ชีวิตนี้มีเป้าหมาย ฉันมาไกลแค่ไหนในปี 2557

เป็นธรรมเนียมของทุกปีที่ผมจะย้อนรอยกลับมาวัดผลว่า New Year Resolution ที่เคยเขียนไว้ตอนต้นปีทำได้มากน้อยแค่ไหน ผมเชื่อว่าใครหลายคนคงเคยทำ Wish List ขึ้นมาเพื่อเตือนตัวเองว่า “ฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นในวันปีใหม่” แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าไม่เพียงแค่คิดเท่ๆ แล้วก็แกล้งลืมมันไปตั้งแต่ยังไม่พ้นวันสงกรานต์ อะไรกันที่ทำให้เราทิ้งความฝันความมุ่งมั่นระหว่างทางเมื่อกาลเวลาผ่านไป คุณเองก็รู้คำตอบนั้นดี “รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้” 

บทความที่ผมกำลังเขียนขึ้นมานี้ไม่ได้ตั้งใจจะเอาไว้อวดใคร แค่อยากแบ่งปันวิธีคิดในการตั้งเป้าหมาย การสร้างวินัยเพื่อพิชิตความเบื่อ ความกลัว ความขี้เกียจ และสารพัดข้ออ้างที่ทำให้คุณไม่ได้ไปต่อกับเขาสักที ลองดูสักตั้ง แล้วมาวัดผลกันในตอนสุดท้ายว่าคุณแน่จริงแค่ไหน ทำได้จริงรึเปล่า ขอบอกไว้เลยว่ามันไม่ง่าย แต่ถ้าทำได้ มันฟินโคตรๆ

Goal Setting กับเป้าหมาย 4 ด้าน

ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจมีค่าต่างกัน เพราะแต่ละคนอาจมีเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน เพียงแค่คำว่า “รวย” คำเดียว แต่ละคนยังตีค่าไม่เท่ากันเลย บางคนแค่ได้กำเงินล้านแรกก็นับว่ารวยแล้ว แต่สำหรับลูกอาเสี่ยหรือผู้บริหารระดับสูง เงินหลักสิบล้านร้อยล้านก็อาจยังรวยไม่พอ

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ค้นพบอิสรภาพในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ก็เพราะทัศนคติ 3 ข้อนี้

1) ถ้าฉันมีเงินเท่าโน้นเท่านี้ฉันจึงจะมีความสุข

ความร่ำรวยอาจซื้อความสะดวกสบายได้ แต่ไม่สามารถซื้อความสุขได้ซะทีเดียว ถ้าคุณอยากมีความสุข จงออกไปทำในสิ่งที่ชอบที่ชอบ อย่าลืมว่าความสุขไม่ได้เกิดจากการทำงานหาเงินแต่เพียงอย่างเดียว ชีวิตนี้ยังมีอีกหลายด้านที่ทำให้คุณมีความสุขได้โดยไม่ต้องใช้เงิน ฉะนั้นอย่าสร้างเงื่อนไขเพื่อรอรับความสุขในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ให้รู้จักพึงพอใจกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า สถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

2) เพราะฉันมีต้นทุนชีวิตต่ำกว่าคนอื่น โอกาสที่ฉันจะประสบความสำเร็จคงเป็นไปได้ยาก

คนที่เกิดมาเพรียบพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทอง หน้าตา ความรู้ ความสามารถ เขาอาจได้เปรียบกว่าเราก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าต้นทุนเหล่านั้นจะทำให้เขาประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ ตราบที่คุณไม่ลดละเลิกความเพียร ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา โอกาสมันสร้างขึ้นมาได้ทั้งนั้น ในวันที่คุณทำสำเร็จ คุณจะได้ยืดอกรับด้วยความภาคภูมิใจว่านี่คือฝีมือล้วนๆ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย

3) ฉันอยากมี ฉันอยากได้ ฉันอยากทำ แต่ฉันไม่มีเวลา

ไม่ว่าคุณจะสรรหาเหตุผลอะไรออกมาก็แล้วแต่ ห้ามอ้างว่าไม่มีเวลา ทุกคนมีเวลาเท่ากัน อยู่ที่ว่าคุณให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากกว่ากัน ทีเรื่องกิน เรื่องเที่ยว ปาร์ตี้ ช้อปปิ้ง ทำไมคุณถึงจัดเวลาให้ได้ แต่พอเป็นเรื่องงานเรื่องเงิน กลับอยากได้เครื่องมือแบบ shortcut ลัดวงจร สละเวลาเพื่อทำสิ่งที่คุณอยากได้อยากมี ยังดีกว่าเสียเวลาทำสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดคุณค่าในระยะยาว

นี่คือตัวอย่างเป้าหมาย ที่ผมเขียนด้วย Mind Map ในปีนี้ ประกอบด้วย 4 ด้านด้วยกันคือ ด้านธุรกิจ, ด้านความมั่งคั่ง, ด้านคุณภาพชีวิต และด้านที่เป็นความสำเร็จและความใฝ่ฝันส่วนตัว คุณไม่จำเป็นต้องยึดหลักตามนี้ทั้งหมด บางทีคุณอาจเริ่มเขียนมันขึ้นมาเป็นข้อๆ แล้วใส่ตัวเลขกำกับเป้าหมายนั้นให้ชัดว่า กี่ครั้ง เท่าไหร่ บ่อยขนาดไหน บลา บลา บลา เพียงขอให้มันวัดได้ ห้ามขี้โกงเด็ดขาด ส่วนใหญ่จะตกม้าตายใน 3 เรื่องนี้ คือเรื่องลดน้ำหนัก เรื่องออกกำลังกาย และเรื่องช้อปปิ้ง อย่าฮึดทำอย่างเอาเป็นเอาตายในเดือนแรกๆ แล้วมาตบะแตกในเดือนหลังๆ การหยิบมันขึ้นมาดูบ่อยๆ และคอยตามผลเป็นระยะจะช่วยให้คุณรู้ว่าคุณอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่ตั้งเป้าเอาไว้มากแค่ไหน ไม่มีสูตรสำเร็จใดที่ใช้ได้ผลกับทุกคน แต่ผมพอจะบอกให้ได้ว่าเคล็ดลับมันอยู่ที่คำนี้คำเดียว นั่นคือ “วินัย”

2014 RESOLUTION

ด้านธุรกิจ:

สำหรับบางคนด้านนี้คือเรื่องหลักในชีวิต เพราะมันทำให้เกิดรายได้เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตตัวเองในระยะยาว สำหรับผม ทำงานมาทั้งชีวิตแล้ว พอมีเงินออมและเงินลงทุนประมาณนึง ผมจึงให้น้ำหนักข้อนี้ประมาณ 1 ใน 3 หรือ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือแบ่งปันให้กับอีก 3 ด้านที่มีค่าไม่แพ้กัน คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนอาจลองตั้งเป้าด้วยการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถตัวเอง เพื่อเป็นคน Top 10% ของบริษัท ส่วนคนที่เป็นเจ้าของกิจการ นอกจากจะวัดผลด้วยยอดขาย ผลกำไรแล้ว ควรหา Project เจ๋งๆ มาทำ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้สามารถรับผิดชอบงานแทนเราได้ เพื่อที่เราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง

ด้านความมั่งคั่ง:

ความมั่งคั่งที่ว่านี้ไม่ได้วัดกันตรงที่ใครมีเงินในธนาคารมากกว่ากัน แต่วัดกันตรงที่ขนาดสินทรัพย์โดยรวมที่คุณมีนั้นสอดคล้องกับค่าใช้จ่าย และเป้าหมายในการใช้ชีวิตในระยะยาวมากขนาดไหน เรื่องเงินๆ ทองๆ จะว่าไปแล้ว คุยกัน 3 วัน 3 คืนก็ไม่จบ เอาเป็นว่าลองย้อนไปอ่านบทความเก่าที่ผมเคยเขียนไว้เกี่ยวกับ ประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือน หรือจะลองค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเวบ Aommoney ทางนั้นเขามีบทความเกี่ยวกับการออม การลงทุนเพียบเลยครับ

ด้านคุณภาพชีวิต:

ชีวิตจะด้อยคุณภาพหรือเพิ่มมูลค่าขึ้นอยู่การบริหารจัดการเวลาให้กับสิ่งต่างๆ รอบตัวที่นอกเหนือจากเรื่องการงานและการเงิน ในด้านนี้ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพกายและสุขภาพใจ (แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมในบทความ สุขกายอยู่ได้ สุขใจอยู่ง่าย ที่เคยเขียนไว้ในบล๊อกนี้เช่นกัน) อย่าลืมนะครับว่าหาเงินมาได้มากขนาดไหนไม่เท่ากับมีเงินเหลือเก็บไว้ให้รางวัลกับตัวเองเท่าไหร่ ถ้าจะต้องเอาเงินที่หามาทั้งชีวิตเพื่อมารักษาเนื้อรักษาตัว นับว่าไม่คุ้มกันเลย นอกจากเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกายแล้ว ผมยังเพิ่มหมวดท่องเที่ยวเข้าไปด้วย เพราะมันคือการพักผ่อนอย่างหนึ่งที่ทำให้รู้สึกดี๊ดีกับชีวิต

ด้านความสำเร็จและความใฝ่ฝันส่วนตัว:

ด้านนี้ถือเป็นเรื่องปัจเจกส่วนบุคคล พูดง่ายๆ คือคุณจะรู้สึกดีกับตัวคุณเองเมื่อคุณมีโอกาสได้ทำ…. ความฝันอันสูงสุดเป็นเรื่องที่ไม่ควรรอจนกระทั่งวัยเกษียณ ในแต่ละปีคุณควรจะมี Big Event หรือ Big Achievement บ้าง เพราะสิ่งนี้คือความดีงามที่จะจารึกไว้ในความทรงจำตราบนานเท่านาน บางเรื่องอาจเป็นหน้าที่/ความรับผิดชอบ ในฐานะลูกที่ดี พ่อ/แม่ที่ดี หรือพุทธศาสนิกชนที่ดี บางเรื่องอาจเป็นงานอดิเรกหรือความสุขเล็กๆ ที่ได้ทำโดยไม่มีเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง และบางเรื่องอาจเป็นการได้ทดลองทำสิ่งแปลกใหม่ที่ท้าทายความรู้/ความสามารถของตัวเอง สรุปว่าเป็นอะไรก็ได้ ที่จะไม่ทำให้คุณนึกเสียดายในภายหลังว่ารู้งี้น่าจะทำไปตั้งนานแล้ว

Me & Myself เรื่องของฉันแต่อาจเกี่ยวกับเธอ

หลังจากคอยตาม track ผลลัพธ์ในปีที่ผ่านมาอย่างใจจดใจจ่อ สรุปโดยรวมปีนี้ถือว่าผลเป็นที่น่าพึงพอใจพอสมควร แต่ก็ยังมีบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ ที่อาจจะมีพลาดเป้าไปบ้าง ทั้งนี้ก็เพราะมัวแต่ใช้ชีวิตลั้ลลามากไปหน่อย แต่ปีนี้ก็เดินสายบรรยายค่อนข้างเยอะนะ มีมากถึง 23 คอร์ส สอนให้องค์กรขนาดใหญ่อย่าง ปตท., KSME ของธนาคารกสิกรไทย, สถาบันปัญญาภิวัฒน์, สมาคมการตลาด, สมาคมการจัดการธุรกิจ ฯลฯ ปีหน้าคาดว่าจะพัฒนาหลักสูตรการตลาดแบบล้ำๆ ออกมาสักหนึ่งหลักสูตรเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หน้าตาจะเป็นอย่างไรนั้น ขออนุญาตอุบไว้ก่อนครับ ส่วนเรื่องงานเป็นที่ปรึกษา สำหรับปีหน้าอาจจะเพลาลงบ้าง ขอเลือกรับเฉพาะโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจในหมวดธุรกิจอาหาร/เครื่องดื่มและการท่องเที่ยว

จะว่าไปแล้วด้านที่โดดเด่นที่สุดประจำปีนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องคุณภาพชีวิต อันนี้ยอมรับเลยว่ามาจากอินเนอร์ล้วนๆ ผมใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการออกกำลังกาย (146 ครั้ง, เฉลี่ย 3 ครั้งต่อสัปดาห์) ทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน ตีแบต ว่ายน้ำ และเล่นเวท เพื่อรักษาหุ่นให้ทันกับกิจกรรมชวนชิมกินทั่วไทย แถมยังได้ออกทริปเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมเบ็ดเสร็จถึง 15 ทริป (ที่ฮามาก คือปีนี้ไปญี่ปุ่นประเทศเดียวถึง 3 รอบ) มันเป็นอะไรที่ฟินมากๆ เห็นมีเสียงเรียกร้องกันเข้ามามาก ปีหน้านี้ผมจะเปิดทริปย่อยชวนเพื่อนคอเดียวกันออกทริปไปด้วยกันแบบ exclusive เพื่อนๆ ที่สนใจติดตามข่าวสารได้บน Facebook ส่วนตัวของผมครับ (จำกัดเฉพาะเพื่อนสนิทเท่านั้น) แต่ถ้ายังไม่สนิทแล้วอยากสนิทด้วย ถ้ามีทริปไหนที่สามารถเปิด Public ได้ ผมจะไปโพสต์ไว้บน Facebook Fanpage: ที่นี่มีเรื่องเล่า by somchartlee นะครับ ใครยังไม่ได้ Like ตามเข้าไป Follow แล้วเปิด Notification ทิ้งไว้เลยครับ

สำหรับด้านความมั่งคั่ง ปีนี้เป็นปีที่มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก ความมั่งคั่งลดลงไปขีดนึง สงสัยปีหน้าคงต้องทำงานหนักขึ้น และบริหารเงินลงทุนให้งอกเงยเป็นเท่าตัว เผอิญว่าผมซื้อสินทรัพย์เป็นคอนโดไว้มากไปหน่อย คงต้องเร่งระบายออกเพื่อเอาเงินมาหมุนแบ่งลงทุนในหุ้นหรือในธุรกิจที่มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นบ้าง ผมมีเคล็ดลับนิดนึงสำหรับคนที่กลัวว่าจะใช้เงินมือเปิบ ผมจะโยนเงินเข้าไปในประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ และ RMF มากเท่าที่จะทำได้ ทำให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาเกษียณเราจะยังมีเงินก้อนไว้ใช้ เงินออมผมจะเก็บไว้ไม่เกิน 10% ที่เหลือจะเก็บไว้ในกองทุน ถ้าคิดจะเล่นหุ้น คงจะเน้นลงทุนระยะยาวกับหุ้นปันผลที่มีพื้นฐานดี

สำหรับเรื่องความสำเร็จและความฝันส่วนตัวนั้น แม้จะทำได้ดีในระดับนึงแต่ก็ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจนัก ปีหน้าตั้งใจว่าจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นไปอีก มีเวลาพาพ่อไปตัดผม หาหมอ พาแม่ไปทำบุญ ช้อปปิ้ง ส่วนเรื่องงานเขียนจะพยายามเขียนรีวิวอาหารให้น้อยลง แบ่งเวลามาเขียนบล็อก บทความธุรกิจในนิตยสาร GM Biz (คอลัมน์ Think Out Loud) และบทความสร้างแรงบันดาลใจบน Facebok ที่นี่มีเรื่องเล่า by somchartlee ที่สำคัญจะต้องเข็นหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คเล่ม 2 ออกมาให้จงได้ (ผลัดผ่อนมาถึง 3 ปีละ รับไม่ได้) กิจกรรมทางศาสนาปีนี้นับว่าเพลาลงไปมาก แม้จะมีโอกาสได้เข้าวัด ทำบุญ ตักบาตรอยู่บ้าง แต่ปีนี้กลับไม่ได้เข้าคอร์สวิปัสสนาอะไรเลย ปีหน้าขอแก้ตัวใหม่ครับ หาเวลาชำระจิตใจซะบ้าง กิเลส ตัณหา ราคะ จะได้เจือจางลง เอ๊ะยังไง

เอาล่ะครับ พล่ามมาถึงตรงนี้ หวังว่ามันจะช่วย Inspire คุณขึ้นมาได้บ้าง อย่าลืมตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง แล้วทำมันอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าคุณจะเรียนรู้ในการเอาชนะใจตัวเองระหว่างทาง

Timeline of the Year เรื่องใหญ่ในปีที่ผ่านมา

ปีนี้เห็นคนใช้แอพบน Facebok ทำสรุปไทม์ไลน์กันมากมาย ของผมขอทำไม่เหมือนใครด้วยการเขียนสรุป 9 เรื่องราวประกอบภาพเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2014 ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ความทรงจำว่า ปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง เดินมาไกลแค่ไหน แล้วมีเรื่องไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษ เชิญติดตามได้เลยครับ

instamag

1) Japan 3 Times เที่ยวญี่ปุ่น 3 หนติด

ปีที่แล้วแบกเป้ไปเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว 10 วัน 4 เมือง เขียนบันทึกการเดินทางซะถี่ยิบจนมีคนตามเข้ามาอ่านกันเยอะถึง 60,000 กว่าคน ทำให้บทความ ไปญี่ปุ่นคนเดียว…เตรียมตัวดีไม่มีหลง กลายเป็นบทความยอดฮิตอันดับต้นๆ ของ www.somchartlee.com ปีนี้เลยจัดไปอีกถึง 3 หน เริ่มต้นด้วยทริปชมภูเขาไฟฟูจิตอนเดือนมกราคม (Tokyo Story) ต่อด้วยฮอกไกโดเดือนมีนาคม (Hokkaido Hug Me Please) และซ้ำที่โอซาก้าอีกหนเดือนตุลาคม (Osaka I like it) ต้องบอกเลยว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เที่ยวไม่มีเบื่อเลยจริงๆ

Fujisan
Fuji View at Owakudani
photo 3
Snow Bike at Hokkaido
osaka castle
Osaka Castle in Autumn

2) SME Six Senses วิสาหกิจ 6 สัมผัส

ปีนี้เป็นปีแห่งการเรียนรู้ เพราะนอกจากจะเดินสายบรรยายในหัวข้อการตลาดแล้ว ผมยังมีโอกาสได้ Enroll กลับมาเรียนในหลักสูตร SME Sixsense ของธนาคารกสิกรไทย เรื่องที่น่าตื่นเต้นคือจากคนที่เคยเป็นคนจัดทำหลักสูตร ได้กลับมาเรียนอีกครั้งในฐานะผู้ประกอบการ แถมยังได้กลับมาเจอเพื่อนๆ ที่คุ้นเคยกันตั้งแต่รุ่นหนึ่งถึงรุ่นยี่สิบ คงไม่ต้องบอกสินะ เมื่อมือกิจกรรมของแต่ละรุ่นมารวมตัวกันเฉพาะกิจ อะไรจะเกิดขึ้น นอกเหนือจากวิชาความรู้ที่ได้จากวิชา Service Design, Business Model Canvas, Branding, Acting ฯลฯ พวกเรายังรวมตัวกันปาร์ตี้กันได้แทบจะทุกอาทิตย์ ลองดูจากวีดีโอคลิปข้างล่างที่ผมตัดต่อจากภาพจำนวนหนึ่งที่คัดจากภาพนับหมื่นภาพมาเป็น MV-Six Senses Memory เป็นช่วงเวลาที่สนุกสุดๆ ครับ รักเพื่อนๆ Six Senses ทุกคนเลยครับ

Mar15
เพื่อนๆ กลุ่ม 3 ผู้น่ารัก

3) Chaichuanchim on Tour ชิมทั่วไทยบินไปทั่วโลก

ใครที่ได้ติดตามผลงานการรีวิวอาหารของไช้ชวนชิม คงจะพอทราบว่าผมชอบอัพรูปและเขียนรีวิวร้านอาหารเป็นชีวิตจิตใจ จำไม่ได้ว่าปีนี้เขียนรีวิวไปทั้งหมดกี่ร้าน ไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยนะ เขียนรีวิวมาเรื่อยจนเป็น Elite Member ของ Wongnai มาแล้ว 4 ปีซ้อน ณ วันที่ 28 ธันวาคม ผมเขียนไปแล้วทั้งสิ้น 616 รีวิว อัพภาพไปทั้งหมด 6,633 ภาพ มีผู้ติดตาม 51,257 คน เพื่อนๆ คนไหนอยากเกาะติดสถานการณ์ความอร่อย ขอเชิญ Follow ได้ทางนี้ครับ User: @chaichuanchim ถ้าจะโหวตให้บทความบันทึกความอร่อยระดับตำนานดาวค้างฟ้า คงหนีไม่พ้นบทความนี้ ไช้ชวนชิมแนะนำ 10+2 ร้านดัง ณ เชียงใหม่ (มีคนเข้าไปอ่านแล้วไม่ต่ำกว่า 176,330 คน) ส่วน สุดยอดติ่มซำ 10 ร้านดังทั่วกรุง โดยไช้ชวนชิม นั้นก็ตามมาติดๆ 126,414  คน และน้องใหม่มาแรง 10 ร้านอาหารบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรมที่โดนใจไช้ชวนชิม อัพขึ้นไปเดือนแรก ทำลายสถิติด้วยผู้เข้าชม 40,763 คน ทำเอาเวบล่มโดยไม่คาดคิด นอกจากจะรีวิวอาหารในประเทศแล้ว ปีนี้ไช้ยังชวนเพื่อนๆ ไปตามเก็บร้านดังถึงต่างประเทศด้วย เชิญตามไปชิมได้เลยครับ 10 ร้านอาหารโหเส็กบนเกาะฮ่องกง

chaichuanchim

HK_food
chaichuanchim in Hong Kong

4) Shirt & Share CSR Project เสื้อ 3 ตัวเพื่อน้อง

เป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อสังคมที่ผมภาคภูมิใจมาก ผมและเพื่อนๆ ได้ช่วยกันตั้งไข่โครงการ Shirt & Share โดยการทำโปรเจ็กค์ขายเสื้อผ้าผ่าน Instagram โดยนำรายได้จากการขายนี้มาผลิตเป็นเสื้ออีก 3 ตัวเพื่อแบ่งปันให้กับน้องๆ ในโรงเรียนชนบท ความสุขเกิดขึ้นทั้งแก่ผู้ให้ (ได้เสื้อสวยๆ ไปใส่) ผู้รับ (ได้เสื้อนักเรียนตัวใหม่ที่มีชื่อโรงเรียนปักอยู่ด้วย รวมถึงเสื้อลำลอง และเสื้อกีฬาตามสีประจำโรงเรียน) และผู้ทำโครงการ (เพื่อนๆ กลุ่ม 3 จากโครงการ SME Six Senses) ความปลาบปลื้มนี้ทำให้เราคิดว่าจะทำโครงการนี้ต่อไปในปีหน้า (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาที่ไปของโครงการนี้ได้ในบทความนี้ครับ Shirt & Share ปักหัวใจไว้ที่เสื้อ ร่วมช่วยเหลือให้น้องมีเสื้อใหม่)

KSME_POLO_INFO_V02

shirt_share group
น้องๆ โรงเรียนบ้านกะพี้ จ.นครราชสีมา

5) Phromviharn พรหมวิหาร 4

ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคีตธรรม พรหมวิหาร 4 ที่พี่มินท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า ตั้งใจทำถวายหลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี ครูบาอาจารย์ผู้เป็นแบบอย่างของความดีงาม ที่พุทธศาสนิกชนควรดำเนินรอยตาม ผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมบุญในการสร้างหอเมตตาธรรมบำบัดวิกฤต (CICU) สามารถบริจาคปัจจัยผ่านบัญชีธนาคาร “หลวงปู่จันทร์ศรี เพื่อหอผู้ป่วยภาวะวิกฤต รพศ.อุดรธานี” ธนาคารกรุงไทย สาขาอุดรธานี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 401-3-17573-8 และธนาคารกสิกรไทย สาขาอุดรธานี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 110-2-38887-7 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 086-663-4946 และ 089-416-0075 อนุโมทนา สาธุ

July14(6)

6) My Friend’s Wedding ไปงานแต่งถึงฝรั่งเศส

เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้วสมัยที่ยังเรียนปริญญาโทอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ผมมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนต่างชาติกลุ่มหนึ่ง เราสนิทกันมากเพราะอาศัยอยู่ในหอเดียวกัน ด้วยความที่เป็นหัวหน้าหอ ผมใช้ฝีมือปลายตะหลิวปรุงรสอาหารไทยเพื่อผูกมิตรกับเพื่อนๆ กลุ่มนี้ เวิร์คมากถึงขั้นที่แต่ละคนเริ่มมาขอพ่วงผูกปิ่นโตกินข้าวด้วย หลังจากจบมา เราก็เทียวไล้เที่ยวขื่อไปหากันในโอกาสสำคัญ ผมค่อนข้างโชคร้ายที่อยู่ไกลกว่าคนอื่นเขา เพราะส่วนใหญ่อยู่ในแถบยุโรปกันหมด แต่ข่าวดีคือการมาร่วมงานแต่งงานของเพื่อนซี้ชาวฝรั่งเศส ทำให้ผมได้หาเรื่องเที่ยวไปด้วย และนี่คือผลงานของการไปร่วมงานครั้งนี้ เที่ยวปารีสด้วยตัวเอง ง่ายนิดเดียว และ จากปารีสสู่ลียง เที่ยวคนเดียวไม่หลง จงตามมา 

IMG_0267
Friends Forever
Laurent_wedding
My French Friend’s Wedding

7) From Blog to TV บล็อกน้อยสู่หน้าจอ

จากสถิติที่เก็บบนเวบบล็อก นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว ปรากฎว่าบทความนี้ ประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือน ปี 2557 ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ปีที่แล้วมีคนเข้าไปอ่านประมาณ 76,267 คน ปีนี้พออัพเดทข้อมูลเข้าไปเพิ่ม มีคนเข้ามาอ่านมากถึง 160,746 คน แค่เดือนตุลาคมเดือนเดียว ก็ทำลายสถิติด้วยจำนวนคนอ่านมากถึง 114,434 คน มิน่า bandwidth ถึงกับเต็มชั่วข้ามคืน ไม่รู้เพราะมีคนแอบเห็นบทสัมภาษณ์บน Kalamare TV รึเปล่า

8) My Red Bike จักรยานสีแดง

เมื่อปีที่แล้วหลังจากถอยจักรยานสีแดงคันนี้ออกมาได้ประมาณ 2 เดือนด้วยงบไม่เกิน 20,000 บาท ก็เกิดอุบัติเหตุประสานงากับมอเตอร์ไซค์ที่ขี่สวนมาผิดเลน โชคดีที่แค่แขนขาถลอกเล็กน้อย ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ล้อหน้าสิถูกชนซะเบี้ยวจนขี่ต่อไม่ได้ มีหลายคนทักว่าให้เปลี่ยนคัน แต่ผมตัดสินใจถอยจักรยานคันนี้เข้าอู่ ปรากฎว่าช่างสามารถซ่อมล้อที่เบี้ยวกลับมาได้เหมือนใหม่ ทำให้กลับมาขี่ได้ใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 19 มกราคม ขี่ฟรุ้งฟริ้งหวานเย็นไปเรื่อย ไม่เน้นทำลายสถิติด้วยสปีดแรงเกินกำลังจักรยาน Hybrid ที่ไร้อุปกรณ์เสริม สรุปแล้วปีนี้ออกทริปไปทั้งหมด 28 ครั้ง คิดเป็นระยะทางรวม 1,026 กิโลเมตร ทริปที่ยาวที่สุดที่เคยปั่นคือการลงแข่งครั้งแรกที่งานกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ปั่นระยะทางรวมประมาณ 70 กม.ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง เป็นสถิติที่น่าเกลียดมากแต่ก็ภูมิใจกับถ้วยใบแรกที่ได้มา ผมสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจะถ้าปั่นได้ครบถึง 2,000 กิโลขึ้นไปเมื่อไหร่ ค่อยมาคิดเรื่องเปลี่ยนจักรยานคันใหม่ ตอนนี้ยังเลิฟๆ กันดีอยู่ครับ

Oct19
My Longest Ride in a Year

9) My First Half Marathon 21 กิโลนี้เพื่อเธอ

ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะวิ่งมาได้ไกลขนาดนี้ ปีนี้ออกวิ่งไปทั้งหมด 36 ครั้งคิดเป็นระยะทางทั้งหมด 254.53 กิโลเมตร ผมยังขอยืนยันคำเดิมว่าการวิ่งมันไม่น่าสนุกเท่าไหร่ แต่มันสอนให้เราสามารถอยู่กับความเหนื่อยและความเบื่อได้ถ้ารู้จักสะกดคำว่า “อดทน”

ยังจำความรู้สึกตอนวิ่งมินิมาราธอนครั้งแรกได้ดี มันเหนื่อยแสนสาหัส แต่ก็รู้สึกภูมิใจโคตรๆ ที่ทำได้สำเร็จ เพื่อรักษา Momentum ปีนี้เลยตั้งเป้าว่าจะลงซ้ำอีกหนด้วยระยะทางที่เท่าเดิม ก็ซ้อมวิ่งไปตามปกติ ปรากฎว่าสถิติการวิ่งมันดีขึ้นเรื่อยๆ คือวิ่งได้อึดขึ้น ผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี สามารถวิ่งได้ไกลเกิน 10 กิโลเมตรถึง 3 ครั้ง ตอนสมัครลง Bangkok Marathon 2014 ซี้ซั้วจิ้มไปที่ Half Marathon อย่างวู่วาม รู้เลยว่ามันไม่ง่าย แต่ก็คิดว่ายังมีเวลาซ้อมอีกตั้งหลายเดือน มันก็น่าจะทันนะ จนมาถึงอีกหนึ่งเดือนก่อนลงแข่ง ยังซ้อมวิ่งไปไม่ถึงไหนเลย จบลงที่ 10 กิโลนิดๆ มาตลอด พอความกดดันเข้ามาเยือน เลยจัดไปครั้งแรกที่ 13 กิโล เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน และอีกครั้ง 15 กิโล เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน กะว่า 6 กิโลสุดท้ายคงต้องไปลุยที่สนามจริง เอาวะ เราต้องทำได้ (อ่านเรื่องราวแบบ full version ได้ที่นี่ คุณครับ เราจะวิ่งเพื่อฝัน)

จากทั้ง 8 เรื่องที่ผ่านมา ผมภูมิใจเหตุการณ์ครั้งนี้มากที่สุด เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ผมว่าส่วนผสม 3 อย่างที่ทำให้ผมรู้สึกฟินมากเป็นพิเศษกับเรื่องนี้คือ 1) การตั้งเป้าหมาย ทำให้เรารู้ว่าเราจะทำอะไร ไปเพื่ออะไร 2) ความพยายามระหว่างทาง ทำให้เรารู้ว่าความสำเร็จมันไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง หากแต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นอยู่ที่การหมั่นซ้อม การติดตามผล และกำลังใจที่ให้กับตัวเองเรื่อยๆ 3) ความกดดัน ทำให้เรากระตือรือร้น ทำให้เราฮึกเหิม ต้องสู้จึงจะชนะ

IMG_3917
Let’s Beat it. Fighto!!!

 

ทั้งหมดนี้คือเหตุการณ์เพียงเสี้ยวของเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในปีนี้ ขอบคุณเทคโนโลยีทั้งหลายที่ทำให้การติดตามเป้าหมายของผมง่ายขึ้น ขอบคุณ Jawbone UP24 ที่ช่วย track จำนวนก้าวในแต่ละวัน ขอบคุณ Run Keeper ที่ช่วยเก็บสถิติการวิ่ง ขอบคุณ Strava ที่ช่วยบันทึกข้อมูลทริปปั่นจักรยานที่ผ่านมา ขอบคุณ K-Cyber Banking ที่ช่วยเก็บ record wealth ทั้งหลายที่ผมมี ขอบคุณ iPhone 5S ที่ช่วยเก็บเรื่องราว ตารางกิจกรรมที่อัดแน่นตลอดปี ขอบคุณกล้อง Olympus EP-5 ที่ช่วยบันทึกภาพความทรงจำ ขอบคุณ Google Tools ทั้งหลายที่ช่วย Sync ข้อมูลต่างๆ ไปมา ขอบคุณ iMind Map ที่ช่วยสรุปผล Resolution ในปีนี้ภายใน 1 หน้ากระดาษ

อีกไม่นานเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งหมดก็จะกลายเป็นอดีต แต่คุณคงไม่รู้หรอกการบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมา มันทำให้เราสามารถนั่งอมยิ้มได้ทุกทีที่ย้อนกลับมาอ่านมัน เมื่อคุณได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ผมหวังว่าคุณจะเริ่มคิดการใหญ่อะไรสักอย่างที่ทำให้ชีวิตคุณมีความหมายและคุ้มค่าทุกนาที

“คุณจะเป็นอะไรก็ได้ในจินตนาการ แต่คุณสามารถแปลงฝันให้กลายเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อลงมือทำ”

Leave a Reply

%d bloggers like this: