ไช้ชวนชิมแนะนำ 60+ ร้านดังจังหวัดเชียงใหม่ฉบับนักท่องเที่ยว (2561)

eatoutinchiangmaiผมมีโอกาสเดินทางไปเชียงใหม่อยู่บ่อยๆ ทุกๆ ครั้งที่ไป หนึ่งในภาระกิจที่ขาดไม่ได้ คือการตระเวนชิมอาหารขึ้นชื่อ บางครั้งก็ค้นหาชื่อร้านจากเวบ ถามคนพื้นที่บ้าง หรือไม่ก็เดินผ่านโดยบังเอิญ กินสะสมเป็นเวลาแรม(หลาย)ปี แต่ไม่เคยจะเก็บครบซักที เพราะมีร้านเด็ดๆ เกิดขึ้นใหม่ ตั้งอยู่ และดับไปมากมาย โดยเฉพาะร้านที่ตั้งอยู่บนเส้นถนนนิมมานเหมินทร์ อาจเป็นเพราะค่าเช่าที่แพงเกิน รสชาติไม่ถูกปาก หรือกระแสดร็อปไป ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ร้านที่ผมจะนำเสนอเหล่านี้ล้วนเป็นร้านที่ผมชิมแล้วติดใจในครานั้น การคัดเลือกร้านให้เหลือเฉพาะที่เด็ดสะระตี่นั้นเป็นเรื่องที่ยากโข เพราะยังมีร้านอาหารเลิศรสข้างทาง ร้านถูกปากคนพื้นเมือง ไปจนกระทั่งร้านดังตามกระแสอีกหลายร้อยแห่ง ผมจึงขออนุญาตใช้มาตรฐานส่วนตัวในการคัดสรรร้านที่ผมคิดว่าเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายฮ๊อปเปอร์ คือ กินเพราะความโดดเด่นบางอย่าง ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ความอร่อย แต่อาจหมายรวมถึง จัดจานอาหารได้สวย บรรยากาศน่านั่ง หรือแม้กระทั่งบาริสต้าหล่อ

ปล. 1 ผมไม่มีส่วนได้เสียหรือได้ค่าตอบแทนจากการดันให้ร้านใดร้านหนึ่งติดโผนี้ ทั้งหมดนี้คือกินเอง จ่ายเอง อ้วนเอง และเขียนรีวิวตามความคิดเห็นส่วนตัว

ปล. 2 บทความแรกนี้เขียนไว้นานแล้ว แต่ก็จะพยายามอัพเดทเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสกลับไปเยือนเชียงใหม่ โปรดสังเกตวันที่ๆ ได้กินครั้งล่าสุดประกอบการอ่านรีวิวครับ

ปล. 3 หากท่านใดมีร้านอื่นที่คิดว่าเด็ดกว่านี้ ช่วยแนะนำกันเข้ามาได้เลยครับ เช่นเดียวกัน หากร้านไหนมาตรฐานตกต่ำลง ก็ช่วยกระซิบบอกกันด้วยนะครับ เพื่อความมั่นใจโปรดพิจารณาเช็คข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบการตัดสินใจตามไปชิมนะครับ

หวังว่าโพยร้านอาหารที่ไช้นิยมโภชนาจะช่วยประหยัดเวลาเพื่อนๆ ในการส่องหาร้านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

1. สุดยอดร้านอาหารพื้นเมือง: หลองข้าวลำ

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2561)

ที่อยู่: เสาหิน ซอย 7 วัดหัวหนอง เวียงกุมกาม สารภี โทร. 089-435-5529

ถ้าพูดถึงร้านอาหารพื้นเมืองที่คนตามไปกินเยอะที่สุด คงต้องยกให้ ร้านต๋อง เต็ม โต๊ะ (ร้านอันดับหนึ่งย่านนิมมานเหมินทร์ ขายดิบขายดีมีคอนเซปต์) ส่วนร้านอาหารพื้นเมืองนอกเมืองย่านสันกำแพง ไช้ชวนชิมยกให้ เฮือนใจ๋ยอง (ติดอันดับหนึ่งในลิสต์นี้มานานแสนนาน) อีกร้านที่ไม่ค่อยทำให้ผิดหวัง คือ เฮือนม่วนใจ๋ ร้านนี้คนก็เยอะจริงจัง ถ้าแวะไปช่วงพีคๆ คือคนเยอะมาก เมื่อปีที่แล้วลองสลับเอาร้าน ฮ้านถึงเชียงใหม่ ขึ้นมาบรรจุอยู่ในลิสต์นี้เพราะหลังจากย้ายมาอยู่ในซอยวัดอุโมงค์ ลูกค้าตามมากินกันเพียบ ที่ทางกว้างขวางขึ้นแม้จะยังคงคอนเซปต์ร้านเพิงอยู่ จนมาถึงซีซั่นนี้ ขอเอาร้านใหม่มาเทียบเคียงดูบ้าง ร้านหลองข้าวลำ อาจจะอยู่ไกลซักนิด ขนาดเปิด Google Maps แล้วยังหลงทางเลย (ใน google maps จะเขียนว่า Lanna Rice Barn) นักท่องเที่ยวสายตะลุยอย่างเรากลัวที่ไหน ทางมันมีก็ต้องไปได้สิ สถานที่มันขลังมากขอบอก รสชาติอาจไม่เลิศเลอ แต่ของมันต้องลองครับเพราะบรรยากาศมันให้มาก อาหารจานไม่ใหญ่มาก สั่งได้หลายอย่างมาลองชิมอย่างละนิดละหน่อย (หมายเหตุ: ร้านหยุดทุกวันพุธครับ) สำหรับคนที่ไม่อยากไปไกล มีร้านอาหารเหนืออีกแห่งที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน หอมด่วน(เชียงใหม่) อยู่หลัง มช. สุดซอย 7 เจ้าเดียวกันกับร้านข้าวแกงหอมด่วนแถวเอกมัย ไช้ชวนชิมนี่ผูกปิ่นโตกินที่ร้านนี้ประจำเลย

หลองข้าวลำ
หลองข้าวลำ
หลองข้าวลำ1
ลองหลายๆ อย่างในมื้อเดียว ทั้งหมดนี้กิน 2 คน

2. สุดยอดร้านข้าวซอย : ข้าวซอยแม่สาย

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2561)

ที่อยู่: 29/1 ถนนราชพฤกษ์ ต.ช้างเผือก โทร: 053-213-284

การหาข้าวซอยทานในเชียงใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องยากเพราะร้านอาหารเหนือแทบทุกร้านมักจะมีเมนูนี้บรรจุอยู่ แต่ที่ยากคือการฟันธงว่าข้าวซอยของร้านไหนเด็ดสุด นอกจากข้าวซอยจะมีสูตรน้ำข้นและน้ำใสแล้ว ยังมีสูตรอิสลามหรือแบบไทยอีก ถ้าเป็นแต่ก่อน ไช้ชวนชิมก็คงจะแนะให้ไปกินที่ร้าน ข้าวซอยเสมอใจ เพราะเป็นร้านข้าวซอยร้านแรกที่รู้จัก บางคนก็จะเรียกว่าข้าวซอยวัดฟ้าฮ่ามเพราะอยู่ใกล้วัด ข้อดีคือหาที่จอดรถได้ไม่ยาก นอกจากเมนูข้าวซอยแล้ว ยังมีขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั่ว ส้มตำ จะเก๋ไม่เบาถ้าสั่งหมูสะเต๊ะมาทานเป็นกับแกล้มด้วย ส่วนอีกร้านถ้าไม่พูดถึงอาจจะน้อยใจได้คือ ข้าวซอยลำดวน เพราะถือว่าดังในลำดับต้นๆ เช่นเดียวกันแถมยังอยู่ใกล้วัดฟ้าฮ่ามเหมือนกัน แต่ข้าวซอยลำดวนจะมีอีกสาขาที่ข่วงสิงห์ด้วย สองร้านนี้ได้ชื่อว่าอยู่ในกระแสดั้งเดิมมานาน ถ้าจะให้กินซ้ำวนไปก็ใช่ที ก็เลยต้องตระเวนกินร้านอื่นดูบ้าง ก็จะมีข้าวซอยสุธาสินี (แถวช้างคลาน) ข้าวซอยนิมมาน (ร้านนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนกินเยอะ) ข้าวซอยอิสลาม (ปลอดภัยไว้ใจได้สำหรับคนอิสลามเพราะไม่มีหมูปน) ข้าวซอยคุณยาย, ข้าวซอยศรีพรรณ, ข้าวซอยแม่มณี แต่ปีนี้ไช้ชวนชิมขอโหวตให้ข้าวซอยแม่สาย เป็นร้านในดวงใจ ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้เฮือนม่วนใจ๋ หาที่จอดรถยากหน่อยนะ ช่วงเที่ยงคนแน่นร้านมาก มาช้าเผลอๆ อดกิน เพราะแป๊บเดียวหมดหม้อ ร้านนี้มีขนมจีนน้ำเงี้ยว ก๋วยเตี๋ยวหมู/เนื้อด้วย แต่ผมว่ายังเด็ดไม่เท่าข้าวซอย

ข้าวซอยแม่สาย1
ข้าวซอยไก่ ร้านข้าวซอยแม่สาย

 

ข้าวซอยแม่สาย2
เติมความเผ็ดได้ตามใจชอบสำหรับคนชอบรสจัด

 

3. สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยว : ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2559)

ที่อยู่: ศิริมังคลาจารย์ ซอย 13, สุเทพ โทร. 088-978-7996, 086-541-6646

ร้านก๋วยเตี๋ยวในเชียงใหม่มีมากนับ 1,000 ร้าน สร้างความหนักใจเป็นอย่างมากในการเลือกร้านที่เป็นสุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยว สำหรับก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก (Crazy Noodles) จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะเครื่องเคราเขาจัดเต็มอลังการงานสร้างจริง ๆ เมนูหลุดโลกนี้สนนราคาอยู่ที่ 150 บาท อันประกอบด้วยเส้น (แล้วแต่จะเลือก) น้ำซุป (มีแบบใส ต้มยำน้ำใส และน้ำข้น) ส่วนท๊อปปิ้งนี่ใส่มาแทบจะทุกอย่างทั้งหมูนุ่ม กุ้งเล็ก หอยแมลงภู่ ก้ามปู(ไม่แท้) เนื้อปลา ปลาหมึก เกี๊ยวกรอบ ไข่ต้ม อื่น ๆ อีกมากมาย ที่นี่น้ำต้มยำแซ่บมาก ถ้าใครไม่อยากจัดหนัก เขามีเมนูเบสิกให้เลือกด้วยนะ เริ่มต้นที่ 45 บาท แต่ถ้ามาเยือนร้านนี้แล้วไม่สั่งก๋วยเตี๋ยวหลุดโลกเหมือนมาไม่ถึง (หมายเหตุ: ร้านนี้ไม่มีเย็นตาโฟขายนะครับ เน้นไปทางต้มยำ ถ้าอยากกินต้องไปที่เย็นตาโฟศรีพิงค์โน่นมีสาขาที่สวนดอกและช้างเผือก ดีนะไม่ทับไลน์กัน)

P2129825
ก๋วยเตี๋ยวหลุดโลก ครบเครื่องเรื่องท็อปปิ้ง

แถมให้อีกร้านในย่านเดียวกัน “ก๋วยเตี๋ยวอัญชัน” อยู่ศิริมังคลาจารย์ ซอย 9 (โทร: 084-949-2828) ด้วยความที่เส้นก๋วยเตี๋ยวเจือสีม่วงจากดอกอัญชันเลยทำให้ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ดูโดดเด่นแปลกตาจากร้านทั่วไป แนะนำให้สั่งเล็กอัญชันทานกับหมูนุ่ม เป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งเสิร์ฟมาพร้อมกะหล่ำปลีลวกทานกับน้ำจิ้มแจ่ว โดยส่วนตัวยังคิดว่ามันติดหวานไปนิดนึง เพื่อความคล่องคอควรสั่งซุปกระดูกมาทานคู่กัน ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ราคาไม่แพงเลย เริ่มต้นที่ 40 บาทเอง ถ้าทานคู่กับหมูกรอบ/หมูย่างก็จะบวกเพิ่มอีก 5 บาท สำหรับเมนูข้าวยังไม่ถึงกับโดนครับ ชอบก๋วยเตี๋ยวมากกว่า

PC107659
เล็กอัญชันหมูนุ่ม

ยังไม่หมดเพิ่มให้อีกร้านเป็นทางเลือกนั่นคือ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่นิมมาน อยู่ซอยสายน้ำผึ้ง ถัดจากนิมมาน ซอย 17 ติดกับร้าน Iberry เลย (โทร: 053-218-278, 082-180-1177) ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 50 บาท สำหรับเมนูคั่วไก่ปกติ แต่ถ้าจะให้อลังการงานอมน้ำมันนิด ๆ ก็จัดไปเลยคั่วไก่อบไข่กระทะร้อน (70 บาท) แล้วก็ล้างคอด้วยน้ำอัญชันมะนาวเสิร์ฟมาในขันเงิน

PB254337
คั่วไก่นิมมาน

4. สุดยอดร้านอาหารไทยประยุกต์ : มีนา

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2558)

ที่อยู่: 13/5 หมู่ 2, ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง (สายเก่า) สันกลาง, สันกำแพง  โทร: 087-177-0523

ร้านที่กระแสกำลังมาเลยตอนนี้ เป็นร้านอาหารไทยที่ค่อนข้างถูกจริตคนหลายกลุ่ม อาหารหน้าตาสะสวยถูกใจชาวโซเชียล สถานที่ร่มรื่นถูกใจนักท่องเที่ยว รสชาติถูกปากคนทานอาหารรสแปลกลิ้น จุดเด่นของร้านนี้ไม่ได้มีแค่ข้าว 5 สี ผลิตผลจากเทือกสวนไร่นาของร้าน  ยังมีห่อหมกอันดามัน กุ้งชุบข้าวทอด และข้าวตังมัสมั่นไก่ ทานแค่หนแรกก็ติดใจหัวปักหัวปำ คือดีงามตั้งแต่บรรยากาศร้าน สถานที่ การบริการ และความคุ้มค่า ถึงแม้จะอยู่ไกลจากตัวเมืองออกไปหน่อย แต่ถ้าดั้นด้นมาถึงที่ ก็นับว่าคุ้มค่า ถ้าวางแผนจะมาที่ร้านในช่วงหน้าเทศกาล แนะนำให้โทรจองก่อนนะครับ อ้อแล้วอย่าลืมร้านเขาปิดทุกวันพุธนะขอรับ เปิดรับออเดอร์ตั้งแต่ตอน 10 โมงเช้ายาวไปถึง 5 โมงเย็นครับ

มีนา1
ข้าว 5 สี
มีนา2
ห่อหมกอันดามัน
มีนา3
เมนูอาหารเพื่อสุขภาพร้านมีนา

5. สุดยอดร้านอาหารสายดอก : Woo Cafe

 (กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2561)

ที่อยู่: 80 ถนนเจริญราษฎร์ ใกล้วัดเกตการาม โทร: 094-931-2426

ร้าน Woo Cafe Art Gallery & Lifestyle Shop ถือเป็นร้านคาเฟ่ยอดนิยมที่ไม่เคยเสื่อมมนต์ขลังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นี่สิเรียกว่าของจริง เพราะแวะมากี่ที ปริมาณลูกค้าไม่ได้ลดถอยลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยเท่านั้น เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนก็มากันฮึมเหมือนกัน ครั้งล่าสุดที่ไปคือโต๊ะสำหรับกรุ๊ปนี่หาแทบไม่ได้เลย ทั้งโซนด้านในและด้านนอก ต้องยอมรับว่าร้านนี้เขามี Magnet หลายตัว แม่เหล็กที่ดึงดูดเข้าร้านอันแรกเลยคือ ความร่มรื่นสวยงามของร้านที่ประดับประดาด้วยดอกไม้สด และไม้เลื้อยนานาชนิด นี่เป็นที่มาที่ไช้ชวนชิมจัดร้านนี้เป็นร้านสายดอกที่แท้ทรู แม่เหล็กตัวที่สองคือ เมนูอาหารมีความครีเอท ออกฟิวชั่นนิดๆ แถมยังสวยงามตระการตาเหมาะกับการถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง (เมนูอลังสุดเห็นจะเป็นข้าวยำ ซึ่งไม่ใช่อาหารเหนือแต่อย่างใด) แม่เหล็กตัวที่สามคือ นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว ยังมีของหวานน่ากินอยู่หลายตัว แถมเครื่องดื่มก็ไซส์ใหญ่อีกต่างหาก (คนนิยมสั่งเค้กส้ม แอปเปิ้ลครัมเบิ้ล และคาปูชิโน่เย็น) และแม่เหล็กอีกตัวคือ Art Gallery และของตกแต่งบ้านทำให้ร้านคาเฟ่ร้านนี้เก๋ขึ้นไปอีก แม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะมาเพราะอาหารและเครื่องดื่มก็ตาม

Woo Cafe1
อาหารทานเล่นที่ Woo Cafe
P2160781
เค้กส้ม Signature Dessert ของทางร้าน

6. สุดยอดร้านอาหารบุฟเฟต์ : Tengoku de Cuisine

 (กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2558)

ที่อยู่: 55/8 หมู่1 ซ.วัดบวกครกหลวง ถ.เชียงใหม่-สันกำแพง โทร: 053-851-133

สำหรับคนที่ชอบทานอาหารเชิงปริมาณ ที่เชียงใหม่มีให้เลือกหลายแนวทั้งบุฟเฟต์สไตล์เกาหลี (เมียงดง) บุฟเฟต์ขนมจีน (บ้านเจ็ดยอด) อาหารทะเล (อันดามันซีฟู้ด) แต่ที่แนะนำบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นร้านนี้เพราะไม่เพียงแต่คุ้มค่าเชิงปริมาณเท่านั้น แต่ยังใจป้ำเรื่องคุณภาพ ได้ทานเนื้อปลาสดๆ และอาหารอีกหลากหลายชนิดที่เลือกกินได้ไม่อั้นแบบที่ชอบที่ชอบโดยไม่ต้องลุกออกไปตักเพราะที่นี่รับออเดอร์ถึงโต๊ะ Tengoku สาขาแรกตั้งอยู่เยื้องๆ กับ รร.ดาราเทวี ยังมีอีกที่ๆ ถนนนิมมาน และสาขาล่าสุดอยู่ไกลลับแลถึงสันกำแพง จากประสบการณ์ครั้งล่าสุด จ่ายไปหัวละ 800 บาทสิ่งที่ได้กลับมา ซาชิมิชิ้นหนาๆ อร่อยเต็มคำ ยังไม่นับรวมข้าวหน้าต่างๆ อาหารปิ้ง ย่าง และ Hot Pot อีก แนะนำให้กินซาชิมิเป็นหลัก ถ้าเป็นปิ้งย่างให้ลองมะเขือม่วงราดซอส ข้าวหน้าเนื้อ/ไก่ ของทอดและข้าวปั้นยังไม่ถึงกับอร่อยเวอร์ อิ่มนี้ดีหนักหนา ตัวร้านสถานที่โดยเฉพาะห้องส่วนตัวนี่เทพมาก บริการก็ดี๊ดี พูดแล้วอยากกลับไปซ้ำ

PC117875
Sashimi Set

7. สุดยอดร้านบุฟเฟต์ขนมหวาน : Dhara Dhevi Cake Shop

 (กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2561)

ที่อยู่: 51/4 หมู่ 1 ถนนเชียงใหม่-สันกำแพง โทร: 053-888-888

แต่ก่อนแต่ไรไช้ชวนชิมชอบมานั่งชิลล์จิบกาแฟกินของหวานที่นี่ โดยเฉพาะการมาเพื่อเซ็ตโปรโมชั่นราคาพิเศษ ตกประมาณ 160 บาท ซึ่งจะรวมขนมหวาน (Dessert of the day) เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น แต่ถ้ามาเป็นคู่ จะลองเลือกทานแบบ Afternoon Tea Set ก็ได้ ราคาตกประมาณหนึ่งพันบาทต่อ 2 คน สำหรับคนที่รักของหวานเป็นชีวิตจิตใจ มีกระเพาะพิเศษในการย่อยเค้กและไอศกรีม เซ็ตบุฟเฟต์ขนมหวานเขาจะมีเสิร์ฟที่ห้อง Kasalong เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 13:00-18:00 น. ราคา 550 บาท NET (ในเซ็ตจะมีของคาวบ้างนิดหน่อย พวกมินิเบอร์เกอร์ พาย และแซนด์วิช) ถือเป็นการยั่วกิเลสมากๆ เพราะในเซ็ตสามารถทั้งสั่งเครื่องดื่ม ทานไอศกรีม มาการอง มูสเค้ก ฟองดูได้ไม่อั้น ใครที่อดใจไม่ไหวแนะนำให้งดอาหารคาวยามเที่ยง แล้วใช้เวลา 2 ชั่วโมงดื่มดำกับอาหารคาวหวานให้น้ำตาลสูบฉีดทั่วร่างกาย ในกรณีที่ไม่ต้องการดั้นด้นไปไกลถึงเชียงใหม่-สันกำแพง จะแวะมาจิบชากินมาการองเก๋ๆ ที่ห้าง Maya ก็ได้ บรรยากาศไม่ถึงกับดีเลิศมาก แต่ก็พอได้อยู่

PC117841
บุฟเฟต์ของหวานที่ห้องกาสะลอง Dhara Dhevi
Daradhevi1
จิบชายามบ่ายที่ Dhara Dhevi

8. สุดยอดร้านอาหารเช้า: โจ๊กต้นพยอม

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2558)

ที่อยู่: หน้าตลาดต้นพยอม ถ.สุเทพ โทร: 053-277-055, 080-995-4555

ร้านโจ๊กร้านนี้เป็นที่พูดถึงมากที่สุดแห่งหนึ่ง บ้างก็เรียกว่าโจ๊กในตำนานเพราะมีคนดังมาชิมมากมาย บ้างก็ว่าเฉยๆ นะ เอาเป็นว่าลองชิมดูละกันครับ ผมว่ารสชาติใช้ได้เลยเมื่อเปรียบเทียบกับอีกหลายเจ้าที่เคยไปชิมมา ที่ประทับใจอีกอย่างคือการบริการ หน้าตายิ้มแย้มเรียกแขกมากเลย อย่าลืมสั่งปาท่องโก๋กับเต้าหู้ทอดมากินด้วยแบบขำๆ ถ้ายังไม่ถูกใจล่ะก็ จะลองแวะไปชิมร้านข้างๆ ก็ได้นะ โจ๊กศรีพิงค์ ขายเมนูคล้ายๆ กัน มีเกาเหลา ต้มเลือดหมู ข้าวหมูแดง หมูกรอบด้วย (แต่เมนูนี้ไม่ขอเชียร์นี้ เคยกินแล้วไม่เวิร์ค) ถ้าลองทั้ง 2 ร้านนี้ยังไม่โดน ลองข้ามไปอีกฟากนึง แวะไปกินที่ร้านนี้ครับ ร้านโจ๊กสมเพชร เปิดขายอยู่แถวคูเมือง (เมนูเด็ดของที่นี่กลับเป็นข้าวน่องไก่อบ) ส่วนอีกร้านคือโจ๊ก เกาเหลา ต้มเลือดหมู จิงจูไฉ่ ก็อยู่บนถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ร้านนี้ช่วงเช้าๆ คนก็แน่นไม่แพ้กันเลย

Tonpayom

9. สุดยอดร้านอาหารข้างทาง: สุกี้ช้างเผือก (ก๋วยเตี๋ยวโคคา) 

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2557)

ที่อยู่: ถนนมณีนพรัตน์ (ช้างเผือกแถวคูเมือง) โทร: 081-594-6597

หมวดนี้เป็นอะไรที่หนักใจมากและเสี่ยงมากต่อการโดนด่าว่าลิ้นไม่ถึง เนื่องจากร้านอาหารข้างทางที่พูดถึงในเชียงใหม่มีนับพันร้าน ตั้งแต่ร้านรถเข็นขายบะหมี่เกี๊ยว ข้าวหมูแดง ข้าวหน้าเป็ด ผัดไทย ข้าวแกง อาหารจานเดียว ไปจนร้านห้องแถวที่ตั้งอยู่ในตรอกเล็กซอยน้อย เอาเป็นว่าใครพักอยู่ใกล้แถวไหน ก็ลองเปิบพิศดารหาของกินใกล้ๆ ดู เท่าที่เดินสำรวจมา ร้านอาหารข้างทางมักเกาะกลุ่มอยู่ใกล้ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยว เช่นถนนคนเดินทั้งที่วัวลาย และท่าแพ ส่วนรอบๆ คูเมืองก็จะมีเป็นหย่อมๆ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาไช้ชวนชิมยกให้ ก๋วยจั๊บน้ำข้น อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เป็นร้านที่คู่ควรต่อการปักหมุด เพราะชอบในความน้ำใสที่เผ็ดร้อน (แต่ที่นี่เรียกน้ำข้น) แล้วก็หมูกรอบและไส้อ่อนยัดไส้อร่อยมาก อีกร้านที่อร่อยไม่แพ้กันแต่ขับรถไปจะหาที่จอดรถยากหน่อยคือ ร้านก๋วยจั๊บช้างม่อยตัดใหม่ ในซีซั่นนี้ขออนุญาตดันร้านอื่นขึ้นมาแทนที่ร้านก๋วยจั๊บทั้ง 2 ไช้ชวนชิมขอนำเสนอช้างเผือกในหมวดสตรีทฟู้ดอันได้แก่ สุกี้และข้าวข้าหมูช้างเผือก ในส่วนของร้านสุกี้ช้างเผือกนั้น เป็นอะไรที่เก่าแก่พอสมควร ในละแวกนี้มีร้านรถเข็นตั้งอยู่ใกล้กันหลายร้าน แต่ร้านโคคาสุกี้ช้างเผือกนี่ขายดีสุดแล้ว (จริงๆ ร้านนี้มีอยู่อีกหนึ่งสาขา ซึ่งดูโมเดิร์นกว่า แถมอยู่ใกล้ มช.เลยได้ชื่อว่า สุกี้ช้างเผือก หลัง มช.) ถ้าถามผมระหว่างสุกี้น้ำและสุกี้แห้งชอบแบบไหนมากกว่า ตอบได้เลยว่าแห้งโดยเฉพาะแห้งหมู แต่ก็อยากกินน้ำด้วย สุดท้ายสั่งมาทั้ง 2 ชามเลย ถ้ายังพอมีใจกินต่อได้อีก ให้เดินต่อไปอีกประมาณ 13 ก้าวจะเจอเจ๊คนสวยยืนสับขาหมูอยู่หน้าเขียง คนแห่กินกันเต็มไปหมด ส่วนใหญ่หาใช่เป็นคนไทยไม่ คนจีนล้วนๆ เลยครับท่าน พนักงานรับออเดอร์นี่พูดภาษาจีนได้คล่องปร๋อเลย จัดไปอีกหนึ่งชาม ขาหมูช้างเผือก อิ่มแล้วนอนเรอได้

PB284767
ก๋วยจั๊บ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
สุกี้ช้่างเผือก1
ในละแวกนี้ก็เห็นมีแต่ร้านนี้ที่ขายดีสุด
สุกี้ช้างเผือก2
ขอแนะนำเมนูสุกี้แห้งหมู
ขาหมูช้างเผือก
ข้าวขาหมูช้างเผือก

10. สุดยอดร้านอาหารเพื่อสุขภาพ: สวนผักโอ้กะจู๋

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2561)

ที่อยู่: 121 (สาขาสันทราย) โทร. 081-980-2416, 083-016-4405 (สาขานิมซี่เดลลี่) โทร. 092-268-6639

ณ เวลานี้กระแสของร้านสวนผักโอ้กะจู๋ยังแรงอยู่ ที่กรุงเทพฯ ตอนนี้มีอยู่ 3 สาขาคือที่สยาม สยามแสควร์วัน และเดอะเซอร์เคิลราชพฤกษ์ มีอยู่ทริปนึงตอนบินไปเชียงใหม่เมื่อตอนปลายปี 60 แวะไปที่ร้านสวนผักโอ้กะจู๋สาขานิมซี่ ปรากฎว่าคนมากมายมหาศาลเจอไป 100 กว่าคิวจนต้องถอยกรูดไปตั้งหลักใหม่ แวะไปแก้ตัวอีกทีตอนต้นปีนี้ คราวนี้เลือกช่วยเวลา off-peak เลยจ้า เพราะเราไม่สามารถเบียดฝูงชนได้ ทั้งๆ ที่ตัวร้านก็ออกจะมีพื้นที่กว้างขวาง แต่ไม่รู้ลูกค้ามาจากไหนกันเพียบเลย ถ้าเทียบกับร้านสลัดทั่วๆ ไป ร้านนี้เสิร์ฟอาหารมาค่อนข้าง  portion ใหญ่พอควร เมนูสลัดแบบเลือกมิกซ์เองราคาสมเหตุสมผลมาก แต่ด้วยความง่ายของคุณลูกค้า ส่วนใหญ่จะเลือกสั่งเมนูที่มิกซ์มาให้เสร็จเลย เช่น สลัดผลไม้ เมนูสะพานโค้ง (ซี่โครงหมูบาร์บีคิว) เป็นเมนูยอดนิยมที่สั่งกันแทบทุกโต๊ะ เพื่อความอิ่มอร่อยและสนุกสนาน ขอแนะนำให้มาทานกันเป็นแก๊งค์ จะได้สั่งอาหารได้หลากหลายหน่อย และไม่ต้องสั่งกันครบทุกคนนะครับกลัวจะทานไม่หมดกันครับ ส่วนร้านที่มาก่อนอย่าง The Salad Concept (มีสาขาทั้งที่คูเมืองและบนถนนนิมมาน) และ Salad Terrace (ร้านนี้อยู่เส้นช้างเผือก) ราคาย่อมเยาดีครับ อ้อ มีหลายคนแอบกระซิบมาว่า ร้ายพันพรรณ วัดสวนดอก ก็เวิร์คครับ ร้านเปิดถึงประมาณ 4 โมงเย็น ถ้าใครอยู่โยงทำธุระแถวนั้นต่อ ขอบอกว่าวิวพระอาทิตย์ตกที่วัดสวนดอกสวยมาก ๆ ครับ มีอีกร้านนอกกระแส แต่เคยไปกินแล้วประทับใจคือร้าน Little Cook Cafe อยู่ในโครงการสหศรีภูมิเพลสครับ

P1148519
สะพานโค้ง
P1148514
สลัดผลไม้

11. สุดยอดร้านเบอร์เกอร์ : Rock Me Burgers

 (กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2559)

ที่อยู่: ถนน ถนน ลอยเคราะห์ (หน้าโรงแรมเรือนระมิงค์) ย่านคูเมือง โทร: 089-852-8801

ถ้าพูดถึงเมนูเบอร์เกอร์ แทบไม่มีร้านไหนเบียดร้าน Rock Me Burgers ไปได้ ขายดิบขายดีมาหลายปีติด ครั้งที่มาลงงานวิ่งมาราธอนที่เชียงใหม่ก็พาเพื่อนมาโหลดที่นี่ เพราะอยู่ห่างจากประตูท่าแพซึ่งเป็นจุดปล่อยตัวไม่เท่าไหร่ วันนั้นสั่งอาหารไปเยอะมาก ทั้ง Caesar Salad, Fish & Chips แล้วก็สารพัดเบอร์เกอร์ เท่าที่จำความได้ก็มีตัวนี้แหละ Rocking on Heaven ไป (180 บาท) ที่ชอบเป็นพิเศษ ในเซ็ตสามารถเลือกได้ว่าจะทานเป็นหมูหรือเนื้อ ถ้าอยากจัดหนักรู้สึกจะสามารถสั่งเป็นแบบ Double ได้ด้วย แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเบอร์เกอร์ก้อนนึงมันไม่เล็กเลยนะ ใครที่สามารถกินหมดคนเดียว แนะนำให้วันรุ่งขึ้นวิ่งรอบคูเมืองได้เลย

Rockme1
rocking on heaven
rockme2
Pork Ribs
rockme3
Burgers & ETC

12. สุดยอดร้านอาหารพิซซ่า: Street Pizza & The Wine House

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2561)

ที่อยู่: ถนนท่าแพ (ใกล้ทางแยกไนท์บาซาร์) โทร: 085-073-5746, 053-285-008

ไม่รู้ไปอยู่ไหนมา ไม่คิดว่าจะมีร้านพิซซ่าดีๆ อยู่ในโลเกชั่นที่ดีขนาดนี้ ดูจากชื่อทีแรกนึกว่าเป็นร้านพิซซ่ารถเข็น ที่ไหนได้เป็นร้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนอาคารเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่ จุดเริ่มต้นของร้านนี้มาจากการออกบูทที่เขาใหญ่ แล้วขยับขยายมาทำร้านที่กรุงเทพฯ ก่อนจะมูฟมาเชียงใหม่ราวๆ ปี 2012-2013 เมนูหลักของที่นี่ก็คือพิซซ่า มีให้เลือกทั้งหมด 25 หน้า ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ถาดละ 209 บาท ถึง 309 บาทสำหรับถาด 10 นิ้ว และ 229-369 บาทสำหรับถาด 12 นิ้ว หน้าที่ขายดีที่คนส่วนใหญ่แนะนำคือเบอร์ 13 พิซซ่าหน้าวัด อันประกอบด้วยซอสมะเขือ ไส้กรอก เบคอน ใบโหระพา พริกแห้ง และชีส mozzerella หลังจากได้ลองชิมแล้ว ชอบเหมือนกันนะ รสชาติเจ้มจ้น จัดจ้านดี ถ้ากลัวอ้วนก็ไม่แนะนำเพราะเบคอนแผ่หรามาเป็นแถวๆ เลย ส่วนเมนูอาหารทานเล่นที่ชอบมากสุดเห็นจะเป็น Zucchini Fries ไม่น่าเชื่อว่าการนำผักมาทอดให้เหลืองกรอบแล้วกินคู่กับ dipping sauce คล้าย thousand island มันจะดีงามเยี่ยงนี้

IMG_2283
พิซซ่าหน้าวัด
IMG_2281
zucchini fries

13. สุดยอดร้านอาหารไทย: ครัวอาจารย์สายหยุด

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2557)

ที่อยู่: ถนนศรีลานนา 2/5 ถนนช้างเผือก โทร: 053-211-848

ผมได้ค้นพบร้านอาหารไทยร้านหนึ่งจากคำแนะนำของคนพื้นที่ เห็นว่าร้านนี้ฝีมือระดับอาจารย์แม่เลยต้องแวะมาชิมถึงที่ ร้านนี้อาจจะหายากซะนิดนึง เพราะไม่ได้ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักจึงเป็นคนในพื้นที่และข้าราชการที่ทำงานอยู่ในย่านนี้ ไช้ชวนชิมขอบอกเลยว่าหาอาหารเหนือประเภทน้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม ข้าวซอย ขนมจีนนั้นหาทานง่าย แต่จะหาอาหารไทยรสแซ่บแบบฉบับคนใต้นั้นหาทานยากมาก ถ้าแวะมาร้านนี้แนะนำให้สั่ง น้ำพริกไข่ปู ผัดไทย แกงคั่วหอยขม ส่วนเมนูวิจิตรบรรจงที่พลาดไม่ได้คือช่อม่วงจับจีบซะสวยงามจนไม่กล้ากินเลยทีเดียว มันเชื่อมก็เช่นกันแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ทานกับกะทิสด ฟินสุดๆ ถ้าเกิดอยากทานเมนูพิเศษ แนะนำให้โทรจองก่อนนะครับเพราะแต่ละอย่างต้องใช้เวลานานในการประดิดประดอย เห็นแล้วหิวเลยใช่มะ

P7260452

P7260440

P7260459

14. สุดยอดร้านริมปิง: Klerm Coffee

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2561)

ที่อยู่: ถนนช้างคลาน (ติดกับโรงแรมรติล้านนา) โทร. 053-283-799

ร้านอาหารริมน้ำปิงมีอยู่หายแห่งไม่ว่าจะเป็น Good View, The Riverside Bar & Restaurant, สามเสนวิลล่า อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าพูดถึงความเด็ดแบบ unseen (เนื่องจากร้านหาเจอค่อนข้างยาก) ไช้ชวนชิมยกให้ร้านเลิศรส ใต้ร่มมะเฟือง ร้านนี้จะได้อารมณ์เหมือนร้านข้าวต้ม + ร้านซีฟู้ด + ร้านอาหารตามสั่ง ที่ดันมาตั้งอยู่ริมน้ำปิง หน้าร้านออกจะดูไม่ค่อยรับแขกเท่าไหร่ เพราะมันว่างเปล่า ไร้ป้ายบอกทาง ลึกลับมากๆ ต้องเดินทะลุครัวเข้ามา จึงได้ถึงบางอ้อว่ามันมีที่นั่งประมาณ 10 กว่าโต๊ะอยู่หลังร้าน พอได้ลองสั่งเมนูแนะนำของร้านไปหลายจาน ต้องยอมรับว่าถูกปากพอสมควร โดยเฉพาะ เนื้อปูอบมาม่า กุ้ง/ปูผัดพริกไทยดำ ส่วนอีกร้านที่ไช้ชวนชิมขอนำเสนอคือร้าน Klerm Coffee เป็นร้านกาแฟก็จริง แต่ข้างๆ กันมีร้านอาหารชื่อ Time to chair ด้วย วิวตรงที่นี้ถือว่าสุดยอดมาก เนื้อที่บริเวณร้านกว้างขวาง แต่ในช่วงพีคๆ นี่หาที่จอดรถยากเลย ส่วนความร่มรื่นต้องยกให้เขา มีทั้งสนามหญ้า มีทั้งวิวน้ำปิง แถมแต่งร้าน เครื่องดื่มและขนมสวยอีกด้วย เหมาะมากสำหรับคู่รักและการคุยงาน

PB274718
เนื้อปุอบมาม่า ร้านเลิศรส
PB274734
ก้ามปูผัดพริกไทยดำ
Klerm1
เครื่องดื่ม Ice Pop อัญชันมะนาว และชาเขียว ร้านเคลิ้ม คอฟฟี่
Klerm2
carrot cake ร้านเคลิ้มคอฟฟี่

15. สุดยอดร้านนั่งชิลกินของหวาน: Cheevit Cheeva

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2561)

ที่อยู่: สาขาถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 7 โทร. 092-626-9965, สาขานิ่มซี่เดลี่ ถนนมหิดล โทร. 087-727-8880

เคยยกหมวดนี้ให้ร้าน iBerry เพราะได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย แต่มาพักหลังร้านนี้ถูกชาวจีนยึดครองพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวไทยเลยต้องกระจายตัวไปที่อื่น ถ้าเป็นร้านของหวานออกแนวเด็กหน่อย คนก็จะไปกินกันที่ Sofuto Cream เพราะราคาย่อมเยา สามารถเลือก mix & match ขนมชนิดต่างๆ กับผลไม้และไอศกรีม ร้านนี้เขาเอาใจนักศึกษาถึงขั้นเลือกทำเลอยู่แถวหลังมอ แล้วปิดซะดึกเชียว 5 ทุ่มโน่น แต่ถ้าพูดถึงร้านสุดฮิตที่เจาะกลุ่มผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ก็มีร้าน Cheevit Cheeva นี่แหละที่ประทับใจหลาย ร้านนี้ไม่เพียงโดดเด่นเรื่องเมนู Bingsu ต้นตำรับอย่าง strawberry cheesecake bingsu เท่านั้น หลังๆ คนหันมากินมะม่วงและชาเขียวกันมากขึ้น ก็รังสรรค์ออกมาได้สุดครีเอท ล่าสุดของล่าสุดไช้ชวนชิมได้ลองเมนูสุดฮ๊อต Bingu Bualoy ถึงกับนอนเพ้อทีเดียว รสชาติกลมกล่อมหอมกลิ่นกะทิ มะพร้าวและไข่เค็ม เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ เอาไปเลย 4 ดาวสำหรับเมนูนี้

ถ้าใครอยากกินไอศกรีมเป็นเรื่องเป็นราว แนะนำร้านนี้เลย JoHoney เป็นร้านไอศกรีมโฮมเมดแถวสันป่าข่อย มีเสิร์ฟ custard pudding, chocolate lava, toast และ crepe คู่กับไอศกรีม ก็กิ๊บเก๋ดีครับ แต่ว่าเดินทางไปยากหน่อย

Cheevit Cheeva1
เมนู Matcha Azuki
Cheevit Cheeva2
เมนูนี้เสิร์ฟมาพร้อมขนมดังโงะ
Cheevit Cheeva3
บิงซูบัวลอย ท้าให้ลองครับ อร่อยฝุดๆ
P5217518
Fruit Crepe with Ice Cream, JoHoney

16. สุดยอดร้านกาแฟ: Ristr8to

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2560)

ที่อยู่: 15/3 ถนนนิมมานเหมินทร์ (ซอย 3) ต.สุเทพ โทร: 053-215-278

ร้านกาแฟในเชียงใหม่มีอย่างเยอะ น่าจะเยอะที่สุดในประเทศแล้วเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ถ้าไม่นับร้านกาแฟสาย mainstream อย่าง Black Canyon, Doi Chang, Wawee หรือแม้กระทั่ง Starbucks ก็มีร้าน Ristr8to นี่แหละที่อยู่ยงและไปไกลมาก ไม่ใช่แค่ระดับท้องถิ่น นี่เขาไปสุดถึงระดับโลกแล้ว ล่าสุดคุณต๋อง Barista คนไทยได้รางวัลล World Latte Art Champion 2017 มาแล้ว บนถนนนิมมานเหมินทร์จะมี Ristr8to อยู่ 2 แห่งสาขาแรกตั้งอยู่หน้าถนนที่เดิม อีกแห่งใช้ชื่อ Ristr8to Lab ตั้งอยู่ในซอยไม่ห่างกันเท่าไหร่

PB254395
Flat White Latte Art เก๋ๆ จากร้าน Ristr8to
ristr8tonew
Latte Art by Ristr8to

ถ้าร้าน Ristr8to ได้รางวัลยอดนิยมและสาขา Latte Art ไปครอง ผมขอให้ Asama Cafe ครองแชมป์ในหมวด Signature Coffee ดีเด่น เมนูนี้มีชื่อว่า Gravity กาแฟแก้วนี้สุดยอดมาก นมไหลเป็นชั้นๆ หวานขมปนกันได้อย่างลงตัว ร้านนี้ออกจะลึกลับนิดนึงเพราะตั้งอยู่ในหมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์ติดกับร้านครัวย่า บนถนนเลียบคันคลองชลประทาน ร้านถัดมาเป็นร้านกาแฟทางเลือก Taste Cafe ที่ความเท่และพิถีพิถันตั้งแต่การคัดเมล็ดจากแหล่งเพาะปลูก ไปจนการคั่ว และการปรับสูตรการชงให้กาแฟมีรสชาติดีและสม่ำเสมอในทุกๆ วัน ที่สำคัญราคากาแฟไม่แพงเอาซะเลย แนะนำให้ชิมกาแฟลาเต้และอเมริกาโนเย็น ร้านนี้อยู่ไม่ไกลนิมมาน ข้างรั้ว มช. และยังมีอีกร้านที่ควรค่าต่อการพูดถึง แค่ได้ชิมกาแฟไปอึกเดียวก็หลงรักเลย ร้าน Brewing Room เด่นในเรื่องการนำเสนอกาแฟที่มีรสชาติโดดเด่นและแตกต่าง ได้ลองสั่ง specialty coffee ไปหนึ่งแก้ว ถึงแม้ราคาจะแพงกว่ากาแฟ house blend ของทางร้าน (ตกแก้วละ 115 บาทในขณะที่กาแฟทั่วไปราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 65 บาท) แต่รสชาติมันละมุนหอมกรุ่นมาก แนะนำให้ทานคู่กับขนม chiffon crepe cake

P2140237
Gravity เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Asama Cafe
Taste Cafe3
Iced Latte & Americano จากร้าน Taste Cafe
Brewing room1
Specialty Coffee จากร้าน Brewing Room

17. สุดยอดร้านขนมหวานยามบ่าย: Khagee

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2560)

ที่อยู่: ถนนเชียงใหม่-ลำพูน (ปากทางเข้าร้าน Love at First Bite) โทร. 082-975-7774 

เซียนขนมหวานต่างยกให้ร้านขจีเป็นร้านขนมหวานในดวงใจ หน้าตาอาจดูเรียบร้อยแต่ว่ารสชาติดูแพง อย่างขนม Canelé (อ่านว่ากานาเล่) ใช่ว่าจะหาทานได้ทั่วไป แถมทำยากเสียด้วย Scone ก็เช่นเดียวกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเมนูยอดนิยมถูกปากคนไทยกลับไม่ใช่ทั้ง 2 เมนูที่ว่า แต่เป็น Melon bun, Custard Cream bun และ Berry Banana Bread ซะงั้น

ส่วนใครที่กำลังมองหาร้านเบเกอรี่ของแท้และดั้งเดิม ไม่เน้นหน้าตาและบรรยากาศร้าน ขอแนะนำ เค้กบ้านเปี่ยมสุข อยากให้ลิ้มลองพายมะพร้าวอ่อน อร่อยสุดใน 3 โลก พายมะม่วงก็ใช้ได้ แต่โดยส่วนตัวชอบมะพร้าวมากกว่าครับ

P5217487
Khagee

18. สุดยอดร้านงานคราฟท์ดูดีมีดีไซน์: Graph Cafe

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2561)

ที่อยู่: (สาขาแรก) ถนนราชวิถึ ซอย 1, (Graph Table) ถนนมูลเมือง และ (สาขาวันนิมมาน) โทร. 086-567-3330

ร้านอาหาร ร้านขนมและเครื่องดื่มในจังหวัดเชียงใหม่หลายร้านมีความเป็นศิลปินสูงมาก คือไม่ใช่แค่แต่งร้านดูดี แต่พยายามออกแบบเมนูอาหารและเครื่องดื่มให้ได้ทั้งอาหารตาและอาหารปากไปพร้อมๆ กัน ถ้าเป็นแต่ก่อน ร้าน Nimmannian Club จะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในเรื่องงานดีไซน์เครื่องดื่มให้เหมือนเสพงานศิลปะ ตั้งแต่ปิดตัวไป ก็มีร้าน Graph Cafe นี่แหละที่พอจะเข้าข่ายที่ว่านี้ คือเขาไม่ได้ขายแค่กาแฟอย่างเดียวสิ พยายามผสมโน่น เติมนี่ ให้เมนูเครื่องดื่มมีความแปลกแหวกแนว สาขาดั้งเดิมอยู่ที่ถนนราชวิถี ตัวร้านอาจไม่ใหญ่มากนัก เน้นขายเครื่องดื่มเป็นหลัก ส่วน Graph Table จะเป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนที่มีเสพเมนูเครื่องดื่มด้วย คราวนั้นได้ลองเมนูนึงชื่อว่า Monochrome เป็นเมนูกาแฟเย็น ผสมชาร์โคลและกลิ่นวนิลาลงไป ให้รสชาติที่ละมุนดีครับ ส่วนสาขาน้องใหม่ตั้งอยู่ที่โครงการ One Nimman ร้านค่อนข้างจะดาร์กๆ นิดนึง แต่บรรยากาศดีมาก สำหรับ Coffee Hopper แล้ว Graph Cafe เป็นหนึ่งในร้านที่ควรมาลิ้มลองเพื่อเข้าใจอรรถรสและจินตนาการในการรังสรรค์เมนูเครื่องดื่ม มากไปกว่านั้นเห็นว่า Graph เขายังอยู่เบื้องหลังของการออกแบบร้านกาแฟอยู่หลายร้านทีเดียว

IMG_0646
Monochrome by Graph

มีอีก 2 ร้านที่เป็นร้านน้องใหม่ ถึงจะไม่เก๋าเท่าแต่บาริสต้าทั้งสองนั้นหน้าตาดีไม่ใช่น้อย ร้านแรกมีชื่อว่า ABCD: A Better Cup & Design ชื่อก็บอกอยู่แล้วเน้นงานคราฟท์ ได้ลอง Signature Drink ไป 2 ตัว บอกได้เลยว่าอย่างโดน โดยเฉพาะเมนูที่มีชื่อว่า Prang มีส่วนผสมหลักเป็นมะยงชิด ซึ่งเป็นเครื่องดื่ม Limited Edition ของฤดูกาลนี้ ใครพลาดไปก็ลองสั่ง signature drink ตัวอื่นดูครับ มีให้เลือกประมาณ 5-6 เมนู

ABCD1
In the making of signature drink: Prang
ABCD3
Prang: Mocktail drink

ส่วนอีกร้านเป็นร้านน้องใหม่กว่า เพราะเพิ่งเปิดตัวไปช่วงปลายเดือนเมษายนปี 2561 มีชื่อร้านว่า Around 18 grams  เมนู Signature Drink ที่ได้ลิ้มลองไปเป็นตัวที่เพิ่งชนะการประกวด Thailand Creative Barista: Northern Region มีชื่อว่า Moonless Love มีส่วนผสมหลักเป็นกาแฟผสมกับกระเจี๊ยบและเมล็ดผักชี

around18grams2
The Making of Signature Menu
aroun18grams1
Signature Drink: Moonless Love

19. สุดยอดร้านเชฟดีกรีระดับแชมป์: Monkey’s Kitchen

ที่อยู่: ซอยหมู่บ้านคุ้มนครพิงค์ 1 (ใกล้กองบิน) โทร: 080-505-1132

จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ฝังตัวของเชฟเก่งๆ มากมาย แต่น้อยคนมักจะรู้ว่าเชฟฝีมือระดับท๊อปๆ นี่ประจำอยู่ที่ร้านไหนบ้าง ยิ่งถ้าเป็นร้านแนว Chef’s Table คงยิ่งยากต่อการเข้าถึง เพราะถือเป็นร้านอาหารประเภท fine dining เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน จนกระทั่งไช้ชวนชิมได้มีโอกาสตามรอยเชฟเมย์ พัทธนันท์ ที่มีดีกรีถึงรองแชมป์จากรายการ Top Chef Thailand มายังร้านอาหารที่มีชื่อว่า Monkey’s Kitchen ร้านนี้จู่ๆ ก็ฮิตชั่วข้ามคืน เปิดขายวันอังคาร-อาทิตย์ วันละ 2 รอบ คือ 11:00-14:30 น. และ 17:00-22:00 น. แนะนำให้โทรจองล่วงหน้านะครับ จะได้ไม่ไปเก้อ เมนู Signature ของที่นี่ที่ไช้ชวนชิมกินแล้วติดใจคือ เกี๊ยวห่อชีสปู และ พาสต้าผัดครีมซอสต้มยำกุ้ง ความดีงามของร้านนี้อีกอย่างคือเมนูแต่จะจานตั้งราคาสมเหตุสมผลมาก

Monkey Kitchen1
พาสต้าต้มยำกุ้ง

20. สุดยอดร้านพรีเซนเทชั่นดีเด่น: Cuisine de Garden

(กินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2560)

ที่อยู่: 99 หมู่ 1, ซอยบ้านสันป่าสัก, ต.หนองควาย, อ.หางดง โทร: 053-441-599, 081-774-1479

Cuisine de Garden เป็นร้านอาหาร Fusion แนว Molecular Gastronomy ไช้ชวนชิมพบร้านนี้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2556 ตั้งอยู่ซะไกลผู้คนขนาดต้องดั้นด้นมากิน ตื่นตาตื่นใจกับทุกเมนูอาหารที่เชฟได้ประดิษฐ์มาให้เราทาน ยังแอบคิดว่าทำไมร้านนี้ถึงไม่ได้รับการเสนอชื่อให้อยู่ใน Michelin Guide เมื่อมีใครถามผมว่าร้านไหนที่อยากให้ลิ้มลองถ้ามีโอกาสได้มาเยือนเชียงใหม่ ร้าน Cuisine de Garden มักจะติดอยู่ใน top 5 เสมอ ถึงแม้ราคาต่อหัวจะแพงกว่ามื้อทั่วๆ ไป ตีซะ 1,200 บาท/หัว แต่เชื่อแน่ว่าอาหารแนวนี้กินที่กรุงเทพฯ ต้องแพงกว่านี้มาก เทียบกับร้านอื่นๆ ผมจะเขียนรีวิวถึงร้านนี้ค่อนข้างบ่อยมาก ลองมาแล้วทั้งที่เชียงใหม่ และลามมาถึงสาขาเปิดใหม่ที่กรุงเทพฯ ด้วย (อยู่แถวเอกมัย) เมนูของร้านนี้จะถูกสลับสับเปลี่ยนไปตามแต่ฤดูกาล แต่ก็จะมีบางเมนูที่ได้ขึ้นทำเนียบเมนูกึ่งประจำของร้าน ซึ่งได้แก่ Terrarium (สลัดรมควัน), The Nest (ไข่ลวก 65 องศา), แล้วก็ Sphere (น้ำผลไม้ในรูปทรงกลม) อ่านรีวิวฉบับเต็มของร้าน Cuisine de Garden ได้ที่นี่ครับ

แถมให้อีกร้านสำหรับคนชอบทานอาหารจานสวย ร้าน Ginger Farm Kitchen เป็นอีกร้านที่ใส่ใจเรื่องการประดับประดาสำรับอาหารให้มีหน้าตาหน้าทาน มีขายทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ ผลิตผลหลายอย่างได้มาจากฟาร์มออร์แกนิคของตัวเอง ร้านดั้งเดิมตั้งอยู่แถวคูเมือง และมีร้านเปิดใหม่ล่าสุดอยู่ในโครงการ One Nimman ด้วย

P5073189
From Coast to Coast
thenest
The Nest เมนูอาหารสวยงาม รสชาติเลิศของร้าน Cuisine de Garden
IMG_0634
ออร์เดิร์ฟจากร้าน Ginger

Bonus*** ร้านนอกลิสต์

นอกจากนี้ยังมีอีกตั้งหลายร้านที่อยากจะเพิ่มชื่อเข้าไป แต่กลัวเสียคอนเซปต์ ก็เลยขอแยกลิสต์ออกมาต่างหากแอบห้อยท้ายเป็นทางเลือกให้เพื่อนๆ ละกันครับ ถ้าใครอยากไปทานอาหารจีน ผมแนะนำ แยงซีเจียง (ให้ลองซาลาเปาใส้เนื้อทราย กับเป็ดย่างหนังกรอบ), ยอดอร่อย, เหมยเจียง และ เจี่ยท้งเฮง ถ้าอยากกินหรูขึ้นไปอีกก็ต้อง Fujian ที่ดาราเทวี ส่วนอาหารฝรั่งที่ขอแนะนำคือที่ GiorgioChez Marco ส่วนใครกำลังมองหาอาหารเช้ากิ๊บเก๋ เมนูไข่ Eggs Benedict ให้แวะมาที่ร้าน Smoothie Blues, ตกดึกถ้าใครอยากซดข้าวต้มร้อนๆ ให้ขับรถมาแถวถนนสุเทพแวะร้าน ข้าวต้มย้ง, ส่วนร้านของหวานบ้านๆ ยอดนิยมของไช้ชวนชิมยังคงเป็น ทับทิมกรอบเจ๊อ้วน อยู่ตรงข้ามวัดชัยมงคลครับ

ถ้าเพื่อนๆ ท่านใดอยากติดใจ อยากตามไปชิมร้านฮิปและฮ๊อตให้จุใจกว่านี้ แวะเข้าไปดูบทความก่อนหน้านี้ ที่ผมโพสต์ใน กินแหลก ณ เชียงใหม่ หรือติดตามการรีวิวเมนูอาหารชวนชิมทั่วไทยไปกับ @chaichuanchim บน Facebook และ Wongnai ได้นะครับ ขอได้รับความขอบคุณอีกครั้งที่ตามรอยอัพเดทความอร่อยกันถึงที่นี่ครับ

FB_chaichuanchim

ลิงค์รวมฮิตอาหารดังโดยไช้ชวนชิม

Leave a Reply

%d bloggers like this: