Hokkaido…Hug Me Please ฮอกไกโดกอดฉันให้หายหนาว

การมาเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับผมเหมือนการเก็บสกอร์ สะสมแต้มไปเรื่อยๆ เที่ยวเมืองนี้ที โผล่เมืองโน้นที ยิ่งช่วงนี้เป็นหน้าโปร เลยเที่ยวปึ๊ด เที่ยวปึ๊ด สนุกไปเลยพะยะค่ะ ทริปนี้ก็เช่นกัน นำความตื่นเต้นมาให้ผมไม่ใช่น้อย เพราะความรักครั้งแรกของผมกับฮอกไกโดมันช่างหนาวเหน็บ (ก็เล่นมาตอนมันเกือบติดลบ) ขอบคุณเฮียสมเกียรติและทีมงานอีโก้สปอร์ตที่ใจดีพาผมบินลัดฟ้ามาเก็บเกี่ยวความทรงจำในคืนหิมะโปรย

คงเป็นความเข้าใจผิดอะไรสักอย่างก่อนหน้านี้ที่ทำให้ผมคิดว่าฮอกไกโดเป็นเกาะเล็กๆ กะว่าจะเดินเล่นให้ทั่วเกาะซะหน่อย พระเจ้าช่วยกล้วย(แขก)ทอด Hokkaido กลายเป็นเขตการปกครองที่มีพื้นที่กว้างเป็นอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น คือมีเนื้อที่ 83,453.57 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 5 ล้านกว่าคน ดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เพราะต้องต่อสู้อยู่กับสภาพอากาศที่แปรปรวน เย็นเกือบตลอดปี ยิ่งช่วงหิมะตก จะเดินทางมาไหนไปไหนก็ลำบากพอสมควร ถ้าหลังคาบ้านไม่แข็งแรง มีสิทธิ์ถูกหิมะถล่มได้เลยนะครับ แต่ต้องนับถือคนญี่ปุ่นเพราะเขาเป็นชนชาติที่เรียนรู้ที่จะอยู่เพื่อเอาตัวรอดได้โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติจนเกินไป

ด้วยความรู้เพียงน้อยนิดเกี่ยวกับที่นี่ ผมจึงขอเล่าเรื่องจริงผสมกับการอ้างอิงข้อมูลการท่องเที่ยวจากแหล่งต่างๆ Please sit back and relax but don’t fall asleep unless you are permitted (ขี้เกียจแปล เอาเป็นว่าห้ามง่วงหลังจากบรรทัดนี้)

P1012036
ถึงแล้ว New Chitose Airport บนเกาะ Hokkaido

The Origin of Hokkaido (Ainu)

The Ainu หรือชาวไอนุคือชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนเกาะฮอกไกโดแห่งนี้ จากการค้นคว้าของนักวิชาการทั้งหลายบ้างก็เชื่อว่าไอนุคือคนพื้นเมืองที่อาศัยมาก่อนหน้าที่คนญี่ปุ่นจะสร้างประเทศเสียอีก บ้างก็ว่าไอนุนั้นมีเชื้อสายเป็นคนขาว ชาวรัสเซีย เพราะรูปร่างและสีผิวจะแตกต่างจากคนญี่ปุ่นทั่วไป จะว่าไปพวกเขาก็มีลักษณะคล้ายชนกลุ่มน้อยที่อาศัยตามประเทศต่างๆ อย่างอินเดียแดง เอสกิโม หรือชาวเขาที่ปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ คาดกันว่าชาวไอนุยังคงหลงเหลืออยู่เพียงแค่หลักหมื่น และเพื่อเป็นการอนุรักษ์เผ่าพันธุ์ประวัติศาสตร์ของคนกลุ่มนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงอนุมัติให้สร้างพิพิธภัณฑ์สถานชนเผ่าไอนุขึ้นมา (The Ainu Museum) เรียกว่า Porotokotan (โพโรโต คือชื่อทะเลสาบ โคตันแปลว่าหมู่บ้าน) ภายในพิพิธภัณฑ์นอกจากจะแสดงวิถีชีวิตของชาวไอนุแล้ว ยังมีการร่ายรำแบบโบราณโชว์ให้นักท่องเที่ยวดูด้วย ดูรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็พอทำให้เราซึมซับวัฒนธรรม ความเป็นมาของคนในยุคโบราณ

P1012044
The Ainu Museum
P1012056
การร่ายรำแบบโบราณของชาวไอนุ
P1012066
หิมะปกคลุมไปทั่วบริเวณ

Bear Park (Noboribetsu)

ดูคนเสร็จเราก็นั่งกระเช้าขึ้นมาดูหมีต่อกันบนยอดเขา ที่เรียกว่า Noboribetsu Bear Park เป็นฟาร์มหมีสีน้ำตาลที่ถูกเลี้ยงเสียจนเชื่อง ท่านสามารถซื้อแอปเปิ้ลถุงแล้วให้อาหารหมีโดยการโยนเข้าไปในกรง บอกได้เลยว่าหมีเหล่านี้มันคงไม่ได้ถูกเลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติแล้ว สามารถโบกไม้โบกมือแสดงท่าทางเพื่อขออาหาร/ขนมจากนักท่องเที่ยว ข้อดีคือเราได้เพลิดเพลินไปกับลีลาความน่ารักของหมี แต่ข้อเสียคือมันคงไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติได้อีกต่อไป เมื่อต้องรอรับอาหารในการยังชีพเสมือนเป็นสัตว์เลี้ยงในสวนสาธารณะ นอกจากการเที่ยวชมหมีแล้ว คุณยังได้มีโอกาสชมการแข่งขันวิ่งเป็ดอีกด้วย ที่มาเก๊าแข่งหมา บ้านเราแข่งควาย สเปนแข่งวัวกระทิง ที่ญี่ปุ่นนแข่งเป็ด เอากับเขาสิ ก่อนลงมาสู่พื้นดิน อย่าลืมแวะถ่ายภาพวิวทะเลสาบ Kuttara เป็นที่ระลึกด้วยนะครับ

P1012098
สัญลักษณ์ของ Noboribetsu คือ Brown Bear
P1012139
ฟาร์มหมีสีน้ำตาล
P1012168
วิวทะเลสาบ Kuttara

Life on Slate (Snowmobile)

กิจกรรมยอดนิยมเมื่อมาเที่ยวฮอกไกโดในช่วงหน้าหิมะตกก็คือ “การมาเล่นสกี” นั่งเสิร์ชหาข้อมูลสถานที่เล่นสกีที่ขึ้นชื่อที่สุดเห็นจะเป็นที่ Niseko ที่นี่จะมีรีสอร์ตใหญ่ๆ 3 แห่งได้แก่ Grand Hirafu, Niseko Village และ Annupuri ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งเขาตอนล่าง เราสามารถซื้อตั๋วเป็นแบบ Combination Ticket แล้วนั่งรถ Shuttle Bus เชื่อมถึงกันทั้ง 3 แห่งได้ (ไม่เคยลองด้วยตัวเอง) แต่ในทริปนี้ เรามาเที่ยวกันอีกที่หนึ่ง เป็นรีสอร์ตที่มีชื่อเรียกว่า Rusutsu ตั้งอยู่อีกฟากภูเขาของ Niseko รีสอร์ตแห่งนี้จะอยู่ใกล้กับ Toya Lake (ทะเลสาบโทยะ) ซึ่งมีทิวทัศน์ที่งดงามมากในยามเช้า (กรุณาเบิ่งให้เห็นกับตาว่าขาวโพลนและสวยงามเพียงใด)

P1012244
บรรยากาศยามเช้า ริวทะเลสาบโทยะ
P1012242
แหกขี้ตาตื่นแต่เช้า เพื่อมาเก็บวิวหน้าโรงแรม
P1012264
อายุเป็นเพียงตัวเลข ที่มีความสำคัญ แต่ถ้ายังดื้อรั้น กระโดดแล้วเข่าทรุด ก็ตัวใครตัวมัน

คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร ถ้าผมจะบอกว่าเล่นสกีไม่เป็น ขนาดเคยไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา แต่ก็ไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของการเล่นสกีเลยแม้แต่ครั้งเดียว

กาลเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก กระดูกกระเดี้ยวแขนขาไม่ค่อยจะแข็งแรง เลยคิดว่าคงแก่เกินแกงที่จะพลิกล้มขาขวิดให้กระดานสกีฟาดหน้าตัวเอง งานนี้ผมเลยขอบายการเล่นสกีนะครับ

แต่เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง ผมก็เลยขอไปเล่น Snowmobile แทน (ได้มั๊ย) ตัวเครื่องคล้ายๆ กับรถบั๊มพ์ หรือเจ๊ตสกีบ้านเรา ต่างกันตรงบิดคันเร่งได้ แต่ห้ามแซงและชนคันข้างหน้าเด็ดขาด เขาให้เล่นได้แค่ 20 นาทีเท่านั้นเอง ตดยังไม่ทันหายเหม็น ก็หมดโควต้าซะละ คราวหน้าขอมาใหม่จัดเต็ม ลิงโลด บิดแรง แซงซ้าย แซงขวา สักชั่วโมงเป็นไง

photo 3
เตรียมพร้อมออกรบด้วย Snowmobile คันแดง

กลับมาถึงโรงแรมก็แวะไปแช่ออนเซ็นซะหน่อย โอโห มีคนคิดเหมือนเราเพียบเลย ผู้คนล้านแปด แกล้งทำหน้าด้านไม่รู้จักใคร เจอใครไม่ยอมทัก หามุมล้างตัว แล้วรีบโดดลงบ่ออันร้อนจี๋ แสร้งทำเป็นไม่รู้ร้อน แท้ที่จริงร้อนอิ๊บอ๋าย ต้องบอกเลยว่ารีสอร์ตนี้คนเยอะจัด เหมือนแวะมาเข้าค่ายลูกเสือยังไงยังงั้น ความสะอาดไม่ต้องพูดถึง เอาเป็นว่าไม่ปลื้มที่นี่เท่าไหร่ ถ้ากลับมาฮอกไกโดอีกครั้ง คงต้องไปหาที่ๆ คนพลุกพล่านน้อยกว่านี้ อยากแช่อ่าง outdoor นอนดูดาว มีหิมะร่วงโปรยปรายราวกับกำลังถ่ายมิวสิควีดีโอ ตื่นครับ…ตื่น ลุกไปกินข้าวกันดีกว่าครับ

Eat it Away (King Crab)

มาถึงฮอกไกโดทั้งที ต้องหาอะไรเด็ดๆ หม่ำกัน แน่นอนหนึ่งในเมนูเด็ดนั้นต้องมี King Crab ก้ามปูยักษ์ ปูขน ปลาฮอกเกะ ปลาแซลมอน และอื่นๆ อีกมากมาย เนื่องจากทริปนี้กินดีอยู่ดีเสียเหลือเกิน จำสลับไปมาจนไม่แน่ใจว่ากินอะไรเข้าไปบ้าง แล้วไอ้ปู ปลา กุ้ง หอย แต่ละชนิดมาจากร้านไหน จึงขอโฮะมั่วๆ ไปก่อนนะครับ เอาแค่พอให้เห็นหน้าตาเมนูว่าอะไรเป็นอะไรก็พอ อาหารทะเลที่นี่ขึ้นชื่อมาก มีตลาดสดขายปู ปลา กันเป็นล่ำเป็นสัน บางมื้อมีโอกาสได้ทำเส้นอุด้งทานเองด้วย ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่า ฝีมือนวดแป้งและรีดแป้งแย่มาก นี่ถ้าไม่ได้น้ำซุปช่วย มีหวังทานไม่ลงแน่ๆ

P1012091
ตลาดสดที่ฮอกไกโด
P1012071
Steamed Fish & More เสิร์ฟมาทั้งตัว มันใหญ่มาก
P1012342
Steamed Seafood in a Pot
P1012357
Handmade Udon
P1012558
Hokke Fish Set

มาถึงอาหารมื้อเด็ดที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนเมืองซัปโปโร คือการทานบุฟเฟต์อาหารทะเลที่ Nanda Restaurant (Address: 2 Minami 5 Jo Nishi, Chuo-ku, Sapporo, Hokkaido, Japan, Tel: +81 11-532-7887) ร้านนี้เป็นร้านดังที่ใครๆ ก็แวะมาทาน (โดยเฉพาะคนไทย) เมนูอาหารมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งผักสลัด เต้าหู้ ซูชิ เนื้อหมู ไก่ วัว และอาหารทะเลอื่นๆ สำหรับการปิ้งย่าง ขอสารภาพว่าก่อนหน้าร้านนี้ก็กินขาปูยักษ์มาเยอะแล้ว ก็เลยไม่ได้สวาปามเข้าไปเยอะมาก ส่วนปูขนนั้นมีรสชาติหวานกว่าขาปูยักษ์ แต่ว่ากินยากชมัด ต้องมีทักษะในการแกะโดยไม่ให้บาดมือ (เขามีถุงมือและที่คีบเตรียมไว้ให้) เพื่อไม่ให้เป็นการเสียชื่อคนไทยจนร้านอาหารญี่ปุ่นต้องติดป้ายว่า “ไม่ต้อนรับคนไทย” กรุณาตักแต่พอทานไหว อย่าตักมากองๆ กินเหลือทิ้งขว้าง จนคนอื่นเขาอดกินนะ มันไม่งามนะขอรับ ช่วยกันรักษาหน้านิดนึงนะ คุณพี่ขอร้อง

P1012633
Nanda Restaurant, Sapporo, Hokkaido
P1012643
สารพัดปูและอาหารทะเล
P1012656
สุดยอดเมนูของร้านนี้ ปูขนยักษ์

Shop until You Drop (Souvenir)

P1012601
ไอศกรีมนมสดฮอกไกโด

ความสามารถในการช้อปปิ้งของคนไทยน่าจะติดอันดับโลก ไม่แน่ใจว่า Guiness World Record ได้เคยบันทึกไว้หรือไม่ แต่ผมแน่ใจว่าเราไม่น่าจะแพ้ชาติใดในโลก เพราะซื้อกันได้บ่อย ถี่ และทุกสถานที่ และโอกาสจริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเกิน รับรองคนไทยได้ขนขนมกลับมาขายเป็นล่ำเป็นสันแน่ๆ

ถ้าถามว่าคนไทยนิยมซื้ออะไรไปเป็นของฝาก ผมเชื่อว่าหนึ่งในนั้นน่าจะมี Jaga ​Pokkuru มันฝรั่งแท่งทอดกรอบรสคลาสิคของ Potato Farm (ไม่แนะนำ Yoshimi J by Potato Farm นอกจากปริมาณน้อยแล้ว ยังมีกลิ่นแขกๆ ปนอีกด้วย) , Shiroi Koibito ขนมบิสกิต White chocolate ที่หาซื้อได้ง่ายทั้งที่สนามบินและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ (แม้กระทั่งใน Villa Supermarket บ้านเราก็มีขายนะ) และ Premier maalu เป็น soft crunch chocolate ของ LeTao (ดูลิสต์รายชื่อ 10  อันดับของฝากยอดนิยมของฮอกไกโด โดย Marumura)

โดยความเห็นและรสนิยมส่วนตัวนอกจาก Royce และ KitKat แล้วอยากให้ลอง Choux Cream หรือ Cream Puff ของร้าน Kitakaru ก้อนเบ้อเริ่มไส้ทะลัก หวานมัน อร่อยจนหยุดไม่ได้ (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่) Double Fromage ของ LeTao เนื้อนุ่มละมุน เป็นของดีมีชื่อของเมือง Otaru เลยก็ว่าได้ (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่) หรือจะเป็น YOSHIMI Sapporo okaki เป็นขนมกรอบรสข้าวโพดเมืองซัปโปโร

P1012725
Royce Potato Chip Chocolate
P1012508
Choux Cream by Kitakaro
P1012526
Double Fromage by LeTao
P1012594
White Chocolate Biscuit by Shiroi Koibito
P1012723
YOSHIMI Sapporo okaki Oh!

Chill Time in Hokkaido

นี่เป็นภาพและเรื่องเล่าของทริปฮอกไกโดเวอร์ชั่น “รักครั้งแรก” อีกไม่นาน จะดั้นด้นกลับมาเที่ยวชมความงามของเกาะฮอกไกโดอีกด้าน ไม่แน่ว่าอาจมีภาพสวยๆ ของทุ่งลาเวนเดอร์แห่งฟุราโนะ ยอดเขาโยเทซัง แหล่งธรรมชาติมรดกโลกชิเรโทโกะ ธารน้ำแข็งในทะเลแห่งมอมเบ็ตสึ มาฝากพี่น้องเพิ่มเติม สำหรับทริปนี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ พบกันใหม่กับทริปการเดินทางครั้งหน้าที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไร…

P1012198
Sun Set in Hokkaido
P1012230
Morning Walk along Toya Lake
P1012325
Stunning Billboard Popped Out among the snow
P1012540
Otaru Canal
P1012478
Japanese Craftmanship

Journal & Journey (บันทึก & เดินทาง)

Prelude (ปฐมฤกษ์ เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง)

Episode1: Kyoto…I Love You (เมืองแห่งความขลัง)

Episode2: My Deer Nara (เมืองแห่งกวาง)

Episode3: Koyasan…The Miracle of Peace (เมืองแห่งความสงบ)

Episode4: Osaka…Aha Aha I Like It (เมืองแห่งความความบันเทิง)

Episode5: Tokyo…The City I Must Return (เมืองที่ไปแล้วต้องกลับมาอีก)

 

Leave a Reply

%d bloggers like this: