Bliss Contemporary Cuisine อาหารอิตาเลียนรสชาติไม่ธรรมดาที่คนธรรมดาควรลิ้มลอง

เป็นแฟนคลับของร้าน Bliss Contemporary Cuisine อยู่พักใหญ่ แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ยังไม่ได้เขียนรีวิวให้ซักที ครั้งนี้ฤกษ์ดีร้าน Bliss ได้ย้ายมาเปิดทำการแถวย่านพระราม 9 เลยต้องแวะมากำลังใจกันหน่อย ฝีมือเชฟยังคงที่ มือดีไม่มีตก แถมยังได้รังสรรค์เมนูใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกหลายจานให้ลูกค้าขาประจำ ได้ลองลิ้มชิมรสกันไม่มีเบื่อ ภาพที่เห็นเบื้องล่างนี้มีชื่อว่า WBC  เป็นของหวานขึ้นชื่อประจำร้าน ไม่ใช่แค่หน้าตาดีอย่างเดียว กรรมวิธีการทำก็ถือเป็นลายเซ็นที่หาใครจะทำได้เหมือน หรือต่อให้ทำเหมือน ไช้ชวนชิมต้องขอยกธงการันตีว่าลีลาแบบนี้ของแท้อยู่ที่นี่ ที่ Bliss Contemporary Cuisine เท่านั้น เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าว่าวันนี้เชฟจะทำอะไรมาให้เราทานกันบ้าง

PA032055

Bliss Tale

หลายคนอาจไม่ทราบว่าร้าน Bliss เปิดร้านครั้งแรกอยู่แถวเหม่งจ๋าย ตอนนั้นเชฟเปี๊ยก (สง่า จันทร์จวง) กับภรรยาตัดสินใจทุบกระปุกทดลองเปิดร้านเป็นของตัวเองสักหน หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟให้กับร้านดังอยู่หลายร้านเป็นเวลาหลายปีดีดัก แม้เชฟจะไม่ได้มีดีกรีมาจากเมืองนอกเมืองนา แต่ด้วยฝีมือการทำอาหารอิตาเลียนที่ไม่เป็นสองรองใคร แถมยังเคยกวาดรางวัลจากการแข่งขันการปรุงอาหารมาแล้วหลายเวที เลยทำให้อาหารที่นี่ค่อนข้างจะมีมาตรฐานสูงเทียบเท่าโรงแรมดังเลยทีเดียว นี่สินะที่เขาเรืยกกันว่าพรแสวงและพรสวรรค์ที่มาป๊ะกันพอดี ทำให้สามารถรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูสวรรค์สร้างชื่อตามท้องเรื่องที่ไช้ชวนชิมได้กล่าวไว้ (เวอร์ไปมะ) สิ่งที่ต้องขอชื่นชมเป็นการส่วนตัวคือเชฟเปี๊ยกไม่ได้มีแค่ฝีมือในการทำอาหารแต่เพียงอย่างเดียว เชฟยังคอยดูแลเอาใส่ใจลูกค้า ออกมาพูดคุยจนจดจำชื่อลูกค้าขาประจำได้เกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าคนไทยหรือฝรั่งก็ต้องแพ้ทางเชฟด้วยประการฉะนี้ พอเปิดร้านที่เหม่งจ๋ายไปได้สักพัก เห็นท่าจะรองรับลูกค้าไม่ไหว เลยต้องขอย้ายร้านมาเป็นหนที่สองอยู่ที่ใต้ตึก El Patio ในซอยสวัสดี (สุขุมวิท 31) จะไปให้ถึงร้านต้องขับเข้ามาในซอยสุขุมวิท 31 เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ต่อด้วยขวา ซ้าย และขวา จนกระทั่งเห็นร้านตั้งอยู่ในตึกคอนโดทางขวามือ คือถ้าใครมาถามทาง คือต้องปักหมด Share Location ให้เลย เพราะบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันอยู่มุมไหน ฮาๆ Bliss อยู่ที่นี่น่าจะเกือบ 7 ปีเต็มเห็นจะได้ ยังแอบคิดในใจถ้าร้านหาง่ายกว่านี้ คงดังระเบิดเถิดเทิงไปแล้ว จนแล้วจนรอด วันนี้ก็มาถึง เชพตัดสินใจย้ายร้านอีกครั้งเป็นหนที่ 3 มาอยู่แถวโซนรัชดา-พระราม 9 หลังห้างเซ็นทรัลพระราม 9 และ The Belle Condo  Grand Rama ร้านใหม่นี่จะไฉไลกว่าเดิม มีที่นั่งเยอะขึ้น ตกแต่งแบบเรียบหรูแต่ดูดี แถมยังมีห้องส่วนตัวอีกด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พาทัวร์ชมสถานที่กันซักหน่อยดีกว่า ตามผมมาเลยครับพี่น้อง

P2250535

P2250538

P2250532

P2250530

Menu recommended by Chaichuanchim

ตัดสินใจยากมากว่าจะให้เมนูไหนได้เป็นเมนูจานทองคำของไช้ชวนชิม ทั้งซุป สลัด พาสต้า เมนดิช และของหวานมันอร่อยไปซะหมด ต้องขออภัยท่านผู้ชมหากพบว่าไช้ชวนชิมอวยจนออกนอกหน้าไปนิด ถ้าท่านไม่อร่อยไปกับผมด้วย ผมคงต้องร้องไห้หนักมาก แต่ถ้าท่านจะเชื่อในชิวหานี้ ผมคงตื้นตันน้ำตาไหลพรากจนประมาณมิได้ (เริ่มเยอะละ ขออภัย) สรุปว่าถ้าของมันดีจริงขอรับ ความอร่อยระดับนี้ต้องแบ่งปันกันไป ชิมิชิมิ

Fig Salad (Guilt-Free) 

เมนูสลัดจานนี้ถือว่าถูกเรียกร้องมากที่สุด เพราะนอกจากจะไม่ซ้ำใครแล้วยังมีรสชาติที่เด็ดดวงอีกด้วย จานนี้อุดมไปด้วยผักสลัดกรอบๆ ทานกับ seared scallops ชิ้นเบ้งๆ จิ้นกับลูก Fig (มะเดื่อฝรั่ง) Feta Cheese และ Citrus Dressing เหมาะกับเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยดีแท้ ครั้งล่าสุดที่ไปทานลูกฟิกดันหมด เลยได้หน้าตาที่ใกล้เคียงมาแทน

P2270714

Truffle Soup (The King of Soup) 

Arora (คำอุทานที่มักคุ้นหูของชาวอิตาเลียน) ทรัฟเฟิลซุปหรือซุปเห็ดถือเป็นราชาแห่งซุป ถ้าไม่ได้ลิ้มลองถือว่ามาไม่ถึง ที่กล้าพูดได้เช่นนี้เพราะกลิ่นของซุปชนิดนี้มันละมุนกว่าที่อื่น ทีแรกเสิร์ฟมานึกว่าใครสั่ง Latte เพราะเสิร์ฟใส่ถ้วยกาแฟมา พอได้ยกซดทานคู่กับแป้งพายกรอบเท่านั้น โอโฮ มันซาบซ่าน หอมติดปลายลิ้นจนบอกไม่ถูก ซุปถ้วยนี้ช่วยทำปฏิกิริยาในการเรียกน้าย่อยได้ดีมาก นี่ขณะพิมพ์ไปท้องยังร้องไปเลยนะ ฮือ ฮา

PA032016

Fettuccine Lamb Ragout (4 Star Dish) 

เมนูนี้เป็นเมนูที่เชฟคิดค้นขึ้นเพื่อไปทำแข่งเลยทีเดียวนะฮ๊าฟ เป็นเมนูเส้นพาสต้า Homemade ที่ผสมผงโกโก้ไปด้วย (จานที่เห็นนี้เป็นเมนูอาหารกลางวัน เลยเห็นเป็นเส้นสดสีปกติ) ความอร่อยเด็ดไม่ได้อยู่ที่เส้นสดอย่างเดียว แต่มันยังมี slow-cooked lamb ragout เนื้อแกะตุ๋นกับไวน์แดง ทั้งนุ่มและอร่อย ส่วนกลิ่นคาวนี่ถูกสยบราบคาบเอาอยู่เลยทีเดียว ไช้ชวนชิมภูมิใจนำเสนอเมนูนี้มาก

P2250554

Risotto Snow Fish (Pasta in Black)

เมนูนี้ไม่เห็นบรรจุอยู่ในเมนูเล่มปัจจุบัน แต่กินกี่ที จานนี้ก็ถือว่าอร่อยแบบคลาสสิค เพราะ Risotto นั้นไม่ได้ทำง่ายๆ นะจะบอกให้ ข้าวแข็งไปก็ย่อยยาก เละไปก็กลายเป็นโจ๊ก ใครชอบทานสปาเก็ตตี้หมึกดำ ลองหันมาทานเป็นแบบข้าวอิตาเลียนดูบ้าง ส่วนเนื้อปลาหิมะชิ้นโตเมื่อนำมากินคู่กันกับข้าว ผู้ใดเอาสเต็กมาแลก ไช้ก็ไม่ยอม

P2270772

WBC (Chef Piak’s Surprise)

นี่แหละคือเมนูเซอร์ไพรซ์ของเชฟเปี๊ยก WBC ย่อมาจาก White & Black Chocolate  เป็นการนำเอาไอศกรีมมา coating ด้วยช็อคโกแลตขาวและดำ ส่วนจะทำยังไงให้หน้าตาออกมาอย่างที่เห็น ต้องกดไปดูที่คลิปด้านล่างนี้ อย่างกับดูมายากลเลยอ่ะ

photo 1 (3)

photo (6)

PA032060

ARVE Error: Mode: lazyload-lightbox is invalid or not supported. Note that you will need the Pro Addon for lazyload modes.

Mille Feuille Mixed Berries (Layer of Queens)

ถ้าเปรียบ WBC เป็น King of Dessert คงต้องยกให้ Mille Feuille จานนี้เป็น Queen เพราะมันอร่อยด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลครับ จานนี้เหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานไอศกรีม แต่ชอบแป้งกรอบและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ รสชาติไม่ถึงกับเลี่ยนมาก ก่อนทานต้องยอมตัดใจทะลายกำแพงลงมาเพราะความอร่อยมันอยู่ตรงที่ได้ทานแป้งพายกรอบคู่กับครีมสด สตรอเบอร์รี่และเครนเบอร์รี่ซอส

P2270779

Bliss’s Featuring Menu

เมนูที่ร้าน Bliss อาจจะไม่ได้มีมากมาก แต่ที่บรรจุอยู่ในเล่มก็ล้วนแต่เป็นเมนูเด็ดทั้งนั้น A la carte menu จะประกอบไปด้วย Appetizer อย่างเช่น Italian Sausage (330 บาท) ไส้กรอกอิตาเลียนย่างที่นี่อร่อยมากเหมือนกัน Prosciutto Melon (390) หรือที่เรารู้จักกันในนามพาร์มาแฮม Foie Gras (790 บาท) เสิร์ฟชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวทานคู่กับ Rocket Salad ส่วน Salad นอกจาก Fig Salad (490 บาท) แล้ว ก็ยังมี Rocket Salad (490 บาท) และ Caesar Salad (390 บาท) ให้เลือกเพิ่มอีก 2 เมนู สำหรับ Soup ถ้าใครไม่ชอบทาน Truffle Soup (360 บาท) แนะนำให้ทาน Seafood Soup (290 บาท) ทานง่ายกว่า หรือจะเป็น Lobster Bisque (250 บาท) Pumpkin Soup (200 บาท) ก็ได้ครับ

P2270696
Bread & Butter with Salsa
PA032011
Rocket Salad ทานคู่กับ Grilled Italian Sausage
P2270725
Foie Gras
P2250526
Smoked Salmon Salad
P2250515
Spinach Soup
P2270729
Seafood Soup
P2270739
Lobster Bisque

มาถึงเมนูเส้นกันบ้าง Pasta จะมีให้เลือกเยอะหน่อย นอกจาก Spaghetti Bacon (390 บาท) Spaghetti Carbonara (350 บาท) และ Spaghetti Vongole (330 บาท) สปาเก็ตตี้หอยลายแล้ว ยังมี Capellini Rock Lobster (390 บาท) เส้น Angel Hair ผัดกับกั้งหินและ sundried tomato อีกจานที่น่าลิ้มลองคือ Spaghetti Marinara (390 บาท) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้กับซีฟู้ดในซอสสะเขือและโหระพา สำหรับ Main Course หรืออาหารจานหลักนั้นมีอยู่หลายอย่างเหมือนกัน เช่น Tajima Wagyu (1,200 บาท) Rack Lamb (990 บาท) Duck Breast (790 บาท) Snow Fish (920 บาท) Veal Cheek (690 บาท) โดยส่วนตัว ผมไม่ค่อยได้ทานถึงจานหลักเท่าไหร่เพราะลำพังสลัด ซุป และเส้นพาสต้าก็เล่นเอาอิ่มจุกซะแล้ว แถมยังเป็นคนที่ไม่ทานเนื้อวัวด้วย เลยไม่ค่อยแฟนซีเรื่องสเต็ก ในบรรดาทั้งหมดที่มีเห็นจะมีเมนูเป็ดและปลาที่ดูเข้าท่าสำหรับผม

P2270748
Capellini Rock Lobster
PA032019
Spaghetti Vongole

ข่าวดีสำหรับคนที่ชอบทานเป็น Set Lunch ราคาอาหารกลางวันจะย่อมเยากว่าอาหารเย็น (เว้นแต่คุณสั่ง a la carte) คุณสามารถเลือกทานเป็นคอร์สเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ในหนึ่งเซ็ตจะประกอบไปด้วย Appetizer หนึ่งอย่าง (ซุปหรือสลัด) + Pasta หรือ Main Course + ตบท้ายด้วยของหวานหรือเครื่องดื่มอีกหนึ่งอย่าง เมนูอาจมีการปรับวนไปเรื่อยๆ รวมถึงราคาอาจจะมีการปรับขึ้นหรือลงด้วยตามความเหมาะสม ล่าสุดไปทานเซ็ตอาหารกลางวันมา เลยได้ลองเพิ่มมาอีกหนึ่งเมนูคือ Sea Bass ปลากะพง อร่อยมว๊าาาก ส่วนของหวานได้ลอง Panna Cotta และ Lemon Cello ชื่นใจดีครับ

P2250562
Grilled Sea Bass fillet served on spinach & black olive tomato salsa
P2250581
Panna Cotta
P2250576
Lemon Cello

สำหรับมื้อค่ำ บางช่วงจะมีเมนูพิเศษเสริมเข้ามา อย่างครั้งล่าสุดที่ไปคงจะเป็นเทศกาลหอย จึงมีหอยสดๆ มาเสิร์ฟตั้งหลายอย่าง ตั้งแต่ Clam Chowder, Mussel & Clams (ทั้งหอยแมลงภู่และหอยลายในซอสไวน์ขาว อร่อยหมดจดจนหยดสุดท้าย), Linguini with manila clam, Fettucine Clams รวมถึง Paelia Del Bliss เป็นข้าวอบซีฟู้ดกับ salmi และ saffron คล้ายกับอาหารสเปน (โดยส่วนตัวยังไม่ถึงกับชอบเมนูนี้มากเมื่อเทียบกับ Risotto จานโปรด)

P2270701
Mussel & Manila Clams
P2270755
Paelia Del Bliss

ท่านผู้ชมไม่ต้องแปลกใจไปนะครับ หากเห็นว่าผมโพสต์ภาพเมนูอาหารเยอะเกินไป นี่ผมกินเข้าไปเยอะขนาดนี้เชียวหรือ เปล่าครับ กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว ผมกินสะสมมาหลายมื้อ แล้วค่อยเอามาตัดต่อร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน

Overall Score

รสชาติอาหาร (9/10) ถูกปากไช้ชวนชิมมากถึงมากที่สุด ไม่งั้นคงไม่ได้มาทานอยู่บ่อยๆ จนสะสมเมนูจานโปรดได้เยอะขนาดนี้ สิ่งที่ลงตัวสำหรับร้านนี้คือเชฟปรุงอาหารอิตาเลียนโดยคงความอิตาเลียนไว้ไม่ให้เพี้ยนจนกลายเป็นอาหารไทย ในขณะเดียวกันก็ปรับสูตรไปเรื่อยๆ เพื่อเอาใจลูกค้าคนไทย เช่นการเพิ่มปริมาณน้ำซอส หรือการปรุงเดรสซิ่งให้มีรสชาติเจ้มจ้น เพราะคนไทยไม่ชอบทานอะไรที่จืดเกินไป หลังๆ เชฟอาจหนักมือปรุงอาหารติดเค็มไปบ้าง แต่โดยรวมก็นับว่าฝีมือปลายตะหลิวเยี่ยมยอดในยุทธจักรอาหารอิตาเลียน

คุณภาพวัตถุดิบ (9/10) อาหารจะอร่อยหรือไม่ ด่านแรกให้ดูที่วัตถุดิบที่เขาใช้ เชฟเปี๊ยกลงมือรีดเส้นพาสต้าสดเอง เลือกเนื้อสัตว์และผักสดเอง กำกับทุกขั้นตอนการปรุง เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารจะให้รสชาติที่ดีเสมอต้นและเสมอปลาย

การบริการ (9/10) ก็อย่างที่บอกในตอนแรกว่าเชฟเปี๊ยกและภรรยาลงมาดูแลลูกค้าด้วยตัวเอง คือถ้าเอาใจลูกค้าคนไทยเรื่องมากได้ เจอแขกชาติไหนก็บ่ยั่นแล้ว เพราะเรื่องความเยอะไม่มีชาติไหนเยอะเท่าพี่ไทยแล้ว ที่ผ่านมาถือว่าประทับใจในการบริการมาก พอเราคุ้นเคยกับเชฟและพนักงานในร้าน มันเลยเหมือนมานั่งทานอาหารที่บ้านเพื่อนมากกว่าร้านอาหารหรูๆ ที่ต้องนั่งตัวเกร็ง กลัวเขาจับได้ว่ากินอาหารไม่เป็น 555

บรรยากาศ (8/10) ร้านแห่งใหม่ดูเก๋กู้ดกว่าที่เดิมเยอะ ร้านเดิมติว่ามันมืดไป ถ่ายภาพอาหารออกมาได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ มาคราวนี้เลยขอให้ทางร้านช่วยเร่งไฟให้หน่อย ก็เลยได้ภาพออกมาอย่างที่เห็น (นี่ถ่ายสุดฝีมือแล้วนะฮ๊าฟ)

ความคุ้มค่า (8/10) สำหรับคนทั่วไป ราคาค่าอาหารก็แพงเอาการอยู่ตกเฉลี่ยจานละ 300-500 บาท สำหรับ Appetizer 400-1000 บาทสำหรับอาหารจานหลัก แนะนำให้ทานกันเป็นหมู่คณะ จะได้ลองทานหลายอย่าง หรือไม่ก็แวะมาทานเป็น set lunch ในช่วงเที่ยง ซึ่งราคาจะถูกกว่าอาหารค่ำ แต่ถึงยังไงก็ดี สำหรับโอกาสพิเศษ การได้กินอาหารเลิศรสระดับนี้ ยังไงก็นับว่าคุ้มครับ

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ถือเป็นความเห็นและรสนิยมส่วนตัวอนุญาตให้ลอกเลียนแบบ ไช้ชวนชิมก็แค่อยากแบ่งโพยลายแทงให้เพื่อนๆ ที่นิยมชมชอบอาหารอิตาเลียนได้ลองทานอาหารอิตาเลียนฝีมือคนไทยดู เรื่องทำอาหาร คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

Reservation

สถานที่ตั้ง: ถนนพระราม 9 ซอย 7 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 (อยู่ในโครงการ The Shoppes, Belle Condo Grand Rama 9, Tower B) ถ้าขับรถมาจากแยก อสมท ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 7 เลาะมาทางด้านข้างของ The Shoppes ขับตรงขึ้นมาอีกนิดหน่อย จะเห็นร้านบลิสตั้งอยู่ฝั่งทางขวามมือ สามารถจอดรถบริเวณหน้าร้าน หรือที่จอดรถข้างทางได้เลยครับ) ==> แผนที่การเดินทาง

เวลาเปิดร้าน: จันทร์-อาทิตย์: 10:00 – 14:30 น., 18:00-22:30 น. 

เบอร์โทร: 02-168-1252, 081-435-5443, 081-855-5374

Facebook: https://www.facebook.com/atbliss

ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัว: 500 บาทขึ้นไป

Italian Diners

ใครที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียน ไช้ชวนชิมขอแนะนำให้ไปลองสัมผัสบรรยากาศร้านอาหารที่ผมเคยรีวิวก่อนหน้านี้ครับ

  • Sireena (ร้านอาหารอิตาเลียนสัญชาติไทย จากเขาใหญ่สู่ถนนพัฒนาการ)
  • Ciao (ทักทายแบบอิตาเลียน ร้านอาหารที่คุณวางใจย่านพระราม 3)
  • La Bottega di Luca (อาหารอิตาเลียน homemade ที่รสชาติและฝีมือไม่ธรรมดา)

Leave a Reply

%d bloggers like this: