Local Alike ธุรกิจท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อชุมชน

ผมรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมากมายเมื่อมีโอกาสได้ออกเดินทางไปเที่ยวภาคเหนือ การได้สูดอากาศอันบริสุทธิ์ สดชื่น แถมยังถูกโอบล้อมด้วยภูเขา แมกไม้ และลำธาร ทำให้ลืมความทุกข์ร้อน คลายกังวลไปได้ชั่วขณะ เหนือสิ่งอื่นใดคือการได้ใช้ชีวิตแบบเนิบช้าปราศจากการปรุงแต่ง จะมีอะไรสุขไปกว่านี้ถ้าเราได้ทำงานที่เรารัก และสามารถเลือกที่จะอยู่ในที่ๆ เราหลงรัก คุณว่าจริงมั๊ย?

ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมขออนุญาตแบ่งปันเรื่องราวทริปในความทรงจำ 3 แห่งที่เป็นที่สุดของหัวใจ นั่นคือการเที่ยวชมทะเลหมอกและไร่ชาบนดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย ขี่จักรยานชมเมืองทัวร์วัดที่จังหวัดน่าน เดินดินกินบนถนน ชื่นชมวิถีชาวบ้านที่กาดกองต้า จังหวัดลำปาง ว่าแล้วก็ขอเชิญทุกคนเที่ยวเล่นชมเมืองผ่านตัวหนังสือและภาพถ่ายได้ที่นี่ครับ

แต่ก็ยังมีอยู่อีกทริปนึงที่แตกต่างไปจากการเที่ยวเล่นแบบเดิมๆ คือ การดั้นด้นไปถึงแม่แจ่มเพื่อไปศึกษาดูงานชุมชนการเรียนรู้สมเด็จย่า ที่นี่เป็นเพียงโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนที่ค่อนข้างทุรกันดาร มีเด็กนักเรียนในการอุปถัมภ์อยู่เพียง 60-70 คน สิ่งที่ทำให้โรงเรียนนี้แตกต่างจากโรงเรียนสายสามัญทั่วไปคือนอกจากจะให้ความรู้พื้นฐานทางวิชาการแล้ว เด็กๆ ยังได้รับการฝึกวิชาชีพ การเพาะปลูก ทอผ้า ซ่อมเครื่องยนต์ ฯลฯ ทั้งนี้ก็เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ สามารถดำรงชีวิตและทำมาหาเลี้ยงชีพอยู่ได้ภายในชุมชนเมื่อสำเร็จการศึกษา อีกอย่างที่สำคัญคือการบ่มเพาะให้เด็กๆ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เป็นคนดีมีคุณธรรม ห่างไกลยาเสพติด (อ่านแจ่มดอยคอยรัก อุดมการณ์และความฝันอันสูงสุดในการสร้างชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง) ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ผมยังคอยให้การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่โรงเรียนแห่งนี้อยู่ แม้จะเป็นเงินไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นลูกสาวอุปถัมภ์เติบโตเป็นคนดีของสังคม มีความกตัญญู ใฝ่เรียนรู้

logo in pinkปัญหาหลักของหลายๆ ชุมชนที่ได้พบเจอมาคือ ชาวบ้านต่างดิ้นรนไปทำงานกันในเมืองเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายของคนในครอบครัว เมื่อบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากชุมชนไป คงเป็นไปได้ยากที่จะพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งและอยู่ได้เองโดยลำพัง

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสรู้จักกิจการเพื่อชุมชนแห่งหนึ่งจากการไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน AIS The Startup 2014 ในหมวด Social Business กิจการเพื่อสังคม Local Alike ได้ตอบโจทย์บางอย่างที่เป็นการแก้ปัญหาของชุมชนในระยะยาว

ผมทึ่งในความสามารถและความเป็นจิตอาสาของน้องๆ กลุ่มนี้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนผ่านการเป็นตัวกลางเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวที่ดำเนินโดยคนในชุมชนกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่สนใจเรื่องการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอหยิบยกกรณีศึกษาของ Local Alike มาแบ่งปันเพื่อเป็นแนวทางการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาธุรกิจชุมชนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ต้นกำเนิดของธุรกิจชุมชนเพื่อชุมชน

การก่อร่างสร้างธุรกิจเพื่อสังคมหรือ Social Business ในนามบริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด (Local Alike) นั้นเกิดจาก 2 หัวเรือใหญ่คือ สมศักดิ์ บุญคำ (ไผ) และ สุรัชนา ภควลีธร (นุ่น) พร้อมกับพลพรรคเพื่อนฝูงผู้ร่วมอุดมการณ์อีกหลายคนที่ต้องการผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยพยายามดึงคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานการให้บริการ ซึ่งรวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก่อนจะมาทำความรู้จักกับรูปแบบธุรกิจของ Local Alike เราลองมาดูว่าคนในชุมชนนั้นมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (sustainable tourism)

voicefromlocal
ถ้าไม่มีงานไม่มีโอกาส ลูกหลานเราคงไม่มีทางเลือก นอกจากเดินออกจากบ้านไปหางานทำ ธุรกิจท่องเที่ยวทำให้เรามีความหวังที่จะรักษาครอบครัวและขนบธรรมเนียมของเรา
voicefromlocal2
พอฉันเกษียณก็มาร่วมทำงานด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การเป็นเจ้าบ้านทำให้ชีวิตวัยเกษียณของฉันมีความสุขมาก ฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับนักท่องเที่ยวแล้วก็ยังสามารถสร้างรายได้เสริมอีกด้วย
voicefromlocal3
ฉันอยากเล่าอยากแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับหมู่บ้านของเรา เผ่าของเรา และวัฒนธรรมของเรา แต่ไม่มีใครที่นี่สนใจฟัง
voicefromlocal4
การท่องเที่ยวทำให้หมู่บ้านเรามีเงินทุนที่จะนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยไม่ต้องหวังพึ่งงบประมาณจากภาครัฐ การท่องเที่ยวคือผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของคนในชุมชน

ปีๆ หนึ่งประเทศไทยสร้างรายได้มากกว่า 6 พันล้านบาทจากการท่องเที่ยว รายได้ส่วนใหญ่ไปตกอยู่ที่ใครไม่รู้ แต่ที่รู้คือคนพื้นเมืองและคนท้องถิ่นยังได้ประโยชน์จากตรงนี้น้อยมาก แม้สัดส่วนของนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในไทยจะยังมีไม่มากนัก แต่เรากลับมีความหวังว่าแนวโน้มมันจะเติบโตสูงขึ้นในไม่ช้า เพราะนั่นหมายถึงการกระจายรายได้ของคนในชุมชนจะดีขึ้นตามไปด้วย ในช่วงจังหวะนี้เองหากชุมชนต่างๆ ได้ลุกขึ้นมาพัฒนามาตรฐานการให้บริการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและสามารถบริหารจัดการกันได้เองภายในชุมชน (community-based tourism) พวกเขาก็จะมีงานทำและสามารถดำรงชีพอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งการช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนแต่เพียงอย่างเดียว

โลกสวยด้วยมือเรา

ทีมงาน Local Alike ได้ใช้เวลาศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวิตและความต้องการของคนในชุมชน โดยมีการลงสำรวจพื้นที่จริง มีหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกชุมชน ตลอดจนมีการระบุขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาชุมชนนั้นให้มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้ให้บริการการท่องเที่ยงแบบยั่งยืน เท่าที่ทราบในเบื้องต้นปัจจุบันมีประมาณ 200 กว่าชุมชนที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ และยังมีอีก 700 ชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะและสามารถพัฒนาให้กลายเป็นชุมชนที่สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

ประโยชน์ทางตรงที่ชุมชนจะได้รับจากธุรกิจท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนี้คือสามารถสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน ซึ่งรวมไปถึงการเพิ่มเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นทางชุมชนก็จะมีทุนที่สามารถพัฒนาหรือแก้ปัญหาต่างๆ ภายในชุมชนได้ด้วยตัวเอง ส่วนประโยชน์ทางอ้อมคือ การท่องเที่ยวสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟูวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่น รวมถึงการช่วยปลูกฝังจิตสำนึกให้ทุกชีวิตในชุมชนให้รู้สึกหวงแหนและกระตุ้นให้อยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมของตนให้คงไว้ เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งที่พวกเขามีในชุมชนและศักยภาพของเขาสามารถเลี้ยงชีพพวกเขาได้ไปตลอดชีวิต

local alike business model
รูปแบบธุรกิจของ Local Alike

รูปแบบธุรกิจของ Local Alike นั้นประกอบด้วย 4 ด้านหลักคือการสร้าง Platform ระบบการจอง การบริหารตลาด และการประเมินผล เพื่อเชื่อมระหว่างการให้บริการของชุมชน (ที่พัก ทัวร์ไกด์ และกิจกรรมต่างๆ) กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย, การสร้างเครือข่ายการให้บริการและการกำหนดมาตรฐานเพื่อให้เป็นที่ไว้วางใจ, การพัฒนาข้อมูลหรือจุดขายของชุมชนนั้นๆ รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง ที่ผ่านมาได้ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปกว่า 300 คน แต่ตอนนี้เริ่มประสบปัญหาเล็กน้อยจากสถานการณ์ความผันผวนในปัจจุบัน เลยต้องเบนเข็มมาโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายคนไทยมากขึ้น

communitybasedtourism
ธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อชุมชนไม่เพียงใส่ใจในสังคมและสิ่งแวดล้อม หากยังปลูกจิตสำนึกในการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอีกด้วย มันคือธุรกิจที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชนและเพื่อชุมชน ด้วยจุดมุ่งหมายให้นักท่องเที่ยวตระหนักรู้ถึงวิถึชีวิตและเรียนรู้ขนบธรรมเนียมไปพร้อมกัน
maekampong
ทริปสัมผัสวิถีชุมชนแม่กำปอง จ.เชียงใหม่

ธุรกิจของ Local Alike ดูผิวเผินก็คล้ายกับ Travel Agency หรือ Online Booking Website ที่เน้นให้บริการจองตั๋ว ที่พัก จัดกิจกรรม และอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว แต่สิ่งที่ Local Alike ทำมากกว่าคือการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ทำงานร่วมกับคนในชุมชนเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับระบบการจัดการรวมถึงการสร้างความเข้าใจให้กับชุมชน ถ้าเทียบผลลัพธ์ในเชิงธุรกิจกับสิ่งที่ทีม Local Alike ได้ลงทุนไปนับว่าไม่คุ้มเอาเสียเลย แต่ถ้าลองเทียบกับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต กับประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคนในชุมชนนับว่ามหาศาลทีเดียว ไม่ใช่เฉพาะแค่การสร้างงาน สร้างรายได้เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการเข้าไปแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการศึกษาของคนในชุมชนอีกด้วย

ความท้าทายของผู้ให้และผู้รับ

ความแตกต่างระหว่างกิจการเพื่อสังคม (social enterprise) และกิจการเพื่อการพาณิชย์ (business enterprise) โดยทั่วไปคือ กิจการเพื่อสังคมส่วนใหญ่มักก่อตั้งจากอุดมการณ์ในการทำประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมส่วนรวมนับแต่วันแรกเริ่มปักเสาเข็ม เป้าหมายทางการเงินแม้จะไม่ใช่เรื่องหลักแต่กลับเป็นอุปสรรคลำดับต้นๆ ที่ทำให้กิจการเพื่อสังคมไม่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาวหากขาดงบประมาณการสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ในขณะที่องค์กรทั่วไปมักจัดสรรงบประมาณจากผลกำไรในการประกอบธุรกิจเพื่อมาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ไม่ว่าการให้ความช่วยเหลือจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด สิ่งที่ท้าทายคือทำอย่างไรให้ผู้ให้และผู้รับนั้นต่างอยู่รอดได้ในระยะยาว ความสำเร็จของโครงการเพื่อสังคมที่ดีจึงไม่ได้วัดกันที่ขนาดหรือมูลค่าธุรกิจ หากแต่ต้องวัดถึงผลประโยชน์ที่ธุรกิจและสังคมได้รับ (Impact to business and society)

Local Alike คือตัวอย่างหนึ่งของธุรกิจขนาดเล็กหัวใจสะอาดที่พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ให้ชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลง มีองค์ความรู้ และมีความเข้มแข็งพอที่จะสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว แต่จากการที่ Local Alike ยังเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่อาจจะยังมีระบบการจัดการและกำลังไม่มากพอ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายในการสานต่ออุดมการณ์นี้ให้สัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม

ต้องขอบคุณอีกครั้งในความมีจิตอาสาที่จะร่วมกันพัฒนาให้สังคมไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ธุรกิจชุมชนไทยมีความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น ผมเชื่อแน่ว่าความถ้อยทีถ้อยอาศัยกันระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก หรือแม้ขนาดย่อมจะทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวไปได้ไกลมากกว่านี้ 

Lasting Impact

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Local Alike (http://localalike.com/)

อ่านบทสัมภาษณ์ทีมงาน Local Alike เพิ่มเติมได้ที่ Creative Move (http://www.creativemove.com)

Leave a Reply

%d bloggers like this: