Episode2: My Deer Nara นารา น่ารัก

เพราะน้องกวางแท้ๆ เลยทำให้ต้องดั้นด้นเดินทางไกลมาถึงเมืองแห่งนี้ เมือง Nara แม้จะถูกพูดถึงน้อยกว่า Kyoto และ Osaka อยู่หลาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่านาราเคยเป็นเมืองหลวงในยุคต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นมาก่อน ฉะนั้นเราจึงยังพอซึมซับได้ถึงความขลังและและความเก่าแก่ของสิ่งปลูกสร้างที่มีอายุอานามนับพันปี เนื่องจากผมใช้เวลาค่อนข้างมากอยู่ที่กรุงเกียวโต เลยทำให้มีเวลาเดินเล่นชมเมืองนาราน้อยไปนิดนึง ถึงยังไงก็ตาม ผมขอฝากภาพน่ารักๆ ของน้องกวางมาให้ดูต่างหน้าละกันนะครับ

Todaiji3
น้องเดียร์เฝ้าหน้าวัด Todaiji Temple

จากการรวบรวมข้อมูลจากเวบ Japan-guide.com และ Nara Sightseeing Information Center ทำให้รู้ว่าการมาเที่ยว Nara นั้นง่ายมาก ผมใช้ตั๋ว Kansai Thru Pass นั่งรถไฟสาย Kintetsu (Nara Line) จาก Kyoto Station วิ่งตรงไปที่เมือง Nara ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ขากลับ นั่งรถไฟจากสถานีเดิมกลับมาที่ Osaka จอดที่ Namba Station ก็อีกประมาณครึ่งชั่วโมง เบ็ดเสร็จไปกลับก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ (ศึกษาเส้นทางไม่ว่าคุณจะมาจากสถานีไหนได้จากลิงค์นี้ครับ) อัตราค่าโดยสารไป/กลับด้วยรถไฟชั้นธรรมดาจาก Osaka-Nara หรือ Kyoto-Nara จะตกอยู่ประมาณ 1,200-1,400 Yen ถ้าเป็นขบวนด่วนพิเศษก็จะสูงขึ้นมาเป็น 2,000 Yen ขึ้นไป เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใช้ตั๋ว JR-Pass หรือ Kansai Thru Pass นะครับ (คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อตั๋วแต่ละชนิดจากบทความที่ผมเขียนก่อนหน้านี้ ไปญี่ปุ่นคนเดียว…เตรียมตัวดีไม่มีหลง)

5 สถานที่โดดเด่นเมืองนาราที่คุณไม่ควรพลาด

เมืองเล็กๆ แห่งนี้มีหลายสถานที่ๆ ถูกลิสต์ไว้ให้เป็น UNESCO’s World Heritage Sites แต่สถานที่ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชอบไปมีดังต่อไปนี้ครับ

1. Todaiji Temple

วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองนารา มีพระพุทธรูป Vairocana องค์ใหญ่ (พระไวโรจนะพุทธะ) เป็นที่รู้จักในนามว่า Daibutsu ประดิษฐานอยู่ หอพระธรรม Daibutsuden นั้นเคยถูกไฟเผามาแล้วถึง 2 ครั้ง 2 คราในช่วงสงครามโลก แต่ก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1709 ถึงแม้จะมีขนาดเล็กลงกว่าโครงสร้างเดิม แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ทำด้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วัดนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 8:00-16:30 น. เมื่อคุณไปถึงจะมีกวางน้อยใหญ่คอยต้อนรับเต็มไปหมด ไม่ใช่อะไรหรอก มันรอให้คนมาป้อน Cracker เพียงแค่คุณถือขนมอยู่ในมือ มันจะมาล้อมหน้าล้อมหลังตามตื๊อไม่เลิก หลายคนยอมลงทุนซื้อขนมเพื่อแลกกับการถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ถ้ามันพูดได้มันคงบอกว่า “One picture, One Cracker Please” (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดนี้ได้ที่นี่ครับ)

Todaiji5
ด้านหน้าวัด Todaiji Temple
Todaiji6
ด้านข้างวัด Todaiji Temple
Todaiji1
Daibutsuden Hall ศาลากลางที่ตั้งตระหง่านกลางวัด Todaiji Temple

2. Isuien Garden

Isuien Garden เป็นสวนญี่ปุ่นที่มีความงดงามมาก ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับบริเวณ Todaiji Temple โดยสวนนี้จะแบ่งเป็นสองส่วนคือ สวนด้านหน้าซึ่งมีประวัติยาวนานกว่าเพราะสร้างในศตวรรษที่ 17 ในขณะที่สวนด้านข้างซึ่งมีขนาดใหญ่กว่านั้นถูกสร้างในภายหลังช่วงปี ค.ศ. 1899 โดยพ่อค้ามหาเศรษฐี ข้างๆ สวนจะมีพิพิธภัณฑ์สะสมของเก่าแก่โบราณทั้งจากเมืองจีนและเกาหลี ใครที่มาเที่ยวที่สวนแห่งนี้ สามารถแวะพักนั่งจิบชาได้ตามอัธยาศัย เพราะมี Teahouse ตั้งอยู่ทั่วบริเวณไปหมด (อ่านรายละเอียดและความน่าสนใจของสวนแห่งนี้ได้ที่ลิงค์นี้ครับ) Isuien Garden นั้นเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9:30-16:30 น. นะครับ

3. Nara Park

Nara Park เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 4 ซึ่งเป็น World Heritage Site ของเมืองนารา นั่นคือ Todaiji Temple, Kofukuji Temple, Kasuga Taisha และ Nara National Museum ที่เมืองนี้กวางเป็นใหญ่ เพราะสามารถเดินไปไหนมาไหนได้อิสระเสรี คนและรถราต้องคอยหลบให้ เชื่อหรือไม่ว่าเมืองนี้มีกวางนับพันตัว และดูเหมือนจะเชื่องและไม่กลัวมนุษย์เสียด้วย ถึงยังไงก็แล้วแต่ ก็อย่าไปแหย่มันเข้าล่ะ อาจจะโดนฟาดด้วยเขา หรือถูกขาหน้าดีดไม่รู้ด้วยเออ… ผมแอบเก็บภาพของสวนสาธารณะแห่งนี้มาให้ชมกัน มันเขียวชอุ่มและงดงามราวกับอยู่ที่ทุ่งสะวันนาในแถบแอฟริกาเลยเชียว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nara Park ได้ที่ลิงค์นี้ครับ)

Nara Park
Nara Park อุดมไปด้วยกวาง และทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม
Nara Park2
Nara Park อุดมไปด้วยกวาง และทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม

4. Kofukuji Temple

รองจาก Todaiji Temple ก็เห็นมีวัดนี้ที่ถูกพูดถึงเป็นอันดับรองลงมา เนื่องจากวันที่ไปเมืองนาราเวลาไม่พอ เลยไม่ได้เก็บภาพสวยๆ มาอวดกัน ขอแบ่งปันข้อมูลที่ได้จากแหล่งท่องเที่ยวตามนี้ครับ เจดีย์หรือ Pagoda 5 ชั้นของ Kofukuji Temple กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนารา มีขนาดใหญ่เป็นรองแค่เจดีย์ที่ Toji Temple กรุงเกียวโต ถ้าพูดถึงความเก่าแก่ วัดแห่งนี้ถูกก่อสร้างมาพร้อมๆ กับเมืองนารา เมื่อ 3 ปีที่แล้วเพิ่งจะฉลองครบรอบ 1,300 ปีไปเอง โอ้โหนานมาๆ อ่ะ วัดแห่งนี้เปิดให้เข้าชมในเวลา 9:00-17:00 น. มีค่าเข้าชมสำหรับ National Treasure Museum และ Eastern Golden Hall (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดนี้ได้ที่ลิงค์นี้ครับ)

5. Kasuga Taisha Shrine

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ศาลเจ้า Kasuga Taisha เป็นเป็นศาลหลักเมืองที่มีคนมากราบไหว้มากที่สุดสำหรับเมืองนาราแห่งนี้ ความเก่าแก่ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีอายุยาวนานพอๆ กับตัวเมือง ศาลแห่งนี้ไม่คิดค่าเข้าชม เว้นแต่จะเข้าไปดูโครงสร้างภายในอาคาร ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ศาลแห่งนี้มีชื่อเสียง นั่นคือโคมไฟที่ทำจากหินและทองสำริดที่ถูกห้อยล้อมรอบตัวอาคารกว่า 2,000 อัน ซึ่งจะถูกจุดไฟเพียง 2 ครั้งต่อปีในช่วงเทศกาลโคมไฟในเดือนกุมภาพันธ์และเดือนสิงหาคม ศาลแห่งนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9:00-16:00 น. นะครับ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับศาลแห่งนี้ได้ที่นี่ครับ)

Sightseeing Tips in Nara

ถ้าอยากทำความรู้จักเมืองนาราให้มากกว่านี้ แนะนำให้ลองเดินทัวร์ตามแผนที่ หรือโหลดข้อมูลการท่องเที่ยวจากลิงค์นี้ครับ===> (Nara City Sightseeing Guide)

Nara Sightseeing Map

ของฝากจากน้องเดียร์

Todaiji2
อย่ามองอย่างนั้น
Todaiji8
Shika Senbei (Deer Crackers) เท่านั้นที่ข้าต้องการ
Todaiji7
แล้วพบกันใหม่นะครับ บ๊าย บาย

Journal & Journey (บันทึก & เดินทาง)

Prelude (ปฐมฤกษ์ เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง)

Episode1: Kyoto…I Love You (เมืองแห่งความขลัง)

Episode2: My Deer Nara (เมืองแห่งกวาง)

Episode3: Koyasan…The Miracle of Peace (เมืองแห่งความสงบ)

Episode4: Osaka…Aha Aha I Like It (เมืองแห่งความความบันเทิง)

Episode5: Tokyo…The City I Must Return (เมืองที่ไปแล้วต้องกลับมาอีก)

 

Leave a Reply

%d bloggers like this: