น่านน่ะสิ นานทีมาเที่ยวน่านกัน

“แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง”  คงพอจะเดากันได้ว่านี่คือคำขวัญประจำจังหวัดน่าน ผมมาเที่ยวน่าน 2 ปีติดกันแล้ว ครั้งแรกเน้นเที่ยวในเมือง ตื่นเต้นกับการได้ขี่จักรยานเที่ยวชมวัดต่างๆ รอบเมือง ครั้งที่สองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเน้นเที่ยวนอกเมือง เช่ารถตู้ขับออกไปทางสันติสุข บ่อเกลือ เที่ยวชมอุทยานและน้ำตกเพื่อชื่นชมเมืองน่านในมุมที่น้อยคนจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด น่านนั้นมีอะไรดี? ผมขอเปิดประเด็นเล่าประสบการณ์ตรงกับการวางโปรแกรมทัวร์น่านกับมือ บอกได้เลยว่าทริปนี้ฟินสุดๆ เป็นการกลับมากระซิบรักที่น่านอีกครั้งในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ มามะ มาเที่ยวน่านกัน

มาทำอะไรที่น่าน (Things to do in Nan)

ภาพกระซิบรักบันลือโลกกว่าจะชวนคนมาน่านได้ ต้องทำการบ้านเป็นอย่างดี คำถามนี้เป็นคำยอดฮิตก่อนที่ใครจะยอมหลวมตัวมาเที่ยวน่านเป็นเพื่อนด้วยกัน

น่านเป็นเมืองแอ่งกระทะที่โอบล้อมด้วยภูเขา อากาศเย็นในช่วงปลายปีจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ตอนเช้าอากาศเย็นสบาย ตอนบ่ายๆ จะร้อนมาก กิจกรรมทางเลือกสำหรับคนมาเที่ยวน่านคือ การเที่ยวชมวัดที่มีนับนับร้อย (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายชื่อวัด), เที่ยวชมอุทยานแห่งชาติ (คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายชื่ออุทยาน), กางเต้นท์นอนดูดาวตื่นขึ้นมาดูทะเลหมอก, เที่ยวชมดอกชมพูภูคาบาน (หนึ่งปีบานอยู่แค่หนเดียว), แวะดูกรรมวิธีการทำเกลือสินเธาว์ สินทรัพย์ในดินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่อำเภอบ่อเกลือ, จิบกาแฟและช้อปปิ้งซื้อของฝากบนถนนคนเดิน กิจกรรมเหล่านี้อาจดูไม่ตื่นเต้นสำหรับคนที่หลงแสงสีเสียง แต่สำหรับคนรักธรรมชาติ ความเงียบสงบ คุณจะพบว่าการได้ตื่นเช้าขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ชมทะเลหมอก ตักบาตรเช้า และขี่จักรยานไปไหนต่อไหน มันคือวิถีชีวิตที่เรียบง่ายที่ทำให้จิตใจเบ่งบานและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

ไช้พาทัวร์วัด (Temple Tour in Nan)

ทุกแห่งหนในประเทศไทยล้วนมีวัดเป็นศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชน เมื่อเทียบกับหลายๆ จังหวัด ผมค่อนข้างชื่นชอบศิลปกรรมแบบล้านนาของวัดในเมืองน่าน วัดที่นี่คนไม่ได้พลุกพล่านมาก ไม่เน้นประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ไม่มีเกจิอาจารย์ชื่อดังให้คนแห่กันมาขอหวย นักท่องเที่ยวจำนวนมากสนใจในประวัติความเป็นมา ชื่นชมในความสวยงามของวิหาร อุโบสถที่ดูแปลกตาไปจากวัดในโซนภาคกลางและภาคอีสาน ด้วยความที่เมืองน่านได้รับอิทธิพลมาจากพม่ามาแต่ช้านาน จึงไม่แปลกที่งานศิลปะหัตถกรรมหลายชนิดจึงกระเดียดละม้ายคล้ายกับของพม่า ชนิดว่าแยกไม่ออกว่าใครคือต้นตำรับที่แท้จริง

ถ้าจะให้จัดลำดับว่าวัดใดสวยงามที่สุดในน่าน เห็นทีจะยาก เพราะแต่ละแห่งมีความเหมือนและแต่งกันในบางมุม เอาเป็นว่าวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่คนนิยมไปก็จะมี วัดภูมินทร์ (วัดหลวงที่สร้างทรงจัตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย พระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ออก 4 ทิศ ภายในมีภาพจิตกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวชาดก รวมถึงภาพตำนาน-ปู่ม่าน ย่าม่าน ที่ถูกขนานนามว่า “กระซิบรักบันลือโลก”), วัดช้างค้ำวรวิหารวัดหัวข่วงวัดมิ่งเมือง,  วัดศรีพันต้น, วัดสวนตาล (ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป พระเจ้าทองทิพย์ พระพุทธรูปทองสำริดปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุด), วัดพระธาตุแช่แห้ง (พระธาตุประจำปีกระต่าย รูปแบบขององค์เจดีย์สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย), วัดพระธาตุเขาน้อย, วัดหนองบัว, วัดพญาภู และ วัดพญาวัด (ค้นหาประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดต่างๆ ในจังหวัดน่านได้ที่นี่)

ผมขอคัดภาพเด่นๆ จากการทัวร์วัด มาให้เพื่อนๆ ชมกันครับ

จุดชมวิวที่วัดพระธาตุเขาน้อย
พระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว ณ วัดพระธาตุเขาน้อย
วัดช้างค้ำ
วัดช้างคำวรวิหาร
วัดหัวข่วง
วัดหัวข่วง
วัดภูมินทร์
วัดภูมินทร์

ไปไหนก็ไป (Other Interesting Places in Nan)

นอกจากกิจกรรมการเที่ยวชมศิลปกรรมแบบน่านๆ แล้ว ผมแนะนำให้ท่านแวะชมสถานที่สำคัญๆ อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ, คุ้มเจ้าราชบุตรและโฮงเจ้าฟองคำ, หอศิลป์ริมน่าน, หมู่บ้านบ่อเกลือ, ชมดอกชมพูภูคาแถวอุทยานดอยภูคา, ไร่ชาอู่หลงและศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมภูฟ้า และน้ำตกสะปัน

  1. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เดิมเป็นที่ประทับของพระเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดชฯ พระเจ้าน่าน ทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น กรมศิลปากรได้ขอรับมอบอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สถานที่นี้อยู่ใกล้ๆ กับวัดช้างค้ำ และวัดหัวข่วง เปิดวันพุธถึงอาทิตย์นะครับ อย่าเผลอไปวันจันทร์-อังคาร
  2. โฮงเจ้าฟองคำ : เรือนไม้อายุราวกว่า 200 ปี บนถนนสุมนเทวราช บ้านหลังนี้ถือเป็นมรดกตกทอดของเชื้อสายเจ้าผู้ครองนครสมัยนั้น เปิดให้ชมเป็นบางวัน สภาพยังดีกว่า คุ้มเจ้าราชบุตร ที่ปล่อยให้รกร้างจนน่ากลัว ยังมีอีกหลายคุ้มที่สมควรได้รับการบูรณะ บางแห่งขายทิ้งไปแล้ว บางแห่งก็เป็นสมบัติของราชการ (คลิ๊กดูเพิ่มเติมที่นี่)
  3. หอศิลป์ริมน่าน : เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินต่างๆ เฮือนหนานบัวผัน เป็นอาคารเชิดชูผลงานของศิลปินผู้รังสรรค์จิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ และผลงานของ วินัย ปราบริปู ศิลปินชื่อดังของเมืองน่าน เปิดทุกวันพฤหัสถึงวันอังคารตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น
  4. หมู่บ้านบ่อเกลือ : ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของน่าน ติดกับอำเภอปัว ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ จากตัวเมือง ที่นี่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรตื่นเต้นมาก อย่าคาดหวังเยอะ เพราะเป็นแค่บ่อเกลือธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้ทำมาหาเลี้ยงชีพจากการต้มและร่อนเกลือสินเธาว์ขาย แต่ประวัติและความเชื่อของบ่อเกลือแห่งนี้น่าทึ่งมาก ในอดีตเจ้าครองเมืองต้องสู้รบเพื่อครองพื้นดินผืนนี้เนื่องจากอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์ในดิน ก่อนกลับอย่าลืมซื้อของฝาก เกลือถุงใหญ่ผสมไอโอดีน 3 ถุง 100 บาทเท่านั้น แต่แนะนำให้ซื้อเป็นซองเล็กก็พอ เพราะเราคงไม่สามารถกินเกลือเป็นกิโลให้หมดได้ภายในเดือนแน่ๆ
  5. อุทยานดอยภูคา : มีพื้นที่ครอบคลุมถึง 8 อำเภอในจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และ อำเภอแม่จริม ใครต้องการเปลี่ยนสัมผัสธรรมชาติแบบดิบๆ แนะนำให้นอนกางเต้นท์สักคืนที่นี่ ถ้าจะชมดอยชมพูภูคาบานแนะนำให้มาในช่วงกุมภาพันธ์และมีนาคมของทุกปี ห่างจากอุทยานไปประมาณ 4 กิโล เขาจะมี Track ให้กรุยทางให้ปีนป่ายแวะเข้าไปชมเห็นดอกไม้บานใกล้ๆ แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นดอกไม้บานสะพรั่งไปทั่ว โชคดีคุณอาจจะได้เห็นประมาณ 4-5 ต้น โชคร้ายหน่อยก็อาจจะเห็นเพียงไม่กี่ช่อ ความตื่นเต้นมันอยู่ที่เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ปลายทางจะเป็นอย่างที่คิดไหม นั่นมันอีกเรื่อง แนะนำให้ฟิตร่างกายให้พร้อม มีไม้ค้ำคอยพยุงตัวสักหน่อยจะช่วยให้เดินป่าง่ายขึ้น ถ้าฟิตแล้วก็ลุยเข้าไปเลย
  6. ภูฟ้า : ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ตั้งอยู่ที่อำเภอบ่อเกลือ ด้านบนมีที่พักไว้รองรับสำหรับบุคคลภายนอกด้วย แนะนำให้โทรจองล่วงหน้า ควรออกจากตัวเมืองน่านก่อนบ่ายสามโมง เพื่อให้ถึงที่ศูนย์ก่อนพระอาทิตย์ตก วิวตอนเย็นจะสวยมากกว่าช่วงเช้า นอกจากได้สูดอากาศอันสดชื่นที่นี่แล้ว ยังมีโอกาสได้ชื่นชมทะเลหมอก เที่ยวชมพระตำหนัก และศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมฯ ของชาวมัลบริด้วย
  7. น้ำตกสะปัน : อยู่ในเขตอุทยานขุนน่าน อำเภอบ่อเกลือ มีความสูงประมาณ 3 ชั้น มีน้ำตลอดปี จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดู ถ้ามีโอกาสขับรถมาแถวนี้ แวะนั่งชิลล์แถวน้ำตกก็ไม่เลว น้ำใสไหลเย็น คนไม่ค่อยเยอะด้วย แต่ที่นี่อาจไม่เหมาะกับการเล่นน้ำนะครับ (ค้นหาน้ำตกในประเทศไทยได้ที่ลิงค์นี้)

จริงๆ ยังมีอีกหลายๆ ที่ๆ ไม่ได้พูดถึง ถ้าต้องการเจาะลึกแนะนำให้ลองเข้าเวบกระปุกค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆได้ตามอัธยาศัย  เชิญตามไปอ่านได้เลยที่นี่ครับ ถ้าต้องการค้นหาที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับน่าน ลองดูที่หน้าเวบของ น่านทูเดย์ดอทคอมน่านเดลินิวส์ , น่านโซไซตี้ และ HiNan ซึ่งเป็นฟรีแมกกาซีนรายเดือนที่สามารถหยิบอ่านได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมทั่วไป

พิพิธภัณฑ์เมืองน่าน
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.น่าน
หอศิลป์ริมน่าน
กระซิบรักที่หอศิลป์ริมน่าน
บ่อเกลือ
กระซิบรักที่หอศิลป์ริมน่าน
คล้ายดอกซากุระ คาดว่าคือดอกเสี้ยว
คล้ายดอกซากุระ คาดว่าคือดอกเสี้ยว
เดินทางมาเมื่อสิ่งนี้ ดอกชมพูภูคา
เดินทางมาไกลเพื่อชมสิ่งนี้ ดอกชมพูภูคา
วิวยามเย็นที่พระตำหนักภูฟ้า
ภาพพระอาทิตย์ยามอัศดงที่ตำหนักภูฟ้า

ค่ำแล้วจะนอนไหนดี (Where to Stay in Nan?)

ผมมาเที่ยวน่าน 2 ครั้ง ย้ายโรงแรมทุกคืน ไม่ใช่เพราะโดนผีหลอก แต่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศบ้างไรบ้างก็เท่านั้น คุณมีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ จะเลือกพักในตัวเมือง หรือไม่ก็นอกเมือง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดโปรแกรมทัวร์ ผมลองร่างโปรแกรมมาให้เลือกทั้ง 2 แบบ แบบ 3 วัน 2 คืน และ 4 วัน 3 คืน (สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามอำเภอใจ โดยไม่ต้องขออนุญาต)

โปรแกรม 3 วัน 2 คืน สำหรับคนมาเที่ยวน่านครั้งแรก (For First Timers)

วันแรก: ลงจากเครื่องแล้ว แวะไปทานโจ๊กเมืองสอง ตรงข้ามตลาดตั้งจิตนุสรณ์-เที่ยวชม 4 วัด วัดมิ่งเมือง-วัดภูมินทร์-วัดช้างค้ำ-วัดหัวข่วง เสร็จแล้วทานอาหารกลางวันที่เฮือนฮอม เสร็จแล้วเตรียมออกเดินทางนอกเมืองไปอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ชมดอกชมพูภูคา (ถ้ามี) แล้วเดินทางต่อไปที่ อ.บ่อเกลือ ชมวิธีการทำเกลือภูเขา และกลับไปเช็คอินที่อุ่นไอมางรีสอร์ท เป็นโฮมสเตย์ขนาดเล็ก เป็นแนวกระท่อมและกระโจม น่ารักดี  ตอนเย็นจะทานอาหารเย็นที่รีสอร์ตหรือไม่ก็แวะที่ร้านหัวสะพานซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมาก แต่สำหรับคนที่มีงบประมาณเยอะขึ้นมาหน่อยแนะนำให้พักที่ บ่อเกลือวิวรีสอร์ท หรูที่สุดใน อ.บ่อเกลือแล้วล่ะ อาหารเย็นทานที่นั่นเลย เมพสุดๆ แล้ว

วันที่สอง: ตื่นเช้าชมหมอกจางๆ ทานอาหารเช้าแล้วเดินทางต่อไปที่โครงการหลวงภูฟ้า ชมห้องทรงงานของสมเด็จพระเทพฯ เดินทางต่อไปยังภูพยัคฆ์ อ.เฉลิมพระเกียรติ เพลินตากับวิวนาขั้นบันได รับประทานอาหารกลางวันที่โครงการหลวง แล้วเตรียมตัวเดินทางกลับเข้าเมืองน่าน กลับมาช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินในคืนวันเสาร์ ทานอาหารเย็นข้างทางแถวนั้นเลยหรือจะลองกิน บะหมี่เกี๊ยวสหชัย อยู่หน้า 7-11 ถนนอนันตวรฤทธิเดชก่อนกลับมาเช็คอินเข้าที่พักที่โรงแรมน่านบูติก โรงแรมนี้ตั้งอยู่บนถนนข้าหลวง ร่มรื่นมีสวนหย่อม เดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก ใกล้ๆโรงแรมมีผับด้วย (สำหรับคนนอนดึก)

วันที่สาม: ยืมจักรยานที่โรงแรมขี่ออกไปตักบาตรที่ตลาดเช้าตั้งจิตนุสรณ์ กลับมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม (อาหารที่นี่อร่อยมาก โดยเฉพาะน้ำเงี้ยว ข้าวต้มซี่โครงหมู) พักผ่อนตามอัธยาศัย ถ้ายังมีเวลาเหลือให้เหมารถแดงไปสักการะที่วัดพระธาตุแช่แห้ง แวะซื้อของฝาก ก่อนกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

โปรแกรม 4 วัน 3 คืน สำหรับคนมาเที่ยวน่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า (For Repeated Voyagers )

วันแรก: ลงจากเครื่องแล้วแวะทานข้าวแกงแบบง่ายๆ ที่ร้านวันดา เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์และว้ดทั้ง 4 แห่งในบริเวณใกล้ๆ กัน วัดภูมินทร์-วัดช้างค้ำ-วัดหัวข่วง และจบท้ายที่วัดมิ่งเมือง ซึ่งมีเสาหลักเมืองอยู่ในละแวกเดียวกัน ตกเที่ยงทานข้าวซอยและอาหารเมืองที่ร้านเฮือนฮอม ต่อด้วยร้านของหวานป้านิ่ม ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ เดินข้ามถนนมาแวะอีกสักหนึ่งวัดคือ วัดศรีพันต้น ก่อนเตรียมออกเดินทางไปบ่อเกลือทางเส้นสันติสุข ตีรถยาวไปชมพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมเช็คอินเข้าที่พักที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ทานอาหารเย็นที่นั่น (อย่าลืมโทรสั่งอาหารล่วงหน้า 1 วันก่อนเข้าพัก)

วันที่สอง: ตื่นมาชมทะเลหมอกยามเช้า ณ ที่พัก ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว เตรียมออกเดินทางไปดูไร่ชาอู่หลง ห้องทรงงานของสมเด็จพระเทพฯ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมชาวมัลบริ แล้วเดินทางต่อไปที่อำเภอบ่อเกลือ แวะทานอาหารข้างทางที่ร้านก๋วยเตี๋ยวรัตนา แวะชมกรรมวิธีการทำเกลือสินเธาว์ มุ่งหน้าไปอุทยานแห่งชาติภูคา แวะลานดูดาว และเที่ยวชมดอกชมพูภูคาระหว่างทาง ก่อนกลับเข้าเมือง ถ้าพอมีเวลาแวะที่หอศิลป์ริมน่าน ชมนิทรรศการศิลปะที่นั่น ตกเย็นแวะเติมพลังด้วยอาหารมื้อค่ำรสแซบที่เฮือนเจ้านาง ก่อนเช็คอินเข้าที่พักที่ศศิดารารีสอร์ท

วันที่สาม: ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่วัดพระธาตุเขาน้อย ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมไม่เท่าไหร่ แนะนำให้ขี่และจูงจักรยานขึ้นไป ได้บรรยากาศดีชะมัด กลับมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย (ที่โรงแรมมีสระว่ายน้ำซึ่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร) หรือจะขี่จักรยานไปเที่ยวที่วัดพญาวัด เช็คเอาท์เพื่อไปทานอาหารเที่ยงที่บ้านสวนทุ่งผึ้ง ตอนบ่ายๆ ไปนั่งรถรางชมเมือสักหนึ่งรอบ ก่อนจะไปแวะสักการะที่วัดสวนตาล และวัดพระธาตุแช่แห้ง กลับมาช่วงเย็นแวะเดินเที่ยวเล่นบนถนนคนเดิน แล้วทานอาหารค่ำที่ร้านปุ้ม 3 คืนนี้พักที่โรงแรมพูคาน่านฟ้า โรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งบนถนนสุมนเทวราชที่ถูกปรับโฉมให้กลายเป็นโรงแรมบูติคที่กิ๊บเก๋ที่สุดในย่านนี้

วันที่สี่: ตื่นเช้าเดินมาใส่บาตรที่หน้าตลาดตั้งจิตนุสรณ์ กลับมาทานอาหารเช้าที่โรงแรม ปิดท้ายโปรแกรมทัวร์ครึ่งวันด้วยการขี่จักรยานเล่นเลาะริมน้ำน่าน อย่าลืมแวะจิบกาแฟที่ร้านภูฟ้า หรือภูพยัคฆ์ แวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือ ก่อนกลับมาเช็คเอาท์แล้วเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

เรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับน่าน (My Impression)

เขาบอกว่าคนที่มาน่านต้องตั้งใจจริงๆ เพราะไม่ได้มากันง่ายๆ รถไฟก็ไม่ผ่าน รถบัสก็มีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้ดีหน่อยที่มีสายการบินนกแอร์บินลงวันละ 3 ไฟลท์ ทำให้น่านที่เกือบจะเป็นเมืองในตำนานที่ไม่ค่อยมีผู้คนรู้จัก กลายเป็นสถานที่ฮิปแห่งใหม่ที่ชวนให้น่าค้นหา

น่านทำให้ผมตกหลุมรักเข้าเต็มเปา มาครั้งแรกก็ว่าประทับใจแบบไม่รู้ตัวแล้ว มาครั้งที่สองประทับใจยิ่งกว่า เหมือนน่านกลายเป็นสถานที่คุ้นเคยกันดี ขอบคุณน้องนก และปราณ คนน่านที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องข้อมูลและการจัดโปรแกรมทัวร์ให้ราบรื่นตรงตามแผนการที่วางไว้

น่านสำหรับผมคือความลงตัวที่พอดี ไม่กันดารหรือเจริญมากจนเกินไป (ขอให้ไม่เป็นแบบปายก็แล้วกัน) ด้วยความเป็นคนเมือง การได้ตื่นเช้าชมทะเลหมอก ได้นั่งรถราง-สามล้อถีบ-ขี่จักรยานชมเมือง แถมยังได้ลุยป่าเขาชมความงามของธรรมชาติ มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก

ผมหวังว่าน่านจะยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์มนตรา ไม่เปลี่ยนเป็นคนละคนเมื่อใครหลายคน ขอความเห็นใจให้ทุกคนช่วยกันรักษาน่านให้สวยงาม ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างนี้ไปนานๆ เราคงได้พบกันใหม่อีกครั้ง เมื่อใจขอมา รู้มั๊ยว่าฉันแอบคิดถึง…เธอน่านไง

ติดตามอ่าน กินดีที่น่านได้ที่นี่ครับ ผมได้รวบรวมร้านอาหารชื่อดัง ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ให้คุณๆ ได้อิ่มอร่อยตลอดการเดินทาง

นิทรรศการภาพถ่ายเมืองน่าน (Photo Gallery)

No photos

Leave a Reply

%d bloggers like this: