กรี๊ดกรีซ ตอนบุกเกาะสวาทหาดสวรรค์ที่มิโคนอส

แอบพกความคาดหวังอันยิ่งใหญ่มายังเกาะในฝันของใครหลายคน ฝันว่ามิโคนอสจะช่วยเปิดหูเปิดตาให้เห็นภาพประติมากรรมชิ้นเอกที่ใครเห็นใครชมเป็นต้องร้องกรี๊ดกรีซ ซานโตรินีว่าสวยแล้ว เรามาดูกันว่ามิโคนอสจะวิจิตรตระการตาขนาดไหน (อ่านบทความที่แล้ว กรี๊ดกรีซ ตอนรื่นรมย์ชมพระอาทิตย์ที่ซานโตรินี ได้ที่นี่ครับ)

ด้วยความที่ออกตั๋วเรือมาล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่อยู่เอเธนส์ เลยทำให้ผมไม่ต้องรีบร้อนในการขึ้นเรือเท่าไหร่ ใช้บริการเจ้าเดิมของ SeaJets โดยมีคุณลุง Antonio แวะมาส่งที่ท่าเรือ ระหว่างทางขับรถมาที่เรือบนฝั่งซานโตรินี คุณลุงเล่าให้ฟังว่าเขาเคยทำงานอยู่บนเรือครุยซ์ ตำแหน่งพนักงานล้างจาน ล้างจานมาแล้วครบทุกทวีป ไปเยือนมาแล้ว 100 กว่าประเทศทั่วโลก เก็บรอมหอมริบจนกระทั่งสามารถสร้างโรงแรมเล็กๆ เป็นของตัวเองบนเกาะซานโตรินี หน้าที่หลักของคุณลุงคือการขับรถรับส่งผู้โดยสารและทำความสะอาดห้องพัก ใครจะไปคิดว่าหน้าที่ที่ดูเหมือนไม่สำคัญจะทำความฝันอันยิ่งใหญ่ของคุณลุงให้กลายเป็นจริงในช่วงบั้นปลายชีวิต ทุกวันนี้คุณลุงยังคงมีความสุขกับการทำงานเป็นช่างไม้ ช่างไฟ คนล้างจาน พนักงานขับรถ ขอคารวะ 3 ที สำหรับการเป็นบุคคลต้นแบบที่ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่า แต่ว่ามีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ขอบคุณคุณลุงอีกครั้งที่เป็นธุระมาส่งให้ที่ท่าเรือ ได้เวลาโบกมือลาซานโตรินี อีกไม่นานเกินรอแล้วพบกันมิโคนอส

Antonio
ถ่ายภาพกับลุง Antonio เป็นที่ระลึก
Mykonos Port
เตรียมพร้อมออกเดินทางจาก Mykonos

เกาะสวาทหาดสวรรค์ที่มิโคนอส (Beautiful Beaches at Mykonos)

ข้ามเรือมาถึงเกาะมิโคนอสด้วยความราบรื่น โชคดีที่เจ้าของโรงแรมฝั่งนี้ก็ขับรถมารับด้วย นี่คือข้อดีของการเลือกโรงแรมที่เจ้าของเป็นคนดูแลเอง เวลาจะสอบถามหรือความช่วยเหลืออะไรก็จะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเป็นกันเอง แม้ตอนจองเขาไม่ได้ระบุว่าจะมีบริการ Free Pick Up แต่เขาก็ยินดีบริการให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ผมจึงต้องยอมเสียเวลาเข้าไปเขียนรีวิวให้เป็นการตอบแทน ระยะเวลาเดินทางที่ใช้ระหว่างเกาะ 2 เกาะนี้ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง อยู่ไม่ไกลกันมากเท่าไหร่ แอบงีบไปหนึ่งปั๊บสักพักก็ถึงปุ๊บ

สำหรับการค้างอ้างแรมบนเกาะนี้ ผมเลือกปักหลักอยู่ที่เดียวเพราะป๋าเริ่มเหนื่อยหลังจากที่ต้องลากกระเป๋าย้ายโรงแรมแทบทุกคืน และอีกเหตุผลนึงคือดันไปเจอที่พักราคาโคตรถูกแถมดาวเยอะด้วยบน Booking.com เลยรีบสอยมาทันที มารู้ทีหลังจากเจ้าของว่าเขากรอกราคาผิดบนระบบ ปรากฎว่าเราดันเฝ้าหน้าจอช่วงนั้นพอดี เห็นโปรพิเศษลดราคาห้องพัก 70% เลยรีบคลิ๊กจองและจ่ายเงินทันที คิดดูละกันมีที่ไหนราคาห้องพัก 2 คืนในช่วงหน้า High ราคาเพียง 3 พันกว่าบาท แม้เราจะสงสารเจ้าของจับใจ แต่จะทำไงได้อ้อยเข้าปากช้างไปแล้วจะให้คลายออกมาก็ใช่ที่ จึงต้องปล่อยเลยตามเลย แล้วอุดหนุนอาหารเช้าเป็นการตอบแทน

Pension Alenxandra
Pension Alexandra ที่พักบนเกาะ Mykonos

เพื่อเป็นข้อมูลให้กับนักเดินทางทั้งหลายได้ทราบ เกาะมิโคนอสเป็นเกาะสวรรค์ของคนชอบทะเล ถามใครต่อใครที่เคยมาเที่ยวที่นี่ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่ Upscale พูดง่ายๆ คือทุกอย่างราคาแพงไปหมด อารมณ์ประมาณภูเก็ตบ้านเรา ยอมรับว่าหาดทรายที่นี่สวยกว่าซานโตรินีหลายเท่า แถมยังมีเยอะยั้วเยี้ยเต็มไปหมด การเลือกที่พักบนเกาะนี้จึงขึ้นอยู่สไตล์การพักผ่อนของคุณ

แบบแรกคือเน้นสะดวกต่อการเดินทาง กิน ดื่ม เที่ยวเล่น ตามประสาคนเมือง ถ้าชอบแนวนี้แนะนำให้อยู่ไม่ห่างจาก Mykonos Town คือบริเวณตัวเมืองย่าน Old Port ท่าเรือเก่า เป็นจุดศูนย์รวมของรถบัส ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก และอื่นๆ อีกมากมาย

แบบที่สองคือเน้นนอนกลางดินกินกลางทะเล พูดง่ายๆ คือชอบอยู่ใกล้ๆ กับหาดทรายขาว ก็โน่นเลย Agios Sostis, Panormos, Paradise, Psarou, Elias เป็นต้น ที่เอ่ยมาทั้งหมดนี้เป็นหาดสำคัญๆบนเกาะนี้ มีรสบัสไปถึง

สำหรับทริปนี้ผมเลือกพักอยู่ที่ Tourlos เป็นเมืองที่อยู่ตรงกลางระหว่าง New Port (ท่าเรือน้ำลึกที่ใช้เดินทางข้ามไปยังเกาะต่างๆ) และ Old Port (ท่าเรือส่วนบุคคลสำหรับสายการเดินเรือบางแห่ง และจุดขึ้นรสบัสไปยังที่ต่างๆ บนเกาะ) จากโรงแรมที่พัก Pension Elexandra (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่) จะมีป้ายรถเมล์อยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีก็ถึงตัวเมือง Mykonos แล้ว นับว่าสะดวกมากๆ ถ้าใครหาที่พักได้ในตัวเมืองเลยก็ดี แต่เกรงว่าราคาอาจจะสูงขึ้นมาพอสมควร

ระบบการขนส่งโดยรถบัสบนเกาะนี้จะต่างจากซานโตรินีเล็กน้อยคือต้องซื้อตั๋วที่บูธหรือจ่ายให้กับคนขับเลย ไม่มีพนักงานเดินเก็บตั๋ว ตั๋วจะมีอยู่ 2 ราคาคือ 1.6 ยูโร กับ 2.0 ยูโร (ให้ถามราคาที่คนขับรถ) จุดขึ้นรถบัสต้นสายจะมีอยู่ 2 จุดหลักๆ คือ บริเวณท่าเรือเก่า (Old Port) และที่ตัวเมือง Mykonos Town บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันอยู่ตรงไหน เพราะต้องเดินซิกแซกเข้าไปพอสมควร (จุดขึ้นรถที่นี่จะเรียกว่า Fabrika) ลองเดินหลงซักหนสองหนก็จะเริ่มพอจำได้

สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวกันหลายคน การเช่ารถเที่ยวรอบเกาะก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะยังมีหาดและสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่ไม่สามารถไปถึงได้ด้วยรถบัส เผอิญว่าทริปนี้ผมไม่ได้เช่ารถขับ ก็เลยได้แวะไปเที่ยวเฉพาะสถานที่สำคัญๆ อีกสักพักจะเล่าให้ฟังว่าไปเจออะไรมาบ้าง

คืนแรก (Mykonos Town-Paraga-Paradise Beach)

ในช่วงวันแรกๆ ยังออกแนวอ้อยอิ่ง ใช้เวลาเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบ จากโรงแรมที่พักไปเที่ยวที่ Mykonos Town นับว่าไม่ไกลมาก จริงๆ จะเดินไปก็ได้ น่าจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีโดยเท้า ถ้านั่งรถบัสปู้ดเดียวก็ถึงแล้ว เผอิญว่าตอนนี้ผิวเริ่มเสียหนักมากหลังจากโดนแดนเลียเป็นหย่อมๆ มาตลอด 5-6 วันที่ผ่านมา ก็เลยใช้วิธีนั่งรถเอา พอไปถึงที่นั่นก็เดินมั่วๆ วนไปเวียนมา บอกไม่ได้ว่ามันจะบรรจบไปโผล่อยู่แถวไหน ทางมันคดเคี้ยวเหมือนกับเขาวงกต คือต้องตั้งหลักและจำป้ายร้านต่างๆ ประกอบ ระหว่างเดินเล่นไปมา เจอร้าน Souvlaki Story น่าสนใจดี ก็เลยหยุดกินกันที่นี่ ไม่น่าเชื่อว่าอาหารธรรมดาๆ จะประกอบร่างใส่คอนเซปต์จนกระทั่งขายได้ในราคาที่สูงกว่าทั่วไปถึง 4-5 เท่าตัว ว่าแล้วอยากเอามาขายในไทยจริงๆ คงจะรวยเละ

Mykonos Town
ผู้คนเมืองนี้อารมณฺ์ดี Mykonos Town
Souvlaki Story
Souvlaki Story, Mykonos Town
Souvlaki
Souvlaki Set (BBQ, Salad, French Fries, Tzatziki)

ตกช่วงบ่ายแก่ๆ ก็บุกไปลุย 2 หาดแรกตามคำแนะนำของคนในพื้นที่ เขาคงคิดว่าหน้าตาดูเด็กขนาดนี้คงชอบปาร์ตี้แน่ๆ จัดไปหาด Paraga Beach โอ้โฮที่นี่คือแหล่งรวมของวัยรุ่นหนุ่มสาว นี่ถ้าไม่ใช่ Summer Break เดาว่าเด็กพวกนี้คงต้องหนีเรียนมาปาร์ตี้กันแน่ๆ อยู่ห่างจากกันไม่เยอะมีอีกหาดเถื่อนกว่านี้อีกชื่อ Paradise Beach ผู้คนร้องรำทำเพลง แดนซ์กระจาย มึนและเมาตลอดเวย์ บรรยากาศนี่ประมาณ Full Moon Party ที่เกาะพะงันเลย ต้องขอยอมรับตามตรงว่า I really don’t belong here คือไม่เข้าพวกอย่างแรง แค่แวะผ่านเข้ามาดูบรรยากาศเฉยๆ แอบเก็บภาพมาได้ประมาณหนึ่งแล้วเดินจากมาด้วยความตระหนก ว่ากันว่าถ้าไปถึง Super Paradise Beach จะต้องคึกหนักกว่านี้แน่นอน ภาพบรรยากาศในวันนี้ทำให้ลุงรู้สึกปลงสังขารมาก เราผ่านจุดนั้นมาไกลมากแล้ว ไกลเกินกว่าที่จะกลับไปเมามาย ดิ้นพล่าน ได้ขนาดนั้น เอาล่ะครับวันนี้ขอพักยกไว้แต่เพียงเท่านี้ พรุ่งนี้ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมากมาย

Paraga
แหล่งรวมของวัยรุ่นหนุ่มสาว ที่ Paraga Beach
Paraga2
กิน ค้าง อ้างแรม เมามายกันที่นี่เลย Paraga Cafe
P7261589
ข้ามเขาลูกนี้ไปจะเจอ Paradise Beach
P7261602
อาบแดดกันกลางลานเลยทีเดียว
Paradise2
คนตรึมที่ Paradise Beach
P7261547
ใครไคร่นอน..นอน ใครใครเต้น..ก็ลุกขึ้นยืน
Paradise4
Dance กระจายที่ Paradise Beach

 

คืนสอง (Mykonos Town-Panormos-Elia Beach)

ภาระกิจในวันนี้คือการเก็บตกเช็คอินสถานที่สำคัญที่คนพูดถึงให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Wind Mill กังหันลมทั้ง 6 กับ Little Venice (สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเวนิซลอยมาติดเกาะที่นี่ได้) แล้วก็ Nude Beach (ลองไปเสิร์ชหาข้อมูลมา ดูเหมือนหาดที่คนแก้ผ้ากันทั้งหาดแทบจะไม่มี แต่อาจจะมีบ้างที่มุมใดมุมหนึ่งของหาดที่คนนิยมแก้ผ้าอาบแดดเล่นน้ำ) อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเป็นตาแก่ตัณหากลับ ก็แค่แวะไปเก็บข้อมูลมาให้ คุณผู้อ่านจะได้ไม่มีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการไปตามไปส่องถ้ำมองดูศิลปะขั้นสูง

ช่วงเช้าผมตื่นขึ้นมาวิ่งไปเที่ยวในตัวเมือง Mykonos Town สิ่งที่พบคือมีกลุ่มคนจำนวนนึงเพิ่งจะเลิกจากงานปาร์ตี้ นี่แสดงว่าพวกนี้เขานอนกันเช้าตื่นตอนเที่ยง อาบแดดตอนบ่าย คลับบิ้งตอนเย็น แล้วแดนซ์กระจายเมามายหลังเที่ยงคืน ช่างเป็นชีวิตที่ตึ๊ดตึ๊ดดีแท้ น่าเสียดายอยู่อย่างคือตอนรุ่งเช้าระหว่างที่วิ่งไปถ่ายรูปไป ผมเห็นขยะโรยเกลื่อนกลาดตามไหล่ทาง ทั้งขวดเหล้ากระป๋องเบียร์ถูกทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ตามจุดชมวิวต่างๆ มีปัญญาหาความสุขใส่ตัว แต่ไม่มีปัญญารับผิดชอบภาระที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้น น่าสังเวชใจจริงๆ ระหว่างที่วิ่งผ่านตามซอกตึกก็จะเห็นเจ้าของร้านทั้งหลาย ต่างพากันปัดกวาด เช็ดถู เอาน้ำราดพื้น เรียกได้ว่าล้างเมืองให้เหมือนใหม่ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะกลับมาอีกหน

Mykonos Morning1
วิว Mykonos เงียบสงบในช่วงเช้า
Mykonos Morning2
เมืองร้างยามเช้าตรู่ที่ Mykonos
Mykonos Morning3
ผู้คนยังบางตาอยู่ในช่วงเช้าที่ Mykonos Town
Mykonos Morning4
เมืองนี้มีแต่สีฟ้า นี่คือมุมเดียวที่ชุดเขียวเราพรางตัวได้กลมกลืน 555

จบไปแล้วภาคเช้า มาถึงช่วงบ่ายขอลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเก็บภาพวิวตามหาดที่ผู้คนไม่พลุกพล่านดูบ้าง หนึ่งในหาดที่ได้รับการเสนอชื่อคือ Panormos Beach เป็นหาดทางตอนเหนือของเกาะ แล้วก็จริงดังว่า ผู้คนดูสงบเสงี่ยม นั่งนอนอาบแดด จิบไวน์ตามประสาคนเข้าสู่วัยทอง ตอนที่ไปถึงแดดแรงกำลังเลียถึงกลางศีรษะพอดี ก็เลยพยายามหาเตียงผ้าใบที่มีร่มเงาพอให้หลบแดดได้บ้าง พอหาที่ปักหลักได้เหมาะเจาะ ก็สั่ง Chicken Burger มากินพอเป็นพิธี (นี่คือเมนูที่ราคาคุ้มค่าสุดแล้ว 8 ยูโร แลกกับที่หลบแดดก็น่าจะโอเคอยู่) นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือไปได้ประมาณสักชั่วโมง ก็ได้เวลาตัดสินใจมูฟไปยังหาดถัดไป พอเช็คบิลออกมาถึงกับหงายเงิบ เพราะมันไม่ใช่ 8 ยูโรน่ะสิ พนักงานเขาคิดค่าเตียงและร่มเงาเพิ่มมาอีก 30 ยูโรตกประมาณ 1000 กว่าบาท ถ้ามีคนของสคบ.อยู่ตรงนั้น เราคงต้องร้องเรียนว่าทางร้านไม่ได้ติดราคาค่าเช่าให้ชัดเจน ทำให้เราเสียค่าโง่แสนแพงในเวลาอันรวดเร็ว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าหาดทรายเป็นของสาธารณะ ถ้าไม่อยากเสียค่าเช่า ควรต้องพกร่มและผ้าปูมาจากบ้าน ถ้าจะประหยัดตังค์ควรเลือกที่นั่งแถวโซนด้านหน้าแบบที่อุปกรณ์ไม่ครบครัน ยิ่งอยู่ลึกยิ่งอยู่หลังยิ่งเสียตังค์หนักมากเพราะความเป็นส่วนตัวไม่ได้มาแบบฟรีๆ (เข็ดนี้อีกนาน เข็ดนี้ไม่ลืม เข็ดลึกกว่าเคย เจ็บช้ำเกินกว่าใคร เกินกว่าใคร)

Panormos Beach3
นอนเล่นอาบแดดที่ Panormos Beach
Panormos Beach2
อาหารมื้อเบาๅ Chicekn Burger 8 ยูโร
Panormos Beach1
เตียงนี้ท่านได้แต่ใดมา 30 ยูโรจ่ายไปท่านชาร์จให้ (กรุณาสอบถามราคาก่อนจับจองที่นั่ง)

 

เพิ่งโดนเตียงผ้าใบฟาดหัวมา พอมาถึงอีกหาดที่มีชื่อไม่แพ้กันคือ Elia Beach ก็เลยต้องถอยห่างอีกนิด อีกนิดนั่นแหละถูกดี อีกนิด ที่ไปมาทั้งหมด 4 หาด ดูเหมือนหาดนี้จะดูดีที่สุด หน้าหาดกว้างขวาง ไปทิวยาว ถ้าเป็นช่วงที่ผู้คนไม่หนาแน่นขนาดนี้ หาดนี้ได้ชื่อว่ามี private zone สำหรับ naked area ช่วงเวลาที่ดีที่สุดน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนกันยายนตอนที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เริ่มยกพลกลับภูมิลำเนากันบ้างแล้ว (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nude Beach ได้ที่นี่)

Elia 1
กิจกรรมทางน้ำที่หาด Elia Beach
Elia 2
หนึ่งในหาดที่เกย์พลุกพล่านที่สุด Elia Beach
Elia 3
กีฬาทางทะเลมีให้เล่นพร้อม Elia Beach

อิ่มแล้วสำหรับการเที่ยวหาดบนเกาะมิโคนอส ขอย้ำอีกครั้งว่าหาดหลายๆ แห่งของบ้านเราสวยไม่แพ้ที่กรีซจริงๆ Mykonos มีชื่อเพราะมันเป็น destination ที่อยู่ไม่ไกลจากแถบยุโรปมากนัก มิน่าเล่าคนต่างชาติที่มาเที่ยวบ้านเราจึงได้ติดอกติดใจเมืองไทยนักหนา พูดถึงตรงนี้ก็ต้องขอให้พวกเราคนไทยช่วยกันรักษาผืนทราย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความงดงามนี้ตกถึงมือรุ่นลูกรุ่นหลาน

ก่อนจาก Mykonos ไปขอตบท้ายด้วยภาพถ่ายสัญลักษณ์ของเมืองนี้นั่นคือ Little Venice ดูทีแรกมันก็ไม่เหมือนเมืองเวนิซซะทีเดียว แต่พอเดินออกมาถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกก็สังเกตเห็นบ้านเรือนที่ติดอยู่ริมน้ำทาสีหลากหลายคล้าย Venezia จริงๆด้วย แถมด้านหลังยังมีกังหันลมขนาดใหญ่อยู่ 6 อันตั้งตระหง่านเป็นพร็อพอีกต่างหาก

Little Venice2
Little Venice, Mykonos Town
Little Venice4
ช่างได้บรรยากาศจริงๆ กินอาหารไปจิบวิวพระอาทิตย์ตกไปที่ Little Venice
Windmill2
Wind Mill กังหันทั้ง 6 (1 อันชำรุดไป)
Windmill
ใกล้ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก ผู้คนจะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ
Mykonos Sunset
พระอาทิตย์ตกที่ Mykonos

ถ้าถามผมว่าชอบเมืองนี้มั้ย ตอบได้เลยว่าไม่มาก เนื่องจากเป็นคนที่ชอบภูเขามากกว่าทะเล จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะหลงรัก Santorini มากกว่า Mykonos อันนี้เป็นความชอบส่วนบุคคลไม่จำเป็นต้องเลียนแบบ

ตอนช่วงท้ายของทริปผมแวะไปทักทายเพื่อนกรีซที่เกาะ Paros เลยได้เล่นน้ำทะเลกันสนุกสนานกับเด็กๆ และถ้าถามว่าถ้าเลือกได้อยากตามไปเก็บภาพที่ไหนต่อ นี่เลยครับ Navagio Beach (Shipwreck Beach) , Zakynthos, Ionian Island ดูจากภาพถ่ายแล้ว อารมณ์น่าจะประมาณหาดมาหยา กระบี่

Dryos_Paros
Dryos บนเกาะ Paros
Paros Morning
พระอาทิตย์ขึ้นที่ Dryos บนเกาะ Paros
Paros Beach
Golden Beach ที่เมือง Dryos บนเกาะ Paros

เอาล่ะครับ จบแล้วสำหรับการตะลอนทัวร์ เที่ยวรอบเกาะซานโตรินี มิโคนอส แถมพารอสมาอีกหน่อยนึง หวังว่าเรื่องราวนี้คงจะทำให้คุณเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จำไว้ว่าช่วงหน้า High ที่สุดของเกาะนี้คือช่วงปลายเดือนกรกฏาคมไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคม ถ้าเลือกได้ควรไปก่อนหรือหลังนิดหน่อย เพราะช่วงที่คนยุโรปลาพักร้อนพร้อมกัน ทั้งที่พักก็หายาก ร้านอาหารก็คนแน่น ข้าวของก็แพงไปหมด แต่ก็ไม่แนะนำให้เที่ยวหน้าโลว์จัด อย่างช่วงเดือนเมษา-พฤษภาซึ่งเป็นหน้ามรสุม บริษัทเดินเรืออาจยกเลิกตารางเรือ แถมสภาพอากาศอาจแปรปรวนจนไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนพอดี

ขอลอยคอออกจากเกาะแต่เพียงเท่านี้ พบกันใหม่กับมาเดินทางไปสู่แดนหฤหรรษ์มหัศจรรย์ประเทศตุรกีในเฮือกถัดไป ภาพนี้เหลือนี้เป็นภาพเก็บตกจากทริปนี้ครับ

Slice of Life in Mykonos

20150727_114842

20150727_111717

 

 

P7271965

 

 

Mykonos Town5

 

 

 

 

 

Paradise3

 

P7271756

P7271779

 

P7271771

P7271823

 

P7272008

 

P7271977

 

P7271899

P7271888

P7271981 - Copy

20150728_161428

20150727_133445

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

%d bloggers like this: