Episode3: Koyasan…The Miracle of Peace โคยะซัง มหัศจรรย์แห่งความสงบ

การได้มาเที่ยว Kyoto และ Osaka ที่นับว่าตื่นเต้นแล้ว พอได้ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ Koyasan ทำให้รู้สึกตื่นเต้นอยากไปยิ่งกว่า Koyasan เป็นอีกหนึ่งเมืองใน Wakayama Prefecture ที่ UNESCO ได้บันทึกไว้ให้เป็นแหล่ง World Heritage Sites ที่สำคัญของญี่ปุ่น ก็เพราะความเก่าแก่ ทรงคุณค่าคู่ควรต่อการอนุรักษ์ เชื่อหรือไม่ว่าอีกเพียง 2 ปีเท่านั้น เมืองนี้ก็จะได้ฤกษ์ฉลองครบ 1,200 ปีแล้ว โอ้ ว้าว

ขอเล่าที่มาให้ฟังนิดนึงว่ารู้จักเมืองนี้ได้ยังไง ในระหว่างที่ผมกำลัง Search หาที่เที่ยวรอบเมือง Kyoto จากเวบ Japan-guide.com พลันเหลือบไปเห็นชื่อ Mount Koya แซงขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งสำหรับเมืองข้างเคียงที่นักท่องเที่ยวโหวตให้ไปต่อ แม้จำนวนคนโหวตจะน้อยกว่าเมือง Nara, Osaka และ Himeji แต่ว่าได้คะแนนความชื่นชอบสูงมาก ว่าแล้วก็เลยคลิ๊กเข้าไปดู เห็นภาพถ่ายที่เขาโพสต์ไว้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ เพราะมันทึมทะมึนดูเศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้ (ก็แหงสิเล่นโพสต์แต่ภาพสุสานร้าง ใครจะหนุกหนานได้ลง) มาติดใจตรงคำว่า Temple Lodging เพราะมันคือการมาค้างอ้างแรมที่วัด ได้ยินว่าเมืองนี้มีวัดมากถึง 50 แห่งที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักสัมผัสบรรยากาศความเงียบสงบของสวน Zen แต่ว่าไม่ฟรีนะครับ เพราะเขาเป็น Ryokan อย่างดี มีอาหารเช้า/เย็นเสิร์ฟให้ด้วย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 9,000 Yen ไปจนถึงหลัก 30,000 Yen ต่อคืน แพงแบบไม่ธรรมดานะเนี่ย (สามารถจองที่พักที่ Koyasan ผ่านเวบ Japanican.com ได้ที่ลิงค์นี้ครับ) เพื่อให้สมกับเป็นทริปที่ไม่ธรรมดา เลยจัดไปหนึ่งคืน เอาแบบที่เกือบถูกที่สุด ด้วย Facilities อันครบครัน เดี๋ยวจะมาเล่าประสบการณ์มันๆ ให้ฟังต่อกับโรงแรมที่ผมเลือก ตอนนี้ขอเบรคตัดเข้าช่วงการเดินทางสักครู่ครับ…

Koyasan
Welcome to Koyasan

เดินทางไกล พร้อมไป Koyasan

การเดินทางมา Koyasan นั้นง่ายมาก เพียงคุณมีตั๋ว Koyasan World Heritage Ticket หรือ Kansai Thru Pass คุณสามารถนั่งรถไฟจาก Osaka (Namba Station) ตรงมาถึง Koyasan ได้ไม่ยาก (แต่กรุณาสังเกตดีๆ เพราะรถไฟบางเที่ยวที่ออกจาก Namba ต้องไปเปลี่ยนขบวนที่ Hashimoto ด้วย ในบทความก่อนหน้านี้ที่ผมเคยพูดถึงการเลือกซื้อตั๋วสุดคุ้ม (คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่าน ไปญี่ปุ่นคนเดียว…เตรียมตัวดีไม่มีหลง) ผมแนะนำให้ใช้ Kansai Thru Pass ด้วยเหตุผล 2 ประการ หนึ่งคือ JR-Train มาไม่ถึง สองคือ ตั๋วนี้รวมแล้วซึ่งค่ารถไฟของ Nankai Railway ค่าตั๋ว Cable Car และค่า Citybus ในเมือง Koyasan ตลอด 2-3 วันที่ตั๋วนี้ยัง Valid อยู่ แถมยังมีส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่บางแห่งอีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มที่สุดใน 3 โลกแล้ว เพราะถ้าซื้อแยก เบ็ดเสร็จก็น่าจะตกไม่ต่ำกว่า 2,000 Yen ต่อวัน

และเพื่อความเบาสบาย คุณไม่จำเป็นต้องแบกสัมภาระชุดใหญ่ติดตัวคุณไปด้วย เพียงแค่ใช้บริการ Parcel Delivery Service ซึ่งหาได้ตามโรงแรมชั้นนำในเขต Kansai เขาจะจัดการส่งกระเป๋าเดินทางของคุณข้ามเมืองด้วยค่าบริการเพียงเล็กน้อย Let’s Go!

Backpack
คนเดียวแบกเป้ไปเที่ยว Koyasan
On the way to Koyasan
เส้นทางระหว่างทางไป Koyasan เขียวชอุ่ม เห็นเป็น slope ขั้นบันได
Cable car
เมื่อถึงสถานีปลายทางที่ Gokurakubashi ให้นั่ง Cable Car ต่อไปที่ Koyasan Station
Cable car exit
ถึงแล้ว Koyasan ใช้เวลาเพียง 5 นาทีจากสถานีปลายทางภาคพื้นดินสู่ยอดเขา

ถ้าคุณยังสงสัยงงงวยกับการเดินทางไป Koyasan สามารถอ่านและทำความเข้าใจผ่านเวบไซต์ที่ผมคัดเลือกมาให้ดังนี้ครับ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ไฮไลต์ Koyasan

เมื่อเดินทางมาถึงเมือง Koyasan สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือการหาแผนที่ดีๆ สักอันคอยนำทาง ซึ่งหาได้จากสถานทีปลายทาง Koyasan Station และที่ Tourist Information Center ซึ่งอยู่ห่างจาก Main Bus Station ประมาณ 5 ป้าย จอดลงที่สถานี Senjuin-bashi ลงปุ๊บเดินย้อนขึ้นมาหน่อย จะเจอทันที หาได้ไม่ยากครับ (ในการขึ้นรถบัสแต่ละเที่ยว เขาคิดค่าโดยสารตามระยะทาง ถ้าซื้อ Koyasan 1-Day Bus Pass เขาจะชาร์จอยู่ที่ 800 Yen แต่ถ้ามี Kansai Thru Pass อยู่ในมือ ใช้ได้โลดเลยครับ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม)

Koyasan Sightseeing Map
Koyasan Sightseeing Map

คุณสามารถดาวน์โหลดแผนที่ตามลิงค์นี้ได้เลยครับ

เนื่องจากวันที่ผมเดินทางไปยังเมือง Koya ยังมีฝนตกประปรายทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถเดินเที่ยวเล่นได้ครบจบทุกความต้องการ ผมเลยเลือกเจาะไปยังสถานที่หลักๆ วันแรกเน้นสำรวจเส้นทางไป Okunoin Temple และวันที่สองก็แวะชม Kongobuji Temple และ Danjo Garan ซึ่งมีอาณาบริเวณครอบคลุมทั้ง Konpon Daito และ Kondo ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็น World Heritage Site by UNESCO

Okunoin Graveyard

ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าสุสาน Okunoin จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองนี้ไปได้ บรรยากาศในช่วงกลางวันค่อนข้างร่มรื่นเพราะสุสานแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้มีแสงสว่างส่องถึง ส่วนช่วงกลางคืนนั้นเขาว่าคลาสสิคไปอีกแบบ ผมขอบายนะฮะเพราะมันคงน่ากลัวพิลึก ไม่เพียงแต่มีแสงรำไรแต่มันยังมีหมอกลงลอยไปมาไม่น่าเอ็นดูเท่าไหร่ การมา Walk Tour ที่นี่ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก แนะนำให้เริ่มต้นจากสถานีที่ 10 (Ichinohashi-guchi Bus Stop) หรือ 11 (Okunoin-guchi Bus Stop) ผ่าน Sando (entrance path) แล้วเดินย้อนกลับลงมาอีกทางที่สถานีที่ 14 (Okunoin-mae Bus Stop) ระยะทางขาขึ้นไปถึง Gobyo รวมแล้วประมาณ 1.9 กิโลเมตร (ไม่รวมการเดินออกนอกเส้นทาง) ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที ส่วนขาลงระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ใช้เวลาอีก 30-45 นาที เบ็ดเสร็จแล้วควรเผื่อเวลาไว้สัก 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยเผื่อการเข้าไปสักการะกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ Todoro (Lantern Temple) และ Okunoin Gobyo (Mausoleum)

Okunoin (1)
Okunoin บางสุสานมีการอัญเชิญองค์เจ้าแม่กวนอิมมาประดิษฐานด้วย
Okunoin (2)
Okunoin ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยสุสาน หลุมฝังศพของบุคคลและองค์กร
Okunoin (3)
ขันเงิน ขันทอง ไว้ตักน้ำดื่ม ล้างหน้าและมือ เพื่อเป็นสิริมงคล

Kongobuji Temple

Kongobuji Temple ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1593 ต่อมาได้ถูกมอบหมายให้เป็นเจ้าสำนักของวัดในพุทธนิกาย Shingon ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญมากเพราะนอกจากจะได้ติดอยู่ในลิสต์ของ World Heritage Site แล้ว ยังเป็นวัดที่มีภาระกิจดูแลงานต่างๆ ของเมือง ซึ่งรวมถึงศูนย์การท่องเที่ยวอีกด้วย วัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถเมล์ Kongobuji-mae (สถานีที่ 16) ในละแวกเดียวกันเป็นศูนย์รวมที่ตั้งของอีกหลายวัด แต่วัดนี้จะมีความโดดเด่นตรงที่หน้าวัดจะมีป้ายสัญลักษณ์บอกว่าเป็นประตูทางเข้า เมื่อเข้าไปแล้วหากไม่เดินเข้าไปในตัววัดก็จะไม่รู้ว่า วัดนี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก แนะนำให้ซื้อตั๋วเพื่อเข้าชม Main Hall และศาลาต่างๆ ภายใน เสียค่าเข้าชมประมาณ 500 Yen (สามารถใช้คูปองส่วนลดของ Kansai Thru Pass ลดได้ 100 Yen) นอกจากวัดนี้จะมีความงดงามที่ถูกรายล้อมด้วยสวน Zen แล้ว ด้านในยังมีบริการ Tea Service ให้กับแขกที่มาชมวัดอีกด้วย

Kongobuji (1)
ปากทางเข้าวัด Kongabuji Temple
Kongobuji (2)
บริเวณศาลาและสวนหินภายในวัด Kongabuji
Konggobuji Zen
สวนหินของวัด Kongabuji ขนาดกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นตามแนวหินยังสวยเลย

Danjo Garan Complex

อยู่ห่างไม่ไกลจาก Kongobuji Temple มากนัก Danjo Garan Complex นั้นเป็นที่ตั้งของสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายของเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็น Konpon Daito (เป็นสถูปเจดีย์ขนาดใหญ่สูง 48.5 เมตร มีสีแดงตั้งตระหง่านอยู่ใจกลาง Complex), Kondo Hall (เป็นศาลาที่มีความเก่าแก่มาก สร้างขึ้นเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ถูกบูรณะปฏิสังขรณ์มาแล้ว 7 ครั้ง เป็นสถานที่ๆ ใช้ในการบำเพ็ญศาสนกิจที่สำคัญของเมือง), Fudodo (เป็นสิ่งปลูกสร้างที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง รอดพ้นจากการถูกเผามานับครั้งไม่ถ้วน), Miedo (เป็นหอเก็บภาพวาดสมัยโบราณ เปิดให้เข้าชมเพียงปีละครั้ง)

Konpon Daito
Konpon Daito สถูปเจดีย์ที่สำคัญภายใน Danjo Garan Complex

คืนนั้นฉันปลื้มเธอ Fukuchi-in

เอาล่ะมาถึง Highlight ของทริปนี้ นั่นคือการมาค้างอ้างแรมกันที่วัด Fukuchi-in ผมพบวัดแห่งนี้จากเวบ Japanican.com ถูก Feature ให้เป็นวัดที่ผู้คนชื่นชอบ ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ขอพาทัวร์ชมสถานที่กันเลยครับ (คุณสามารถอ่านรีวิวของคนอื่นและที่ผมเขียนไว้เกี่ยวกับ Ryokan แห่งนี้ได้ที่ลิงค์นี้ครับ)

เนื่องจากโรงแรมแห่งนี้มีนโยบาย Check-in ตอนบ่ายสาม ผมจึงใช้เวลาในช่วงหลังเที่ยงไปเที่ยวเดินปีนเขาที่ Okunoin เสร็จแล้วก็ปรี่เข้ามาเพื่อ Check-in ตามเวลา จะได้มีเวลาพักผ่อน ดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบได้อย่างเต็มที่ ทันทีที่มาถึงพนักงานจะพาเดินชมสถานที่ด้วยภาษาอังกฤษที่ฟังแล้วกระท่อนกระแท่นมาก แต่ก็เป็นอันเข้าใจกันดีด้วยหลักภาษาเวิร์บทูเดา ผมขออนุญาตเจ้าหน้าเก็บภาพตามไปด้วย จึงเป็นที่มาของภาพที่ท่านเห็นต่อไปนี้

ห้องนี้เป็นห้องของคนอื่น คาดว่าต้องจ่ายเงินเกินหลัก 20,000 Yen แน่ๆ จึงได้ห้องที่กว้างขวาง Lighting สวยงาม แถมมีมุมนั่งเล่นเอาไว้จีบกันอีกต่างหาก

Room in Fukuchiin
ห้องพักที่วิวดีสุดของ Fukuchiin

ด้านล่างเป็นห้องนอนของผม มีขนาดเล็กกระทัดรัด ใช้เป็นที่นอน ที่กินข้าว จิบชา อ่านหนังสือ และอีกหลายอย่างภายในห้องเดียวกัน วิวที่ระเบียงนั้นไม่มีอะไรให้ดู นอกจากรถที่วิ่งสวนกันไปมา ให้มันได้อย่างนี้สิ เบ็ดเสร็จแล้วจ่ายไปทั้งหมด 13,800 Yen (4,421 บาท) รวมค่าอาหารเช้าและอาหารเย็น ไม่รู้ว่าแพงไปมั๊ย แต่เห็นว่าถูกที่สุดเท่าที่พอหาได้ ณ เวลานี้ ถึงจะแพงที่สุดในทริปนี้ แต่ถือเป็นคืนมหัศจรรย์ที่สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตได้เป็นอย่างดี

My room in Fukuchiin
ห้องพักของผมที่ Fukuchiin (เลือกแบบถูกสุด)

ห้องนอนส่วนใหญ่จะไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องใช้รวมกันเรียกว่า Communal Bath แบ่งแยกชายหญิง โดยห้องน้ำรวมนี้จะมีอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งที่อยู่ใกล้ห้องนอนผมจะเป็นแค่ห้องน้ำที่มี Hot Bath ขนาดเล็กอยู่ภายใน ส่วนอีกฟากนั้นฮิโซมากเพราะมีขนาดกว้างขวางกว่าเยอะ แถมยังมี Outdoor Onsen ไว้นอนเล่นดูดาวด้วย

Bathroom
ห้องน้ำรวม (ชาย/หญิง) สะอาดสะอ้าน แต่ห้อง Hot Bath จะแยกกัน

นี่คือบ่อน้ำร้อน อุณหภูมิอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส ช่างโชคดีเหลือเกิน ตอนที่ไป Check-in แทบไม่มีใครมาใช้บริการ บ่อนี้จึงเป็นบ่อของข้าเพียงผู้เดียว

Hot Bath
ขออภัยที่แอบถ่ายมาให้ดู ตอนที่ Indoor Hot Bath ไร้ผู้คน

ส่วนบ่อนี้เป็นบ่อที่พิเศษมาก เพราะเขาว่ากันว่าเป็น Natural Hot Spring แหล่งเดียวที่มีอยู่ในวัดเมือง Koyasan เป็นบ่อขนาดเล็ก 2 บ่อ และเป็นอ่างไม้ขนาดใหญ่อีกหนึ่งอ่างตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน แรกๆ รู้สึกไม่เคยชิน เพราะน้ำมันร้อนมาก หลังจากลงบ่อสักครั้ง 2 ครั้ง เข้าใจแล้วว่าการติดอ่าง อาการมันเป็นยังไง

Onsen
Outdoor Onsen ตอนแอบไปเก็บภาพ ฝนยังตกอยู่เลย

ที่วัด Fukuchi-in มีมุมสวน Zen ที่มีชื่ออยู่หลายแห่ง ห้องทางปีกขวาและซ้ายที่คุณเห็น เพียงแค่เปิดบานเลื่อนออกมา ก็จะเห็นสวน Zen อยู่เบื้องหน้า เนื่องจากเราไม่เปย์ เลยได้ห้องเกือบในสุดไม่มีวิวให้ดู เลยใช้วิธีขโมยซีนดูวิวสวนของชาวบ้านเขา ประหยัดไปเยอะ

Zen Garden (1)
มุมสวน Zen ของที่นี่ช่างเงียบสงบ ร่มรื่น เสียนี่กะไร

ทางไป Onsen จะต้องผ่านสวน Zen แห่งนี้ นี่คือมุม Signature ของ Fukuchi-in เห็นหลายคนถ่ายรูปมุมเดียวกัน แต่ผมว่าของผมถ่ายสวยสุด (ว่ามั๊ยครับ)

Zen Garden (2)
สวน Zen แห่งนี้ถือเป็น Signature ของที่นี่ งดงาม มีปลาคาร์ฟว่ายไปมาน่าเอ็นดู

หลังจากฝนหยุดตกเพียงชั่วขณะ ก็เลยได้เวลาตั้งกล้องมุมเอียงๆ เพื่อให้เห็นสถาปัตยกรรมตัวอาคารที่มีโครงสร้างเป็นไม้ มีการจุดไฟในโคมส่องแสงให้เห็นสีระเรื่อ

Zen Garden (3)
ถ่ายรูปต่างมุมดู เผื่อจะสวยขึ้นมาบ้าง

ในช่วง 6 โมงเช้าถ้าใครตื่นไหว สามารถมาเข้าร่วมพิธีสวดมนต์ทำวัตรเช้ากับหลวงพ่อ ที่ไม่ปรากฎพระสงฆ์อยู่ในภาพเพราะเขามีข้อห้ามในการถ่ายรูปในขณะทำพิธี เพียงนั่งนิ่งๆ หลับตาฟังพระสวด ใจก็สงบแล้ว

Morning Prayer
หอสวดมนต์ตอนเช้าของวัด Fukuchiin

ในบริเวณของหอธรรม จะมีสวน Zen อีกแห่งหนึ่งซึ่งแขกที่มาพักจะไม่สามารถเดินผ่านเข้าออกได้ เว้นแต่ได้แวะมาสวดมนต์ตอนเช้าเท่านั้น ขออานิสงส์ของการนั่งภาวนาในครึ่งชั่วโมงนี้ จงเผื่อแผ่มายังญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ทุกคนด้วยครับ

Zen Garden (5)
อีกหนึ่งสวนหินที่ตั้งอยู่ใกล้หอธรรม ที่น้อยคนจะผ่านมาเห็น

มาถึงอีกหนึ่งซีน Highlight ของการมาพักที่วัดนี้ นั่นคือการรับประทานอาหารมังสวิรัติ Veggie Meal ที่ปราศจากเนื้อสัตว์ แต่อุดมไปด้วยแป้ง โปรตีน และผักดองนานาชนิด ที่เห็นนี่เป็นเสี้ยวหนึ่งของอาหารมื้อเย็น จัดเต็มจริงๆ ที่เห็นเยอะขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ากินไม่หมดนะ หลังจากแช่ออนเซ็นไปแล้วหิวข้าวจริงๆ แฮะ สังเกตได้จากโถข้าวที่ไม่เหลือข้าวให้เห็นสักเม็ด มาร่วมโต๊ะกันครับ มื้อนี้ไช้ชวนชิมขอเป็นเจ้ามือ

Dinner Set
Dinner Set
Tofu Dinner (1)
มันคืออะไรไม่รู้แต่รู้ว่ามันทั้งสวยและอร่อย
Tofu Dinner (6)
ฟองเต้าหู้เอามายำแบบนี้ อร่อยดี ว่าแต่มันน้อยไปมั๊ย
Tofu Dinner (4)
ก้อนเล็กกระจิ๊ดริด แต่อร่อยชนะเลิศ
Tofu Dinner (5)
ซุปกระดาษถ้วยนี้ไม่ปลื้มเท่าไรนักเพราะเหม็นเต้าเจี้ยว แต่ก็หมด เพราะหิว
Tofu Dinner (3)
Miso Soup ร้อนคล่องคอ

ปริมาณอาหารมื้อเช้าหดไปเยอะเลย ดูมื้อเย็นดูจะอลังการกว่านะ แต่ถึงยังไงก็ตาม เราก็ยังมีความสามารถในการทานชนิดไม่เหลือให้คาดเดาว่ากินอะไรลงไปบ้าง

Breakfast
Breakfast Set

ซุปที่เห็นด้านล่างนี้อร่อยมาก แนะนำให้ลองทำเองดูบ้าง มันเป็นนมถั่วเหลืองเอาไปต้มกับเต้าหู้ขาว พอมันเดือนผุดๆ ก็ตักมาจิ้มกินกับซีอิี๊วขาว เมพขิงๆ

Soybean Milk
Soybean Milk with Simmered Tofu

และแล้วประสบการณ์การนอนวัดครั้งนี้ก็เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด ขอบคุณข้อมูลจาก Japan-guide.com, ระบบการจองที่พักของ Japanican.com, Kansai Thru Pass ที่ทำให้ประหยัดค่าเดินทางสุดๆ และขอบคุณ Fukuchi-in Temple กับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่ใช่มีเงินจะหาซื้อได้ ซาโยนาระ แล้วเจอกันใหม่ที่สถานีปลายทางเมือง Osaka ครับ

Fukuchiin Bon Voyage

Journal & Journey (บันทึก & เดินทาง)

Prelude (ปฐมฤกษ์ เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง)

Episode1: Kyoto…I Love You (เมืองแห่งความขลัง)

Episode2: My Deer Nara (เมืองแห่งกวาง)

Episode3: Koyasan…The Miracle of Peace (เมืองแห่งความสงบ)

Episode4: Osaka…Aha Aha I Like It (เมืองแห่งความความบันเทิง)

Episode5: Tokyo…The City I Must Return (เมืองที่ไปแล้วต้องกลับมาอีก)

Leave a Reply

%d bloggers like this: