Episode4: Osaka…Aha Aha I like it โอซาก้า ผมชอบคุณนะ

ผมมาโอซาก้าเป็นครั้งที่สอง ห่างกันประมาณ 20 กว่าปี จำแทบไม่ได้เลยว่าที่ไหนเป็นที่ไหน แวบแรกที่ก้าวย่างออกมาจาก Umeda Station ถึงขั้นทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว เพราะไม่รู้จะเดินหน้าหรือถอยหลัง ขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่างดี สถานีมันใหญ่มว๊าาาก มีทางออกเกินสิบช่อง ยังดีนะที่ใช้บริการ Parcel Delivery Service ของ JP-Post ที่ให้เขาจัดส่งกระเป๋าเดินทางข้ามเมืองมาจากเกียวโต เลยไม่ต้องลากกระเป๋าตุเลงตุเลงขึ้นลงบันไดอย่างทุลักทุเล

ด้วยความที่เคยหลงผิดมาก่อน เลยบอกกับตัวเองว่า “ห้ามเดินมั่วเป็นอันขาด” สัญชาตญาณบางครั้งก็ไม่ช่วยเลย กลับทำให้อะไรๆ มันแย่ลงไปกว่าเดิม สิ่งแรกที่พึงทำคือการเดินหา Tourist Information Center ภายในสถานี Umeda (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูตำแหน่งที่ตั้ง) เพื่อขอแผนที่อันอัพเดทล่าสุด และบางทีเราอาจได้เจอโปรแกรมเด็ดหรือเทศกาลต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเดือนนั้น

Osaka Castle
Welcome to Osaka

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมเกือบจะตีตั๋วไปเที่ยว Osaka Castle ตั้งแต่วันแรกที่กลับมาจาก Koyasan แล้ว (อ่านเรื่องราวสนุกๆ ของทริปนี้ได้ที่นี่ครับ) แต่ดันเหลือบไปเห็น Guidebook เล่มหนึ่งเสียบไว้ตามสถานีรถไฟ มันเขียนว่า “Osaka Unlimited Pass, you can enter 28 facilities for free and get on/off buses and trains freely for all day long” แปลว่าตั๋วนี้สามารถพาเราเข้าชมสถานที่ต่างๆ กว่า 28 แห่งฟรี แถมยังใช้เป็นตั๋วโดยสารเพื่อขึ้นรถบัสหรือรถไฟใต้ดินได้อย่างไม่จำกัด หลังจากที่คำนวณความคุ้มแล้ว ผมก็ปรี่เข้าไปถามเจ้าหน้าที่ Tourist Information Center เพื่อความแน่ใจอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ เจ้าหน้าที่อธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แนะนำวิธีใช้ พร้อมแจ้งให้เสร็จสรรพว่าวันไหนที่ไหนจะปิดทำการบ้าง เสร็จผมล่ะครับ เพราะเจ้า Unlimited Pass ที่ว่านี้มันมีตั๋วฟรีของ Osaka Castle และอีกหลายแห่งแนบมาด้วย บอกตรงๆ ว่าเจ้าตั๋วนี้มันไม่ได้อยู่ในแผนที่เตรียมมา เพราะข้อมูลในเวบไม่ได้บอกไว้นิ แต่มันโผล่มาถูกจังหวะพอดีเผง ทำให้ประหยัดเงินและเวลาไปได้หลายเลยทีเดียวครับ

Osaka Unlimited Pass
Osaka Unlimited Pass

เข้าไปที่เวบนี้นะครับ Osaka Amazing Pass 2014 (เขาเพิ่งเปลี่ยนชื่อจาก Unlimited เป็น Amazing ในปี 2014) เขาอธิบายวิธีการใช้ สถานที่ๆ สามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คูปองส่วนลด สถานที่ขายตั๋ว แผนที่ของเมืองโอซาก้า ตลอดจนโปรแกรมจำลองให้คุณได้เลือกตามความสนใจส่วนตัว (ศึกษา Model Course ต่างๆ ได้ที่นี่ครับ) สรุปแล้วคุณสามารถไปไหนมาไหนด้วย บัตร+คูปอง+คู่มือนำทาง ราคา 2,300 Yen สำหรับ 1-day Pass และ 3,000 Yen สำหรับ 2-day Pass ด้วยความงกฝุดๆ ผมเลยเลือกแบบที่ 2 ครับ จ่ายไป 2,700 Yen ในปี 2013 (3,000 Yen ในปี 2014) แต่เที่ยวไป 7,200 Yen คุ้มมั๊ยครับพี่น้อง (อ้อลืมบอกไป บัตรแบบที่สองนี้ขายให้นักท่องเที่ยวเท่านั้น แบบแรกรู้สึกคนท้องถิ่นจะใช้ได้ด้วยเหมือนกันนะครับ)

10 Most Attractive Tourist Spots in Osaka

เมืองโอซาก้าเป็นเมืองธุรกิจที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 รองจากกรุงโตเกียว และโยโกฮามา มีสถานีขนส่งขนาดใหญ่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางในฝั่งตะวันตก แต่ถ้าพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ยังถือว่ามีจุดเด่นเป็นรองจากเกียวโต จากการที่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง รู้สึกว่า Osaka จะเน้นสิ่งปลูกสร้างที่เน้นความสูงใหญ่และไฮเทคเป็นหลัก เพราะฉะนั้น 10 อันดับที่ผมคัดเลือกมานี้จึงแทบไม่มีวัดหรือศาลเจ้าใดๆ ให้เห็นเลย อยู่เกียวโตอาจต้องใช้ 5-7 วันในการเดินเที่ยวให้ทั่ว อยู่ที่โอซาก้า 2-3 วันก็น่าจะพอสำหรับการ check-in แหล่งสำคัญๆ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

1. Osaka Aquarium

ในรั้วบริเวณของ Tempozan Harbor Village เป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งริม Osaka Bay หนึ่งในนั้นคือ Osaka Aquarium Kaiyukan ซึ่งเป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจของเด็กและผู้ใหญ่ Aquarium แห่งนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10:00-20:00 น. (ปิดขายตั๋วตอน 1 ทุ่ม) ค่าเข้าชม 2,300 Yen ต่อคน เว้นแต่จะมีอายุน้อยกว่า 16 ปี ค่าเข้าชมก็จะลดหย่อนตามลำดับ ภายในแบ่งเป็นชั้นๆ รวม 8 ชั้น แต่ถ้าเดินเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึก เพราะทางเดินมันจะเป็น Slope ขึ้นไปเรื่อย เป็นการจำลองชีวิตสัตว์น้ำตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Monterey Bay, Gulf of Panama, Coast of Chile, Maldives, Antarctica, Arctic Circle และอื่นๆ อีกมากมาย ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงในการเที่ยวชมสถานที่ให้ทั่ว พระเอกของที่นี่คงไม่พ้น cownose ray (ปลากระเบน), sea lion (สิงโตทะเล), penguin (นกเพนกวิน), dolphine (ปลาโลมา), jelly fish (แมงกะพรุน) และ ringed seals (แมวน้ำ)

Aquarium
Osaka Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งนึงของโลก พลาดไม่ได้

2. Universal Studios

เนื่องจากเวลาไม่พอ Universal Studios จึงเป็นสถานที่เดียวที่ไม่ได้แวะไปในรอบนี้ จึงขออนุญาตยืมรูปจาก Facebook Universal Studios มาเพื่อยืนยันว่า สวนสนุกแห่งนี้เป็นที่ๆ หลายคนใฝ่ฝันจะมาเยือนลองจาก Disney Land ที่กรุงโตเกียว การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายนักเพราะอยู่ห่างไกลจากทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้านั่งเรือ Captain Line มาจาก Aquarium ก็จะง่ายหน่อย เสีย 700 Yen สำหรับเที่ยวเดียว และ 1,300  Yen สำหรับไปกลับ หรือไม่ก็นั่ง JR Train มาลงที่สถานี Universal City Station (ศึกษาเส้นทางไป Universal Studios ได้จากลิงค์นี้ครับ) ค่าเข้าชมที่นี่ก็แพงไม่เบาเลย 7,200 Yen สำหรับคนที่มีอายุเกิน 12 ปีขึ้นไป (เป็นค่าเข้าชมสำหรับ 1 วัน) 12,110 (สำหรับการเข้าชม 2 วัน) และถ้าคุณไม่ต้องการต่อคิวนาน สามารเลือกออพชั่นเสริม เป็นตั๋วพิเศษที่เรียกว่า Universal Express Pass สามารถเลือกเครื่องเล่น 3 อย่างแบบไม่ต้องยืนต่อแถวในราคา 4,500 Yen เลือกเล่น 5 อย่างในราคา 7,200 Yen และเลือกเล่น 7 อย่างในราคา 9,800 Yen (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาค่าตั๋วได้ที่นี่ครับ) วันธรรมดาเปิดตอน 10:00-19:30 น. วันหยุดเปิด 9:00-21:00 น. ในช่วง High season อาจปิดเลทถึง 4 ทุ่ม (อันนี้ต้องเช็คตารางอัพเดทในช่วงที่ไปอีกทีนะครับ)

Universal at Night
Universal Studio (Credit: Picture from Universal Studios Japan Facebook)

3. Osaka Castle Museum

ถ้ามาโอซาก้าแล้วไม่ได้มาเยือน Osaka Castle Museum เหมือนมาไม่ถึง ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนเป็น Landmark ของเมืองนี้ การเดินทางมาที่นี่อาจจะค่อนข้างซับซ้อนเล็กน้อย แต่ถ้าคุณเดินทางมาถึง Osaka Park ได้ก็ไม่น่าจะหลง วิธีที่สะดวกที่สุดคือการมาด้วย JR Train ลงที่ Osakajokoen Station ถ้ามาทาง subway ให้ลงที่สถานี Tanimachi 4-chome แล้วออกที่ Exit #9 เดินตรงมาเรื่อยๆ ผ่าน Osaka Museum of History จาก Otemon Gate คุณจะผ่าน Nishinomaru Garden ก่อน (ถ้ามีตั๋ว Unlimited Pass แล้วเข้าได้ฟรี ไม่งั้นต้องเสีย 200 Yen สำหรับค่าผ่านทาง ตอนกลางคืนช่วงดอกซากุระบานที่นี่จะสวยมาก ราคาจะถูกอัพเป็น 350 Yen) เมื่อมาถึงที่แล้วต้องต่อคิวรอนิดนึง เพราะเขาจะให้เข้าแถวขึ้นลิฟท์ตรงไปที่ชั้น 5 ก่อน แล้วไต่ระดับไปจนถึง Rooftop ชมวิว Osaka แบบเต็มตา ถ้าใครอยากชมพิพิธภัณฑ์ที่ชั้น 3-4 ก็ค่อยๆ เดินลงมา แต่ว่า 2 ชั้นนี้เขาห้ามถ่ายรูปนะครับ ค่าเข้าชมที่นี่ 600 Yen เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปจนถึง 5 โมงเย็น

Osaka Castle (2)
Osaka Castle ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนสาธารณะ ปอดของคนโอซาก้า
PA263188
Osaka Castle ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ปี 2014)

4. Minami (Namba)

นอกจากอัครสถานบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจแล้ว หลายๆ คนตั้งตารอที่จะมาช้อปปิ้งที่เมืองโอซาก้า แหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อทางทิศใต้ครอบคลุมยาวตั้งแต่สถานี Namba, Shinsaibashi และ Nippombashi ในย่านนี้มีแหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อหลายแห่ง ทั้งที่อยู่ห้างอย่าง Takashiyama และ Daimaru ไปจนถึงแหล่งช้อปปิ้งนอกห้างอย่าง Namba Walk และ Shinsaibashi Shopping Arcade. ถนนทั้งสายเต็มไปด้วยร้านค้าน้อยใหญ่ รวมถึงดงร้านอาหารชื่อดังย่าน Dotonbori แต่อย่าลืมว่าที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ช้อปหนักเหมือนบ้านเรา บางร้านเริ่มทยอยปิดตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่ง หลัง 4 ทุ่มก็จะหลงเหลือผับ บาร์ และร้านอาหารที่เอาใจคนนอนดึก เดินมาถึง ณ จุดนี้แล้วอย่าลืมถ่ายกับป้ายไฟ Glico นะครับ มันกลายเป็น Landmark ที่สำคัญของเมืองโอซาก้าไปแล้ว

Dotonbori
ป้าย Glico กลายเป็น Landmark กลางกรุงโอซาก้าไปเสียแล้ว

5. Kita (Umeda)

มีแหล่งช้อปทางทิศใต้แล้ว ก็ยังมีห้างร้านมากมายทางทิศเหนือด้วย ที่เรียกว่ากันว่าเขต Kita-ku ในละแวกนี้ครอบคลุมพื้นที่บริเวณสถานี Umeda และ Osaka Station มีห้างดังมากมายเช่น Hankyu, Daimaru, Grand Front Osaka, Yodobayashi, HEP Five ฯลฯ ถ้าเดินไม่เป็นมีโอกาสหลงสูงมาก เพราะสถานีย่านนี้ถือว่าซับซ้อนขั้นเทพเลยทีเดียว ขนาดต้องเดินกลับโรงแรมทุกวัน ยังเดินหลงโผล่ผิดที่เป็นประจำ

Underground Mall
Indoor Shopping แถว Umeda

6. Tsutenkaku Tower, Floating Garden Observatory (Umeda Sky Building), Osaka Prefectural Government Sakishima Building Observatory

ในบรรดาตึกสูงทั้งหลายแหล่ จะมี 3 ตึกนี้ที่ถือเป็นตึกยอดนิยมสำหรับการชมวิวทิวทัศน์หรือ Landscape ของเมืองโอซาก้า เลือกไม่ถูกว่าคุณจะชอบตึกไหนมากกว่ากัน เลยจัดให้ทั้ง 3 ตามนี้ครับ

ตึกแรกคือ Tsutenkaku Tower ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น Naniwa’s Eiffel Tower ถือเป็นหนึ่งในตึกสูงที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุด เพราะไม่เพียงแต่คุณจะได้ชมวิวเมืองโอซาก้า ในนั้นจะยังมีของสะสมต่างๆของ Glico อีกด้วย ตึกนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ 9:00-21:00 น. ค่าเข้า 700 Yen ถ้ามาโดย Subway ให้ออกที่สถานี Ebisucho Exit #3 ครับ

PA263203

มาถึงอีกตึกนึงที่ไม่แพ้กันคือ Umeda Sky Building ตึกมันสวยดี สถาปัตยกรรมแปลกตา บน Roof Top ชั้น 39 มันสามารถเดินวนได้รอบ อากาศดี เหมาะสำหรับการชมวิวแบบ Panorama ที่นี่เขาคิดค่าเข้าชมตั้ง 700 Yen เปิดตั้งแต่ 10:00-22:30 น. ฉะนั้นสามารถชมวิวได้ทั้งตอนเช้าและตอนค่ำ การเดินทางมาถึงตึกนี้ดูจะลำบากเล็กน้อยถ้าต้องเดินลัดเลาะมาตามแนวถนนบนดิน ผมแนะนำให้ใช้ Underpass จากสถานี Umeda และ Osaka มันจะโผล่ขึ้นมาใกล้ๆ ตึกเลย ใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที

Floating Garden (2)
Floating Garden Observatory หนึ่งในสิ่งปลูกสร้างอันมหัศจรรย์ที่คุณต้องมาให้ได้

ส่วนตึกที่ 3 นี้เป็นจุดชมวิวอีกแห่งที่อยู่ไกลออกไปหน่อย ตึก Osaka Prefectural Government Building นั้นมีความสูงถึง 55 ชั้นจากพื้นดิน เหมาะสำหรับหนุ่มสาวนั่งเคียงคู่กันชมวิวพระอาทิตย์ตก ด้วยความที่ยังอยู่ในแถบ Bay Area จึงทำให้เห็นวิวของผืนน้ำมากกว่าตึกสูงในตัวเมือง ตึกนี้เปิดให้เข้าชมตอนบ่ายโมงถึงสี่ทุ่มในวันธรรมดา และ 11:00-22:00 น. ในช่วงวันหยุด คิดค่าเข้าชม 500 Yen วิธีเดินทางมาที่นี่ที่ใกล้ที่สุดคือใช้บริการ New Tram ของ Nanko Port Town Line ออกที่สถานี Trade Center Mae Statio, Exit #2

Sunset in Osaka
Sunset view from Government Prefecture Building Observatory

7. Instant Ramen Museum

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมจุดกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่างๆ ต้องสารภาพว่าเป็นที่เดียวที่ยังไปไม่ถึงซักที กะว่าถ้าได้ไปโอซาก้าคราวหน้า จะแวะไปให้จงได้ครับ เท่าที่ทราบสถานที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 9:30-16:30 น. แถมยังไม่คิดค่าเข้าด้วย เว้นแต่จะเข้าร่วมกิจกรรม Ramen Workshop ที่คุณสามารถเลือกประดิษฐ์และชิมราเมนที่คุณเป็นคนเลือกวัตถุดิบและเครื่องปรุงเอง รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ Instant Ramen Museum

8. Cruise Ship Santa Maria

เรือ Santa Maria เป็นเรือครุยซ์ที่จอดอยู่ไม่ไกลจาก Aquarium มากนัก สำหรับคนที่ชอบกินลมชมวิว Osaka Bay แนะนำให้ลองใช้บริการล่องเรือลำนี้ดูสักหนึ่งคอร์ส เที่ยวนึงใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที ผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ ในย่านนี้ไม่ว่าจะเป็นสะพานแดง (Red Bridge), Tempozan Ferris Wheel, Universal Studios ฯลฯ ค่าโดยสารเรือลำนี้ออกจะแพงซะหน่อย 1,600 Yen แต่ถ้ามีตั๋ว Unlimited Pass ก็ฟรีโลดเลยครับ เรือลำนี้เปิดให้บริการตามวันที่ Aquarium เปิดให้เข้าชม โดยปกติแล้วก็จะเริ่มให้บริการตั้งแต่ 11:00-16:00 น.

Santa Maria
Santa Maria เป็นเรือนำเที่ยวชมความสวยงามของ Osaka Bay

9. Tempozan Giant Ferris Wheel

เรียกว่ามาเป็น Set เลย ถ้ามีโอกาสเดินทางมา Bay Area แนะนำให้มานั่ง Tempozan Ferris Wheel ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่าอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Osakako มากที่สุด ต่อจากนั้นเดินเลยผ่าน Market Place ก็จะถึง Ticket counter ของ Aquarium พอดี ส่วนเรือ Santa Maria ก็จะอยู่ทางด้านหลัง วันนั้นผมไปแต่เช้าต่อคิวเป็นกรุ๊ปแรกเลย เปิดให้บริการตอน 10 โมงเช้า กว่าจะเลิกก็ตอนค่ำช่วง 4 ทุ่ม ตั๋วราคา 700 Yen ถ้าคุณโชคดีกระเช้าที่คุณเลือกอาจมีตุ๊กตาน้องหมีนั่งอยู่ข้างๆ ก็เป็นได้

Ferris wheel (2)
Tempozan Ferris Wheel กระเช้าลอยฟ้าที่พาคุณชมความงามของ Osaka Bay จากที่สูง

10. Spa World Onsen From Around The World

มาถึงที่สุดท้ายแล้ว ไม่รู้จะถ่ายภาพยังไงให้มันสวย เพราะเขาไม่ให้พกกล้องเข้าไปด้วย เลยถ่ายแต่บรรยากาศภายนอก มาถึงญี่ปุ่นแล้วไม่ลองใช้บริการ Onsen ก็จะกะไรอยู่ สิ่งแรกที่พึงทำสำหรับคนที่ไม่เคยมาที่นี่ ให้คุณไปซื้อตั๋วผ่านตู้ Vending Machine อัตราค่าใช้บริการอยู่ที่่ 1000 Yen ในเบื้องต้นสำหรับค่าเข้า กรุณาเตรียมเหรียญ 100 Yen ไว้ 2 เหรียญสำหรับตู้ล๊อกเกอร์ ตู้ใบแรกสำหรับการเก็บรองเท้า (ในสปาเกือบทุกที่เขาจะให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าตัวอาคาร) ส่วนอีกเหรียญสำหรับเก็บของมีค่าและสัมภาระทุกชนิดที่นำติดตัวมาในห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย คุณจะได้กุญแจเป็น Wristband ประจำตัว (ห้ามทำหายเป็นเด็ดขาด เพราะจะต้องนำมาแสกนเพื่อชำระค่าบริการเพิ่มเติมในกรณีที่คุณใช้บริการ Hot Stone และอื่นๆ ภายในตัวอาคาร) หลังจากนั้นก็ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นที่เขาจัดให้สำหรับผู้หญิงหรือผู้ชาย โดยเขาจะระบุไว้ว่าโซน European เดือนนี้เป็นชั้นผู้หญิง ส่วนโซน Asia เป็นชั้นของผู้ชาย สลับกันไปมา แต่ละชั้นก็จะมีบ่อน้ำร้อนตามธีมที่แตกต่างกันไปเกือบ 10 ชนิด ขอไม่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้บริการ เพียงแค่ทำตัวเหมือนไม่รู้จักใคร และขออย่าให้เจอใครที่รู้จัก แค่นี้คุณก็ผ่านด่านน้ำร้อนออนเซ็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หุ หุ หุ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Theme Park แห่งนี้ได้ที่นี่ครับ)

Spa World (3)
Spa World ลงอ่างวันเดียวเที่ยวทั่วโลก

To-die for Dining Experience in Osaka

1. Kukuro สุดยอดทาโกะยากิ

(Address: Hakua building 1F, 1-10-5, Dotonbori, Chuo-ku, Osaka
Nearest Station: Midosuji Subway Line Namba Station Exit 14
Open Hours: Mon-Sat 12:00-23:00, Sun & Holidays 12:00-22:00)

เขาว่ากันว่า Takoyaki ของร้านนี้อร่อยที่สุดในย่าน Dotonbori จริงๆ มันก็มีขายทั่วไปอยู่หลายร้านแหละ แต่ร้านนี้แถวยาวจริงๆ ผมแวะไปโอซาก้าครั้งล่าสุด แวะกิน Takoyaki อีกร้านนึง แถวยาวไม่แพ้กันเลย แต่ฟินมากขอบอก แถมยังราคาไม่แพงอีกด้วย

PA243055

2. Mizuno สุดยอดโอโคโนมิยากิ

(Address: 1-4-15 Dotonbori, Chuoku, Osaka  Tel: +81 6-6212-6360 Website: http://www.mizuno-osaka.com/ Operating Hours: 11:00-22:00 pm เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ)

ร้าน Mizuno แห่งนี้กลายเป็นร้านยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติพากันไปต่อแถวกิน เหตุผลอย่างหนึ่งคือร้านนี้เคยติดลิสต์หนึ่งในร้าน Okonomiyaki ที่ดีที่สุดโดย CNN (อ่านบทความนี้ตามลิงค์นี้ได้เลยครับ) คือวันนั้นระหว่างผมเดินเล่นหาของกินอยู่ย่าน Dotonbori ก็พลันไปสะดุดตาที่ร้านนี้ เป็นคูหาเล็กๆ 2 ชั้น มีผู้คนยืนต่อแถวหน้าร้านยาวเหยียด ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงโผล่หน้าเข้าไปถามคนที่ยืนรออยู่ว่าเขามุงอะไรกัน แล้วจึงได้เห็นว่ามันเป็น Okonomiyaki ตอนนั้นเวลาเกือบ 3 ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว แม้จะได้ Takoyaki ของร้าน CREO-RU ลองท้องไปแล้ว แต่งานนี้ต้องขอเข้าคิวกินด้วยคน ไม่ผิดหวังเลยสำหรับรสชาติ ส่วนเรื่องความสะอาดและการบริการก็ว่าไปอีกเรื่อง ราคาต่อชิ้นตกประมาณ 900 Yen ถ้าสั่งแบบครบเครื่องก็ 1,300 Yen สรุปแล้วกว่าจะได้กินทั้งยืนรอนั่งรอหน้าเตาเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม จะไม่ให้มันอร่อยไหวยังไงครับพี่น้อง (ติดตามอ่านรีวิวที่ผมเขียนไว้ใน Tripadvisor ตามลิงค์นี้ครับ)

Mizuno Okonomiyaki
สุดยอด Okonomiyaki เมือง Osaka

3. Ichiran Ramen สุดยอดราเมน

(Address: 7-18 1F Souemoncho Chuo-ku Osaka Tel: +81 6-6212-1805 Website: http://www.ichiran.co.jp/english/html/kin_douton.html เปิดขาย 24 ชั่วโมง)

ร้านราเมนเจ้านี้ก็ถือเป็นร้านที่คนไทยมาเช็คอินมากที่สุดในลำดับต้นๆ มาถึงโอซาก้าถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกร้านปิด อีกครั้งแถวก็ยาวจนรอไม่ไหว เพิ่งจะมารู้ว่าร้านนี้เปิดขาย 24 ชั่วโมง สงสัยทริปถัดไป ต้องย่องออกมากินในยามวิกาลซะแล้ว ไม่มีภาพอาหารมาอวด เลยถ่ายหน้าร้านมาอวดแทน ว่ามาถึงแล้ว แต่ไม่ได้กิน แงๆ

PA243035

4. Tsurutontan สุดยอดอุด้ง

(Address: 3-17, Soemoncho, Chuo-ku, Osaka  Tel: +81 6-6211-0021 Website: http://www.tsurutontan.co.jp/ Operating Hours: 11:00 am- 8:00 am โอโห สาขานี้เล่นเปิดเอาถึงเช้าเลยนะเนี่ย)

ตั้งใจมากินร้าน Ichiran-Ramen ขึ้นชื่อในย่านนี้ หลังจากเดินวนหาอยู่หลายรอบจนท้องกิ่ว มารู้ทีหลังว่าเขาปิดปรับปรุงร้านที่สาขา Dotonbori จะเปิดใหม่ปลายเดือนกันยายน เศร้าเลย (ดูรายละเอียดที่ลิงค์นี้ครับ Ichiran Dotonbori) หลังจากเดินคอตกมาเรื่อยๆ บนถนน Soemoncho อธิษฐานไว้ในใจวันนี้ขอให้ได้กินเส้น และแล้วก็เจอร้าน Tsurutontan เข้าให้ จริงๆ มันก็อยู่ในลิสต์ที่จะไปกินเหมือนกัน แต่เดินเข้าร้านโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่ามันคือร้าน Udon ในตำนาน ร้านนี้เขารับจองเมื่อมากัน 2-60 คนขึ้นไป เรามันตัวคนเดียวก็ต้องกินหน้าเคาน์เตอร์ตามระเบียบ ทีแรกคิดว่าทางร้านไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ เลยฟุดฟิดโฟไฟถามคนนั่งข้างๆ ว่าควรสั่งอะไรดี เขาแนะนำเป็นอย่างดีว่าต้องกินเส้นอุด้งในน้ำซุปเข้มข้น ไอ้เราก็ไม่หลงเชื่อเพราะเกรงว่าซุปถ้วยนั้นจะเป็นเนื้อวัว ก็เลยเชื่อใจตัวเองด้วยการสั่งเมนูข้าวที่มี Min-size Oudon แถมมาด้วย ถ้ากลับไปสั่งได้ใหม่ คงจะเลือก Ten-Oroshi no Oudon (Tempura Udon) แต่สำหรับคนที่ทานเนื้อได้ให้สั่ง Niku-Jiru no Oudon (Wagyu beef in a bowl of dipping sauce) ขอบอกว่ารสชาติมันยอดมาก ชาวเบ้อเริ่มเลย แต่ราคาก็ไม่เบาเลยอย่างต่ำๆ ก็ 800-900 Yen Signature bowl ก็ 1,300 Yen (อ่านรีวิวเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้านนี้ได้ที่ Tripadvisor ครับ)

Jidori Oyako-don
(Jidori) Oyako-don มันคือข้าวหน้าไก่โปะด้วยไข่แดง เสิร์ฟพร้อมกับซุป Udon ถ้วยเล็ก

5. Kiou Ramen Tanikyu สุดยอดร้านอาหารข้างทาง

(Address: ค้นหาไม่เจอ แต่พอบอกได้ว่าให้นั่ง Subway ลงที่สถานี Tanimachi 9-chome Station ออกจาก Exit 1 แล้วเดินมาทางขวา หรือจาก Exit 2 แล้ว u-turn วกมาทางซ้าย จะเห็นร้านตั้งอยู่ทางขวามือ Tel: +81 6-6768-8729 Website: http://www.kiou.co.jp Operating Hours: 11:00-04:00 am)

ผมเจอร้านราเมนแห่งนี้จากคู่มือ Kansai Thru Pass เขียนบรรยายซะอยากกินเลย เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่อง Tonkotsu Soup Ramen ยิ่งได้กินกับ Char Siu ก้อนโตโปะอยู่หน้าชาม โอโห้ พูดแล้วน้ำลายสอ จากเมนูที่เขาให้คุณเลือก คุณสามารถสั่ง Kiou Ramen ซึ่งมีก้อนเนื้อหมูโปะอยู่แล้ว 2 ชิ้น แต่ถ้าอยากได้มากกว่านั้น ให้เลือกสั่งเมนูที่เพิ่มเนื้อหมูเป็น 5-6 ชิ้น มันน่ากินมากๆ ขอบอก แอบกระซิบเพิ่มให้อีกนิดสำหรับคนอดอยากปากแห้ง (อันนี้ไม่มีในเมนูภาษาอังกฤษ) ช่วงเที่ยงคุณสามารถสั่งเป็น Value Meal ด้วยการสั่ง Kiou Ramen คู่กับเมนูข้าวชามเล็กในราคาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย สิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือการสั่ง Gyoza มาทานด้วยเป็นกับแกล้ม อันนี้เรียกว่าครบสูตรจริงๆ หนึ่งจานมี 6 ชิ้น ช่วงโปรโมชั่นแถมให้อีก 3 ชิ้น กินอิ่มแปล้ไปเลยครับมื้อนี้

Kiou Ramen
ร้าน Ramen Kiou เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่อง Tonkotsu Soup Ramen อยู่แถวย่านเดียวกับ Osaka Castle

6. Honke Shibato สุดยอดร้านข้าวหน้าปลาไหล

(Address: 2-5-2 Koraibashi Chuo-ku Osaka City 541-0043 Tel: +81 6-6231-4810 Operating Hours: 11.00-14.30, 17.00-21.00 น. ปิดวันเสาร์และอาทิตย์)

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่ต้องดั้นด้นตามหา เพราะเขาลือกันว่ามันคือตำนานข้าวหน้าปลาไหลที่มีประวัติยาวนานถึง 300 ปี ร้านนี้ถือเป็นร้านที่มีสถานที่ตั้งแปลกกว่าร้านอื่น เพราะไม่ได้อยู่ในย่านช้อปปิ้ง หรือจุดท่องเที่ยว มันดันมาซ่อนตัวอยู่ในย่านสำนักงาน จะมาที่นี่ให้นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่ Yodoyabash, Midosuji Line ที่ทางออกหมายเลข 12 ต้องเดินข้ามถนนแล้วเปิด GPS ลัดเลาะจนมาเจออยู่หลังตึก ที่น่าเจ็บใจคือผมแวะไปในวันเสาร์ ทีแรกก็นึกว่าร้านจะปิดเฉพาะวันอาทิตย์ซะอีก อดกินอีกแล้วครับท่าน ขอแปะไว้ก่อน ร้านนี้ต้องกลับมาเอาคืนในทริปต่อไปให้จงได้

honke shibato

7. Pablo สุดยอดขนมหวานล้างปาก

(Address: 281, 1st Floor, 01 Building, Shinsaibashi, Chuo-ku, Osaka  Tel: +81 6-6211-8260 Website: http://www.pablo3.com Operating Hours: 10:00 am- 23:00 pm)

ร้านนี้เป็นร้านขาย Cheese Tarlet ที่มีชื่อก้องดังไปทั่วสังคมออนไลน์ วันๆ หนึ่งมีคนต่อแถวมาซื้อ Baked Cheese Tarlet แห่งนี้ไม่ใช่น้อย ที่โอซาก้ามีสาขาอยู่ 2 แห่ง สาขาต้นตำรับอยู่ที่ Shinsaibashi และอีกแห่งอยู่ชั้นใต้ดินของตึก Umeda North Mall หากใครเดินผ่านลองแวะหาซื้อทานดูครับ เป็นชีสทาร์ตที่มีรสชาติคล้าย ทาร์ตไข่บ้านเรา แต่ชุ่มเนยนมมากกว่า และที่สำคัญก้อนโตมาก ผมกะคร่าวๆ เส้นผ่าศูนย์กลางน่าจะอยู่ที่ 4 นิ้ว ถ้าสั่งแบบคลาสิค ก้อนหนึ่งเขาขายอยู่ที่ 780 Yen (250 บาท) ถ้าโชว์บัตร Unlimited Pass เขาจะแถม Pudding มาให้อีกก้อน สำหรับคนที่ต้องการซื้อขนมมาเป็นของฝากคนทางบ้าน ที่นิยมคือ Cheese Millefeuille, Black pearl, Black & White Truffe and Cheese มาถึงโอซาก้าแล้วไม่ได้ทานขนมในตำนานนี่อายเขาแย่เลยนะครับ

Pablo (1)
Pablo คือ Cheese Tart แห่งย่าน Shinsaibashi ชิ้นใหญ่มาก กินคนเดียวหมดเบย

Journal & Journey (บันทึก & เดินทาง)

Prelude (ปฐมฤกษ์ เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง)

Episode1: Kyoto…I Love You (เมืองแห่งความขลัง)

Episode2: My Deer Nara (เมืองแห่งกวาง)

Episode3: Koyasan…The Miracle of Peace (เมืองแห่งความสงบ)

Episode4: Osaka…Aha Aha I Like It (เมืองแห่งความความบันเทิง)

Episode5: Tokyo…The City I Must Return (เมืองที่ไปแล้วต้องกลับมาอีก)

Osaka Gallery

Leave a Reply

%d bloggers like this: