คิวชู เดอะซีรีย์ EP4: โดโซะ มิยาซากิ

สวัสดีครับท่านผู้ชม เที่ยวกันมาครึ่งทางแล้ว วันนี้ก้าวเข้าสู่วันที่ 6 ของทริป เราตะลอนทัวร์ นอนดึก ตื่นเช้า นั่งรถไฟ ถ่ายรูป แล้วก็กิน กิน กิน แทบจะไม่หยุด ถามว่าสนุกมั้ย ตอบได้เลยว่า “สนุกมาก” หากถามต่อว่ารู้สึกผิดบ้างมั้ย? บอกได้เลยว่า “มากเช่นกัน” วันนี้ผมถึงกับต้องสะกดจิตตัวเองให้ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม แล้วหาเรื่องวิ่งรอบเมืองสักหน่อย (กว่าจะแงะตัวเองออกมาจากเตียงได้ ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องง่ายนะ) โชคดีที่โปรแกรมช่วงเช้าวันนี้ไม่มีอะไรมาก พวกเรานัดกันเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมค่อนข้างเลทกว่าทุกวัน (ประมาณ 10 โมง) เพื่อให้แต่ละคนมีโอกาสได้ซ่อมร่างหลังจากที่ทรมานสังขารกันมาเป็นเวลา 5 วันติด

การตื่นเช้าออกมาวิ่งนี่มีข้อดีหลายข้อนะ ข้อแรกคือมันทำให้เราได้เสียเหงื่อบ้าง ร่างกายจะได้แข็งแรงพอสู้กับภัยหนาวโดยไม่ต้องหวังพึ่งให้ช้างมาแจกผ้าห่มให้ และอีกอย่างคือทำให้เราได้ออกมาสัมผัสชีวิตของผู้คน มุมที่หลาย ๆ คนไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น อย่างในภาพด้านล่างนี้ ผมยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนพอดี เป็นจังหวะที่สัญญาณไฟคนข้ามเป็นสีแดง จากสีหน้าของแต่ละคน ดูทุกคนเร่งรีบมาก แต่พอบทจะต้องรอ เขาก็ยืนรออย่างอดทน ไม่มีการลักไก่แอบข้ามผ่าสัญญาณไฟ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นถนนก็ออกจะโล่ง เป็นอะไรที่น่าชื่นชม จึงขอฝากนักเดินทางทั้งหลาย เมื่อไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม จงรักษากฎระเบียบ อย่าให้ใครเขามาตราหน้า ว่าเรามาจากประเทศที่ไม่ศิวิไลซ์ ไม่มีวินัย ขาดความรับผิดชอบแม้กระทั่งเรื่องสามัญ (ใครทำดีอยู่แล้วก็จงทำดีต่อไป ใครที่เผลอเรอไปบ้าง จงกลับมาตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม เอาแค่การข้ามถนนกับการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง บางคนยังทำไม่ได้เลย เพลียจิตจริง ๆ)

IMG_6613
บรรยากาศยามเช้าเมืองคาโงะชิม่า

เอาล่ะครับ สัญญาณไฟเขียวมาแล้ว เรามาออกวิ่งไปพร้อม ๆ กันดีกว่า พอดีเห็นว่าแถวนี้มันมีสะพานเลียบแม่น้ำอยู่ ก็วิ่งวนไปมาในย่านนี้ละกัน ดูแล้วน่าจะปลอดภัยดี ครั้งนี้เอาเบาะ ๆ 4-5 กิโลเมตรพอ พอทำให้เลือดอุ่น มีเหงื่อไหลซึม ๆ ออกมา เพิ่มพลังเอ็นโดรฟินกันบ้าง Fighto Fighto Fighto

IMG_6620
สถานที่วิ่งของผมเช้านี้ ณ จุดสตาร์ทที่หัวสะพาน
IMG_6749
วิ่งครบ 6 รอบแล้ว ขอโดดโชว์หน่อย

เตรียมพร้อมออกเดินทางไปมิยาซากิ

ถึงเวลา 10:00 น.ที่เรานัดหมายกันแล้ว หลังจากรวมตัวกันครบเราก็เดินไปยังสถานีรถไฟ Kagoshima-Chuo วันนี้เรามีเป้าหมายไปเที่ยวเมือง Miyazaki กันโดยขบวนรถไฟ JR ซึ่งจะออกจากชานชาลาในเวลา 11:50 น. ไปถึงจุดหมายปลายทางในเวลาบ่ายสองโมง

Kagoshima_Miyazaki
ขบวนรถไฟที่จะพาเราไป Miyazaki

ก่อนจากมาเราก็แวะซื้อข้าวกล่องที่ร้าน Konbini ละแวกนั้น แถมติดขนมนมเนยไว้ทานเล่นระหว่างทางกันหิว เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับขาช้อป ที่สถานี Kagoshima-Chuo นี้ จะมีร้านขายของฝากขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 2 หน้าตาน่ากินไปหมดเลย ตาลายเลือกไม่ถูก แต่ที่เตะตาไช้ชวนชิมคือขนมปังไส้มันหวานและมันม่วง เห็นเขาติดป้ายเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “Ichiban” หมายความว่าอันดับ 1 หรือ Number 1 ของร้านนี้นั่นเอง แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ เพราะมันอร่อยมว๊าาาาาก ใครผ่านไปแถวนั้นฝากซื้อมาให้ซักก้อนนะครับ

หลังจากเสร็จภาระกิจเรื่องปากเรื่องท้อง พวกเราก็ไปยืนรออยู่ที่ชานชาลารถไฟ เนื่องจากครั้งนี้เราใช้ตั๋วเป็นแบบ Non-reserved (ไม่ได้ระบุที่นั่ง) เราจึงต้องมาตั้งขบวนกันที่ชานชาลาหมายเลข 4 แต่เนิ่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะมีที่นั่งตลอดทริปนี้ เอาล่ะครับ รถไฟเทียบท่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมัวรออะไร ไปกันเลยครับ แล้วพบกันที่สถานีปลายทาง Miyazaki นะครับ

P3272023
ข้าวกล่องแต่ละเมือง เขาจะมี packaging ที่เป็นสไตล์เอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน
P3272027
ขนมปังไส้มันหวานและมันม่วง อร่อยมว๊าาาาาก
P3272033
รถไฟกำลังเทียบสู่ชานชาลา
P3272041
ผมรอพี่ที่ท่านานแล้วครับ
P3272048
Man in Black น่าจะเป็นรูปที่ดูดีที่สุดในทริปนี้ 555
P3272060
ภาพวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง

ไปเที่ยวกันที่มิยาซากิ

ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิด ๆ เราก็เดินทางมาถึงเมืองมิยาซากิ Miyazaki Prefecture เป็นจังหวัดทางตอนใต้เลียบชายฝั่งทิศตะวันออกของเกาะคิวชู อยู่ถัดขึ้นมาจากคาโงะชิม่านิดหน่อย ตลอดทริปที่ไปเที่ยวมานี่ บอกได้คำเดียวว่าชายฝั่งมิยาซากินี่มีแลนด์สเคปสวยที่สุด เดี๋ยวอีกสักครู่จะได้ชมภาพแบบจัดไม่อั้น จากการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง พบว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ ๆ เราเข้าไม่ถึง อย่าง Saito (ถึงจะเป็นเขตสุสาน แต่ก็มีสวนดอกไม้ที่สวยน่าทึ่งอย่าง Saitobaru Tumulus Park), Aya (เมืองนี้ก็ได้ชื่อว่าสวนสวยเช่นกัน ไม่ใช่แค่สวยธรรมดา เพราะเขาเคยได้รางวัลเรื่องการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้น้ำของที่นี่ก็ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำจากป่าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น), Kirishima (อย่างที่เคยบอกไว้ในบทความก่อนหน้านี้ เมืองนี้มันเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง Kagoshima และ Miyazaki สถานที่ขึ้นชื่อที่สุดในฝั่งมิยาซากิ คือ Ebino Kogen เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการ Hiking ชมวิวเขาและพื้นที่ราบสูง) และ Hitotsuba (เขตนี้ไม่ค่อยมีข้อมูลมาก แต่รู้ว่าอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมิยาซากิเท่าไหร่ เขามีทั้งสวนสัตว์ รีสอร์ต และชายหาดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงอีก 2 พื้นที่ ๆ ยังไม่ได้กล่าวถึงนั่นก็คือ Nichinan Coast (พื้นที่เลียบชายฝั่งที่ขึ้นชื่อและสวยงามที่สุดในจังหวัดมิยาซากิ) และ Aoshima Islands (เกาะอันดับหนึ่งที่เชื่อมต่อกับ Mainland ด้วยสะพานเชื่อม แถมยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้า Jinja ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของชีวิตคู่ ถ้าอยากแต่งงาน คงต้องพากันไปขอคู่กันที่นี่แล้ว) อินโทรมาขนาดนี้ รู้เลยว่าที่เราได้ไปถึงนี่แค่กระผีกของจังหวัดมิยาซากิเท่านั้น แต่ถึงยังไงก็ตาม ประสบการณ์ที่เราได้รับตลอดระยะเวลา 2 วัน 1 คืนที่เมืองนี้ ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เรื่องราวจะแซ่บขนาดไหน โปรดติดตามตอนต่อไป (บรรทัดข้างล่างนี้เอง)

Udo Shrine

กว่าจะเดินทางมาถึงที่ศาลเจ้าแห่งนี้มันเป็นอะไรที่ทรหดมาก เพราะต้องทำเวลาสุด ๆ ทันทีที่ลงจากรถไฟตอนบ่าย 2 วิ่งเข้าไปขอข้อมูลที่ Tourist Information ถอย Miyazaki Bus Pass มากันคนละใบ 1,000 เยน แล้วรีบนำสัมภาระไปฝากไว้ที่ Toyoko Inn Miyazaki Ekimae โชคดีที่ รร. อยู่ใกล้สถานีรถไฟแค่ปลายนิ้ว เดินออกมาปุ๊บ เจอตึก รร. ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายมือเลย

P3272102
ป้ายรถบัสที่เรารอเพื่อไปเที่ยวศาลเจ้า Udo ครับ
P3272103
รถบัสมาแล้ว เตรียมออกเดินทาง

จากตารางรถบัสที่เราได้มา เราจะต้องนั่งรถบัสสาย 965 ซึ่งจะออกในเวลา 14:45 น. เพื่อไปถึงศาลเจ้าในเวลา 16:13 น. (ใช้เวลาเดินทางนานประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง) เรื่องมันพีคตรงที่ว่าเรามีเวลาอยู่ที่นี่เพียง 1 ชั่วโมงกับ 5 นาทีถ้วน เพื่อนั่งรถบัสเที่ยวสุดท้ายไปลงอีกสถานีนึงเพื่อต่อรถไฟกลับมายังเมืองมิยาซากิ (จากตารางรถบัสที่ว่านี้ รถบัสเที่ยวสุดท้ายจากศาลเจ้ากลับไปเมืองมิยาซากิมันหมดตั้งแต่ตอน 16:42 น. คือถ้าเราเลือกคอร์สนี้นั่นหมายความว่า เราจะต้องวิ่งผลัด 4 X 100 ไปกลับภายใน 29 นาที หนักกว่าอันแรกอีก) ชีวิตดี๊ดีเนาะ ใครจะมาเที่ยวมิยาซากิ ผมขอแนะนำให้เช่ารถขับ คุณจะไปเที่ยวได้ทั่วและไม่ต้องกังวลกับการวิ่งไล่กวดรถโรงเรียนเหมือนที่เราเจอในตอนนี้ ยังไม่หมดครับ ยังไม่หมด ศาลเจ้า Udo นั้นตั้งอยู่เรียบชายฝั่ง Nichinan จะเข้าไปกราบไหว้ ต้องเดินไต่เขาขึ้นไปอีกประมาณ 15 นาที (เดินไปกลับก็หมดเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงละ ฮือ ฮือ) นี่ถือเป็นทริปกราบไหว้ขอพรที่ลุ้นระทึกที่สุดเท่าที่เคยมีมา มิใช่อะไรหรอก กลัวหาทางกลับ รร. ไม่ถูก

ทำใจร่ม ๆ เข้าไว้ It’s gonna be alright

มัวแต่เล่าเรื่องตื่นเต้น สมงสมองไปหมดละ คำถามคือ “แล้วทำไมถึงเลือกมาที่นี่?” ก็เพราะที่นี่ถูกโหวตให้เป็นสถานที่น่าเที่ยวอันดับต้น ๆ ของเมืองนี้ไงล่ะ Udo Jingu Shrine นั้นเป็นศาลเจ้าที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อบูชา Yamasachihiko ท่านพ่อของจักรพรรดิ Jimmu ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นจักรพรรดิองค์แรกของแดนอาทิตย์อุทัย ตัวศาลเจ้าตั้งตระหง่านหันหน้าออกไปทางหน้าผา ภายนอกจะมีระเบียงที่คนไปต่อแถวเรียงคิวกันโยนก้อนหิน Undama (หินเซรามิกนำโชค) บริจาคเงิน 100 เยนจะได้หินมา 5 ก้อน โยนออกไปที่ก้อนหินรูปเต่าด้านล่าง (ผู้ชายเขาให้โยนหินด้วยมือซ้าย ผู้หญิงเขาให้โยนด้วยมือขวา) ถ้าโยนลงบ่อที่เขามีเชือกกั้นไว้ได้พอดี เขาบอกว่าพรนั้นจะสัมฤทธิ์ผล ผู้คนต่างแวะมาที่นี่เพื่อขอพรในเรื่องคู่ครอง ขอบุตร และให้ปลอดภัยจากภัยทางทะเล

P3272140
กว่าจะถึงศาลเจ้า เล่นเอาหอบแฮ่ก ๆ
P3272143
Udo Shrine
P3272147
เป็นศาลเจ้าที่ได้วิวทะเล สวยมาก
P3272162
แผ่นป้ายเจ้ากระต่ายน้อย น่ารักเชียว
P3272170
นี่ครับ จุดโยนหินมงคลลงบ่อ
P3272178
บ่อเล็กแค่เนี้ย
P3272187
ลูกหินเซรามิค Undama
P3272204
ไม่ต้องเดาว่าโยนหินลงหรือไม่
P3272214
บ่อเต่า
P3272210
ได้เวลาเดินกลับ
P3272228
ขอสักรูปหน้าศาลเจ้า
P3272233
ขอสักหน่อยก่อนกลับ ไอศกรีมมะม่วง

เสร็จจากพิธีกรรมทั้งปวง พวกเราก็รีบจ้ำอ้าวกันออกมาเพราะกลัวจะตกรถ จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท่องเที่ยว เขาบอกให้เราต่อรถสายเดิมจาก Udo Shrine (17:08) ไปลงที่สถานี Aburatsu (17:30) แล้วนั่ง JR ต่อกลับไปยังเมืองมิยาซากิ ใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงครึ่งแน่ะกว่าจะกลับไปยืนที่จุดเดิม สรุปใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง (นั่งรถไป 1 ชั่วโมงครึ่ง + เดินครึ่งชั่วโมง + นั่งรถกลับประมาณครึ่งชั่วโมง + นั่งรถไฟอีกชั่วโมงครึ่ง) เพื่อได้ชมสถานที่ประมาณครึ่งชั่วโมง คุ้มมั้ย อย่างนี้มันคุ้มมั้ย บอกเลยว่าคุ้มมาก เพราะชีวิตชอบมีเรื่องเล่า 555

P3272245
เร่งแทบแย่กว่าจะมาถึงป้ายรถบัสตามเวลาที่นัดไว้
P3272247
มาทันเวลา ก่อนรถบัสเที่ยวสุดท้าย
P3272259
ย้ายมาต่อ JR กลับ Miyazaki ที่ Aburatsu
P3272263
รถไฟมาแล้วครับ
P3272276
ระหว่างทางกลับได้เห็นวิวพระอาทิตย์ตกด้วย
ของแถม: คราวหน้าคราวหลังถ้ามีเวลามากพอ แนะนำให้จอดแวะชม Aoshima (ไปเดินเล่นเที่ยวชมศาลเจ้าและวิวเกาะก็ยังดี) และ Sun Messe Nichinan (เป็นที่เดียวในโลกที่ได้รับอนุญาตให้สร้างรูปปั้น Moai ขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างญี่ปุ่นและเกาะต่าง ๆ ในซีกโลกตะวันออก)

Aburatsu_Miyazaki เดินทางเหนื่อยขนาดนี้ คืนนี้มีจัดหนัก แต่ขอแปะไว้ก่อน เดี๋ยวรวบยอดเล่าทีเดียว เรื่องอาหารการกิน เราไม่พลาดอยู่แล้ว

Takachiho

มาถึงเรื่องราว Highlight ของทริปนี้ กับสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองมิยาซากิ ก่อนจะพาทุกท่านไปชมความงดงามของสถานที่นี้ เรามาเริ่มตั้งหลักกันใหม่โดยเริ่มจากวิธีการเดินทางเหมือนเคย จะไปเที่ยว Takachiho ต้องวางแผนการเดินทางให้ดี เพราะทางมันค่อนข้างลึกลับซับซ้อน เอาเป็นว่าคุณจะต้องนั่งรถไฟจาก Miyazaki ไปลงที่ Nobeoka ก่อน แล้วค่อยต่อรถบัสไปยัง Takachiho พวกเรานัดกันแต่เช้าตรู่ เตรียมพร้อม Check out กันเลยเพื่อจัดการส่งกระเป๋าข้ามเมืองกลับไปรอที่ Fukuoka ส่วนกระเป๋าใบเล็ก เราคงต้องฝากไว้ที่ Locker ที่สถานี Nobeoka ออกมาจากโรงแรม เราก็จัดการซื้อข้าวกล่องจาก Konbini เพื่อไปทานกันบนรถไฟ ถือเป็นอาหารเช้าที่เรียบง่าย

P3282413
เตรียมออกเดินทางจาก Miyazaki ไป Nobeoka
P3282420
พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางด้วยรถไฟสายพลัดหลง
P3282432
ที่นั่งบนรถไฟเที่ยวนี้

หลังจากรถไฟออกไปได้สักพักใหญ่ เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นจนได้ …

ตามแผนเราจะถึง Nobeoka ตอน 9:10 น. ปรากฎว่าผมและพี่อีกท่านนึงยังติดอยู่บนขบวนรถไฟ ในขณะที่เพื่อนอีก 4 คนลงไปแล้ว เราถูกขังอยู่รถไฟขบวนนั้นยืนหน้าเศร้าเกาะกระเป๋าเดินทางด้วยความสลดใจ ความรู้สึกในวันนั้นได้ถูกถ่ายทอดแบบสด ๆ ร้อนบน Facebook: ที่นี่มีเรื่องเล่า ตามเข้าไปอ่านได้เลยที่นี่

Miss the train

ปล. ขออภัยที่ embed Facebook Post ไม่สำเร็จ ขออนุญาตแปะลิงค์อีกครั้งให้ตามไปอ่านเรื่องเต็มกันได้ที่นี่ครับ (เรื่องเล่าตอนที่ตกรถไฟที่ญี่ปุ่น)

ดูซิดูแต่ละสถานีที่ผ่านมาจอดแวะห่างกันแค่ 10 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง ปรากฎว่าของเราเลยไปไกลถึงเมือง Saiki ซึ่งห่างจาก Nobeoka ออกมาเกือบชั่วโมง (ดังนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง แกล้งทรมานให้ฉันได้เจอ พลาดจริงจังสุดท้ายต้องเจอ แค่เพียงเผลอยืนเบลอหน้าจ๋อย) เอาเป็นว่าสุดท้ายก็หาทางกลับมายืนที่เดิมจนได้ ก็แค่ทำให้เพื่อน ๆ ใจเสีย (เราก็เสียเหมือนกัน) แล้วก็เสียเวลาเที่ยวไปอีก 2 ชั่วโมงเต็ม ๆ เมื่อเราแก้อดีตไม่ได้ เรามาทำทริปนี้ให้ดีที่สุดกัน

Miyazaki_Nobeoka
ตารางการเดินทางจากเมือง Miyakai ไป Nobeoka
Miss the train to Saiki
ตารางเวลารถไฟขบวนนี้จากสถานี Miyazaki ไปจบที่ Oita
P3282446
ที่ Bus Terminal ข้าง ๆ กับ JR Station (Nobeoka)
P3282492
ใช่มั้ยคันนี้ที่จะพาเราไป Takachiho
P3282467
วิวข้างทางสวยมาก

 

ที่ข้าง ๆ สถานี Nobeokaจะมี Bus Terminal ตั้งอยู่ข้าง ๆ ให้เดินอ้อมไปหน่อย เป็นจุดปล่อยรถบัสซึ่งจะมีตารางเดินรถเกือบจะทุกชั่วโมง คันแรกเริ่มปล่อยตัวตอน 5:50 คันสุดท้ายตอนสองทุ่ม โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ไปกลับ 3 ชั่วโมง (ถึงบอกไงครับว่ามาเที่ยว Miyazaki ควรเช่ารถน่าจะสะดวกสุด) วันนี้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีกแล้วครับพี่น้อง พวกเรามีเวลาอยู่ที่ Takachiho โดยประมาณ 2 ชั่วโมง (ดีกว่าเมื่อวานหน่อยนึง) เพื่อกลับมาให้ทันขบวนรถไฟที่จะเดินทางไปเบปปุตอน 18:41 น.

Nobeoka_Beppu
ตารางเดินรถไฟจาก Nabeoka ไป Beppu

Ready, Get set, Go!!!!

Takachiho Gorge

P3282500
ที่เช่าเรืออยู่ถัดลงไปจากลานจอดรถ

เรามาถึง Takachiho ตอนบ่าย 2 ครึ่ง มีเวลาเดินอ้อยอิ่งอยู่บริเวณนั้นเกือบชั่วโมง ทีแรกคิดว่าจะเช่าเรือแคนูพายเล่นอยู่ข้างน้ำตกด้วย ปรากฎว่าคิวยาวเหยียด มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเหมาไปหมด เลยทำให้เวลารอเฉลี่ยประมาณ 2 ชั่วโมง ร้องไห้หนักมากอ่ะ คิดบวกครับ คิดบวก….

“วิวถ่ายภาพที่สวยไม่ได้มาจากการนั่งอยู่ในเรือ แต่เป็นการถ่ายภาพมุมสูงลงไปที่เรือต่างหาก โฮะ โฮะ โฮะ”

P3282596
Takachiho Gorge
P3282555
ล่องเรือพาย
P3282624
ความงามลอดช่องแคบ
P3282634
มุมนี้งามงด
P3282635
ชิลดีนะ
P3282649
ฝากไว้ก่อน แล้วจะกลับมาพายบ้าง
P3282658
เส้นทางสำรวจรอบ Takachiho Gorge

เมาท์เพลินจนลืมเล่าที่มาของสถานที่นี้กันเลย Takachiho Gorge คือรอยแยกของชั้นหินที่เกิดจากการยุบตัวของเทือกเขา Aso โดยมีแม่น้ำ Gokase ไหลผ่าน แถมยังมีน้ำตก Minainotaki พุ่งหลาวทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาด้วยความสูงชัน 17 เมตร ทำให้ช่องแคบนี้งดงามดังสวรรค์สร้าง มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเล่นพายเรือแคนูตามล่องน้ำนี้กันมากมาย (ค่าเช่าเรือตก 2000 เยนต่อลำ รอบละ 30 นาที เปิดให้บริการตั้งแต่ 8:30-16:30 น.) ขอบอกว่าบรรยากาศโดยรอบของที่นี่ประทับจิตมาก หากมีเวลามากกว่านี้ จะเดินเล่นให้ทั่วเลย (ระยะทางรอบ ๆ Takachio Gorge นี่ประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเที่ยวชมถ่ายภาพตามจุดต่าง ๆ ตามแผนที่ น่าจะเผื่อเวลาไว้สักประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าเช่าเรือเล่นด้วยก็ 2 ชั่วโมง) ถ้าจะออกมาไกลกว่านั้น คงต้องนั่ง Takachiho Excursion Bus ซึ่งเขาจะจอดรับตามสถานีต่าง ๆ ตามตารางรถบัสที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น (คำเตือน: หมายเลขสถานี กับตัวเลขกำกับสถานที่ท่องเที่ยวอาจไม่สัมพันธ์กัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านคู่มือประกอบ)

Takachiho Shrine

ด้วยความมึนกับการอ่านตารางรถบัส ก็เลยทำให้เรามาโผล่ที่สถานีนี้ตอน 15:15 น. ทีแรกแอบผิดหวังเล็ก ๆ ที่เราควรใช้เวลาอยู่ที่ Takachiho Gorge ให้มากกว่านี้ (เป็นลางบอกว่าเราจะต้องกลับมาอีก) พอได้เดินเข้ามาแล้วกลับรู้สึกสงบร่มเย็นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ศาลเจ้าอื่น ๆ จะมี Tori Gate เป็นสีแดง ๆ แต่ที่นี่จะเป็นสีเนื้อไม้ ภายในมีต้น Cedar สูงตระหง่าน ลำต้นใหญ่มาก นิ่ง สงบ ไร้ความวุ่นวาย เราเดินเที่ยวโดยรอบ แล้วแอบเขียนแผ่นป้ายขอพรเป็นภาษาไทยแขวนไว้เพื่อเป็นที่ระลึกกันด้วย ที่เราเลือกมาจบกันที่นี่เพราะ สถานที่นี้อยู่ห่างจาก Bus Terminal ประมาณ 10-15 นาทีด้วยการเดินเท่านั้น เราต้องทำเวลาสุด ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถนั่งรถบัสเที่ยว 16:30 น. กลับมาที่ Nobeoka ได้ในเวลา 18:03 น. (อยู่ที่ญี่ปุ่น ถ้าจะพึ่งขนส่งมวลชน เวลาจะต้องเป๊ะมาก) ยังขอยืนยันอีกครั้งว่า Miyazaki เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวมาก ควรเช่ารถขับ จะทำให้คุณไปได้ไกล จอดพักแวะชมสถานที่ต่าง ๆ ได้ใกล้ชิดกว่านี้ และแล้วการเดินทางของเราก็มาถึงที่สุด ก่อนจะย้ายไปสู่เมืองถัดไป เบปปุ ยูฟุอิน ในเขตจังหวัดโออิตะ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ

P3282704
ถึงแล้วศาลเจ้า Takachiho
P3282719
ต้นไม้ช่างสูงใหญ่
P3282747
เราดูตัวเล็กไปเลย
P3282728
ผีบ้านผีเรือน
P3282771
บันทึกข้อความเพื่อเป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือน Takachiho

กิน อยู่ คือ

การเที่ยวเล่นในตัวเมืองมิยาซากิของพวกเราคือการตามล่าหาของกิน คืนแรกและคืนเดียวที่เราอยู่ที่เมืองนี้ เราแอบเปิดหาลายแทงสมบัติอาหารอร่อยที่ผู้คนต่างพากันพูดถึง หนึ่งในนั้นคือเมนูไก่ย่างถ่าน Jidori (charcoal-grilled chicken) ซึ่งร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่คือ….

Gunkei 

ร้านนี้ได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงที่สุดใน Miyazaki มีอยู่หลายสาขาเหมือนกันนะ แต่สาขาหลักจะอยู่ที่ Chuo-dori (พิกัดตามนี้เลย) จริง ๆ เขาไม่ได้ขายแต่ Jidori หรือไก่ย่างถ่านนะ ยังมีเมนูอื่น ๆ อีกที่เราอ่านไม่ออก ฮา ฮา แต่ทุกคนที่มาร้านนี้ก็เพราะมั่นใจในคุณภาพ (เห็นว่ากันว่า Gunkei เขามีฟาร์มไก่ปิดเป็นของตัวเองเชียวนา ก็เพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นเนื้อไก่ Miyazaki Jittoko ที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น) และสำหรับรสชาตินั้นต้องยอมรับว่าเซอร์ไพรส์มาก มันไม่ใช่ไก่ย่างถ่านแบบที่เราเคยกินกันที่ Ootoya แต่มันคือไก่คลุกถ่านมีไฟลุกท่วมขณะที่เชฟกำลังย่างไก่เป็นชิ้น ๆ คือตัวถ่านมันจะคลุกอยู่บนชิ้นเนื้อไก่ได้กินอโรม่าแบบท้านถ่าน ตัวเนื้อมันจะมีความเหนียวหนึบหนับนิด ๆ ประมาณไก่บ้าน เวลาทานก็ให้กินคู่กับแตงกวาแก้เลี่ยน เมนูนี้เสิร์ฟมาในจานร้อน เริ่มต้นที่ 1,400 เยน ต่อ 200 กรัม (2 ขีด) เพิ่งเคยเห็นนี่แหละที่ขายกันเป็นน้ำหนัก มีท๊อปปิ้งให้เลือกด้วยนะ สั่งไม่เป็น กินกันแบบออริจินัลนี่แหละ ฟินดี อ้อ…มีสั่งเมนูเต้าหู้มาแบ่งกันทานด้วย เสียดาย Chicken Nanban หมด ไม่นั้นคงได้ลองของแปลกที่ขึ้นชื่อสำหรับเมืองนี้มาอีก 1 เมนู

P3272302
เดินลัดเลาะมาตามทางยังแหล่งกินและช้อปปิ้งของ Miyazaki
P3272306
เดินตามกลิ่นอาหารมาครับ
P3272315
ใกล้ถึงแล้วร้านที่หมายตาเอาไว้
P3272319
หน้าร้าน Gunkei
P3272326
เบื้องหลังการถ่ายทำ
P3272330
เชฟกำลังคั่วไก่กับถ่านอยู่ครับ
P3272346
นี่ครับ Jidori 200 กรัม
P3272340
เมนูซุปเต้าหู้

ถามว่ากินแค่นี้จบมั้ย บอกได้เลยว่าไม่ ขากลับเลยแวะกิน Udon ข้างถนนกันอีกชาม (ไม่ได้ทานกันทุกคนนะ แต่หนึ่งในนั้นต้องมีไช้ชวนชิมแน่นอน 555)

P3272365
แวะเติมแป้งซักหน่อยก่อนนอน
P3272371
อูด้ง อร๊อยอร่อย

กินอิ่มแล้ว เข้านอนได้ พรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวกันต่อ บายยยยย

รวมเรื่องเด็ดบนเกาะคิวชู (Khyshu The Series)

เพื่ออรรถรสในการอ่านเรื่องเด็ดบนเกาะคิวชู กรุณาย้อนไปอ่าน ตั้งแต่การวางแผนการเดินทางใน EP0 ยาวไปจนถึงบทสุดท้าย คลิ๊กได้ที่ลิงค์บทความด้านล่างนี้เลยครับ

EP 0: เตรียมพร้อมก่อนออกตะลุยคิวชู

EP 1: โอฮาโย ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

EP 2: คอนนิจิวะ คุมาโมโตะ (Kumamoto)

EP3: คมบังวะ คาโงะชิม่า (Kagoshima)

EP4: โดโซะ มิยาซากิ (Miyazaki)

EP5: อริกาโตะ โออิตะ (Oita)

ส่วนใครที่วางแผนจะไปเที่ยว เกียวโต โอซาก้า โตเกียว ฮอกไกโด ให้ปักหมุดอ่านบทความที่ผมเคยเขียนไว้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ

ไปญี่ปุ่นคนเดียว…เตรียมตัวดีไม่มีหลง

Leave a Reply

%d bloggers like this: