The Return of Cuisine de Garden สวยทั้งรูป จูบแล้วหอม

เพราะเรื่องกินไม่ใช่เรื่องเล่น ไช้ชวนชิมจึงต้องจัดเต็มเที่ยวเสาะแสวงหาร้านเด็ดใหม่ ๆ ทุกทีที่ไปเยือนเชียงใหม่ นี่ก็ตระเวนกินไปทั่วมาหลายปีติด แต่ก็ยังเก็บไม่ครบซักที เพราะมีร้านใหม่เกิดขึ้นมากมายเป็นรายเดือน ในขณะที่ร้านเก่าที่เคยฮิปก็ดับไปเยอะไม่ใช่น้อยเช่นกัน หลังจากเสี่ยงดวงลองผิดมากกว่าลองถูก ทำให้ผมหวนคิดถึงร้านอาหารในดวงใจร้านนึงที่ต้องดั้นด้นไปถึงหางดง นั่นคือร้าน Cuisine de Garden ร้านนี้ถือเป็น Hidden Gems เพราะตั้งอยู่ในที่ ๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าร้านดี ๆ จะไปถึง แต่พอได้มาเยือนทีไร กลับได้พบกับความประหลาดใจได้ทุกทีสิน่า

ตั้งพิกัดเตรียมออกเดินทาง

สำหรับคนที่มีรถขับอยู่แล้ว อันนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เปิด Google Maps พิมพ์ “Cuisine de Garden” ลงไป เดี๋ยว gps มันก็จะพาเราไปถึงที่เองแหละ (คลิ๊กได้ที่ลิงค์นี้สำหรับ Direction ครับ) สำหรับคนที่ไม่ได้ขับรถ การเดินทางไปที่ร้านแม้จะทุลักทุเลนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะผมเพิ่งลองมากะตัว ให้ทำตามนี้ครับ หาทางโบกรถเหลืองที่มุ่งไปทางหางดง วันนั้นผมได้รับคำแนะนำจากคนพื้นที่ให้ไปขึ้นที่ต้นสายซึ่งรถจะจอดอยู่แถวประตูเมืองเชียงใหม่ (หน้าตารถเหลืองเหมือนกับภาพด้านล่างนี้) ค่าโดยสารตกคนละแค่ 15 บาทเอง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีจากคูเมืองไปที่ร้านผ่านเส้นเชียงใหม่-หางดง แล้วขอจอดลงแถวบ้านสันป่าสัก ทีแรกตั้งใจว่าจะเดินเท้าต่อเข้าไปที่ร้าน ระยะทางก็น่าจะเกือบกิโลเห็นจะได้ แต่พอโทรไปที่ร้าน พนักงานแจ้งว่าเดี๋ยวเขาจะเอารถมารับที่น่าปากซอย ให้ผมกับเพื่อนข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามแล้วมายืนรอที่น่าปากซอย ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีเราก็มาถึงที่ร้านตามเวลานัดหมาย ขอแนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพราะบางศุกร์หรือเสาร์อาจมีลูกค้าจองแบบปิดร้านจัด Private Party วันนั้นผมตัดสินใจไปทานกันช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ ไปแบบร้านโล่ง ๆ มีลูกค้าจองมาแค่ 2 โต๊ะ เลยได้เก็บภาพร้านมาฝากกันเยอะหน่อย

P5083317
โบกรถเหลืองไปเส้นหางดง
P5073153
ถึงแล้ว ร้าน Cuisine de Garden

เมนูวิจิตรศิลป์พร้อมเสิร์ฟ

อาหารเซ็ตเมนูประจำเดือนพฤษภาคม 2017 จะประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย (Amuse-bouche) 6 อย่าง ซึ่งประกอบด้วย Sphere (มะยงชิด), Nitro Mix Berry Foam, Coast to Coast (หอยแมลงภู่สีน้ำเงิน), Salmon Tartare, Tuna & Lime และ Snail Prawn และยังสามารถเลือกอาหารจานหลักได้ 1 เมนูจาก 2 Chapter โดยใน Chapter แรกจะมีให้เลือกคือ Cheesy Clam (290 บาท) The Nest (290 บาท) Beef Carpaccio (290 บาท) และ Scallop (390 บาท) ส่วน Chapter ที่สองจะมีให้เลือก 4 รายการคือ Baby Chicken (395 บาท)  Duck Confit (395 บาท) Seabass (395 บาท) Ribe-Eye (890 บาท) ส่วนเมนูของหวาน (Dessert) มีให้เลือกอยู่ 2 รายการคือ Milk & Berry (220 บาท) Marian Plum Cheesecake (240 บาท) มาดูกันดีกว่าว่าเที่ยงนี้เราสั่งอะไรมาทานกันบ้าง อ้อ…ลืมบอกไป ใน 1 เซ็ตสำหรับหนึ่งคนทานที่ประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย 6 ชนิด อาหารจานหลัก 2 จาน (เลือก 1 รายการในแต่ละ Chapter) ตบท้ายด้วยของหวาน 1 ชนิด ราคาต่อหัวคือ 899 บาท สามารถสั่งเป็น a la carte ได้ หรือสั่งเมนูนอกรายการเพิ่มเติมได้ครับ

P5073161P5073213P5073168 หลังจากนั่งพักให้พอหายเหนื่อยแล้ว ก่อนอาหารเรียกน้ำย่อยจะมาถึง ก็มาเริ่มประเดิมกันที่ขนมปังอุ่น ๆ ทาแยมกันก่อน ให้มา 4 แผ่นก็กินกันจนเรียบไม่มีเหลือ แล้วก็มาต่อด้วยเซอร์ไพรส์ทั้ง 6 จากร้าน Cuisine de garden ครับ อันแรกคือ Sphere ไว้ทานล้างปาก เมนูนี้ถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสีสันของการทำอาหารแบบ Molecular Gastronomy อย่างที่เห็นด้านล่างนี้คือการทำให้ของเหลวเปลี่ยนรูปโดยการเพิ่มแรงตึงของผิวให้มันคงรูปเป็นรูปทรงหยดน้ำอย่างที่เห็น พอกัดหรือขบมันเข้าไป น้ำมันจะไปแตกในปากเหมือนเรากินน้ำผลไม้ ที่เห็นชิ้นเหลืองๆส้มๆ ข้างในคือมะยงชิดนะครับ เมนูที่สองอันนี้จะมีพนักงานมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ จะเป็นการบีบโฟมลงไปในถังไนโตรเจนเหลว ตัว Mix Berry Foam ที่เราเห็นมันจะจับตัวเป็นก้อนแข็งขึ้นมาทันที ผิวสัมผัสภายนอกคล้าย Macaron ทันทีกัดมันก็จะละลายในปากเหมือนว่าเราได้ทานมูสหรือไอศกรีม

P5073172P5073174P5073181P5073177P5073183อาหารเรียกน้ำย่อยอีก 4 ชนิดถูกเสิร์ฟมาในถาดเดียวกัน น่าตื่นตาตื่นใจมากทีเดียวครับ ชิ้นแรกสีดำๆ ที่เห็นคือ Coast to Coast เป็นหอยแมลงภู่สีน้ำเงินที่เสิร์ฟมาพร้อมมะเขือเทศสับโฟมมะนาวและเปลือกที่เห็นถ้าจำไม่ผิดคือทำมาจากแป้งผสมผงถ่านขึ้นรูปคล้ายเปลือกหอย อันนี้คือกินได้ทั้งชิ้นเลย ชิ้นที่สองเป็น Salmon Tartare อันนี้ไม่ถึงกับซับซ้อนมากคือเนื้อปลาแซลมอนปรุงรสโปะด้วยไข่ปลาทานคู่กับตุอีล (ขนมเบื้องฝรั่งเศสที่หน้าตาละม้ายคล้ายซันไบท์ของบ้านเรา) ชิ้นที่สาม Tuna & Lime อันนี้วิธีการกินน่าสนใจดี คือเนื้อปลาทูน่าดิบถูกคลุกเคล้ากับ Yuzu โปะหน้าด้วยคาเวียร์ เวลาทานให้บีบผลมะนาวจนน้ำมันทะลักออกมา เอาปากดูดเอา ฟินมาก ชอบๆ ส่วนชิ้นสุดท้ายคือ Snail Prawn เป็นการทำกุ้งค๊อกเทลราดด้วย sweet pepper sauce ขดอยู่ในเปลือกหอย แต่อันนี้เปลือกกินไม่ได้นะ ถูกจัดมาเป็นพร็อพเฉย ๆ 555

P5073188P5073189P5073193

P5073199

P5073190

แค่อาหารเรียกน้ำย่อยเล่นเอาพี่ตื่นตาตื่นใจขนาดนี้ สวยจนลืมกลืนเลยทีเดียว มาดูกันว่าเมนูจานหลักที่เราเลือกไว้จะเป็นอะไรบ้าง นี่ถ้าเป็นครั้งแรกที่มาทานคงต้องเลือก The Nest แน่นอน แต่ด้วยความที่เคยทานแล้ว เลยต้องหลีกทางให้กับเมนูที่ไม่เคยลิ้มลองดูบ้าง จานแรกที่เข้าตากรรมการคือ Cheesy Clam มันคือหอยลายอบชีสในเปลือกหอยที่กินได้ จริง ๆ มันควรจะมี 5 ชิ้นนะ แต่เขาเห็นว่ามี 2 คน กลัวหารแบ่งไม่ลงตัว ก็เลยลดจำนวนให้เหลือแค่ 4 หอย ไม่ต้องทะเลาะกัน ฮา ฮา เมนูนี้พี่ก็ชอบนะ อบ ๆ เลี่ยน ๆ อ้วน ๆ นี่อ่ะตัวอร่อยเลย เนื่องจากเรามากัน 2 คนก็เลยเลือกอาหารไม่ซ้ำกัน กินได้อีก 1 อย่างนั่นคือ Lightly Poached Scallop ทานคู่กับ Cold Pasta เมนูนี้เหมือนจะเป็นการผสมผสานระหว่างอาหารตะวันออกและตะวันตก หอยเชลล์นี่สดและฉ่ำมาก ส่วนเส้น Capellini ก็ลวกมาได้พอดี al dente

P5073200P5073202P5073211P5073207P5073210

ความอร่อยฟินยังไม่จบแค่นี้เรายังมุ่งหน้ารอชิมอาหารจานถัดไปซึ่งได้แก่ Baby Chicken เป็นการนำไก่ตัวเล็กครึ่งตัวไปอบทานคู่กับเลมอนซอส ที่เสิร์ฟมาด้วยกันก็จะมีกระเทียมอบ ถั่วแระญี่ปุ่น และมันบด จานนี้รสชาติจัดจ้านดีครับ แต่ถ้าเลือกได้อยากลอง Duck Confit มากกว่า น่าเสียดายวันนั้นเมนูนี้หมดซะก่อน ทีนี้ก็เหลืออีกจานที่แทบไม่ต้องเลือก เพราะผมเป็นคนไม่ทานเนื้อวัว ก็เลยต้องสั่งเมนูปลามาแทน Grilled Seabass ปลากะพงนำไปย่างทานคู่กับยำมะม่วงมะละกอ ทั้ง 2 จานหลักนี้ผมให้ผ่าน แต่ยังไม่ถึงกับโดดเด่นมาก เพราะดันถูกเมนูเรียกน้ำย่อยสกัดดาวรุ่งไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะดำเนินมาถึงเมนูของหวาน ผมรู้สึกได้ว่าเหมือนมันจะไม่อิ่ม ก็เลยสั่งเมนูเส้นเพิ่มมาอีกจาน เหมือนเวลากินอาหารโต๊ะจีนแล้วต้องจบด้วยข้าวผัดหรือหมี่ซั่วนั่นแหละ ไม่อิ่มไม่เลิก จานที่สั่งไปเพิ่มคือ Spaghetti Mushroom (180 บาท) เห็นชีสเยอะขนาดนี้ แต่เชฟไม่ได้นำไปผัดกับครีมไง รสชาติมันก็อาจไม่เจ้มจ้นเท่ากับการกิน Carbonara ถ้าถามว่าตอบโจทย์เรื่องความอิ่มท้องมั้ย ตอบได้เลยว่ามาก เป็นอันว่าจบกันกับเมนูคาว กดรีสตาร์ทเคลียร์พื้นที่สำหรับของหวานได้

P5073221P5073225P5073225P5073220

P5073233P5073236

มาถึงช่วงสุดท้ายของรายการไช้ชวนชิมเสาะแสวงหาของกินทั่วไทยแล้วครับ ของหวานตบท้ายมื้อนี้ที่เล็งไว้คือ Marian Plum Cheesecake หรือชีสเค้กมะยงชิดนั่นเอง ข่าวร้ายคือชีสเค้กมันยังเซ็ตตัวยังไม่เต็มที่ สรุปคืออดกินครับ เหลือเพียงทางเลือกเดียวคือ Milk & Berry มันคือ Pannacotta นมกรอบ นมหิมะ วนิลาไอศกรีมกับซอสเบอรี่ เชฟใจดีเห็นว่าเราจะต้องกินขนมหวานตัวเดียวซ้ำกันสองจาน ก็เลย improvise ซอสราดจากเบอรี่เป็นเสาวรสให้ อร่อยฟินไปคนละแบบ

P5073240

P5073247

คะแนนความอร่อย

หากมีใครถามว่าร้านไหนคือร้านเด็ดที่ไช้ชวนชิมแนะนำ ร้าน Cuisine de Garden ยังคงติด 1 ใน 10 ร้านในดวงใจที่ผมมักคะยั้นคะยอให้คนตามมาลอง ถ้าไม่ติดเรื่องราคาต่อมื้อที่อาจจะสูงเกินกว่าเฉลี่ยอาหารเมืองทั่วไปที่หาทานได้ในเมืองเชียงใหม่ ผมว่ามันเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเสพอาหารด้วยตาและด้วยลิ้นสัมผัส แม้สถานที่ตั้งจะอยู่ห่างจากตัวเมืองมาพอสมควร ซึ่งเป็นข้อด้อยของร้านนี้ แต่เมื่อเทียบกับปัจจัยอื่น ๆ ทั้งเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบในการปรุงอาหาร (9/10) ผมถือว่าเขาคัดเกรดพรีเมียมมาก กรรมวิธีการปรุงอาหารสไตล์ Molecular Gastronomy เป็นอะไรที่ซับซ้อนและอาศัยความประณีตเชี่ยวชาญมาก (9/10) รสชาติอาหารอาจมีทั้ง Hits & Misses บ้างอันนี้แล้วแต่ฝีปากและชิวหาของแต่ละคน ซึ่งมีมาตรฐานไม่เท่ากัน ถ้าให้คะแนนกลาง ๆ ก็คงได้ (8/10) เรื่องการนำเสนอนี่เอาไปเลย (10/10) เพราะเขาไม่ได้สวยแค่การจัดจาน วางอาหารเท่านั้น แต่หมายถึงสีสัน การเลือกใช้วัตถุดิบ การผสมผสานงานศิลปะเข้าไป ทำให้อาหารดูโดดเด่นน่าทานเอามาก ๆ การบริการก็เช่นกัน (10/10) น้อยร้านที่พนักงานจะใส่ใจอธิบายที่มาที่ไปของอาหารแต่ละเมนู แล้วยิ่งวันนั้นเขามารับส่งเราถึงหน้าปากซอย นี่ก็เป็นปลื้มสุด ๆ สุดท้ายเรื่องความคุ้มค่านี่เอาไป (8/10) ละกัน คงไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะยอมจ่ายค่าอาหารเกิน 1,000 บาท/หัว แต่ถ้าจะให้เทียบกับ Food Cost ค่าวิชา และอื่นๆ อีกมากมาย ขอบอกเลยว่าถูกกว่าร้านดัง ๆ ในกรุงเทพฯ เป็นไหน ๆ ข่าวดีคือ ได้ยินมาว่าเขาจะเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ เร็ว ๆ นี้ จะตั้งอยู่ที่ไหน คอนเซปต์และเมนูอาหารเหมือนหรือต่างจากที่นี่หรือเปล่า โปรดติดตามตอนต่อไปครับ

ขอจบการรีวิวรอบสองแต่เพียงเท่านี้ ใครสนใจอ่านรีวิวที่เคยเขียนไว้เกี่ยวกับร้านนี้ (คลิ๊กได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ) และถ้าต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารน่าลิ้มลองในจังหวัดเชียงใหม่ให้ คลิ๊กเข้าไปที่ลิงค์นี้ครับ (ไช้ชวนชิมแนะนำ 50 ร้านดังเมืองเชียงใหม่)

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้านนี้

ใครอยากแวะมาชมและชิมอาหารที่ร้าน Cuisine de Garden แนะนำให้ติดต่อกับทางร้านเพื่อสอบถามข้อมูลและจองโต๊ะได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ

ที่อยู่ : 99 หมู่ 11 หนองควาย หางดง จ.เชียงใหม่

Google Maps : https://goo.gl/maps/HPFNMFKoRAP2

เบอร์โทร : 053-441-599

Facebook : Cuisine de Garden

เวลาเปิด : 11:30-14:00, 18:00-22:00 น.

Leave a Reply

%d bloggers like this: