ไขเคล็ดลับ ใช้ LINE@ อย่างไรให้เงินทองไหลมาเทมา

ปัจจุบันมีผู้ใช้ LINE มากกว่า 33 ล้านคน เป็น Chat Application สุดฮิตในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย เพราะนอกจากจะใช้สนทนาระหว่างกันแบบส่วนตั๊วส่วนตัวแล้ว (ไม่ต้องคอยปกปิดสถานะกลัวใครมาเห็น) ยังสามารถแชร์โลมา (หมายถึงโลเกชั่นนะ ไม่ต้องส่งรูปปลาโลมามาให้นะ) สร้างกลุ่ม ส่งภาพ ทำ LINE CALL และอีกสารพัด เรียกได้ว่า CHAT เดียวจบทุกความต้องการทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

ถึงกระนั้น LINE CHAT ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่สะดวกต่อการบริหารจัดการเมื่อร้านค้าหรือแบรนด์มีจำนวนผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้น นี่เลยเป็นที่มาที่ทำให้ LINE Corporation สบโอกาสสร้าง LINE@ ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ขั้นพื้นฐานของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังถึงขั้นที่จะมี LINE Official Account เป็นของตัวเอง เพราะอย่างหลังนี่ต้องลงทุนระดับหลายล้านบาทเพื่อให้มี Sticker แจกฟรี จะว่าไปฟีเจอร์หลาย ๆ อย่างก็ทำงานได้ไม่ค่อยต่างกัน แต่จะทำได้ขนาดไหน ต้องติดตามอ่านต่อไป (ห้ามง่วง ห้ามเบื่อ ห้ามรักคนเขียน)

เอาล่ะเพื่อเป็นการโหมโรง อยากชวนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลายมาทำความเข้าใจกันให้ถูกต้องว่า LINE@ Account ที่ว่านี้มันจะมาช่วยทำมาหากิน สื่อสารและสร้างสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร ดูวีดีโอข้างล่างนี้เลย

3 เหตุผลทำไมต้องใช้ LINE@

เหตุผลง่าย ๆ ว่าทำไม SME จึงต้องสร้าง LINE@ Account ขึ้นมารองรับกับธุรกิจที่เติบโตขึ้นโดยเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ ก็เพราะ LINE Chat Application นั้นถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น LINE@ นั้นเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องการส่งข้อความถึงลูกค้าทีละมาก ๆ มีบทพิสูจน์ให้เห็นว่าช่องทางนี้ได้รับการตอบรับดีกว่าช่องทางอีเมล์หรือเบอร์โทรศัพท์ซะอีก แถมวิธีการใช้งานก็ไม่ยากเกินกว่าที่ใครจะเรียนรู้ได้ ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกับเหตุผลประกอบของการใช้ LINE@ กันได้เลยครับ

1) Social Reach เป็นแอพที่ใคร ๆ ก็ใช้กัน

หันมองไปทางไหน ใคร ๆ ก็กดเล่นโทรศัพท์มือถือ จากผลสำรวจของ We Are Social คนไทยใช้ Facebook มาเป็นอันดับหนึ่ง (Personal Entertainment) รองลงมาคือ LINE และ Facebook Messenger (Personal Chat) แล้วค่อยตามมาด้วย Google+, Instagram, Twitter และ Pinterest พูดง่าย ๆ เราก็ใช้ครบหมดแหละ ไม่งั้นเราจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ใช้งาน Social Media อย่างหนักหน่วงติดอันดับที่ 11 ของโลกเหรอ (ประมาณ 2 ชั่วโมง 52 นาทีต่อวัน) เมื่อแอพเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค แล้วทำไมเราไม่ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในการต่อยอดธุรกิจ เห็นได้ชัดว่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สมัยนี้มักมีเพจเป็นของตัวเองบน Facebook หรือไม่ก็สร้าง IG Account เพื่อสร้าง Brand Awareness แต่สุดท้ายการปิดการขายของพ่อค้าแม่ค้าโซเชียล (ที่ไม่ถนัดขายของผ่านเวบ E-Commerce) มักมาจบลงที่ LINE เพราะนอกจากสามารถสื่อสารกับลูกค้าเป็นราย ๆ ได้แล้ว ยังใช้ในการยืนยันการชำระเงินก่อนส่งสินค้าได้ด้วย

อันที่จริงแค่ใช้ LINE CHAT  อย่างเดียวก็น่าจะพอเอาอยู่ แต่ผมขอยุให้โยกมาใช้ LINE@ ดีกว่า เพราะมันมีเครื่องมือทางการตลาดอีกหลายตัวที่สามารถช่วยต่อยอดธุรกิจให้กับ SME ได้ด้วย (เดี๋ยวอธิบายเพิ่มเติม)

10-Top-Active-Social-Platforms-in-Thaialnd-Jan-2016
สถิติการใช้ Social Media ของคนไทย รวบรวมโดย WeAreSocial

2) Personal Access เข้าถึงลูกค้าได้ดีกว่า

ถ้าเป็นแต่ก่อน เราจะเลือกขอที่อยู่ของลูกค้าไว้ เพื่อการจัดส่งข้อมูลและสิทธิประโยชน์ไปให้ทางจดหมาย (ความจริงที่น่ากลัวคือจดหมายหลายฉบับไม่เคยถูกเปิดอ่าน Response Rate โดยเฉลี่ยต่ำกว่า 1% ส่วนใหญ่มักโดนลูกค้าทิ้งลงถังโดยอัตโนมัติ) ต่อมาเราก็ขยัน push email ไปหาแทนเพราะต้นทุนถูกกว่าเยอะ แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขปัญหาเดิมได้ซะทีเดียว หากข้อความที่ส่งไปไม่โดน ไม่ตรงกับความสนใจ ลูกค้าก็กดลบทิ้งอยู่ดี (ความจริงอันน่ากลัวอันถัดไปคือลูกค้าเริ่มหมายหัว Sender แล้วจับ Mark ว่าเป็น SPAM หรือกด Unsubscribe เมื่อความรำคาญนั้นเดือดมาถึงขีดสุดกับปริมาณการส่งที่มากเกินความจำเป็น) ส่วนนักการตลาดสายแข็งเงินหนาก็จะใช้วิธี Push SMS หรือให้พนักงาน Telesale โทรหาลูกค้าเป็นราย ๆ เลยจ้า (ความจริงอันน่ากลัวที่สุดคือการโทรหาแล้วยัดเยียดขายของผิดกาลเทศะ อาจทำให้ลูกค้าร้องยี้ใส่ แล้วกด Report รัว ๆ)

LINE Chat Message ถือว่าอยู่ตรงกลางระหว่างจดหมายและ SMS ไม่ได้ดู Passive หรือ Hard core จนเกินไป วิธีโยนหินที่ได้ผลคือให้เริ่มจากการส่งภาพและข้อความสั้น ๆ ไปยั่ว (ถ้าเป็นข้อความเชิงโปรโมชั่นจะได้ผลดีกว่าเป็นธรรมดา) เมื่อลูกค้ากดอ่าน (Read) แล้วถามกลับมา นี่ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า (Aware + Interest แล้วนะที่รัก) ทีนี้ก็ค่อยส่งรายละเอียดสินค้าตามไปได้เพราะถือว่าลูกค้าอนุญาตแล้ว จะจบลงด้วยดีหรือไม่ (Desire + Action) อันนี้ขึ้นอยู่กับทักษะการเจรจารวมถึงความอดทนของแอดมินแล้ว จากสถิติการซื้อขายออนไลน์พบว่า ลูกค้าเริ่มมีแนวโน้มในการสั่งซื้อสินค้าทั้งผ่าน Desktop Computer (39%) และ Mobile Device (31%) สัดส่วนเริ่มไม่ต่างกันเท่าไหร่แล้ว แถม Mobile มีแนวโน้มว่าจะแซงในไม่ช้า ดังนั้น LINE@ จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเคาะประตูบ้านเข้าไปถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

15-E-Commerce-by-Device-in-Thaialnd-Jan-2016
สถิติการทำธุรกรรม E-Commerce ผ่านอุปกรณ์สื่อสารแต่ละชนิด รวบรวมโดย We Are Social

3) User Friendly ใช้งานง่าย

ผมเชื่อว่า(เกือบ)ทุกคนล้วนมีจิตวิญญาณความเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตัวอยู่แล้ว คือถ้าคุณส่งข้อความเป็น ก็น่าจะพอขายของได้ (ถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งสติกเกอร์อรุณสวัสดิ์วันจันทร์มาถึงคุณได้ ผมคิดว่าคุณต้องทำได้ดีกว่านั้นนะ) ถึงยังไงก็ดี ก็ขอแนะนำให้ไปเรียนสักคอร์สที่ LINE Thailand Office (อยู่ตึก Empire Tower หัวมุมถนนสาทร/นราธิวาสราชนครินทร์) เพื่อหัดใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เทพขึ้น (แต่ถ้าขี้เกียจอย่างหนัก ก็ให้อ่านบทความนี้แล้วดู youtube ประกอบ) พอเริ่มคุ้นเคยกับเทคนิคใหม่ ๆ ก็ให้เปลี่ยนจากการส่งข้อความแบบ 1-on-1 เป็นการ Broadcast แบบ Mass, ส่ง Rich Message หรือคูปองดูบ้าง แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงความอเมซิ่งเมื่อตอนลูกค้าวิ่งเข้ามาหา ตามมาแอด ดัง  ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง ว่าแต่ทำยังไง อดใจรอสักครู่ เดี๋ยวจะมีคำอธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ LINE@ นะครับ

ณ จุดสตาร์ท สร้างแอคเคานท์กับ LINE@

แม้จะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ากับการเพ่งสายตาบนแอพ Social ที่มีอยู่เต็มจอ ด้วยเหตุที่มันกินเวลาของเราในแต่ละวันไปพอสมควร แต่สำหรับคนทำมาหากินแล้ว ต้องบอกว่า LINE@ มีความจำเป็นมากกว่าแอพทั่วไป เพราะเวลาที่สูญเสียไปกับการคิดคอนเทนต์ส่งหาลูกค้า รวมถึงการตอบคำถามต่าง ๆ มากมาย มันคือโอกาสในการทำรายได้มหาศาลของผู้ประกอบการ SME ยุคดิจิตอล ก็บิวด์กันมาซะขนาดนี้แล้ว ลองมาดูวิธีการสร้างแอคเคาน์ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์กันครับ

ขั้นตอนหลัก ๆ ที่คุณควรทำเมื่อตัดสินใจใช้ LINE@ ก็คือ

CREATE ACCOUNT

line account

เป็นการสร้างบัญชีที่เชื่อมต่อกับ LINE ส่วนตัว สามารถเพิ่มแอดมินที่ช่วยตอบคำถามของลูกค้าได้ ขอแนะนำให้เจ้าของกิจการเป็นคนสร้างเอง เพราะบัญชีนี้มันจะผูกติดตัวเราไปตลอด หากแอดมินเกิดลาออกไป LINE@ Account นี้ก็ยังคงเป็นของเราอยู่ดี (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสร้างบัญชีได้ที่นี่ครับ)

PREMIUM ID

premium id

การสมัคร Premium ID ถือเป็นออพชั่นเสริม คือตอนเราสมัครใหม่ เราจะได้ชื่อบัญชีมาเป็นแบบ Random Account เช่น @Adxpnv5ef8 ถ้าเราไม่แคร์สื่อว่าชื่อนั้นจะอ่านออกและเป็นที่จดจำได้มั้ย ก็ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยไว้เฉย ๆ แต่ผมแนะนำให้สมัครดีกว่าครับ เสียเงินเพิ่ม $5.99 ต่อปี (ประมาณ 200 บาท) ทำให้เรามีชื่อเสียงเรียงนามเป็นของตัวเอง ถ้าใครอยากติดตามผลงานของ ที่นี่มีเรื่องเล่า by somchartlee ก็กดแอดมาได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้นะครับ (Account นี้เป็น Infomedia มีแต่เรื่องเล่าดี ๆ มาบอก ยังไม่มีของมาขายครับ รับรองผมไม่ชวนคุณมาเป็นดาวน์ไลน์แน่นอน กดรับเป็นเพื่อนวันนี้ จะมีแต่สิ่งดี ๆ มากมายเข้ามาในชีวิต)


เพิ่มเพื่อน

APPROVED ACCOUNT

approved account

การขอรับรองเป็น Approve Account (optional) ทันทีที่เราสร้างบัญชีขึ้นมาเสร็จ บัญชีของเราจะเป็นแบบบัญชีทั่วไป (Standard Account) คือสามารถส่งข้อความได้ตามปกติแหละ แต่สิ่งที่บัญชีที่ได้รับการรับรอง (Approved Account) ได้มาเพิ่มเติมคือ ชื่อบัญชีของร้านค้าจะปรากฎอยู่ในหน้าจอแสดงผลของการค้นหาใน LINE Account ประเภทนี้สงวนสิทธิ์ให้กับคนที่มีหน้าร้านที่สามารถระบุตำแหน่งได้จริง แล้วก็มีค่าใช้จ่ายในการสมัครด้วย แต่ถ้าใครอยากมี LINE Stickers เหมือนแบรนด์ดังที่เขาระดมแจกสติกเกอร์กันฟรี อันนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หลายล้านบาทเลยทีเดียว อันนี้เรียกว่า (Official Account) (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอรับรองบัญชีได้ที่นี่ครับ)

หลังจากหมดโปรการทดลองใช้ LINE@ ไปเมื่อตอนต้นปี ตอนนี้แพ็กเกจใหม่ออกมาแล้ว ราคาตามนี้เลยครับ พูดง่าย ๆ ถ้าคุณเน้นการแชทเป็นแบบ 1-on-1 หรือยังมีผู้ติดตามค่อนข้างน้อย ให้ใช้ Free Package ไปก่อน เมื่อไหร่ที่ผู้ติดตามเกินหลักพัน อันนี้ต้องกลับมาคิดใหม่ว่าควรจะเลือกจ่ายเป็นแบบ Basic, Pro หรือ Pro+ ดี กรุณาเลือกจ่ายตามกำลังทรัพย์เลยครับ

Line@ Package

หมัดเด็ดของ LINE@

LINE@ มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย มันทำได้ตั้งแต่การส่ง broadcast ข้อความไปยังฐานผู้ติดตามทั้งหมดในคราวเดียว ไปจนถึงการสร้างแคมเปญ Recruit ผู้ติดตาม (Follower) และการส่งคูปองส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดการสั่งซื้อ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเจาะลึกฟีเจอร์แต่ละตัวกันเลยดีกว่าครับ

One-on-One Chat

autoreply1

ฟีเจอร์นี้คล้ายกับ LINE CHAT เดิม ข้อดีที่เพิ่มเติมเข้ามาคือมันออกแบบมาเพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ สามารถรองรับจำนวนลูกค้าหรือผู้ติดตามได้ไม่จำกัดในขณะที่ LINE ID ปกติรับได้ไม่เกิน 5,000 คน แถมยังสามารถเพิ่มแอดมินมาช่วยตอบแชทได้ถึง 100 คน เมื่อมีแอดมินเยอะได้ขนาดนี้แล้ว ก็อย่าลืมตอบคำถามลูกค้าด้วยความฉับไวนะครับ เพราะลูกค้าไม่ชอบรอ เพราะเมื่อความอดทนในการรอแล้วรอเล่าถึงขีดสุด อาจเกิดกรณีฟาดงวงฟาดงาได้เหมือนกัน และถ้าหากพบว่าลูกค้ามักถามซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิม คุณสามารถตั้งค่าคีย์เวิร์ดให้ระบบช่วยตอบคำถามแบบอัตโนมัติได้ด้วยนะครับ

อ่านวิธีการตั้งค่า Auto Reply การตอบกลับอัตโนมัติได้ที่นี่

Broadcast Message

broadcast1วิธีนี้คล้ายกับการยิง SMS หรือส่งอีเมลไปยังกลุ่มลูกค้าสมาชิก ข้อดีคือสามารถตั้งเวลาล่วงหน้าในการส่งข้อความโดยไม่ต้อง boost post เหมือนใน Facebook ส่งครั้งเดียวถึงผู้ติดตามทุกคน ส่วนลูกค้าจะเปิดอ่านและมีปฏิกิริยาตอบสนองหรือไม่ อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับ ความถี่ ความยาว และความน่าสนใจของข้อความที่ส่งออกไป ประเภทที่ส่งไปพร่ำเพรื่อ ขายของตลอดเวลา ระวังโดนบล็อกนะครับ

อ่านวิธีการส่งข้อความแบบ Broadcast ได้ที่นี่        

Rich Message

rich1

ฟีเจอร์ชูโรงตัวนี้สำหรับคนที่สมัครแพ็คเกจรายเดือนเท่านั้น ฟังก์ชั่นพิเศษคือสามารถส่งรูปขนาดใหญ่ (เต็มขนาดหน้าต่างแชท) ที่รวมภาพและข้อความเข้าด้วยกัน แถมยังสามารถแทรกลิงค์เพื่อเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเวบไซต์ได้อีกด้วย เคล็ดลับติดปลายนวมคือ พยายามเลือกใช้ภาพพร้อมข้อความสั้น ๆ ที่น่าดึงดูดหลอกล่อจนลูกค้าใจอ่อนยอมคลิ๊กที่ภาพ ซ่อนรายละเอียดอันยืดยาวไว้ข้างหลังภาพ ถ้าสินค้าและโปรโมชั่นโดนใจจริง ๆ รับรองยังไงก็สามารถปิดการขายได้     

อ่านวิธีส่งข้อความแบบ Rich Message ได้ที่นี่

Coupon & Promotion

coupon1

คูปองถือเป็นหมัดเด็ดในการ Activate หรือกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการทดลองซื้อและใช้สินค้า คุณสามารถตั้งค่าให้สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว หรือใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดระยะเวลาที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังมีคูปองแบบที่เป็นการสุ่มมอบรางวัล และการสื่อสารเป็นแบบโปรโมชั่นปกติของร้านด้วย อย่าลืมตั้งค่าเป็นแบบ Sharing Allowed เพื่อให้ผู้ติดตามสามารถส่งต่อให้เพื่อนได้

อ่านวิธีการส่งคูปองได้ที่นี่

Poll & Survey

poll1

ฟีเจอร์นี้ถือเป็นของแถมที่ช่วยทำให้เจ้าของกิจการใกล้ชิดกับคุณลูกค้ามากยิ่งขึ้น การทำโพลช่วยสร้าง Engagement กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ส่วนแบบสอบถามนั้นถือเป็นการสำรวจความพึงพอใจ และรวบรวมความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการต่อไป

อ่านวิธีการสร้างโพลและแบบสอบถามได้ที่นี่

นอกจากฟีเจอร์หลัก ๆ ที่พูดถึงก่อนหน้านี้แล้ว ยังมีเรื่องการดูหน้า Statistics หรือสถิติ  (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่) การจัดการระบบ Admin (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่) รวมถึงการนำโลโก้ไปใช้ LINE@ ไปใช้ให้ถูกต้องและปลอดภัย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่)

หมายเหตุ: LINE@ สามารถทำงานได้บนคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ admin-official.line.me และบนมือถือผ่านแอพพลิเคชัน LINE@ ทั้งนี้ แต่ละฟีเจอร์รองรับการใช้งานที่ต่างกัน โดยคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้ทุกฟีเจอร์ ส่วนแอพพลิเคชั่นจะไม่สามารถส่ง Rich Message, Coupon, Poll & Survey และสร้างโปสเตอร์ได้ครับ

stat

admin

logo

ทิปส์เล็ก ๆ กับการใช้ LINE@ ให้เวิร์ค

  • เมื่อสร้าง LINE@ ขึ้นมาแล้ว แนะนำให้อัพเกรดเป็น Premium ID เพื่อให้ชื่อร้านปรากฎอยู่ในหมวดหมู่ที่ง่ายต่อการค้นหา และที่สำคัญอย่าลืมรับรองบัญชี (Approved Account) เพราะจะทำให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคครับ
  • หากไม่สามารถตอบคำถามลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง แนะนำให้ตั้งค่า Auto Key Words อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดเวลาในการตอบคำถามลูกค้าซ้ำ ๆ เพิ่มจำนวนแอดมินให้สอดคล้องกับปริมาณข้อความที่เข้ามาในแต่ละวัน ยิ่งตอบคำถามได้รวดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งได้ใจลูกค้ามากเท่านั้น อย่าลืมว่าทุกนาทีที่เสียไป ลูกค้าอาจแวะไปค้นหาสินค้าจากร้านอื่นอยู่ก็ได้ ถ้า Read แล้วไม่ตอบกลับ ถือว่าไม่รัก เข้าใจตรงกันนะ
  • การส่ง Rich Message ได้ผลดีกว่าการ Broadcast Message ด้วยภาพและข้อความที่ยืดยาว ให้มอง Rich Message เป็น Teaser Ad ไม่ต้องยัดเยียดสื่อสารข้อความทั้งหมดในคราวเดียว ลองใส่คำว่า “คลิ๊กเลย” ลงไปในภาพเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสนใจเข้าไปอ่านต่อโดยไม่รู้สึกรกสายตา ลองว่าสินค้ามันใช่ จะให้กดลิงค์ไปต่อที่เวบไซต์ ยังไงก็ยอม
  • พยายามเข้าไปอ่านกรณีศึกษาของแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อปรับกลยุทธ์ในการสื่อสารให้โดนใจลูกค้า อย่ามุ่งหวังเพียงยอดผู้ติดตาม (Followers) ด้วยการแจกของล่อเป้า พยายามสกรีนลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Prospects) ออกจากไทยมุงที่ผ่านเข้ามา (Passers by) เพราะเป้าหมายสุดท้ายที่ทำให้คุณได้ไปต่อคือยอด Engagement กับยอดขายหรือ Sales ต่างหาก
  • LINE Characters มีค่าลิขสิทธิ์ สามารถนำไปใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  • เครื่องมือโซเชียลแต่ละชนิดล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ผู้ประกอบการควรหมั่นอัพเดทและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อวางกลยุทธ์ให้ชัดเจนว่าเครื่องมือตัวไหนเหมาะกับการทำเรื่องอะไร เช่น อาจให้เวบไซต์เป็นแม่ทัพหลังบ้าน รวบรวมข้อมูลทุกสิ่งอย่างอันให้ลูกค้าสามารถเข้ามาค้นคว้าหารายละเอียดเพิ่มเติม (Search Pool) ใช้ Facebook ในการปูทางสร้างฐานลูกค้ามุ่งหวัง (Page Like) โปรโมทผลิตภัณฑ์ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์คุณภาพ (Content Marketing) สร้าง Engagement กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สุดท้ายต่อยอดด้วยการใช้ LINE@ ในการสื่อสารกับลูกค้าขาประจำ (CRM) แล้วปิดการขายด้วยโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่า (Activation & Retention) สรุปคือต้องบูรณาการเครื่องมือแต่ละชนิดให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Success Stories

[Diamond Grains สุขภาพดีที่คุณออกแบบได้]

โดยส่วนตัว ผมค่อนข้างชื่นชอบแบรนด์นี้เพราะเขาออกตัวมาดีตั้งแต่ต้น แม้ตัวผลิตภัณฑ์จะไม่ได้ล้ำนำหน้าจนคนเลียนแบบไม่ได้ (อันที่จริงปัจจุบันมีคนเลียนแบบเพียบเลย ด้วยการเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง ปรับสูตร ลด/เพิ่มปริมาณ ขนาด และราคา) แต่ Diamond Grains เขาให้ความสำคัญต่อการสร้างรูปแบบธุรกิจที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว แถมยังสร้างคุณค่าที่น่าดึงดูดให้กับผู้บริโภคด้วย ใครจะไปเชื่อว่าแผ่นกราโนล่าที่นำมามิกซ์สูตรใหม่ จับใส่แพกเกจจิ้ง แล้วเปิดตลาดออนไลน์ก่อนใคร จะทำให้แบรนด์นี้เขยิบขึ้นหน้าไปไกลหลายขุมกว่าหลาย ๆ เจ้าที่ตามมาทีหลัง

ถ้าจะให้ถอดรหัสความสำเร็จของ Diamond Grains ผมขอใช้ 4 Cs นี้เป็นตัวอธิบายว่าทำไม Diamond Grains จึงสามารถดันตัวเองขึ้นมาจนเป็นเบอร์ต้น ๆ ในการเป็นคู่หูเรื่องอาหาร Clean

Concept ชัด

คอนเซปต์ที่ว่านี้เริ่มตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การแต่งองค์ทรงเครื่อง การกำหนดราคา และจุดยืนของสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการควบคุมน้ำหนักแบบขี้เกียจ คือจะให้ซื้อกราโนล่ามากินแบบเป็นล่ำเป็นสันก็จะดูจริงจังไป พูดง่าย ๆ กลุ่มลูกค้าเขาจะเป็นพวกที่กินเพราะต้องการแค่ให้ตัวเองดูดี หรือรู้สึกผิดน้อยที่สุด เล่นกับอารมณ์มากกว่า Function

diamond grains6
ภาพจาก FB: Diamond Grains

Content โดน

การตอบโจทย์คอนเซปต์ที่วางไว้ แบรนด์ต้องทำหน้าที่ชี้โพรงให้กะรอก สร้างคอนเทนต์ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเชื่อว่าสินค้าที่ว่านี้สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้แบบไม่เครียด เช่นการจำลองทำ Meal Plan สำหรับคนที่มีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ไม่ต้องถึงกับ Hard Core เห็นมั้ยเขาแอบใส่เมนูโปรดอย่างส้มตำไก่ย่าง แล้วก็มี Cheat Day พอให้รู้สึกหายอยากกับการที่ต้องกินคลีนตลอดสัปดาห์

การทำการตลาดด้วยคอนเทนต์ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงการโพสต์รูปสวย ๆ เขียนข้อมูลแนะนำสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว บางทีก็ต้องผสมผสานหรือพ่วงกับ Sales Promotion ด้วย มีการเลือกใช้ Influencer ช่วยบอกเล่าเรื่องราว มี Customer Review คอยสนับสนุนว่าทำตาม meal plan ที่ว่าแล้วเห็นผล มันน่าเชื่อถือกว่าการที่แบรนด์พูดเอง ชงเอง ตบเอง เป็นไหน ๆ (ป.ล. ไม่ขอสนับสนุนการทำ seeding บน pantip นะครับ)

diamond grains3
ภาพจาก FB: Diamond Grains
diamond grains8
ภาพจาก FB: Diamond Grains

 

Customer Service & Support เจ๋ง

นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และคอนเทนต์แล้ว ระบบหลังบ้านต้องพร้อมสรรพด้วย เริ่มแรกด้วยใช้สื่อออนไลน์ในการสร้าง Engagement กับลูกค้า ใช้ Facebook Ad ดันโพสต์ ปิดการขายด้วยการ Inbox Message หรือ  LINE CHAT ต่อมาขยับขยายมาเป็น LINE@ เพราะจำนวน Followers เริ่มเยอะเกิน เพิ่มจำนวนแอดมินเพื่อตอบโต้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ใส่ใจในการบริการ ไปถึงการพัฒนาระบบการจัดสั่งซื้อ การจัดส่งสินค้า การชำระเงินและ tracking สินค้าที่ลูกค้าได้ออเดอร์ไป เรียกว่าพยายามปิดทุกประตูที่เป็นรูโหว่ของงานด้านบริการ ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็น ขายดีแบบเทน้ำเทท่าเลย

diamond grains2
ภาพจาก facebook diamond grains
diamond grains4
ภาพจาก FB: Diamond Grains

Convenience ครอบคลุม

เป็นหนึ่งในไม่กี่เคสที่แจ้งเกิดจากการเป็น Niche Brand ขายผ่านร้านค้า/ช้อปสุขภาพเล็ก ๆ อาศัยช่องทางออนไลน์เป็นการทำตลาด แล้วไปจบลงที่การกระจายสินค้าไปสู่ Modern Trade ไม่ใช่ว่าใครที่อยากเข้าห้างก็เข้าได้ เพราะมันต้องคำนวณทั้งเรื่องต้นทุน Margin การบริหาร Channel ต่าง ๆ ให้สอดคล้องและไปด้วยกัน และปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือเข้าไปเมื่อแบรนด์พร้อม เริ่มเป็นที่รู้จัก เพราะ Brand Awareness ที่สร้างก่อนเปิดตัวเข้า Tops มันทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

diamond grains5
ภาพจาก FB: Diamond Grains

[Mind English ปั้นแบรนด์จากดินให้เป็นดาว]

ครูชัย หรือคุณชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย ถือเป็นนักปั้นแบรนด์ยุคดิจิตอลที่ประสบความสำเร็จมากๆ คนหนึ่ง เขาใช้เวลาไม่ถึงเดือนในปั้นยอดเพจ M.I.B Marketing in Black ให้แตะหลักแสนภายใน 1 เดือน และใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการปั้นยอดไลค์บนเพจ Mind English ให้แตะหลักล้าน

โดยก่อนก่อตั้งธุรกิจได้ใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อดูเทรนด์ของตลาดก่อน พอผลลัพธ์ทำให้มั่นใจว่าธุรกิจไปได้สวยแน่นอนจึงเกิดสถาบันสอนภาษาอังกฤษ Mind English ขึ้น หลังจากนั้นไม่นานก็เปิด LINE@ โดยแคมเปญแรกเริ่มจากแจก E-Book เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดตาม (Follower) แต่เรื่องที่ทำให้ประทับใจเกิดขึ้นตอนที่มีผู้ติดตามประมาณหมื่นกว่าคนและ Broadcast ข้อความ เกี่ยวกับการสัมมนาซึ่งเบื้องต้นตั้งเป้าไว้ที่ 280 คน แต่หลังจากส่งข้อความออกไปเพียงไม่นานก็มีคนจองมาแล้วกว่า 1,000 คน และท้ายที่สุดมีผู้เข้าร่วมสัมมนา 3,000 คน 

ใครอยากรู้ว่าครูชัยใช้กลวิธีอะไรในการทำคอนเทนต์ให้ปัง ตามไปอ่านต่อบนเพจ M.I.B Marketing in Black ได้เลยครับ หรือเข้าไปอ่านในบล็อกของ LINE@ ได้ตามลิงค์นี้ครับ Success Story: Mind English

Mind English

Mind English1
ภาพจาก LINE@ BlOG

Food for Thought & End Credit

ก่อนจะจบบทความนี้ ต้องขอขอบคุณ LINE@ Official BLOG (http://at-blog.line.me/th/) ที่เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีในการแนะนำเครื่องมือ รวมทั้ง Training Tips & Tutorial ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน เพื่อน ๆ สามารถตามเข้าไปอ่านเพิ่มเติมโดยการคลิ๊กลิงค์ที่ผมได้รวบรวมไว้บนบทความนี้ นอกจากนี้ยังมี Success Stories อีกมากมายที่ทำให้เรา Live & Learn จากแบรนด์ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน

ท้ายที่สุดนี้ขอฝากข้อคิดเตือนใจไว้อีกข้อคือ ไม่มีเครื่องมือสื่อสารการตลาดใดที่จะช่วยให้แบรนด์ดังและปังได้ หากสินค้าและการบริการนั้นไม่มีคุณภาพ สร้าง LINE@ กันแล้ว อย่าลืม Alert เข้ามาตอบคำถามลูกค้านะครับ อย่าให้ลูกค้ารอเก้อที่ท่าน้ำ เพราะมันน่าหงุดหงิดมาก

VALUE ADDED……HAVE A NICE DAY.

IMG_5312
Meme จากซีรีย์ Diary Tootsie

Leave a Reply

%d bloggers like this: