเดียว การออกเรือ เขาจะมีเป็นรอบๆ ใช้เวลาต่อทริปประมาณ 3 ชั่วโมงในการเที่ยวแต่ไม่รอบ ถ้า pay มากหน่อยก็จะได้ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง รวมเวลาล่องเรือ กินอาหารซีฟู้ด และชมถ้ำโบราณมรดกโลกอีก 2 แห่ง

กิจกรรมยามว่างบนเรือ

กิจกรรมยามว่างบนเรือ

ระหว่างอยู่ที่ฮานอย ถ้าพอมีเวลาแนะนำให้หาโอกาสนั่งรถสามล้อถีบชมเมืองฮานอย แถบ Old Quarter, Cyclo Tour รอบนึงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นน่าจะตกอยู่ประมาณ 100,000-120,000 Dong ต่อคันต่อหนึ่งคน ข้อดีคือคุณจะได้ชมวิถีชีวิตแบบไม่ต้องเดินให้เมื่อยตุ้ม ถ่ายรูปไปชิลล์ไป (แต่ว่าหยุดไม่ได้) ถ้าให้รถหยุดหรือใช้เวลาเพิ่มขึ้น คุณอาจจะต้องทิปเขาเพิ่มนะ ผมอ่านเจอบทความนึงที่เขียนไว้เกี่ยวกับ Taking a Cyclo in Hanoi มีข้อมูลที่น่าสนใจลองตามไปอ่านดูนะครับ

Cyclo Tour in Hanoi-Old Quarter

Cyclo Tour in Hanoi-Old Quarter

Tourist Attractions (ที่ๆใครๆก็ไป)

อย่าคาดหวังความรู้ทางประวัติศาสตร์อะไรจากผมมาก ตอนไกด์อธิบายไป บางครั้งก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง หรือบางครั้งก็ไม่ได้ฟังเลย ฉะนั้นผมขอรวบรวมลิ้งค์ของสถานที่สำคัญๆ ในฮานอยมาให้เพื่อนๆ ได้ตามอ่านกันตามอัธยาศัยนะครับ

  • Ho Chi Minh Mausoleum (สถานที่ใครมาฮานอยก็ต้องแวะมาทำความเคารพให้กับท่านโฮ)
  • Citadel of Thang Long (ร่องรอยของพระราชวังในสมัยทังลอง)
  • Hoan Kiem Lake (ทะเลสาบกลางเมืองฮานอย แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนเมือง)
  • Ngon Son Temple (วัดแห่งนี้ตั้งอยู่เกาะกลางของทะเลสาบโฮนคีม)
  • Temple of Literature & National University (มหาวิทยาลัยแห่งแรกที่แต่ก่อนสงวนไว้แก่คนในราชวงศ์เท่านั้น)
  • Museum of Ethnology (พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่ของชาวเขาชนเผ่าต่างๆ ของเวียดนาม)
  • Ha Long Bay (UNESCO ยกให้ให้ World Heritage Site และยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย)
  • Ninh Binh (ล่องเรือชมแม่น้ำแดงที่ฮาลองบก)
  • Sapa (เมืองแห่งขุนเขา ชื่นชมนาขั้นบันได และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวม้ง)

สิ่งที่ผมประทับใจมากเป็นพิเศษสำหรับทริปนี้คือการได้มาเที่ยวที่เมืองซาปา ผมสีเขียว ความชุ่มฉ่ำของขุนเขา โชคร้ายวันแรกที่มาถึงอากาศไม่ค่อยสู้ดี ทั้งหนาวเหน็บแล้วยังฝนตกอีกต่างหาก เหมือนเพลง “ขอเพียงที่พักใจ” เบย นั่งรถไฟข้ามคืนกว่าจะมาถึงที่นี่ในเวลาตี 5 กว่าๆ หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ (โดยที่ยังไม่ได้อาบน้ำ เพราะยังไม่สามารถเช็คอินเข้าที่พักได้) เลยขอซักแห้งด้วยการเปลี่ยนชุด พร้อมสวมเสื้อ Jacket บางๆ เพียงหนึ่งตัวที่เตรียมมา ไม่คิดว่าอากาสที่ซาปาจะหนาวขนาดนี้ ลืมเช็คข้อมูลไปว่าที่ซาปา อุณหภูมิเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียส หนาวสุดติดลบ 2 (ช่วงธันวาถึงเดือนกุมภา) ร้อนสุด 32 องศา (ช่วงเดือนสิงหาและกันยา) สิ่งที่คุณควรจะทำเมื่อมาถึงซาปาคือการเดิน Trekking/Hiking (อ่านข้อมูลการเตรียมตัวไปเที่ยวซาปาได้ที่นี่) ไปยังหมู่บ้านชาวเขาผ่านเทือกสวนไร่นา สีของท้องทุ่งจะสวยมากๆ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมิถุนายน เพราะข้าวจะออกรวง ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีไปหมดเพราะเป็นช่วงหน้าร้อน ส่วนหน้าหนาวก็จะได้บรรยากาศมากๆ เพราะจะมีหมอกลง แต่ถ้าลงจัดเกินไปก็ไม่ดีนะ เพราะจะไม่เห็นอะไรเลย

Cat Cat Village

Cat Cat Village เป็นหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักมาก แสงยามเช้าส่องมาที่หมู่บ้านนี้สวยงามมาก โชคดีที่หลังฝนหยุดตกได้สักพัก ฟ้าก็เปิด มีหมอกลงจางๆ พอจะได้เก็บภาพสวยๆ มาฝากเพื่อนๆ นาขั้นบันได (Terraced Rice Fields) ที่นี่สวยงามมาก จะสวยกว่านี้ถ้ามาช่วงที่หญ้ากลายเป็นสีเขียวอ่อน

แสงยามเช้า ยามฝนเพิ่งหยุดตกที่ Cat Cat Village

แสงยามเช้า ยามฝนเพิ่งหยุดตกที่ Cat Cat Village

เดินมาสุดทางข้ามสะพานมาจะเจอ Cat Cat Water Fall

เดินมาสุดทางข้ามสะพานมาจะเจอ Cat Cat Water Fall

Ham Rong Mountain

บางคนมาถึงที่นี่ก็ตั้งใจมาพิชิตยอดเขา Fansipan แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่แรงน้อย ขาไม่แข็งแรง ก็มาเที่ยวชมวิวกันที่ภูเขา Ham Rong ก็แล้วกัน ทางขึ้นเขาอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เดินผ่านตลาดนิดหน่อยก็มาถึงที่นี่ ต้องบอกเลยว่าการมาเที่ยวซาปาจะต้องฟิตร่างกายนิดนึง เพราะว่าจะหายใจยาก เหนื่อยง่าย ยิ่งถ้าเจออากาศแปรปรวนด้วย อาจทำให้ป่วยได้ ขนาดผมว่าร่างกายแข็งแรงแล้ว การปีนป่ายขึ้นเขาทำให้หอบแฮ็กๆ ได้เหมือนกัน โดยส่วนตัวผมชอบ Cat Cat Village มากกว่าเพราะมันดูธรรมชาติมากกว่าที่นี่ ทีแรกนึกว่าที่นี่คือ กฤษดาดอย เพราะมีการปลูกสวนดอกให้เหลืองอร่ามเต็มพื้นที่ไปหมด แถมยังมีรูปปั้นนานาชนิดที่ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ ดูไม่เข้ากันเป็นอย่างยิ่ง ใครจะไปคิดว่า มิ๊กกี้เมาส์ กับตือโป๊ยก่ายจะมาอยู่บนนี้ได้ (ลืมถ่ายรูปมาให้ดู) แต่ถ้าเดินต่อไปเรื่อยๆ จะผ่านจุดที่มีหินเรียงไปมา (นึกว่าอยู่ในฉากของหนังจีน) ถ้าความพยายามยังไม่สิ้นสุด ก็มาถึงจุดชมวิวที่สวยแบบไม่บันยะบันยัง

ปากทางขึ้นเขาที่ผมเรียกว่า กฤษดาดอย

ปากทางขึ้นเขาที่ผมเรียกว่า กฤษดาดอย

จุดชมวิว Ham Rong Mountain

จุดชมวิว Ham Rong Mountain

Lao Chai & Ta Van Village

ในทริปนี้ผมประทับใจที่นี่มากที่สุด ไกด์บอกว่าการมาถึงที่หมู่บ้าน Lao Chai และ Ta Van นั้น ชาวบ้านเขาจะขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา จะมีก็แต่นักท่องเที่ยวที่อยากชมวิวทิวทัศน์ เลยต้องพาเดินอ้อมเขาซะหนึ่งรอบ ประมาณ 6 กม. เห็นจะได้ ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ เพลินๆ นะ เดินชมนกชมไม้ ถ่ายรูปไปเรื่อย อีกหลายแป๊บจึงจะถึงจุดหมาย ที่ผมเกริ่นไว้ในตอนแรกคือ คุณต้องมีรองเท้าดีคู่ใจติดมาด้วย เพราะระหว่างทางมันมีทั้งทางเรียบ ทางแฉะ ทางชัน และโขดหิน ถ้าเดินไม่ระวังอาจบาดเจ็บหกล้มได้ โดยเฉพาะจะมีอยู่ช่วงนึงที่คุณต้องกระโดดข้ามทางแยก ถ้าแหกขาได้ไม่พอ มีหวังม้วยมรณาอยู่ที่นี่เป็นอันแน่ อันนี้เป็นเรื่องของความปลอดภัย อย่าประมาทเป็นเด็ดขาด ผมและเพื่อนรวมไกด์อีกหนึ่งคนเป็นสามคน เราเดินทางมาที่นี่พร้อมเพื่อนร่วมเดินทางอีก 4 คนเป็นชาวเขาชาวดอยในพื้นที่ๆ เชี่ยวชาญเรื่องการเดินป่า เขาจะคอยดูแลสวัสดิภาพพวกเราไม่ห่างเกิน 3 ก้าว ไกด์บอกกับเราว่าเขาเป็นชาวบ้านที่มาดักรอนักท่องเที่ยว เขาจะเดินไปส่งเราจนกระทั่งถึง Lao Chai แต่เขาจะไม่จากไหน จนกระทั่งเราช่วยอุดหนุนของที่เขาแบกใส่ตะกร้าอยู่ข้างหลัง มาที่นี่ผมเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปเป็นอย่างมากเพราะเป็นวันที่อากาศดีไม่มีฝน คิดดูละกันถ่ายจน Memory ใน Air Card เต็มอ่ะ มาชมภาพสวยๆ ของท้องนาและควายถึกได้ที่นี่เลยครับ

A long walk to Lao Chai & Ta Van Village

A long walk to Lao Chai & Ta Van Village

ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางละ

ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางละ

นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เห็นควายไถนา

นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เห็นควายไถนา

Vietnam Style (กินอยู่ สไตล์เวียด)

คนเวียดนามเป็นคนใช้ชีวิตเรียบง่าย ด้วยความที่เขาผ่านศึกสงครามมา เลยทำให้คนเวียดนามไม่ค่อยมีรอยยิ้มบนสีหน้าเหมือนคนไทย แต่ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนไม่มีน้ำใจหรือไม่มีอัธยาศัยนะ เขาแค่ไม่แสดงออกอารมณ์ให้เห็นเท่านั้นเอง ใครๆ ก็รู้ว่าที่เวียดนามเขาขี่มอเตอร์ไซค์เป็นหลัก รถราวิ่งข้ามไปมาจนขวักไขว่ เสียงแตรกร่นดังพารำคาญใจ เดินๆ ไปอย่าเหลียวหลังพาลรถชน แม้ไม่มีรอยยิ้มให้เห็นบนใบหน้า ใช่ว่าไร้มารยาอย่างที่เห็น ถึงจะโกรธอย่างไรด่าใครไม่เป็น แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้นเอง

ขอบอกไว้เลยว่าถ้ามาเวียดนามพยายามหาร้านอาหารข้างทางทานเอง เพราะอาหารที่ทัวร์จัดให้อาจไม่ถูกใจคนไทย คนไทยได้ชื่อว่ากินอาหารรสจัด ถ้าไปร้านที่ทัวร์จีนทัวร์ฝรั่งลง เราก็จะรู้สึกเหมือนกับว่ารสชาติอาหารมันไม่ถึง ทางที่ดีหาทานเอาเองจะดีกว่า นอกจากถูกใจแล้วยังถูกตังค์อีกต่างห่าง มีอยู่ 3 ร้านที่ผมขอแนะนำว่ากินแล้วคุ้นลิ้น (กดลิงค์ที่ชื่อร้านเพื่ออ่านรีวิว หรือหาพิกัดทางไปที่ร้าน)

Quan An Ngon

(Address: 18 Phan Boi Chau, Hoan Kiem, Hanoi, Tel: (04) 3942 8162-63)

เป็นร้านอาหารเหมือนกาดที่เชียงใหม่ มีจัดเป็นซุ้มๆ ให้เดินเลือกดูดมชื่นชมตามใจชอบ ที่นั่งมีแบบทั้งเป็นโต๊ะและแบบม้านั่งยาวนั่งรวมกันเหมือนใน Canteen ราคาอาจจะแพงกว่าร้านข้างทาง แต่สิ่งที่คุณได้จากร้านนี้คือมีอาหารเวียดนามให้เลือกหลากหลาย ราคาต่อจานจะตกอยู่ประมาณ 45,000-80,000 VND อาหารจานโปรดอันดับหนึ่งผมยกให้  Banh Xeo (Vietnamese Pancake) คล้ายขนมเบื้องญวน แต่วิธีการกินเขาไม่เหมือนเรา มีการเอาตัดเป็นแว่นๆ แล้วห่อด้วยแป้งยัดใส้ผักต่างๆ แล้วม้วนเป็นก้อนเหมือนปอเปี๊ยะทานกับน้ำจิ้มรสจัด โหยยยยย…อร่อยฝุดๆ อีกจานคือ Banh Cuon ข้าวเกรียบปากหม้อญวน แป้งนุ่มใส้ทะลัก พูดแล้วหิวจริงๆ

บรรยากาศภายในร้าน ที่เดียวครบจบทุกความต้องการ

บรรยากาศภายในร้าน ที่เดียวครบจบทุกความต้องการ

Banh Xeo ผมยกให้เมนูนี้เป็นเมนู 5 ดาวที่คุณไม่ควรพลาด

Banh Xeo ผมยกให้เมนูนี้เป็นเมนู 5 ดาวที่คุณไม่ควรพลาด จานนี้ 48,000 VND

Banh Cuon จานละ 42,000 VND

Banh Cuon จานละ 42,000 VND

Bun Cha Dac Kim

(Address: 1 Hang Manh Street, Hanoi, Vietnam)

ร้านนี้เป็นห้องแถวเพิงๆ อยู่ย่าน Old Quarter ขอแผนที่ของโรงแรมแล้วเดินดุ่มๆ ถามทางเอา คนแถวนั้นน่าจะรู้จักดี ไปเจอบล็อกที่สรรหาของกินเหมือนกัน (ลองตามไปอ่านได้ที่นี่ครับ) สารภาพว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ทานเมนูนี้ ต้องบอกว่าเด็ดมาก เป็นหมูสับก้อนๆ และหมูชิ้น ทานกับเส้นขนมจีนและผักเป็นตะกร้า ยิ่งได้สั่งปอเปี๊ยะเวียดนามมาทานด้วย เมพขิงๆ

ไช้มูมมาม กิน Bun Cha

ไช้มูมมาม กิน Bun Cha

Buncha เมนูจานเด็ด ที่อร่อยเด็ด ทริปหน้าขอซ้ำเจ้านี้

Buncha เมนูจานเด็ด ที่อร่อยเด็ด ทริปหน้าขอซ้ำเจ้านี้

Cha Ca La Vong

(Address: 14 Cha Ca Street, Hoan Kiem, Hanoi, Vietnam, Tel: 84 4 3825 3929)

ร้านนี้เป็นอีกร้านที่หน้าร้านดูหน้าตาไม่ค่อยดี เหมือนอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ยังไง ยังงั้น รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง เพราะมีหลายคนแนะนำ ทั้งร้านมีเมนูนี้แหละที่ขึ้นชื่อ แล้วคนมาที่นี่ก็ไม่สั่งอะไรนอกจาก Grilled Fish โดยเฉลี่ยตกเซ็ตละ $10 USD ทีแรกบอกกับเพื่อนว่าเราอยากกินหลายๆ ร้านเลยสั่งมาชุดเดียวเพื่อแบ่งกัน แล้วก็คิดถูก เพราะกินเข้าไปนิดเดียวก็อิ่มจุกแล้ว จะว่าไปแล้วรสชาติคล้าย Bun Cha มากต่างกันตรงที่เขาเอาปลาไปทอดกับผักชีลาว เอามาทานกับเส้นขนมจีน ราดน้ำจิ้ม เติมพริก และโรยถั่ว อูยยย แซบอีกแล้วครับผม

Grilled Fish บนกระทะร้อน หอมฉุย ต้องลองเอามาทำเองบ้างละ

Grilled Fish บนกระทะร้อน หอมฉุย ต้องลองเอามาทำเองบ้างละ

นี่แหละครับ ตักนิดผสมหน่อยเป็นชามเล็กอย่างนี้ อร่อยสุดๆ

นี่แหละครับ ตักนิดผสมหน่อยเป็นชามเล็กอย่างนี้ อร่อยสุดๆ

จบเรื่องการกินไปละ มาต่อเรื่องการดื่มกันบ้าง มาเวียดนามทั้งที ถ้าไม่ได้จิบกาแฟ ดริปๆ เรียกว่ามาไม่ถึง แม้จะไม่ใช่คอกาแฟ มาถึงที่ทั้งทีคงต้องกระดึ๊บกรึ๊บๆ กับเขาดูบ้าง วัฒนธรรมการกินกาแฟของที่นี่ ผมตั้งชื่อให้ว่า “ยองยองคาเฟ่” คือต้องนั่งให้เตี้ยเข้าไว้ จะได้อรรถรสมากถ้าสั่งเมล็ดทานตะวันมาแคะเล่นให้เค็มปาก กินเสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ตามพื้นนั่นแหละ ผู้ดงผู้ดีไม่ต้องเป็นกันแล้ว จะสั่งกาแฟเย็นใส่นมข้มหวาน ต้องบอกว่า Ca Phe Sua Da (กาเฟซึดา) ถ้าเป็นกาแฟเย็นเฉย ๆ คือ Ca Phe Da ร้านกาแฟที่นี่หาได้ไม่ยาก ร้านข้างทางแถว Old Quarter รอบๆ ทะเลสาบ Hoam Kiem นี่เพียบเลย ส่วนร้านที่ดูดีหน่อยก็จะมี Highland Coffee ส่วนกาแฟแบบ Instant ที่ขายดีก็คงจะเป็น G7 ของ Trung Nguyen

เข้าเมืองญวน ต้องดื่มกาแฟยองยองคาเฟ่

เข้าเมืองญวน ต้องดื่มกาแฟยองยองคาเฟ่

Ca Phe Sua Da กาแฟเย็นใส่นม แต่ก่อนกินต้องดริปกาแฟก่อน

Ca Phe Sua Da กาแฟเย็นใส่นม แต่ก่อนกินต้องดริปกาแฟก่อน

Love me or Not. (รักหรือเลิก)

หลังจากดูใจกันมา 6 วัน 5 คืนผมตัดสินใจบอกรักซาปา บอกเลิกฮานอย ที่ชอบซาปาเพราะอากาศเย็น แม้เธอจะเปลี่ยนใจได้วันละ 3-4 หนก็ตาม (เช้าอาจฝนตก เที่ยงแดดออก ตอนเย็นหมอกกลับลงซะงั้น) ทีแรกก็คิดว่านาขั้นบันไดไปดูแถวเชียงรายก็ได้ แต่มาถึงที่แล้วต้องบอกว่ามันคือเขาทั้งลูก ไม่ใช่แค่สวยเพียงจุดเดียว ที่สำคัญคุณสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติด้วยการ Trekking/Hiking ไปตามทาง ถ้าโชคดีคุณอาจจะได้ถ่ายภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็น แม้ผืนนาแห่งนี้จะยังคงใช้ควายไถนา แต่มันก็ยังคงเสน่ห์ในแบบฉบับของคนชนบทที่คนเมืองยากจะเข้าถึง ส่วนฮานอยนั้นถือเป็นเมืองทางผ่าน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่คนเวียดนามต้องจดจำ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างเมือง แค่มากินเที่ยวนอนไม่กี่ครั้งก็คงจะเบื่อ ส่วนฮาลองเบย์นั้นถึงจะเป็นมรดกของโลก แต่อยากให้โลกได้รับรู้ว่าทะเลอันดามันบ้านเราสวยกว่าหลายเท่าตัวนัก ขอให้พวกเราช่วยกันอนุรักษ์ให้ทะเลไทยยังคงสวยงามตลอดไป Good Bye Vietnam, I shall see you again when Opportunity arises.

Photo Gallery (ภาพสวยผลัดกันชม)

 

 

Leave a Reply