กรี๊ดกรีซ ตอนรื่นรมย์ชมพระอาทิตย์ที่ซานโตรินี

มาเล่าต่อจากบทความตอนที่แล้ว (กรี๊ดกรีซ ตอนตะลุยกรุงเอเธนส์แบบไม่ต้องง้อทัวร์) เที่ยวกรีซทั้งทีถ้าไม่ได้ไปเที่ยวเกาะ เหมือนไปไม่ถึง ผมใช้เวลาซุ่มเตรียมการอยู่นาน หาข้อมูลแบบงูๆ ปลาๆ เจอแต่คนมาเที่ยวที่สองเกาะนี้ นั่นคือ ซานโตรินี กับมิโคนอส ประมาณว่าเป็นภูเก็ต กับสมุยบ้านเรา ทริปนี้ก็เลยขอจัดไปดูด้วยตาตัวเองสักครั้ง และแล้วก็ต้องอึ้ง ทึ่ง และเสียว(ความรู้สึก) เมื่อได้พบว่ามันคือเมืองมายาที่ได้รับการปรุงแต่งจน… เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามเรื่องเล่าและภาพถ่ายได้ ณ บัดนาว

ก่อนอื่นต้องท้าวความก่อนว่าประเทศกรีซนั้นมีเกาะแก่งมากมายหลายพันเกาะ (1,200-6,000) แต่ที่มีคนอาศัยอยู่จริงๆ ประมาณ 200 กว่าเกาะ กลุ่มก้อนที่อยู่กันอย่างหนาแน่นสุดน่าจะเป็นตอนกลางของทะเลอีเจียน (Aegean Sea) ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของเกาะสำคัญๆ อย่าง Naxos, Paros, Milo, Mykonos และ Santorini (Thira) ถ้าไปเที่ยวให้ครบทุกเกาะ มีหวังทรัพย์ต้องละลายไปกับสายน้ำแน่นอน และนี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมจึงต้องเจาะจงมาเที่ยวแค่ 2-3 เกาะก็พอ เพราะเที่ยวมาถึงจุดนึงก็จะรู้ว่า ภูมิทัศน์ของแต่ละที่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย สำหรับที่เกาะซานโตรินีและมิโคนอสนับว่ามีข้อได้เปรียบอยู่หลาาย นั่นคือ “การเดินทางสะดวก” คือเขามีทั้งท่าเรือและสนามบินเป็นของตัวเอง “สิ่งอำนวยความสะดวก” ครบครันทั้งโรงแรมที่พัก ร้านรวง และระบบขนส่งภายในเกาะ เอาล่ะเมื่อข้อมูลยืนยันแน่นปึ๊กขนาดนี้แล้ว มาเตรียมตัวไปเที่ยวเกาะกันได้เลย

Oia Morning
Landscape of Oia, Santorini

การเดินทางไปเป็นชาวเกาะ

นอกจากวิธีว่ายน้ำข้ามทะเลซึ่งไม่เป็นที่นิยมแล้ว (เพราะไม่น่าจะไปได้ไกล) กับวิธีเช่าเรือยอร์ชส่วนตัว (ซึ่งก็น่าจะแพงจนตัวซีด) ขอแนะนำให้ซื้อตั๋วเรือหรือตั๋วเครื่องบินไปน่าจะง่ายที่สุด ถ้าถามผมระหว่างเรือเฟอร์รี่และเครื่องบิน อย่างไหนดูสมเหตุสมผลกว่ากัน ผมตอบได้ทันทีว่าให้พิจารณาที่สองปัจจัยนี้คือ “ราคา” และ “ตารางเวลา” คือถ้าราคาใกล้เคียงกันซื้อตั๋วเครื่องบินจะคุ้มกว่า แต่ถ้าราคาต่างกันมากพอสมควรนั่งเรือก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะเวลาที่ใช้ได้การเดินทางแทบไม่ต่างกัน ถึงแม้การโดยสารทางเรือดูเหมือนจะใช้เวลานานกว่า แต่กว่าจะเช็คอินรอเวลาขึ้นเครื่องโหลดกระเป๋าออกจากสนามบินเผื่อเวลาดีเลย์อีก บวกลบคูณหารแล้วอาจใช้เวลาพอๆ กัน ส่วนเรื่องตารางเวลานั้นต้องเช็คดูให้ดีว่าวันออกเดินทางมีเรือหรือเที่ยวบินออกกี่รอบ ถ้าขาไปหรือกลับมีเที่ยวบินต่อออกไปยังที่อื่นอีก ควรเลือกบินดีกว่าเพราะการออกเรือนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศมากกว่า บางทีเรือก็ถูกยกเลิกง่ายๆ ถ้าหากเป็นการเดินทางไปเที่ยวในช่วงหน้ามรสุม (ไม่แนะนำให้ไปในช่วงสงกรานต์ เพราะอาจเจอฝนและลมพายุหนักมาก)

ขึ้นเครื่องไป

สมมุติว่าคุณเลือกแล้วว่าจะบินไป ลองเช็คตารางบินของ 2 สายการบินนี้เป็นอันดับแรก นั่นคือ Aegean Airlines และ Olympic Air ถ้าได้ราคาตั๋วโปรจะเทพมาก มีข้อแนะนำ 2 ข้อสำหรับคนเลือกที่จะบินคือ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวระบบการเช็คอินดีๆ ว่าเขาบังคับให้ทำ on-line check-in หรือไม่ จำเป็นรึเปล่าที่ต้อง print e-ticket หรือ boarding pass ออกมา จะได้ไม่ต้องเสียความรู้สึกเมื่อโดนค่าปรับโทษฐานไม่อ่านเงื่อนไขให้ดี อีกข้อคือเรื่องการโหลดกระเป๋าสัมภาระ ถ้าเป็นการบินของทั้งสองแอร์ไลน์นี้ คุณสามารถถือกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 8 กก.สำหรับการซื้อตั๋วแบบ Go Light Package ถ้าต้องโหลดกระเป๋าสัมภาระจำเป็นต้องเสียตังค์เพิ่มด้วยการซื้อเป็นแบบ Flexi Package ซึ่งจะได้น้ำหนักเพิ่มมาเป็น 23 กิโล ในกรณีที่ไม่อยากแบกสัมภาระทั้งหมดไปเที่ยวเกาะด้วยแนะนำให้ฝากกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ไว้ที่สนามบินเอเธนส์ (อ่านรายละเอียดในการฝากกระเป๋า และราคาค่าบริการต่างๆ ของ Care 4 Bag ได้ที่ลิงค์นี้ครับ)

SeaJets1
Piraeus Port, Athens

ลงเรือไป

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมที่สุดเพราะสายเดินเรือต่างๆ สามารถเข้าถึงเกาะน้อยใหญ่ได้มากกว่าสายการบิน คือถ้าเดินทางไปซานโตรินีและมิโคนอสก็ว่ากันไป แต่ถ้าจะไปเที่ยวเกาะอินดี้ หรือต้องการเดินทางระหว่างเกาะต่างๆ เฟอร์รี่นี่ตอบโจทย์ที่สุด คือไม่ต้องบินไปตั้งหลักใหม่ที่เอเธนส์ อย่างในทริปนี้ผมซื้อตั๋วเฟอร์รี่จากเอเธนส์ไปซานโตรินี แล้วจากซานโตรินีต่อเรือไปลงที่มิโคนอส จากนั้นก็นั่งเรือต่อไปพารอส แล้วค่อยวกกลับมาที่เอเธนส์อีกที แต่ถ้าเป็นการนั่งเครื่อง เกือบทุกทริปจะต้องไปบินกลับไปตั้งหลักที่เอเธนส์ใหม่ เหมือนเสียค่าโดยสารเป็นดับเบิ้ลเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะนั่งเครื่อง ให้นั่งเฉพาะตอนไปกับกลับเท่านั้น ระหว่างเกาะใช้วิธีนั่งเรือเหอะ คุณพี่ขอร้อง

สายเดินเรือหลักที่ใช้จะมีอยู่ 3 ยี่ห้อคือ SeajetsHellenic Seaways และ Blue Star Ferries (จริงๆ มีมากกว่านี้ แต่ 3 ยี่ห้อนี้ดูน่าเชื่อถือสุด) หรือจะจองผ่าน Greek Ferries Portal บอกได้เลยว่าราคาไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ (ไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบราคามาก) สิ่งที่ต่างคือตารางเวลาเดินเรือ ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง (ถ้าเป็นเรือเร็วแบบ High Speed ราคาก็จะแพงหน่อย) และ Class Seat หรือประเภทของที่นั่ง (ถ้าเป็น VIP และ Business/Club Class ราคาก็จะสูงกว่าประมาณ 10-20%) จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองนั่งเก้าอี้แบบ Economy และ Business Class บอกได้เลยว่าไม่ถึงกับต่างราวฟ้ากับดิน ขนาดพื้นที่พอๆ กัน แค่เบาะที่นั่งสบายกว่านุ่มกว่า Economy Seats จะอยู่ชั้นล่าง Business/Club Seats จะได้อยู่ชั้นบน ถ้าเป็นการเดินทางระยะสั้นๆ และต้องการประหยัดงบ เลือกชั้นธรรมดาก็พอครับ แต่ถ้าพอมีงบเหลือ เพิ่มเงินอีกประมาณ 10 ยูโรก็จะกลายเป็นคนชนชั้นสูงขึ้นมาทันที ที่นั่งสามารถปรับเอนได้สบายขึ้นนิดหน่อย ดูตามรูปก็จะเห็นว่าสภาพเรือทั้งภายในและภายนอกดูดีกว่าของบ้านเราเยอะ เรือไม่โครงเครงมาก น่าจะไม่ทำให้คุณเมาเรือได้ง่าย แต่ขอบอกว่าลมทะเลที่ระเบียงด้านนอกแรงมาก ไม่ต้องเสียเวลาตั้งกล้องถ่ายรูป เพราะมันไม่ค่อยมีวิวอะไรให้ถ่าย เว้นแต่ตอนเรือขับผ่านเกาะแก่งต่างๆ

อ้อลืมบอกไปเฟอร์รี่นี้สามารถโหลดรถขึ้นได้ด้วยนะ (ในกรณีที่คุณเช่ารถมาจากเอเธนส์) แต่ถ้าไม่อยากเป็นภาระมาก ไปเช่ารถยนต์ หรือรถ ATV บนเกาะก็น่าจะเซฟเงินได้ประมาณนึง

หมายเหตุ: ที่กรุงเอเธนส์จะมีท่าเรืออยู่หลายแห่ง แต่ท่าเรือหลักที่ใช้ในการจองตั๋วเพื่อไปเกาะซานโตรินี และมิโคนอสคือท่าเรือพิราอุส (Piraeus)

เพื่อเป็นการซักซ้อมความเข้าใจ ขอสรุปขั้นตอนในการจองตั๋วเรือแบบเป็นขั้นเป็นตอนดังนี้ครับ

1) เข้าไปที่หน้าเวบ 3 ยี่ห้อนี้ SeajetsHellenic Seaways และ Blue Star Ferries เพื่อเลือกเวลาในการออกเดินทาง หลังจากชำระเงินด้วยบัตรเครดิตแล้ว คุณจะได้รับอีเมล์ยืนยัน พร้อม e-Ticket ให้พิมพ์เอกสารนั้นติดตัวไปด้วย

2) ในวันออกเดินทางวันแรกให้ไปถึงที่ท่าพิราอุส Piraeus ล่วงหน้าอย่างหน้อย 1 ชั่วโมงครึ่งเพื่อนำ e-Ticket นี้ไปขึ้นเป็นตั๋วเรือ (หน้าตาคล้ายๆ boarding pass) ที่เอเยนต์ออกตั๋วซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ท่า (บางยี่ห้อเป็นแค่บูธเล็กๆ บางเจ้าเป็นตึกสำนักงานเลย) จากสถานีรถไฟ Metro ปลายทาง Piraeus เพื่อมาที่ท่าเรือ ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาทีนะ ไม่ใช่โผล่ขึ้นมาแล้วเจอเลย ถึงได้ให้เผื่อเวลาไว้ไง (ถ้ามีเวลามากพอ แนะนำให้ขึ้นตั๋วของทุกยี่ห้อให้เสร็จที่ท่า Piraeus เลย จะได้ไม่ต้องมาต่อคิวทุกรอบตอนออกเดินทางออกจากเกาะ)

ด้วยความที่ผมมาเที่ยวในช่วงหน้า High ก็เลยตัดสินใจนั่งรถไฟมาดูลาดเลาที่ท่าเรือก่อนวันเดินทางหนึ่งวัน ออกตั๋วทุกใบให้เสร็จสรรพ จะได้ไม่ต้องพะว้าพะวงว่าจะตกเที่ยวเรือในวันที่ออกเดินทาง ออกตัวตั้งแต่ตีห้าลากกระเป๋ามาขึ้นรถไฟ เพื่อมาขึ้นเรือให้ทันตอน 7 โมงเช้า (ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางเป็นครั้งแรก)

3) บน Boarding Pass ที่ได้รับมันจะระบุหมายเลข Gate ไว้อยู่ว่าอยู่ที่ช่องใด ขอบอกว่าแต่ละเบอร์อยู่ห่างกันพอสมควร ให้ไปยืนรอใกล้ๆ ที่หมายเลขนั้นก่อนเวลาออกเรือประมาณ 30 นาที แล้วก็เตรียมใจเล็กน้อยว่าเรืออาจมาสายกว่ากำหนด แต่ถึงยังไงไปถึงก่อนก็ยังดีกว่าไปอยู่ที่ท่าตอนเรือออกไปแล้ว จริงมั้ย

เมื่อเช็คอินขึ้นไปบนเรือแล้ว ให้วางสัมภาระบนชั้นเก็บกระเป๋าด้านล่าง แล้วเดินตัวปลิวขึ้นไปชั้นผู้โดยสาร เจ้าหน้านี่ตรวจตั๋วเขาจะเป็นคนบอกเองว่าที่นั่งที่คุณจองไว้อยู่ในโซนใด (หมายเหตุ: อาหารและเครื่องดื่มบนเรือจะแพงกว่าบนบก ฉะนั้นเพื่อความประหยัดควรเตรียมอาหาร/ขนม/เครื่องดื่มติดตัวมาให้พร้อม)

SeaJets2
บรรยากาศภายในเรือ SeaJets ชั้นล่าง Economy Class ชั้นลน Club Class

 

SeaJets3
เก้าอี้ที่นั่งชั้น Club Class จะสบายกว่านิดนึง

วิวพระอาทิตย์งดงามที่ซานโตรินี  (Beautiful Sunset at Santorini)

เกาะซานโตรินีคือเกาะแรกที่ผมเดินทางมาถึง ใช้เวลาอยู่บนเกาะนี้ 4 วัน 3 คืน เร่ร่อนพเนจรย้ายโรงแรมไปเรื่อยเพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศที่หลากหลาย ไม่จำเป็น ไม่ต้องเลียนแบบนะครับ แค่เลือกเอาที่ชอบที่ชอบก็แล้วกัน เพื่อให้เห็นภาพก่อนที่ท่านจะตัดสินใจจองที่พักบนเกาะ ขอให้ข้อมูลคร่าวๆ เกี่ยวกับเมืองต่างๆ บนเกาะนี้ดังนี้ครับ

เมืองเอีย (Oia) อยู่ตอนบนสุดของเกาะซานโตรินี วิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกของที่นี่สวยงามที่สุด และที่พักในละแวกนี้ก็แพงแบบสุดๆ เช่นกัน ในช่วง High Season ราคาห้องพักต่อคืนโดยเฉลี่ยจะตกประมาณคืนละหนึ่งหมื่นลามไปถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเหมาะที่สุดสำหรับการฮันนีมูน สำหรับชาว Backpack อย่างเราควรลืมไปซะ มีทางเลือกอื่นที่ทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่านี้

Oia Morning3
ทิวทัศน์ของเมือง Oia ทางตอนเหนือของเกาะ Santorini

เมืองฟิร่า (Fira) ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะติดแนวหน้าผา เป็นศูนย์กลางของการเดินรถบนเกาะนี้ Local Bus ทุกสายจะมาออกตัวจากสถานีนี้ เมืองนี้จะอยู่ใกล้ท่าเรือ สะดวกต่อการเดินทางไปไหนมาไหน ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง แนะนำให้เลือกเมืองนี้เป็นที่หลักปักฐาน เพราะอยู่ใกล้กับทุกสิ่งอย่างอัน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล ศูนย์รถเช่า ฯลฯ

Fira Morning3
บรรยากาศของเมือง Fira ตอนกลางของเกาะ Santorini

เมืองอโครติรี (Akrotiri) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ในแถบนั้นเป็นแหล่งที่มีการขุดเจาะสำรวจวัตถุโบราณ อยู่ใกล้กับ Red Beach และ White Beach ซึ่งเป็นหาดที่สวยงามที่สุดบนเกาะนี้ เมืองนี้แม้จะอยู่ใกล้หาด แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบนั้นแห้งแล้งที่สุด ไกลจากทุกสิ่งอย่างอัน

Red Beach4
บรรยากาศของเมือง Akrotiri เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ Santorini

เมืองคามารี (Kamari) และเปอริซ่า (Perissa) สองเมืองนี้ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ห่างกันไม่มากแต่ไม่สามารถเดินถึงกันได้เพราะถูกกั้นด้วยภูเขาและแนวผา บริเวณนี้ขึ้นชื่อเรื่องหาดสีดำหรือ Black Beach มีพื้นที่ชายหาดค่อนข้างกว้างเหมาะสำหรับการอาบแดดเล่นน้ำทะเล แทนที่หาดจะเป็นเม็ดทรายสีขาว แต่มันกลับเป็นก้อนกรวดและหินสีดำ ก็อย่างที่เห็นในภาพ

Kamari Beach
บรรยากาศของเมือง Kamari ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ Santorini

ถ้าถามความเห็นส่วนตัวแบบชี้นำ ผมชอบตัวเมือง Fira เพราะว่าวิวก็สวยไม่แพ้เอีย แถมสะดวกต่อการเดินทางไปไหนมาไหนอีกต่างหาก ราคาที่พักก็ไม่ถึงกับแพงเว่อร์ คุณสามารถนั่งรถบัสจาก Fira ไปเที่ยว Oia ใช้เวลาประมาณ 20 นาที (1.8 ยูโรต่อเที่ยว) ไป Kamari 15 นาที (1.8 ยูโรต่อเที่ยว)  ไป Perissa 20 นาที (2.3 ยูโรต่อเที่ยว) ไป Akrotiri 20 นาที (2 ยูโรต่อเที่ยว) ไป Airport 10 นาที (1.8 ยูโรต่อเที่ยว) ระบบขนส่งบนเกาะนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เริ่มจากการเช็คตารางเวลาที่สถานีขนส่ง (ช่วงหน้า High จะมีรถวิ่งแทบจะทุกๆ 20-30 นาที) จากนั้นก็เตรียมสตางค์ให้พร้อมที่นี่ชำระเงินบนรถบัส จะมีเด็กเดินตั๋วคอยเดินเก็บค่าโดยสารขณะรถกำลังออกวิ่ง เมื่อไปถึงที่หมายก็เช็คตารางเวลาเดินทางกลับมาที่เก่าอีกที จำไว้ว่าที่เกาะซานโตรินี จะเดินทางจากจุดนึงไปยังจุดนึงต้องมาต่อรถที่ Fira สถานเดียว เช่นจากเมือง Oia จะไป Akrotiri คุณต้องนั่งรถจากเมือง Oia มาลงที่ Fira ก่อน (เสียเงินต่อที่หนึ่ง) แล้วค่อยมาต่อรถจาก Fira ไปที่ Akrotiri (เสียเงินต่อที่สอง) แบบว่าเขาไม่มีราคาตั๋วเหมาเป็นรายวัน ต้องเสียเงินเป็นครั้งๆ ไปครับ อ่านมาถึงตรงนี้หวังว่าจะช่วยทำให้กระจ่างขึ้นนะครับ

Local Bus Fira
Local Bus Station อยู่ที่เมือง Fira
Fira ATV
สามารถเช่ารถ ATV เพื่อเที่ยวชมรอบเกาะได้
Fira Cable
สามารถนั่งกระเช้าเพื่อลงไปชมทิวทัศน์จากด้านล่าง หรือเพื่อต่อเรือไปยังหาดต่างๆ

คืนแรก (Fira)

ทีนี้มาดูกันว่าผมไปทำอะไรบ้างบนเกาะซานโตรินี เนื่องจากเป็นการเดินทางครั้งแรก เลยขอหาที่พักที่เมือง Fira ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเพื่อเป็นการตั้งหลักก่อน หลังจากอ่านรีวิวบน Booking.com มาหลายตลบ ผมตัดสินใจเลือกที่นี่ครับ Costa Marina Villas เป็นโรงแรมบูติคขนาดไม่ใหญ่มาก ห่างจากท่ารถประมาณ 300-400 เมตร (อ่านรีวิวเกี่ยวกับโรงแรมนี้ได้ที่นี่ครับ) โดยรวมถือว่าเป็นปลื้มมากเพราะเจ้าของเข้ามาพูดคุยดูแลเอาใจใส่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก ช่วงบ่ายบุกไปเที่ยวที่ Black Beach ทั้งที่ Kamari และ Perivolos (Perissa) ใครๆ ก็บอกว่าต้องไป พอไปถึงแล้วบอกได้เลยว่าทะเลและหาดทรายของที่บ้านเราสวยกว่าเยอะ อารมณ์ประมาณบางแสนบ้านเรา สำหรับคนที่อยากข้ามไปเที่ยวที่ White Beach แถบๆ Akrotiri สามารถเดินไปสุดหาด Perivolos แล้วนั่งเรือต่อไปได้ (ไม่ทราบค่าโดยสาร แต่รู้ว่าเขาปิดเวลาเดินเรือหลังบ่ายสี่ครับ)

ตกเย็นก็มาเก็บภาพพระอาทิตย์ตกที่เมือง Fira เสียดายที่มาช้าไปหน่อย เผลอแป๊บเดียวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าซะละ (ประมาณ 2 ทุ่มถึง 2 ทุ่มครึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคม) หลังจากนั้นก็เดินลัดเลาะตามแนวถนนเลียบผาแล้วมาหยุดทานอาหารมื้อเย็นมื้อแรกบนเกาะนี้กันที่ร้าน Nikolas Taverna คนเยอะใช้ได้เลย (อ่านรีวิวเกี่ยวกับร้านอาหารนี้ได้ที่นี่ครับ)

Costa Marina Villa
Costa Marina Villa ที่พักที่เมือง Fira
Kamari Beach2
Kamari Beach
Perivolos Beach
Perivolos Beach, Perissa
Perivolos2
Perivolos Beach, Perissa
Fira sunset2
Watching Sunset in Fira
Fira sunset
Sunset in Fira

คืนที่สอง (Oia)

หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จก็เดินเก็บวิวรอบเมือง Fira กันสักรอบ มีจุดถ่ายรูปสวยๆ เยอะเลย ที่นำมาโชว์นี่เป็นแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้นนะ ตอนสายๆ ก็นั่งรถลงไปเที่ยวที่ Excavations และ Red Beach ซึ่งอยู่ที่ Akrotiri เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะซานโตรินี ใครที่ชอบเที่ยวแบบแนวพิพิธภัณฑ์ ชื่นชมประวัติศาสตร์ โบราณคดี ลองแวะเที่ยวที่ Excavations ดูครับ โดยส่วนตัวผมดูแล้วไม่ค่อยอินเท่าไหร่ งั้นขอข้ามมาที่ Red Beach เลยนะครับ สามารถเดินจากพิพิธภัณฑ์มาได้ ประมาณ 600-700 เมตร ทางเดินลงไป Red Beach นี่จะขลุกขลักนิดหน่อย คือต้องปีนขึ้นปีนลงริมหน้าผา ใครที่กลัวความสูงนี่คงไม่สามารถเฉียดเข้าไปได้ใกล้เลย แต่ถ้าใครไม่มีปัญหานี้ แนะนำให้ไต่ลงไปชมครับ สวยงามไปอีกแบบ ที่เขาเรียกว่าหาดทรายแดง เพราะมันปูอยู่บนแนวหน้าผาที่เป็นก้อนหินผาสีแดง ช่วงฝนตก มีมรสุมนี่ไม่แนะนำเลย เพราะดินอาจถล่มลงมาทับได้ ตอนผมเดินลงไปที่หาด เห็นมีเรือโดยสารพาไปที่ White Beach ด้วยเหมือนกัน จากแผนที่มันไม่น่าจะอยู่ไกลกันเท่าไหร่ เพียงแต่ไม่สามารถเดินเท้าไปถึงได้ เขาว่ากันว่าน่าจะเป็นหาดที่สวยที่สุดบนเกาะนี้แล้ว เพราะหาดบนเกาะนี้ส่วนใหญ่เป็นสีดำ จะมีที่ White Beach ที่น่าจะเป็นสีขาว น่าเสียดายที่ผมไปไม่ถึงที่นั่น ใครมีโอกาสได้ไปถึงหาดทรายขาว ช่วยส่งภาพมายั่วหน่อยครับ

Fira Morning4
เดินกินลมชมวิวตอนเช้าที่เมือง Fira
Fira Morning1
เดินเก็บภาพถ่ายตอนเช้าที่เมือง Fira
Fira Fishermen
Fish Market on the Street
Akrotiri Excavation
Excavation ซากวัตถุโบราณที่เมือง Akrotiri
Red Beach1
บรรยากาศของ Red Beach, Akrotiri
Red beach3
ต้องไต่เขาเล็กน้อยเพื่อที่จะลงไปที่ Red Beach
Red Beach2
Red Beach เป็นอีกหนึ่งแห่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำ อาบแดด แต่โปรดระวังดินสไลด์ หินถล่มลงมาละกัน

เอาเป็นว่าจบการชะโงกทัวร์สำหรับวันนี้ ทันทีที่เดินกลับไปรับกระเป๋าที่โรงแรม ก็จับรถแบกกระเป๋าไปต่อกันที่เมืองเอีย คืนนี้เป็นคืนที่วิเศษที่สุดในทริป ก็แหงเหนาะเล่นจองโรงแรมซะฮิโซติดริมผาขนาดนี้ มองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกจากหน้าห้องพัก เชื่อมะวันที่ทำการจอง เจอแต่ที่พักราคาระดับหลายหมื่นบาทต่อคืน มีแต่อันนี้แหละ  Oia Mare Villas ที่ราคาพอสู้ไหว (อ่านรีวิวเกี่ยวกับโรงแรมนี้ที่นี่ครับ) ข้อดีคือโรงแรมนี้มีสระว่ายน้ำในตัว ข้อเสียคือทำให้ไม่อยากออกไปเที่ยวไหน เพราะจ่ายไปหลายตังค์ ต้องใช้ให้คุ้ม 555

Oia Mare1
Oia Mare Villa, โรงแรมเขาสวยมั้ย ได้ Sea & Sunset View ด้วย
Oia Mare2
Oia Mare Villa, วิวที่พักที่เมืองเอีย

พอมาเที่ยวเมือง Oia ถึงได้เข้าใจว่าทำไมใครๆ จึงต้องโอดครวญเพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกกันที่นี่ มันสวยงามจริงๆ นะเออ ณ จุดชมวิวที่เป็นไฮไลท์ ผู้คนจะมานั่งจับจองพื้นที่กันตั้งแต่หกโมงเย็น นั่งจับเจ่าปิ๊กนิกกันไปจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าตอนราวๆ 2 ทุ่ม 2 ทุ่มครึ่ง ทันทีที่พระอาทิตย์จมลงบนผิวน้ำ ผู้คนก็จะปรบมือกันเสียงดังเกรียวกราวราวกับเพิ่งชมการแสดงจบไป

ผมแอบเก็บภาพที่เมืองนี้มานับไม่ถ้วนทั้งเช้าและเย็น บางภาพนี่แอบตามรอยรูปถ่ายในโปสการ์ดเชียวนา ฝีที่มือมีแค่นี้แหละ ทนๆ ดูกันไป หลังจากที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ก็ออกไปตะลอนทัวร์หาของอร่อยกินกัน ร้าน Skala เป็นร้านที่มีคนแนะนำ ก็เลยจัดไปซะหนึ่งมื้อ (อ่านรีวิวเกี่ยวกับร้านนี้ได้ที่นี่ครับ)

Oia Morning2
วิวยามเช้าที่เมือง Oia, Santorini
Oia Evening1
เดินชมวิวเมือง Oia
Oia Evening2
วิวยามเย็นที่เมือง Oia
Oia Evening6
วิวยามเย็นที่เมือง Oia สวยปะล่ะ
Oia Evening3
ผู้คนนั่งชิลล์รอชมวิวพระอาทิตย์ตกที่เมือง Oia
Oia Evening7
นานแค่ไหนก็จะรอ ณ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่เมือง Oia
P7241161
ผู้คนมาจับจองที่นั่งดูพระอาทิตย์ตกตั้งแต่ 6 โมงเย็น
Oia Evening5
คุ้มแล้วที่รอคอยกับวิวพระอาทิตย์ตกที่เจิดจรัสงดงามที่เมือง Oia, Santorini

คืนที่สาม (Firostefani)

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วก่อนอำลาเกาะซานโตรินี สถานที่สำคัญๆ ก็ได้เก็บเกือบครบแล้ว ก็เลยถือโอกาสย้อนศรกลับไปเที่ยว Fira อีกสักนิด (ด้วยการออกวิ่งตอนช่วงเช้า) และ Oia อีกสักหน่อย (ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกร่วมกับฝูงชนตอนช่วงเย็น) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้พลาดซีนเด็ดของซานโตรินี เหตุผลที่ต้องย้ายโรงแรมมานอนที่ Villa Firostefani ก็เพราะงบหมด (อ่านรีวิวเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมนี้ได้ที่นี่) คืนก่อนนอนซะหรูหรา คืนนี้เลยต้องย้ายมาซุกตัวนอนอยู่ที่ B&B Hotel ราคาย่อมเยา เมืองนี้จริงๆ อยู่ถัดจาก Fira นิดเดียว แทบจะเรียกว่าเดินถึงกันได้เลย ไม่มีเหตุผลอื่นมาสนับสนุนว่าทำไมต้องมาพักที่นี่นอกจาก “ราคาถูก” แล้วก็อยู่ไม่ไกลจากป้ายรถบัสเท่าไหร่ ใครที่งบน้อย แนะนำให้เลือกที่พักแบบว่าสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องเอาวิวอะไรมากมาย เพราะที่พักที่เห็นวิวหน้าผาและทะเลมันทำให้ราคาห้องพักสูงปรี๊ดขึ้นมามาก คุณสามารถเดินเฉียดเข้าไปในแหล่งนั้นแล้วถ่ายภาพกลับมา มันก็คือคือกัน

Running Fira
Running along the Cliff, Fira
Firostefani Villa
Villa Firostefani
Firo1
บรรยากาศของเมือง Firostefani อยู่ติดกันกับเมือง Fira
Firo3
ขอ act สักภาพก่อนออกจากเกาะ Santorini

สิ่งที่เหลือไว้เป็นความทรงจำสำหรับทริปนี้คือ Santorini เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามเหมาะกับการเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์ อาคารบ้านช่องร้านรวงตกแต่งได้เก๋ไก๋มีสไตล์ แต่อาจไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำมาก หาดทรายไม่ได้สวยมากนัก แต่ก็พอเล่นได้ โดยรวมถือว่าประทับใจ กิจกรรมที่ยังเก็บได้ไม่ครบคือ การไปเที่ยว White Beach, ชมไร่ไวน์ที่ Pyrgos, นั่งรถ Cable Car ลงไปที่ท่าเรือ และการไปเที่ยว Hot Springs ชมดินแดนเกาะแก่งที่เคยเป็นภูเขาไฟ

เอาล่ะครับได้เวลาออกเรือไปเที่ยวเกาะถัดไปแล้ว ทริปนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร โปรดติดตามอ่านได้ใน กรี๊ดกรีซ ตอนบุกเกาะสวาทหาดสวรรค์ที่มิโคนอส

Photo Stream @ Santorini

P7230853P7251231

P7230858

 

P7251250

P7251252

P7241144

P7251248

P7240990

P7240947

 

 

P7230898

 

P7230893

Leave a Reply

%d bloggers like this: