Cuisine de Garden เสพสัมผัสอาหารฟิวชั่น หน้าตาและรสชาติเกินธรรมดา

ไช้ชวนชิมเคยทานอาหารมื้อดีๆ อยู่หลายครั้ง ตั้งแต่หลักหลายร้อยจนถึงหลายพัน หลักหมื่นนี่ยังไม่เคยนะ เพราะเสียดายตังค์ (ยกเว้นมื้อนั้นมีสปอนเซอร์ ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ) เมนูของเชฟกระทะเหล็กก็ทานมาแล้วตั้งหลายเมนู แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่โดนใจเหมือนครั้งนี้ Cuisine de Garden เป็นร้านที่นำเทคนิคทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับงานศิลปะในการปรุงอาหารให้ได้ทั้งรสชาติและหน้าตา ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนทำให้ประสบการณ์โดยรวมของอาหารมื้อนี้มันช่างวิเศษ เลิศเลอเพอร์เฟกต์

ผมขอสรรเสริญให้มื้อนี้เป็น “มื้อพิเศษที่คุณต้องลองทานสักครั้งในชีวิต”

Cuisine de Garden

From Food Stall to Fine Dining

ผมเดินทางมาเชียงใหม่นับครั้งไม่ถ้วน ค่อยๆ ตระเวนชิมร้านโน้นออกร้านนี้ จนกระทั่งสะสมร้านอาหารในดวงใจไว้หลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวซอย โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยวข้างทาง อาหารพื้นเมือง ร้านเค้ก ชา กาแฟเดิร์นเดิร์นทั้งหลายแหล่ เชื่อหรือไม่ว่า กินเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที กว่าจะรวบรวมได้ครบ 10 ร้านดัง เล่นเอากลมกลิ้งเลยทีเดียว (อ่าน ไช้ชวนชิม 10 ร้านดัง ณ เชียงใหม่)

มาถึงภาระกิจในครั้งนี้ ไช้ชวนชิมขอพาคุณออกเดทไปกินอาหารมื้อดีๆ สักครั้ง ที่ Cuisine de Garden แม้จะมีคนพูดถึงมากมายก่อนหน้านี้ ผมขอเล่าเรื่องตามสไตล์พาคุณลองชิมกับเมนูที่ทางร้านเพิ่งปรับใหม่ล่าสุด โดยเสิร์ฟเซ็ตเดียวกันทั้งมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ ถ้าเป็น 1 Starter + 1 Main (คอร์สละ 599 บาท), ถ้าเป็น 1 Starter + 1 Main + 1 Dessert (คอร์สละ 799) ถ้ามากันหลายคนก็อาจจะมีโอกาสได้เลือกทานหลายเมนูหน่อย วันนี้ผมขอนำเสนอ 6 เมนูเด็ดที่เลือกสั่งไปในครั้งนี้ครับ หากพร้อมน้ำลายหกกันแล้ว ขอเชิญรับชมและชวนชิมไปพร้อมๆ กันเลยครับ

Table Set

Over the Counter

Mouth Watering Appetizer

ในเมนู Starter จะมีอาหารให้เลือก 6 ชนิด

1) Snail Prawn: Prawn Cocktail with red pepper pesto เป็นค๊อกเทลกุ้งกับซอสเพสโต้พริกหวาน

2) Coast to Coast: Hokkaido Scallop with tomatoes salsa, edible shell  lime air หอยเชลล์ฮอกไกโด, ซัลซ่ามะเขือเทศ, เปลือกหอยทานได้และโฟมมะนาว

3) Sunchock: Sunchock soup with duck ragout ซันโช็คซุปและเป็ดตุ๋น

4) Terrarium: Mixed salad with nut ham, navel orange confit & balsamic สลัดรมควัน, นัทแฮม,สัมนาเวลเชื่อมและน้ำสลัดบัลซามิคน้ำผึ้ง

ทางร้านจะเสิร์ฟนัทแฮมและสัมนาเวลเชื่อมมาให้ในจานเบ้อเริ่ม ทีนี้เราก็แค่เปิดขวดโหลผักสลัดที่รมควันด้วยไม้เชอรี่ เทลงไปคลุกเคล้า แล้วราดน้ำน้ำสลัดบัลซามิคอีกที รสชาติดีเบาๆ พอเรียกน้ำย่อย แต่กรรมวิธีในการทำดูไม่ธรรมดาซะแล้ว

Terrarium (2)
Terrarium สลัดรมควัน

5) The Nest: Onzen Eggs with chicken fibre & crispy rice nets ไข่ออนเซ็น, ไก่ฉีกและหมี่กรอบ (*chaichuanchim’s favorite)

เมนูนี้ถือเป็นหนึ่งในเมนูที่ได้รับการร้องขอมากที่สุดเมนูหนึ่ง เริ่มต้นจากเจ้าตัวไข่ไก่เปลือกสีขาวที่นำไปต้มในอุณหภูมิที่คงที่ประมาณ 65 องศาเซลเซียส จนกระทั่งได้ไข่ลวกสุกกำลังดี ตอกง่ายไม่ติดเปลือกออกมาด้วย แนะนำให้ทานกับหมี่กรอบและไก่ฉีกปรุงรสที่ได้จากการนำไปต้มด้วยกรรมวิธีพิเศษที่เรียกว่า sous vide (อ่านว่าซู-วีด) ทำให้เนื้อเปื่อยฉีกง่ายในขณะที่น้ำไก่ไม่ไหลทะลักออกมาในหม้อต้ม จานนี้ก็เมพขิงๆ

The Nest (2)
The Nest ไข่ออนเซ็นทานกับไก่ฉีกและหมี่กรอบ triple impact

6) Mushi: Avocado Custard with snow crab, tomatoes carvier, lemon oil & tobiko คัสตาร์ดอโวคาโด, สลัดปูหิมะ, คาร์เวียร์มะเขือเทศ, เลม่อนออยและไข่ปู

Petite Main Course

ส่วนอาหารจานหลักนั้นมีให้เลือก 7 เมนู บางเมนูก็เคยเป็นเมนูขายดี ยอดนิยม ส่วนบางเมนูนั้นก็เพิ่งได้รับการพัฒนาสูตรออกมาใหม่ ให้เชยชิมที่นี่เป็นครั้งแรก เชิญชมได้เลยครับ

1) Vermillion: Lavender glazed duck breast with roasted beet, pickle fennel, apple gel & beet  Juice อกเป็ดอบลาเวนเดอร์, บีทรูทอบ, เฟนเนลดองและซอสบีท

2) Cod: Miso cured cod with varies texture of broccoli & nori butter ปลาจินดาระหมักมิโซะ, บล็อกโคลิ 3 รูปแบบและเนยสาหร่าย (*chaichuanchim’s favorite)

จานนี้เป็นเมนูทานง่าย สำหรับคนชอบทานปลา เนื้อเบาๆ อย่างนี้แต่ได้รับการหมัก 2 วัน 2 คืนเพื่อให้เนื้อนุ่มและรสชาติกลมกล่อม ทานกับบล๊อกโคลิ 3 อย่าง ทั้งแบบกรอบ แบบปั่น และแบบดอง อร่อยทั้ง 3 แบบเลย ยิ่งได้น้ำราดลงไปบนตัวปลา โอโห้อร่อยอย่าบอกใครเชียว

Miso Cured Cod (2)
Miso Cured Cod with Broccoli

3) HEN: Free Range Cornish Hen with chicken liver karake, edamame, pearl onion & truffle sauce ไก่ป่า, ปีกไก่คาราเกะ, ถั่วแระ, หอมดองและซอสทรัฟเฟิล (*chaichuanchim’s favorite)

เมนูนี้วัตถุดิบเป็นไก่ป่านำเข้า ครึ่งตัวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน แต่ละส่วนนำไปปรุงด้วยวิธีที่ต่างกัน ส่วนแรกนำไปยัดใส้ตับไก่ ส่วนสะโพกและปีกนำไปทอดและปรุงรส ทานกับถั่วแระญี่ปุ่นและดอกไม้ชนิดหนึ่ง(ที่กินได้) ราดด้วยซอสทรัฟเฟิลร้อนๆ แค่นึกก็พาลให้หิวได้อีกรอบ

Hen with Truffle sauce (1)
Hen with 3 varieties of making with Truffle sauce

4) Snapper: Seared seabass with tomyam meuniere, pickle radish & lemon oil ปลากระพงย่างในใบตอง ซอสต้มยำมูเนียร์

5) Kuro: Baked pork kuro buta striploin with peach kimchi หมูสันนอกคุโรบุตะอบ ซอสกิมจิ (สั่งเมนูนี้เพิ่มเงินอีก 100  บาท)

นี่เป็นเมนูใหม่ของร้าน ที่ไช้ชวนชิมได้อุดหนุนเป็นคนแรก เขาเอาหมูดำนำเข้ามาหมักและคลุกเคล้าด้วยสีถ่านจนกระทั่งหมูดำกลายเป็นหมูดำขนานแท้ ราดด้วยซอสพีชกิจิ (ไม่เผ็ดนะครับ) ไม่ถึงกับปลื้มแต่รสชาติก็พอใช้ได้อยู่ เนื้อหมูพอหั่นออกมาเป็นชิ้นแล้วมันด้านเป็นเส้นๆ คิดว่าคงเป็นเพราะก้อนมันหนาไป คราวหน้าขอแก้ตัวใหม่นะครับ

Kuro Buta with Peach/Kimchi Sauce
Baked Pork Kuro Buta with Peach/Kimchi Sauce

6) Lamb: Seared lamb tenderloin with miso eggplant, brussel sprout, grain mustard & lamb Juice สันในแกะ, มะเขือม่วงอบมิโซะ, กะหล่ำดาว, เกรนมัสตาร์ดและซอสแกะ (สั่งเมนูนี้เพิ่มเงินอีก 100  บาท)

7) Beef: Beef sirloin with wasabi butter, bone marrow, mushroom ragout & horseradish sauce เนื้อสันนอก, เนยวาซาบิ, ไขกระดูก, สตูว์เห็ดและซอสฮอสแรดิช (สั่งเมนูนี้เพิ่มเงินอีก 100  บาท)

To-die-for Dessert

หลังจากเพลิดเพลิน ตื่นตาตื่นใจกับอาหารนานาชนิด แม้จะไม่อิ่มมากมายอะไร เพราะเราทานอาหารแบบผู้ดี ทานอาหารน้อยๆ เมาท์มอยเยอะๆ กว่าจะมาถึงเมนูสุดท้ายนี้ ก็เล่นทำเอาร้านปิดสายเกินกว่ากำหนด เท่าที่เห็นในเมนู ของหวานมีให้เลือก 3 ชนิด (ไม่นับซอร์เบต์ที่ทานตัดคาวก่อนหน้านี้)

1) Sphere: Juice in Spherification น้ำผลไม้ในรูปทรงกลม ไม่รู้เหมือนกันเขาทำได้ยังไง ส่วนผสมข้างในเป็นน้ำผลไม้ รสชาติหนักไปทางส้ม แล้วนำเจลาตินบางๆ มาเคลือบ เสิร์ฟใส่ช้อนไม้ มองผ่านๆ ก็จะนึกว่าไข่แดง แต่จริงๆ แล้วมันคือของหวานล้างปากที่ถูกโจษจันไปทั่ว

Sphere (3)
Sphere น้ำผลไม้ในรูปทรงกลม

2) Heaven: Chocolate Mousse ช็อกโกแลตมูส

3) Jasmine Rice Ice-cream ไอศครีมข้าวหอมมะลิ

Finale

โดยรวมต้องบอกว่ามื้อนี้เป็นมื้อที่ดีที่สุดมื้อนึง ประทับใจทั้งในความคิดสร้างสรรค์ ลงทุนประดิษฐ์บรรจงทุกเมนูให้มีเรื่องราวน่าสนใจชวนติดตาม อีกทั้งยังเป็นร้านที่ใส่ใจในการบริการ คอยแนะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสการกินได้มากโข ผมและเพื่อนใช้เวลากิน & ถ่าย เบ็ดเสร็จ 2 ชั่วโมงเต็ม เพลิดเพลินจนลืมดูเวลา เบ็ดเสร็จหมดไปคนละ 1,000 บาท ถามว่าแพงไหม ก็คงจะแพงกว่ามื้อทั่วๆ ไป แต่ก็นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุ้มค่า และไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยจริงๆ

ที่อยู่: 99 หมู่ 1, ซอยบ้านสันป่าสัก, ต.หนองควาย, อ.หางดง, เชียงใหม่ 50230 (Latitude, Longitude : 18.716996, 98.936037)

ร้าน Cuisine de Garden เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ทั้งในช่วงเที่ยง (12:00-14:00 น.) และช่วงเย็น (18:00-22:00 น.) แนะนำให้โทรมาสอบถามเส้นทางและโทรจองโต๊ะก่อนที่เบอร์ 053-441-599 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 081-774-1479 ครับ

https://www.facebook.com/cuisinedegarden

Restaurant Gallery

No photos

 

Leave a Reply

%d bloggers like this: