Foto Hotel โรงแรมสำหรับคนรักการถ่ายรูป

ผมเป็นคนรักภูเขาแต่ก็ติดใจวิวทะเล ชอบบรรยากาศอันหนาวเหน็บของเมฆหมอกยามเช้า ในขณะเดียวกันก็ชอบตากลมชมพระอาทิตย์ตกที่ปลายขอบฟ้านั้น ยามที่จิตใจว้าวุ่นงุ่นง่านกับการงาน ธรรมชาติสามารถช่วยเยียวยาทำให้ใจสงบลงได้จริงๆ และนี่คือเหตุผลที่ผมต้องดั้นด้นค้นหาสถานที่พักผ่อนแปลกใหม่ตลอดเวลา ราวกับว่าร่างกายกำลังต้องการพลังงานสำรองอยู่ตลอดเวลา

การเดินทางมาภูเก็ตครั้งนี้ถือเป็นการทำแฮตทริก เพราะมาเป็นรอบที่ 3 ภายในปีเดียวกัน และมีแผนว่าจะมาอีกครั้งในอีก 2 เดือนข้างหน้า เรียกได้ว่าเที่ยวครบทุกฤดูเลย เมื่อเดือนเมษายนต้นปีนี้ก็ได้ล่องเรือสุวรรณมัจฉาออกทริปไปเที่ยวรอบเกาะภูเก็ต พังงา และกระบี่ ครั้งนั้นเล่นเอาหน้ามืดตัวดำไปเลยเพราะว่านอนกลางเรือกินกลางทะเลตลอด 4 วัน 3 คืน (ย้อนไปอ่านบทความเก่าได้ที่ลิงค์นี้ครับ) มาคราวนี้เลยขออยู่นิ่งๆ วิ่งวุ่นอยู่ในโรงแรมนี่แหละ คงเป็นที่น่าเสียดายมากถ้ามาโรงแรมนี้ทั้งทีไม่ได้เก็บภาพสวยๆ มาฝากกัน นับจากบรรทัดนี้ผมขอเล่าเรื่องย่อผ่านตัวหนังสือและภาพประกอบที่เกิดจากประสบการณ์จริงถ่ายมากับมือจริงๆ นะจะบอกให้ (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ประสบการณ์เฉพาะตัวเชิญลอกเลียนแบบ)

foto Bear ยินดีต้อนรับ
foto Bear ยินดีต้อนรับ

When I fall in love เมื่อผมตกหลุมรักคุณ

ในที่สุดเราก็หากันจนเจอ ผมได้ยินชื่อ foto Hotel มาสักพักแล้วล่ะ รู้สึกจะเห็นแวบๆ มาจากเวบ Trip Packer (อ่านรีวิวโรงแรมนี้ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ) มารู้ทีหลังว่าโรงแรมนี้เพิ่งเปิดมาได้ไม่ถึงปีเลย แสดงว่าสื่อบน Social Network นั้นมีผลต่อการรับรู้จริงๆ อย่างน้อยก็มีผมหนึ่งคนที่เป็นเหยื่อของเจ้าหมีน้อย Pakamian Bear มันคือสิ่งแรกที่เห็นและจดจำว่า foto Hotel คือโรงแรมที่มีหมี

คงเพราะจุดขายของโรงแรมอื่นมันก็จะคล้ายๆ กันคือเน้นความหรูหราของงานดีไซน์ วิวดี บริการดี แต่โรงแรมนี้เขากล้าเคลมจุดขายเรื่องของ “การถ่ายภาพ” ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็น Gimmick ที่ช่วยในเรื่องการสื่อสารการตลาด สุดท้ายโรงแรมที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวจะหนีไม่พ้น 3 เรื่องนี้คือ “ความสะอาด มาตรฐานการบริการ และความสามารถในบริหาร Occupancy ให้อยู่เหนือจุดคุ้มทุน”

การเอาคำว่า Foto หรือการถ่ายภาพมาตั้งเป็นชื่อโรงแรม ผมคิดว่าคอนเซปต์มันดูชัดดี มันเป็นความแตกต่างที่จับต้องได้ และจดจำง่าย ทั้งนี้มันก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน เพราะว่าแขกที่มาพักทุกคนต่างมาที่นี่ด้วยความคาดหวังที่ค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับการถ่ายภาพ

Camera & Bear ถูกนำมาใช้เป็น Brand Identity ของ foto Hotel
Camera & Bear ถูกนำมาใช้เป็น Brand Identity ของ foto Hotel

Pictures speak louder ภาพสวย…เสียงดัง

ขอแชร์ภาพมุมต่างๆ ภายในโรงแรม เพื่อให้เห็นภาพว่าของจริงเป็นอย่างไร ผมขอใช้คำว่า Style แทนคำว่า Boutique แทน เพราะเอาเข้าจริงๆ foto Hotel คงสู้โรงแรม 5 ดาวในเรื่องของความหรูหราในการใช้วัสดุตกแต่งและข้าวของเครื่องใช้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการคุมโทนสี การนำเสนอในมุมที่แปลกและแตกต่าง ผมว่าน่าจะเข้าทางมากกว่า

ภาพห้องพัก Black & White Theme
ภาพห้องพัก Black & White Theme
ห้องอาหาร Tiffin Mama ก็ยังคุมโทนขาวดำอยู่
ห้องอาหาร Tiffin Mama ก็ยังคุมโทนขาวดำอยู่
Silhouette Pool สระว่ายน้ำบนชั้น 5 ของโรงแรม
Silhouette Pool สระว่ายน้ำบนชั้น 5 ของโรงแรม
The Deck พื้นที่สำหรับอาบแดด ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ปลายฟ้า ข้างสระน้ำ
The Deck พื้นที่สำหรับอาบแดด ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ปลายฟ้า ข้างสระน้ำ
Memories Hall คือชื่อห้องรับรองแขก ซึ่งด้านหลังจะเป็นจุดขายของที่ระลึก
Memories Hall คือชื่อห้องรับรองแขก ซึ่งด้านหลังจะเป็นจุดขายของที่ระลึก

In My Room ห้องนี้มีอะไร

เมื่อเทียบกับทุกมุม ทุกห้องในโรงแรมนี้ ห้องนอนคือหมัดเด็ดที่เอาผมอยู่ ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้องถึงกับอึ้ง ไม่ใช่เพราะมันหรูหรากว่าโรงแรมไหนๆ แต่มันคือห้องสารพัดนึกที่มีความเก๋ที่แอบใส่ฟังก์ชั่นแบบจัดเต็ม ถ้าจำไม่ผิด โรงแรมนี้จะมีทั้งหมด 79 ห้อง 50 ห้องจะเป็นห้อง Ozone Hall (เป็นห้องที่ได้วิวสวน แต่จะมี Deck ยื่นออกไปเพื่อให้สามารถออกไปยืนชมวิวทะเลได้) อีก 29 ห้องจะเป็นห้อง Ocean Hall (เป็นห้องที่ได้วิวทะเล) สรุปว่าคืนนี้ผมได้ห้องวิวทะเลล่ะ แถมยังมี Balcony ส่วนตัวที่ไม่มีใครมองเห็น (สามารถโป๊เปลือยเดินไปมาได้ ถ้าไม่กลัวอุจาดสายตาสิ่งมีชีวิตที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น 555)

สิ่งที่ทำให้ห้องพักของ foto Hotel นั้นมีเสน่ห์ก็คือ Facilities & Amenities ที่จัดใส่ไว้ให้อย่างลงตัว

  • พื้นที่ห้องขนาด 46.5 ตารางเมตร ขนาดกะทัดรัด ที่แต่งออกมาแล้วดูอบอุ่น ใช้การได้ดี
  • เตียงคู่หรือเตียงเดี่ยวขนาด King Size ที่นุ่มกำลังดี ทั้งหมอนและผ้าห่มมันน่านอนมากๆ หลับสบายแม้ไม่ต้องใส่อะไรเลย (กรุณาอย่าจิ้นเยอะ)
  • มีตู้เซฟที่สามารถเก็บ Laptop ได้เลย
  • แผงคอนโทรลระบบไฟฟ้าภายในห้องที่รวมไว้ในที่เดียว Hi-tech มากๆ
  • Internet TV จอยักษ์ที่สามารถปรับองศาได้
  • โต๊ะทำงานขนาดกะทัดรัดหลังหัวเตียง ที่มีเบาะรองนั่งพร้อมปลั๊กไฟ และ Portable iPod Dock ที่สามารถเล่นเพลงหรือชาร์จ iPhone ได้ เจ๋งปะล่ะ
  • Walk-in shower ขนาดกะทัดรัด พร้อม Bathtub แยกต่างหากออกมาอยู่ที่ระเบียง (Nude มากๆ)
  • Daybed สำหรับนั่งจู๋จี๋ส่วนตัวในห้องนอน และที่ริมระเบียงสำหรับการรับลมและแสงด้านนอก
  • อุปกรณ์และของใช้ที่จำเป็น เช่น ไดร์เป่าผม เสื้อคลุม รองเท้่าแตะ ร่ม แชมพู สบู่ ครีมนวด ฯลฯ
  • Free minibar ฟังไม่ผิดครับ คุณสามารถทานขนมและเครื่องดื่มที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้ฟรี แต่ถ้าขอเพิ่มอีกชุด เขาขอคิดตังค์เพิ่มครับ (แปลกมากที่นี่จัดยาคูลท์ ปีโป้ และขนมขาไก่เอาไว้ให้ด้วยครับ)

สรุปแล้วว่าทุกอย่าง เก๋ กู้ด และอยู่ในสภาพที่ยังใช้การได้ดีมาก ถ้าเป็นไปได้ ควรพักที่นี่ 2 คืนเป็นอย่างน้อยเพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่

My room, Ocean Hall #402
My room, Ocean Hall #402
Daybed ภายในห้อง สำหรับนอนชิลล์ดูโทรทัศน์
Daybed ภายในห้อง สำหรับนอนชิลล์ดูโทรทัศน์
เตียงนอนนุ่มๆ หลับสบายมีหมีให้กอด
เตียงนอนนุ่มๆ หลับสบายมีหมีให้กอด
โต๊ะทำงานหลังเตียงนอน อุปกรณ์ครบครัน
โต๊ะทำงานหลังเตียงนอน อุปกรณ์ครบครัน
Free Mini Bar กินดื่มฟรีในเซ็ตเดียว
Free Mini Bar กินดื่มฟรีในเซ็ตเดียว
Amenities ภายในห้องน้ำ
Amenities ภายในห้องน้ำ
Bathtub ริมระเบียง
Bathtub ริมระเบียง

Chill Time สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

นอกจากห้องพักแล้ว มุมโปรดของโรงแรมนี้คือชั้นห้าบ้าเห่อ แม้ว่าโรงแรมนี้จะมีลิฟท์ให้ใช้งานอยู่หนึ่งตัว แต่คนส่วนใหญ่จะขึ้นลงบันไดกัน กว่าจะถึงชั้นห้า ก็เล่นเอาเหงื่อซึมเหมือนกัน แต่พอขึ้นมาถึงแล้วหายเหนื่อยทันที เพราะยามเช้าคุณจะได้สูดอากาศอันสดชื่น ยามบ่ายเชิญคุณอาบแดดได้ตามอัธยาศัย ส่วนยามเย็นก็เตรียมชักภาพถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก น่าเสียดายที่ช่วงที่ผมไปพระอาทิตย์ดันตกในมุมที่มีสิ่งกีดขวาง ไม่งั้นคงจะได้ชักภาพพระอาทิตย์ตกเหนือน้ำแบบฟินๆ มาอวดกันแล้ว

สระว่ายน้ำ สามารถชมวิวได้ 180 องศา มีที่นั่งเล่นล้อมรอบ เลือกมุมได้ตามอัธยาศัย
สระว่ายน้ำ สามารถชมวิวได้ 180 องศา มีที่นั่งเล่นล้อมรอบ เลือกมุมได้ตามอัธยาศัย
อีกมุมหนึ่งของ Silhouette Pool
อีกมุมหนึ่งของ Silhouette Pool
แสงยามเช้าส่องมาจากฝั่งตรงข้ามกับน้ำทะเล
แสงยามเช้าส่องมาจากฝั่งตรงข้ามกับน้ำทะเล

Eat me if you can โปรดกินฉัน

อาหารที่นี่รสชาติไม่ถึงขั้นโดดเด่นมาก แต่เรื่องคอนเซปต์ ความสดของวัตถุดิบและหน้าตา ไช้ชวนชิมขอให้ผ่านนะครับ ด้วยการสังเกตพฤติกรรมการทานอาหารของแขกที่มาพัก คือกินข้างนอก นอนดึก และตื่นสาย แถมอาหารกลางวันก็ไม่ค่อยกินกันเท่าไหร่ จึงทำให้ foto Hotel พลิกวิกฤติมาเป็นความแตกต่างนั่นคือ เสิร์ฟอาหารเช้าตั้งแต่ 6:30 น. ยาวไปถึงตอนบ่ายโมง ถือว่ายาวกว่าโรงแรมอื่นถึง 3 ชั่วโมง ยอดสุดติ่งสำหรับมนุษย์ตื่นสาย แต่สำหรับผมขอตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ว่ายน้ำสัก 15 รอบ แล้วกินต่อเลย

เมนูอาหารเช้าของที่นี่จะแบ่งเป็น 2 คอร์สคือ คอร์สแรก จำพวกขนมปัง สลัด ผลไม้ และน้ำดื่ม สามารถหยิบและตักได้เลยตามสเตชั่นต่างๆ ส่วนอีกหนึ่งคอร์สคือ เขาจะมีเซ็ตเมนูมาให้เลือกอยู่ 3 อย่างสลับไปมาตามฤดู เป็น Western Set หรือ Asian Set และที่ดูสะดุดตาอีกอย่างคือ เขายกมาเป็นสำรับใส่เข่งมาให้

ห้องอาหารเช้า-เย็น เปิดบริการตั้งแต่ 6:30-22:00 ปิดช่วงบ่ายโมงถึงสองโมง
ห้องอาหารเช้า-เย็น เปิดบริการตั้งแต่ 6:30-22:00 ปิดช่วงบ่ายโมงถึงสองโมง
บรรยากาศภายในร้าน Tiffin Mama
บรรยากาศภายในร้าน Tiffin Mama
บรรยากาศภายนอกข้างสระน้ำ
บรรยากาศภายนอกข้างสระน้ำ
Breakfast Menu มีให้เลือก 3 ชนิด พร้อมชา/กาแฟ
Breakfast Menu มีให้เลือก 3 ชนิด พร้อมชา/กาแฟ
อาหารเช้าที่ผมเลือกเป็นบะหมี่ฮกเกี้ยน คนที่นี่น่าจะเรียกว่าหมี่สะปำ
อาหารเช้าที่ผมเลือกเป็นบะหมี่ฮกเกี้ยน คนที่นี่น่าจะเรียกว่าหมี่สะปำ

Hits & Misses สิ่งที่โดนและพลาด

โดยรวมแล้วผมถือว่าโรงแรมทำได้โดนมากกว่าทำพลาด ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี เก็บรายละเอียดได้เยอะขนาดนี้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว จากคะแนนเต็ม 10 ผมให้ถึง 8 ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  • You had me at Hello ผมรู้สึกประทับใจตั้งแต่ตอนเช็คอิน โชคดีที่มาเช็คอินตอนบ่ายๆ เลยไม่มีปัญหาเรื่องการรอนาน พนักงานยื่น iPad มาให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติม แป๊บเดียวเสร็จเรียบร้อย ไม่ติดขัดอะไร ประโยคที่พนักงานคนนึงทักขึ้นมาว่า “กล้องพี่สวยดี” แค่นี้ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นการเริ่มบทสนทนาที่โดนมากๆ
  • Design Functions that work คือการตกแต่งห้องให้สวยใครๆ ก็ทำได้ แต่ที่ foto Hotel ไม่ได้แค่สวยอย่างเดียว แต่มีประโยชน์ใช้สอยลงตัว ไม่น้อยไปและไม่ฟุ่มเฟือยเกิน
  • Better imitation เป็นโรงแรมที่นำ Best technology และ Service ของแต่ละที่นำมาผสมรวมกันให้เข้ากับบุคลิกของตัวเอง foto Hotel ไม่ใช่ที่แรกที่นำ iPad มาใช้ในการ Check-in ไม่ใช่ที่แรกที่มี Internet TV ไม่ใช่ที่แรกที่เสิร์ฟ a la carte breakfast menu แต่เป็นที่ๆ รู้จักนำของแต่ละอย่างมา integrate และพร้อมที่จะปรับมันให้ลงตัว ไหลลื่นไปกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า
  • Friendly staff at all levels เรื่องการบริการไม่ใช่แค่เรื่องของพนักงาน Front และ Cashier แต่เป็นหน้าที่ของพนักงานทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน คนสวน หรือบริกรในร้านอาหาร ตลอดระยะเวลาที่พักที่นี่ ผมเห็นพนักงานหลายๆ คนยิ้มให้ พยายามแนะนำข้อมูล และพร้อมให้ความช่วยเหลือ

แต่ก็ใช่ว่าโรงแรมนี้จะจุดด้อยเลยซะทีเดียว เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องที่แก้ยากมาก แต่หลายเรื่องน่าจะเป็นเรื่องที่พัฒนาหรือปรับปรุงได้ เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นของลูกค้า

  • Location Location Location สถานที่ตั้งของโรงแรมถือว่าเสียเปรียบโรงแรมที่อยู่ติดริมหาด การเดินทางมาถึงที่นี่ค่อนข้างยากนิดนึง (แต่ก็ไม่เกินความสามารถ) ถ้าจะไปเล่นน้ำ ลงทะเล ที่หาดกะตะ จะต้องเดินลงเขาไปประมาณ 10-15 นาที หรือใช้บริการรถ Shuttle Bus ของโรงแรมซึ่งจัดให้วันละ 3 รอบเท่านั้น
  • Getting around การเดินทางไปไหนมาไหน จะค่อนข้างลำบากนิดนึงถ้าไม่มีรถส่วนตัว เคยอ่านรีวิวของหลายๆ ที่ แขกบางคนมักจะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับ Taxi Mafia ซึ่งน่าจะเจอเหมือนๆ กันในหลายๆ โรงแรม ค่าใช้บริการโหดมาก
  • Short Stay โรงแรมนี้เหมาะสำหรับการพักผ่อนที่ไม่ยาวมากนัก อยู่เกิน 3 วันก็จะเหมือนติดเกาะ เพราะไม่รู้จะทำอะไรดีแล้ว เผอิญว่าตอนมายังไม่ค่อยเห็นมีตารางกิจกรรมอะไรที่สามารถไปร่วมแจมได้ เลยคิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับการพักผ่อนอยู่นิ่งๆ ซะมากกว่า เนื่องจากห้องยิมก็ค่อนข้างเล็ก น่าจะมีคลาสโยคะบนดาดฟ้า คอร์สสอนถ่ายภาพ กิจกรรม Mingle Party อะไรประมาณนี้

ขอได้รับความขอบคุณที่สนใจติดตามอ่านบทความนี้จนมาถึงบรรทัดนี้ ถ้าต้องการอ่านรีวิวเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านใน Trip Advisor ได้ที่นี่ครับ (by chaichuanchim) หรือที่ Instagram (by somchartlee) สำหรับใครที่อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงแรมเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจองที่พัก การเดินทาง หรือชมภาพต่างๆ กรุณาเช็คที่เวบไซต์ของ (www.fotohotelphuket.com) หรือ (www.facebook.com/fotohotel) ได้โดยตรงเลยครับ

ปล. คิดถึงน้องหมีจุงเบย

My IG: somchartlee
My IG: somchartlee

More Photo by Me

 

Interesting Articles บทความอื่นที่น่าสนใจ

Leave a Reply

%d bloggers like this: