จกโต๊ะเดียว ห้ามเบี้ยว ห้ามฟิน ห้ามกินไม่หมด

ผ่านยุทธจักรการชิมอาหารมาทั่วหล้า แต่ไม่น่าเชื่อว่าไม่เคยมากิน “จกโต๊ะเดียว” เลยสักครั้ง ไม่ถึงกับเสียชาติเกิด แต่แค่จะคุยกับเขา..ไม่..รู้..เรื่อง ก็เท่านั้น ได้ยินกิตติศัพท์มาเนิ่นนานว่ามันอร่อยขนาดนั้น ขนาดนี้ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบปากคนชงไม่เท่าไช้ลงมาชิม(ด้วยตัวเอง)

กับทุกคำถามที่คุณยังคงค้างคาใจกับสิ่งที่เขาเล่าว่าเกี่ยวกับ “จกโต๊ะเดียว” ครั้งนี้ไช้จะขออาสาตวัดลิ้นชวนเสียว(กระเพาะ) ให้คุณได้อิ่มตาหลับเสมือนว่าได้ไปกินด้วยตัวเอง ถ้าพร้อมแล้วเชิญตามมาครับ

ลอดถ้ำเสือแดนมังกรมากินจก

รวมแก๊งฉกเซียนตะเกียบจนครบขา

เฝ้านับวันล้างท้องรอเวลา

นี่อุตส่าห์แคนเซิ่ลงานเพื่อมื้อเดียว

เขาเล่าว่าก้ามปูนึ่งนี่ห้ามพลาด

พกเงินขาดมื้อนี้พี่มีเสียว

มีแค่ร้อยอย่าเสนอหน้ามาเลยเชียว

ทอดไข่เจียวกินอยู่บ้านสราญรมย์

P2190836

จองล่วงหน้านานมั้ยกว่าได้คิว

การเดินทางมาทานที่ร้าน “จกโต๊ะเดียว” เป็นอะไรที่ต้องวางแผนพอสมควร แต่ก่อนแต่ไรจะได้กินจกกันที โน่น….จองล่วงหน้าหลายเดือนเลยเชียว เดี๋ยวนี้ดีขึ้นหน่อยเพราะทางร้านเขาเพิ่มจาก 1 โต๊ะเป็น 4 โต๊ะแล้ว (1 โต๊ะด้านหน้า เป็นห้อง VIP และอีก 3 โต๊ะนั่งเบียดกันอยู่ด้านหลังติดอยู่กับครัว) แถมเขายังเพิ่มมื้อเที่ยงเข้ามาอีกด้วย พูดเลยว่าโอกาสที่จะได้กินจกนั้นมีมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคุณเลือกมาทานวันธรรมดาและมื้อเที่ยง ถ้าเป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ล่ะก็ คาดว่าต้องชิงดำกันหลายมือหน่อย ทางที่ดีแนะนำว่าให้หาวันเหมาะ ๆ ที่รวมพลกันได้ครบ เตรียมไว้สัก 2-3 ช้อยส์ แล้วโทรไปจองเลยครับ (เบอร์โทรมีให้แล้วด้านล่าง เสียเวลาเลื่อนเมาส์ลงไปอ่านหน่อยครับ) ถ้าโชคดีทางสะดวก อาจจองโต๊ะได้ภายใน 1-2 อาทิตย์ แต่ถ้าดันเลือกวันที่เกิดสุริยุปราคา คือวันที่คิวของทุกคนมาชนกันเป็นเงามืด โน่นเลยครับ ร้องเพลงไกลแค่ไหนคือใกล้ได้เลย

อย่างในกรณีของก๊วนผม พวกเราถึงขั้นต้องเอาปฏิทินของสมาชิกหลักมากางกันเลยว่าได้วันไหนบ้าง พอสรุปได้วันที่ 19 ก.พ. เป็นส่วนใหญ่ ก็โทรจองโต๊ะปั๊บ (ใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ล่วงหน้า) แล้วก็สร้างเป็น Closed Event ขึ้นมาบน Facebook เชิญชวนสายแข็งก๊วนกินจริงจังเข้ามาทีละคน โดยมีพันธะร่วมกันว่า “ห้ามเบี้ยว” โชคดีที่กั๊กไว้ 12 ที่ วันจริงมีคนติดธุระสำคัญ 2 คน ก็เลยมาลงตัวที่ 10 คนพอดิบพอดี แนะนำว่าควรรวมตัวกันให้ได้ครบ 10 พอดี (อย่างน้อย 7-8 คน) อาหารจะกะออกมาพอดี ไม่นั่งเบียดเกินไป และค่าอาหารต่อคนก็จะไม่แรงเกินห้ามใจด้วยครับ

สรุปว่าจองคิวนานมั้ย ผมตอบแบบฟันธงไม่ได้ เลยขออนุญาตตอบแบบกลาง ๆ กั๊ก ๆ ว่า “อันนี้ก็แล้วแต่ดวงครับ” แต่ต้องบอกว่าร้านจกหาโต๊ะได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ผมว่าโทรไปจองไม่ยากเท่าไหร่นะ ไอ้ที่ยากน่าจะเป็นการรวมเทพคิวทองให้ว่างตรงกันมากกว่าครับ ไม่ใช่แค่ว่างธรรมดานะ ต้องว่างแบบมีอะไรมาแทรกก็ไม่ยอม

สำหรับบางคนแค่กริ๊งเดียวก็จบแล้ว แต่สำหรับบางคนนัดกันมาร่วม 10 ปียังไม่เคยได้กินเลย ในนัดนี้มีอยู่พี่อยู่ 1 ท่านที่เคยมาทานจกเมื่อนานนมมาแล้ว ส่วนอีก 9 คนที่เหลือ (รวมผมด้วย) นี่คือการเปิดซิงกินจกเลยนะ โว้ว โว้ว แม่ครับ..ผมทำสำเร็จแล้ว

P2190913
โฉมหน้าผู้ร่วมจก
P2190843
ทั้งถ่าย ทั้งจก ทั้งฉก บนโต๊ะเดียวกัน

สั่งอาหารยังไงถึงได้กิน

เขาเล่าว่ามากินร้านนี้ห้ามเรื่องมาก อยากกินอะไรต้องตามใจเชฟ อารมณ์ประมาณ Chef’s Table เวอร์ชั่นจีน เรื่องของเรื่องคือมันเกิดจากที่เฮียจกเขาจะปรุงอาหารจากวัตถุดิบที่คัดสรรมาได้ในช่วงเวลานั้น ก็เลยทำให้กะเกณฑ์ไม่ได้เป๊ะ ๆ ว่าวันนี้จะได้กินเหมือนวันนั้นรึเปล่า อย่าเข้าใจผิดว่าเฮียเขาติสท์ จริง ๆ อาเฮีย และอาซ้อ น่ารักมาก อัธยาศัยดี ไม่เย่อหยิ่งเหมือนเชฟมีชื่อเสียงหลายคน วันนั้นไช้ชวนชิมโชคดีมาก เฮียจกเขาอนุญาตให้บุกไปถ่ายรูปถึงหลังครัวด้วย แต่เป็นตอนที่อาหารออกหมดแล้ว เลยไม่ได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำ กว่าจะมาเป็นอาหารแต่ละจานในมื้อนี้

จากเท่าที่ผมสังเกตเมนูที่เฮียจกเตรียมไว้ให้ลูกค้าแต่ละครั้งก็เริ่มจะพอคาดเดาได้ละ อาหารเรียกน้ำย่อยมักจะเริ่มต้นด้วย “แปะก๊วยคั่วเกลือ” กับ “เกี๊ยวกุ้ง” ตอนท้ายมักจะจบด้วย “ข้าวผัด เสิร์ฟมาคู่กับซิ่วท้อ” กับ “ซุปปลา” โดยมีของหวานเป็น “เผือกหิมะ” อะไรประมาณนี้ (*ดอกจัน* เฮียจกอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมนูโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

เมนูไฮไลท์ของร้านนี้คือ “ปูนึ่ง” เตรียมไว้ให้ตามจำนวนคน ถ้ามา 10 คน จะได้ปู 5 ตัว รวมทั้งก้ามและเนื้อปูแกะไว้ให้ทานง่ายเลย ส่วนเมนูอื่น ๆ อาจมีสลับวนไปมา ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ปลา เป็ดรมควัน หน่อไม้ทะเล เป๋าฮื้อ ฯลฯ ส่วนถ้าใครต้องการเมนูพิเศษอย่าง “หูฉลาม” ควรแจ้งล่วงหน้าครับ ราคาก็จะอัพขึ้นไปอีกกว่าเมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเหมือนร้านทั่วไป อย่างมื้อนี้เราไม่ได้รีเควสต์หูฉลามนะครับ ไช้ชวนชิมขอร่วมรณรงค์ไม่กินเมนูที่สัตว์ถูกเลี้ยงหรือถูกฆ่าอย่างทรมาน

สรุปว่ารายการอาหารไม่น่าจะหนีไปจากนี้มาก เพื่อน ๆ ไม่เห็นต้องลุ้นเลยว่าจะได้กินอะไรบ้าง? ขอให้ลุ้นว่ามื้อนี้จะมีตังก์พอจ่ายดีกว่ามั้ยครับ? ที่ร้านไม่มีนโนบายรับพนักงานล้างจานเพิ่มนะครับ เพื่อให้พอเป็นไอเดียคร่าว ๆ จากการประมวลผลเก็บสถิติของคนที่เคยกินมา โดยเฉลี่ยแล้วเราต้องเตรียมเงินเอาไว้ประมาณ 1,200-1,500 บาท/คน/มื้อ เพื่อมากินจกครับ

P2190914
เฮียจกแอ๊คท่าให้ถ่ายรูปกับเครื่องมือทำมาหากิน
P2190921
Hall of Fame ของเฮียจก
P2190922
Newsweek ก็เคยลงมาแล้ว

ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด

ที่เกริ่นไว้เป็นเรื่องพาดหัว “จกโต๊ะเดียว ห้ามเบี้ยว ห้ามฟิน ห้ามกินไม่หมด” ที่ห้ามเบี้ยวก็เพราะถ้ามีใครเบี้ยวไปสักคน จะทำให้เป็นภาระกับสมาชิกที่เหลือทันที ไม่ใช่แค่การกำจัดปริมาณอาหารบนโต๊ะเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายต่อหัวด้วย ที่ห้ามฟินก็เพราะถ้าเกิดติดใจขึ้นมา ดวงท่านอาจมีแววทรัพย์จางได้ทันที และที่ห้ามกินไม่หมด ก็เพราะอาหารมันอร่อยจนลืมว่าอ้วนอยู่ การกินหมดเกลี้ยงจานนอกจากเป็นการให้เกียรติเชฟแล้ว ยังเป็นการเคารพชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ชาวประมง ที่ทำให้เราได้มีข้าวปลาอาหารกินในมื้อนี้อีกด้วยนะครับ สาธุ

และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไช้ชวนชิมขอนำเสนอรายการอาหารของร้าน “จกโต๊ะเดียว” ประจำงวดวันที่ 19 ก.พ. 2558 พร้อมคำบอกเล่าจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง กินจริง เจ็บจริง จ่ายจริง โดยไม่ใช่แสตนด์อินครับ

1) แปะก๊วยคั่วเกลือ (Salted Ginkgo)

เป็นอาหารจานแรกที่เริ่มเสิร์ฟเมื่อสมาชิกพร้อมหน้าพร้อมตาครับ เป็นเมล็ดสีเหลืองทองอร่ามอาบมันเลื่อมพอให้เห็นเป็นเงาประกาย ทานกรุบกริบเมื่อมีรสเค็มของเกลือมาผสม ได้ความหอมมาเจือปนจากหอมเจียวทอดกรอบที่เวลาเคี้ยวแล้วมันดันติดร่องฟันพอเป็นพิธี เรื่องรสชาติยังไม่พูดถึง จานแรกกินอะไรก็อร่อย น้ำย่อยมันไหลท่วมออกมารอที่ท่าน้ำอยู่นานแล้ว

P2190808

2) เกี๊ยวกุ้ง (Shrimp Wonton)

เกี๊ยวกุ้งจานนี้หน้าตาดูยาจกแต่รสชาตินั้นยิ่งใหญ่ราวกับเป็นอาหารจักรพรรดิ์ (เป็น 1 ในเมนูเด็ดที่ไช้ชวนชิมเทคะแนนให้หมดหน้าตัก) ถ้าร้านบะหมี่เกี๊ยวไหนห่อเกี๊ยวปรุงรสได้มีรสชาติเยี่ยงนี้ ไช้จะผูกปิ่นโตซื้อกิน ซื้อแจก ให้อร่อยกันถ้วนหน้าเลย ว่าแต่กระเทียมเจียวมันลอยหน้ามาอีกแล้วครับพี่น้อง หอมเจียวชิ้นเดิมยังติดอยู่ในร่องฟันไม่หาย มีอันใหม่ดันเข้าไปเพิ่มอีก ตอนนี้หอมปากหอมคอมากเลยครับ

P2190813

3) เป๋าฮื้อ วาซาบิ (Abalone with Wasabi Sauce)

ที่เห็นในจานไม่ใช่หน่อไม้ดองนะครับ มันคือเป๋าฮื้อขอรับ เป็นเป๋าฮื้อแท้หรือปลอมอันนี้บอกได้ไม่แน่ชัด เพราะไม่ทำงานอยู่กองพิสูจน์หลักฐาน แต่ผมขอเตือนคุณก่อนว่าเมนูนี้อาจทำให้คุณเสียจริตได้ เพราะน้ำจิ้มวาซาบิที่เสิร์ฟมาคู่กันมันมีอานุภาพร้ายแรงมาก ทานเข้าไปคำแรก อาหารแทบพุ่งไปยังคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม (ดีที่อั้นไว้ทัน ไม่งั้น…) น้ำหูน้ำตาไหลทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ซึ้งหรือเศร้าอะไรเลย ผมทานไปได้คำเดียวจอดเลยครับ อ้อ..ผักหลายสีที่วางอยู่ข้างกันคือเครื่องเคียงนะครับ ทานได้ไม่ต้องขออนุญาต

P2190817

4) ปลาหิมะเจี๋ยน (Sautéed Snow Fish)

ปลาหิมะจานนี้ตัวใหญ่มากครับ เป็นการนำเนื้อปลาหิมะไปทอดแล้วเจี๋ยนซีอิ๊ว ทานคู่กับผักกาดแก้ว หน้าตาก็ไม่ได้ดูเลอค่าอะไร แต่ต้องยอมรับกับความสด รวมถึงฝีมือการทอดสะเด็ดน้ำมันที่กินแล้วไม่รู้สึกเลี่ยนเลย จานใหญ่ขนาดนี้ ราคาก็น่าจะเอาเรื่องอยู่ ลองคิดเล่น ๆ ในใจว่าจานนี้น่าจะสนนราคาอยู่ที่เท่าไหร่ เดี๋ยวมาเฉลยให้ในตอนท้ายครับ บอกก่อนเดี๋ยวต๊กใจหมดเลย

P2190827

5) ปูนึ่ง (Steamed Crab, The Precious)

น่ากินใช่ป่ะล่ะ พระเอกของเราวันนี้จะเป็นใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าก้ามปูนึ่งที่ปอกเปลือกมาให้เสร็จสรรพ ไม่เคยกินปูอะไรที่ง่ายดายอย่างนี้มาก่อนเลย อมแล้วดูด ดูดแล้วจิ้ม จิ้มแล้วกินฟินจริง ๆ เลย ถ้าต้องการอรรถรสเพิ่มเติม สามารถจิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดได้ครับ แต่ขอเตือนไว้สักนิด ผงชูรสน่าจะผสมอยู่ในน้ำจิ้มไม่ใช่น้อยเลย เพราะร่างกายผมมันจะมีตัว detector MSG อยู่ กินไปสักพักจะรู้สึกได้เลยครับว่าหิวน้ำมาก เมนูนี้ไม่ทำให้ผิดหวังในเรื่องของความสด ความเด้งของเนื้อปู  จริงๆ เฮียจกไม่ได้เสิร์ฟมาแต่เนื้อก้ามปูนะ เนื้อปูส่วนอื่น ๆ ถูกแกะแล้วนำมาวางกองเรียงกันอยู่กลางจาน เป็นมื้อที่กินเนื้อปูอย่างเปรมเลยครับ ไม่ต้องบีบ แคะ แกะ เกา แม้แต่น้อย

P2190839

P2190840

6) กุ้งอบเกลือ (Steamed Shrimp)

กินปลา กินปู ไปแล้ว มาถึงเมนูกุ้งกันบ้าง จานนี้คือกุ้งอบเกลือ ความอร่อยของมันน่าจะอยู่ที่ความเด้งดึ๋งของเนื้อกุ้ง จะกินเปล่า ๆ หรือจิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด อันนี้แล้วแต่ถนัดเลย มีบ้างบางวันที่เหมือนผมเห็นเฮียจกเอากุ้งไปผัดกับซอสเอ็กซ์โอ เมนูหลังนี่ยังไม่เคยลิ้มรส เลยบอกไม่ได้ว่าโอมั้ย แต่สำหรับอาหารจานนี้ก็ถือเป็นเมนูพื้น ๆ ที่หาทานได้ตามร้านซีฟู้ดทั่วไป

P2190854

7) กะเพาะปลาผัดเห็ดหอม (Stir-fried Fish Maw)

กระเพาะปลาจานนี้จะแตกต่างที่เราทานตามเหลาทั่วไปตรงที่ไม่ได้เอาไปผัดแห้งกับไข่ แต่เป็นการนำไปผัดกับเห็ดหอมใส่ต้นหอมและโรยพริกชี้ฟ้าธรรมดา ความหยุ่นที่ไม่ยุ่ยของตัวเนื้อกระเพาะปลาทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเมนูที่อาม่าผัดให้กินอยู่ที่บ้าน

P2190861

8) ผัดหน่อไม้ทะเล (Sea Asparagus with Oyster Sauce)

เมนูนี้เป็นการนำหน่อไม้ทะเลมาผัดน้ำมันหอยคู่กับก้านคะน้าและเห็ดหอม อร่อยแบบเบ ๆ คือทานอะไรตอนร้อน ๆ มันย่อมอร่อยกว่าตอนทิ้งไว้ให้หน่อไม้มันเหนียวและผักเย็นชืด

P2190865

9) ข้าวผัดเป็ดรมควัน + ซิ่วท้อ (Fried Rice + Steamed Bun)

พอข้าวผัดมาลงเท่านั้นเป็นอันรู้กันว่า นี่เราเดินทางมาจนเกือบจะปิดคอร์สโต๊ะจีนแล้ว (ตามธรรมเนียมโต๊ะจีน อาหารจานเด็ดจะเสิร์ฟให้กินตอนช่วงต้นและกลางคอร์ส ส่วนข้าวผัดและบะหมี่จะเสิร์ฟตอนปลายเพื่อให้แน่ใจว่าแขกกลับบ้านแบบอิ่มตื้อ ซึ่งถือเป็นการต้อนรับขับสู้ที่ดีในฐานะเจ้าบ้าน/เจ้าภาพ) สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของข้าวผัดร้านนี้คือ จะเสิร์ฟมาคู่กับซิ่วท้อซึ่งเป็นขนมมงคลที่เรามักใช้ในการไหว้เจ้า ทานแล้วเฮง ๆ ๆ ข้าวผัดอาจถูกเปลี่ยนไปตามกาล บางวันก็เป็นข้าวผัดปู ส่วนวันนี้เราได้กินเป็นข้าวผัดที่ใส่เป็ดย่างรมควัน ซิ่วท้อนั้นหน้าตารสชาติคล้ายกินซาลาเปาไส้ถั่ว แล้วผมยังแอบได้กลิ่นหอม ๆ อะไรบางอย่างที่ติดอยู่ในไส้ เข้าใจว่าเป็นกลิ่นอัลมอนด์ เพราะมันนัว ๆ เหมือนได้กินขนมอาลัวยังไงยังงั้น

P2190881

10) ต้มบ๊วยปลาเก๋า (Grouper Plum Soup)

เมนูปิดท้ายวันนี้เป็นซุปปลาเก๋าต้มบ๊วย เนื้อปลาเก๋านี่อย่างเยอะ ใส่มาเต็มหม้อทีเดียวเชียว ตัวน้ำซุปออกจะรสจัดหนักไปทางเค็มเล็กน้อยครับ แต่เนื้อปลาสดมาก ๆ ครับ

P2190884

P2190904

11) เผือกหิมะ (Sesame Taro)

ณ จุดนี้ อิ่มได้ที่ ทุกคนดูอ่อนแรงลงไปอย่างเห็นได้ชัด มาเจอเผือกหิมะเข้าไปอีก เรียกได้ว่าเป็นการเติมอาหารในช่องว่างได้ดีมาก ๆ หิมะเจ้านี้สีอาจจะไม่สวยมาก แต่สิ่งที่ดีงามคือไม่เคลือบน้ำตาลเป็นแผ่นหนา ที่เห็น ๆ จะเป็นเคลือบงามากกว่า สรุปว่าอร่อยตามท้องเรื่องครับ

P2190909

ถ้าจะให้สรุปความรวมของอาหารมื้อนี้ต้องบอกว่า ความสดของวัตถุดิบโดยเฉพาะเนื้อปู ปลา กุ้ง ทำให้อาหารรสชาติดีไปกว่าครึ่งแล้ว (10/10) มาบวกกับ ฝีมือการผัด ทอด ต้ม นึ่ง ของเฮียจกที่ใส่เสน่ห์ปลายตะหลิวเข้าไปเลยทำให้อาหารจีนรสชาติดี ละม้ายคล้ายกับเป็นอาหารที่ทานกินอยู่ที่บ้านมากกว่าทานที่เหลา (9/10) คือถ้าเฮียตัดผงชูออกทุกเมนูผมจะให้ 10 เต็มเลย สิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน น่าจะเป็นเรื่องความสนุกครึกครื้นของเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่มีกินร่วมแบ่ง แย่งกันกิน จ้วก ตัก หยิบ ยก(เข้าปาก) อย่างต่อเนื่องจานแล้วจานเล่า ไม่เหลือซากให้ซึ่งต้องพิสูจน์หลักฐาน

เป็นเรื่องน่าแปลกที่มื้อนี้อิ่มกำลังพอดีทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็จัดหนักกันทุกเมนู ไม่เหมือนการกินโต๊ะจีนตามงานแต่ง งานสังสรรค์ตามสมาคมต่าง ๆ คือมันไม่รู้สึกอึดอัดแบบต้องเกี่ยง ต้องยัดอาหารเข้าปากอย่างไม่เต็มใจ

ไช้ชวนชิมจะไม่ขอเปรียบเทียบว่าอาหารมื้อนี้สมควรเป็นอาหารจีนมื้อที่ดีที่สุดแล้วรึยัง บอกได้เพียงว่าพึงพอใจค่อนข้างมาก แม้จะยังมีข้อติบ้างเล็กน้อย เช่น สถานที่คับแคบไปหน่อย (ก็เขาขายอยู่ในบ้าน เราดันมาแย่งกันกินในรั้วบ้านเขา) หาที่จอดรถค่อนข้างยาก (แถวนี้ก็เป็นอย่างนี้หมดแหละ) บรรยากาศการตกแต่งร้านนี่แทบจะไม่มีเลย แม้แต่ชื่อร้านก็ไม่ติด (ถือเป็นการตลาดขั้นเทพนะ สร้างความคาดหวังต่ำ ๆ แล้วเซอร์ไพรส์ด้วยศิลปะขั้นสูง นี่มันผ้าขี้ริ้วห่อทองชัด ๆ) แต่เราก็ยังแฮปปี้ดี๊ด๊า มีความสุขกว่าการกินโต๊ะจีนมื้อไหน ๆ เรื่องนี้ถือเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล สมควรเลียนแบบ จะได้มีเรื่องเล่า เรื่องโม้ สู่กันฟังว่าวันนั้นเธอและนายต้องผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะได้กิน “จกโต๊ะเดียว”

มื้อนี้เสียหายเท่าไหร่?

แต๊น แต๊น แต๊น แต่น

เลขที่ออกสำหรับมื้อนี้ได้แก่…… 14,740 บาท

เมนูที่แพงที่สุดคือปูนึ่ง 5 ตัว ๆ 1,500 บาท เมนูรองลงมาคือปลาหิมะ จานละ 2,500 บาท ที่เหลือราคาก็ลดหลั่นกันลงมา รวมค่าน้ำและน้ำแข็งด้วยก็เฉียด 15,000 บาท พวกเราตั้งเป้าว่ามันจะอยู่ในช่วง 14,000-17,000 บาท ก็นับว่าต่างจากที่คาดคิดไว้ไม่เยอะ  จริง ๆ เฮียจกคิดเราแค่ 14,500 บาท แต่พวกเราลงมติเป็นเอกฉันท์ขอเก็บเงินคนละ 1,500 บาทเพื่อง่ายต่อการจัดการ หลังจากติ๊บพนักงานเสิร์ฟไปแล้ว เงินที่เหลือเรานำหย่อนใส่กล่องทำบุญที่ตั้งอยู่ที่ร้าน ถือว่างานนี้เฮียจกและสมาชิกผู้ร่วมก๊วนกิน “จกโต๊ะเดียว” ได้ร่วมกันสมทุบทุน Pay it forward ไปให้กับเด็กกำพร้าที่จังหวัดเชียงใหม่ สาธุ สาธุ สาธุ

P2190923P2190928

ไปไงมาไงล่ะนี่?

ถ้าคุณตั้งใจอ่านมาถึงบรรทัดนี้ แสดงว่าคุณมีความแน่วแน่ในการมาทานที่ร้าน “จกโต๊ะเดียว” ฉะนั้นมัวรีรออะไร โทรเลยสิครับ จองโต๊ะวันนี้เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องนอนเพ้อเกาพุงอีกต่อไป เมื่อไหร่ที่เก็บหอมรอมริบจนครบ 1,500 บาท ก็กำเงินนั้นแน่น ๆ แล้วชวนกันไปจก ที่อยู่และเบอร์โทรร้านตามนี้เลยครับ

ที่อยู่: 23 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
เบอร์โทร: 02-221-4075, 02-623-3921, 081-919-9468
เวลาเปิด: 11:00-15:00 น. (สำหรับมื้อเที่ยง) และ 18:00-22:00 น. (สำหรับมื้อเย็น)

แผนที่: https://goo.gl/maps/UHp6c1jcNwp (Google Map คลิ๊กได้ที่ลิงค์)

Jok Map

หมายเหตุ: สามารถจอดรถได้ที่วัดคณิกาผล (ตรงข้ามมูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง) แล้วเดินมาที่ร้าน “จกโต๊ะเดียว” สังเกตง่าย ๆ ว่าจาก สน.พลับพลาไชย ให้มองเยื้องมาทางซ้ายฝั่งตรงข้ามจะเห็นตรอกอิสรานุภาพ ข้าง ๆ ซอยวัดมังกร (เป็นถนนเล็ก ๆ สำหรับคนเดินผ่าน เดินเข้ามาไม่ถึง 100 เมตรจะเห็นป้ายไฟสีแดงอร่อยเลิศตั้งอยู่หน้าร้าน)  

สำหรับคนที่กลัวรถติดแนะนำให้นั่ง MRT รถไฟใต้ดินมาลงที่สถานีหัวลำโพง (Exit 1) แล้วต่อมอร์เตอร์ไซค์มาลงแถว สน.พลับพลาไชย แต่ถ้าใครอยากทำมื้อนี้ให้อร่อยที่สุด ก็เดินมาครับ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการเดินเล่นแถวเยาวราชจนมาถึงร้านด้วยความหิวโหย

P2190798
สถานีตำรวจพลับพลาไชย
P2190800
เยื้อง ๆ สน. จะเห็นตรอกเล็ก ๆ ที่มีของวางขายเต็มไปหมด ให้เดินลอดเข้าไปในตรอกนั้น
P2190797
หน้าร้านประมาณนี้ครับ ไม่มีชื่อ

ขอได้รับความขอบคุณจากไช้ชวนชิม ที่ฟังผมเพ้อเจ้อกับอาหารมื้อนี้ที่ “จกโต๊ะเดียว”  ผมมิอาจรับประกันได้ว่าคุณจะอิ่มปลื้มกับมื้อนี้เหมือนกันรึเปล่า แต่ผมเชื่ออยู่อย่างนึงว่ามื้อที่อร่อยที่สุด อาจไม่ใช่มื้อที่หรูที่สุด แพงที่สุด แต่อาจเป็นมื้อที่ทำให้คุณและคนข้างคุณกินเพลินจนลืมเวลา

ควันหลงเมนู จกโต๊ะเดียว (Food Gallery)

P2190824

P2190853P2190879P2190810P2190879P2190908

Leave a Reply

%d bloggers like this: