คิวชู เดอะซีรีย์ EP5: อาริกาโตะ โออิตะ

มาถึงบทความส่งท้ายทริปคิวชูกันแล้วนะครับ ผ่านมาแล้วทั้ง Fukuoka, Kumamoto, Kagoshima และ Miyazaki (เพื่ออรรถรสในการอ่าน ขอแนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ EP0 จนถึง EP4 ก่อนนะครับ) บทนี้เราจะมาเจาะลึกเมือง Beppu กับ Yufuin กัน ทั้ง 2 เมืองนี้อยู่ในจังหวัด Oita เป็นเมืองที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหมู่คนไทย ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ได้ยินชื่อเบปปุมานาน มาร้องอ๋อก็ตอนได้มาเที่ยวเอง และได้เห็นด้วยตาของตัวเอง เรื่องราวจะเป็นยังไงนั้น ตรงใจกับทุกคนรึเปล่า ลองติดตามอ่านได้หลังบรรทัดนี้ครับ

P3292939
สวัสดีครับคุณลุง Shiny

ขอเท้าความสักเล็กน้อยว่าเราออกเดินทางมาจาก Nobeoka ตอนประมาณราวหนึ่งทุ่ม กว่าจะถึงเมืองเบปปุก็มืดค่ำแล้ว เพราะฉะนั้นในวันแรกที่เมืองนี้จึงยังไม่มีอะไรมาบอกเล่าสู่กันฟังมาก นอกจากจะพาคุณผู้ชมเข้าโรงแรมกัน ไม่ต้องตกใจไปครับ ผมคงมิกล้าทำมิดีมิร้ายกับท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน แค่จะชวนพาทัวร์โรงแรมที่เบปปุก็เท่านั้นเองครับ

ค้างอ้างแรมกันที่เบปปุ

น่าแปลกมากไม่มีโรงแรม Toyoko Inn ในเมืองเบปปุและยูฟุอิน ผมลองค้นหาใน JapaniCan ก็เจอแต่โรงแรมกับเรียวกังไฮโซทั้งนั้นเลย ราคาระดับหลายหมื่นถึงแสนเยนต่อคืน บ้าไปแล้ว ที่บ้านฉันไม่ได้ทำธุรกิจปาจิงโกะนะเฟร้ย ที่ผ่านมาตลอดทริปเราพักกันคืนละประมาณ 4-6 พันเยนเท่านั้น ถูกและดีที่สุดเท่าที่หาได้ในเมืองนี้คือคืนละ 13,000 เยน พูดง่าย ๆ ราคาเบิ้ลขึ้นมาเท่าตัว หลังจากที่ใช้สมองนั่งสมาธิ ประมวลผลความคุ้มค่าของ property ต่าง ๆ โดยเอาปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาใส่สมการ ถอดสแควร์รูท ไม่ว่าจะเป็นราคา ระยะทางจากสถานีถึงโรงแรม ผลการรีวิว รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น มีออนเซ็นให้ใช้หรือไม่ เห็นวิวทะเลรึเปล่า ผลลัพธ์ที่ได้คือ โรงแรม The New Tsuruta เป็นโรงแรมที่ค่อนข้างเก่าแก่อายุประมาณ 40 ปีเห็นจะได้ อยู่ไม่ไกลจากสถานี Beppu มากนัก (คนญี่ปุ่นบอกเดิน 3 นาที ผมแถมให้อีก 5 นาทีเป็น 8 นาทีเลย) ผลรีวิวก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว เทียบกับราคาแล้วก็ยังพอรับไหว (อ่านรีวิวของโรงแรมนี้ได้ที่นี่ครับ)

P3292919
หน้าโรงแรม The New Tsuruta ยามเช้า
P3282882
หน้าโรงแรม The New Tsuruta ยามค่ำ วันที่เราเดินทางมาถึง
P3282883
ทางเข้าโรงแรม The New Tsuruta

ห้องนอนที่เราเลือกเป็นแบบ Japanese-style พื้นเป็นเสื่อ Tatami มีฟูกเรียงกันเป็นตับ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เรียวกังแม้ห้องจะอยู่บนตึกก็ตาม ขนาดห้องก็ไม่ได้คับแคบอะไร พอมีที่ให้วางของได้บ้าง มีห้องนั่งเล่นอยู่ที่ปลายระเบียง มีโต๊ะญี่ปุ่นเล็ก ๆ ไว้สำหรับการนั่งเล่นไพ่ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ สำหรับการจิบชา ส่วนห้องน้ำนั้นแบ่งเป็น 2 ห้องย่อย แยกกันระหว่างห้องถ่ายหนักกับห้องอาบน้ำ อ้อ ห้องน้ำไม่มีฝักบัวนะครับ ต้องใช้วิธีรองน้ำตักอาบเอา หรือไม่ก็ต้องทำตามธรรมเนียมญี่ปุ่นคือผลัดกันแช่ในอ่างน้ำเดียว เรียงตามลำดับอาวุโส นี่เราต้องทำกันขนาดนั้นเชียวหรือ

P3282886
ยินดีต้องรับเข้าสู่ห้องของเรา
P3282887
ฟูกที่นอนบนเสื่อตาตามิ
P3282890
เหตุไฉนจึงหันหัวออกริมทางเดิน
P3282892
ตู้เสื้อผ้า พร้อมชุดยูกาตะสำหรับการใส่ออกไปข้างนอก
P3282893
ที่นั่งพักริมระเบียง
P3282897
ห้องส้วม
P3282898
ห้องอาบน้ำ (ไร้ฝักบัว)

ทริปนี้เรามากัน 6 คน หญิง 3 ชาย 3 ก็เลยลงตัวกับการจัดห้องเป็นแบบห้องละ 3 เตียง ไม่ใช่สิ เราต้องเรียกว่าฟูก สิ่งที่ออกจะผิดวิสัยเราคนไทยนิดนึงคือ เขาจะเรียงฟูกที่นอนโดยการหันเท้าเข้าข้างฝา แล้วเอาหมอนไว้ตรงฝั่งทางเดิน นี่มันผิดหลักฮวงจุ้ยนะ ด้วยความที่ไม่อยากให้เดินข้ามหัวกันไปมา เราเลยถือวิสาสะจัดแจงย้ายหมอนเข้าชิดกำแพงเองซะเลย คืนต่อมาปรากฎว่า คุณแม่บ้านเธอคงหวังดี คิดว่าเราคงดิ้นจนหัวพลิกกลับฝั่ง เธอก็เลยปรับทุกอย่างกลับมาที่เดิม ให้มันได้อย่างนี้สิน่า

ลืมบอกไปโรงแรมนี้เขามี Communal Bath หรือออนเซ็นไว้คอยบริการอยู่ที่ชั้น 6 โชคดีที่เราไม่ได้มากับกรุ๊ปทัวร์ เลยไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักผู้มีอุปการะคุณ ญาติ มิตร แฟนเพลงทั้งหลาย เราใช้วิธีผลัดเวรกันลงไปแช่ จะได้ไม่ต้องเขินอายกันเอง ว่าแล้วก็พกแปรงสีฟันลงไปด้วยเลย อาบน้ำปะแป้งเสร็จจะได้เตรียมตัวพร้อมเข้านอน ขออนุญาตไม่โพสต์ภาพภายในออนเซ็นนะครับ ถ่ายภาพเดียวก่อนเดินเข้า และในขณะที่ไม่มีใครอยู่ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความสบายใจของทุกฝ่าย

Special Tips (ข้อแนะนำและมารยาทในการใช้ออนเซ็น) :

  • ไม่เติมน้ำเย็นเข้าไปในบ่อออนเซ็น แม้ว่าน้ำมันจะร้อนเกินไปสำหรับคุณ
  • นำผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็นแล้ววางไว้บนศรีษะ จะช่วยลดอาการวิงเวียนมึนหัวขณะอยู่ในบ่อออนเซ็น
  • ไม่สวมผ้าขนหนูหรือนำผ้าขนหนูลงไปแช่ในบ่อ
  • สำหรับคนที่ไว้ผมยาว ต้องม้วนเก็บผมขึ้นไปเพื่อไม่ให้ผมจุ่มลงไปในน้ำ
  • ไม่อนุญาตให้ใส่ชุดว่ายน้ำลงไปในบ่อ
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำตามเข้าไปมาก ๆ หลังจากที่แช่บ่อออนเซ็น
  • ที่ญี่ปุ่น เขาห้ามคนที่มีรอยสักลงไปแช่ในบ่อออนเซ็น
  • เช็ดตัวให้แห้งก่อนกลับเข้าไปในล็อกเกอร์
  • หลีกเลี่ยงการเข้าออนเซ็นทันทีหลังการทานอาหารหรือดื่มแอลกอฮอล์
  • ไม่ควรแช่ออนเซ็นมากกว่า 3 ครั้งต่อวันเพื่อหลีกเลี่ยงอาการมึนหัว
IMG_7345
เปิดประสบการณ์ลงแช่ออนเซ็น (ไม่ใช่ครั้งแรก)

 

สิ่งที่ผมชอบมากสำหรับการมาพักที่นี่คือเวลาเปิดหน้าต่างห้องออกไปในตอนเช้าจะเห็นวิวอ่าวเบปปุด้วย โอว ซาร่า เธอต้องชอบแน่เลย ดูนั่นสิ เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ปลายฟ้านั่นมั้ย ฉันนั่งตาปรือรอเธออยู่นานแล้ว ตื่นสิ ตื่น

P3292910
พระอาทิตย์ขึ้นที่อ่าวเบปปุ
P3292914
ศึกษาโปรแกรมเที่ยววันนี้
FullSizeRender
ใส่ชุดยูกาตะ ชมวิวอ่าวเบปปุในตอนเช้า

เห็นวิวดีอย่างนี้ เลยตั้งปณิธานว่าในวันสุดท้ายจะออกไปวิ่งรับลม ชมวิวทะเลสักหน่อย ผลปรากฎว่าเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกอย่างแลดูเป็นสีเทา มิวสิคมา…ท้องฟ้าวันนี้หม่นหมอง ถึงคราวเราต้องจากกัน แม้สักกี่ปีกี่วัน ฉันยังไม่ลืม (พาเข้าเพลงจนได้ อย่าบอกนะว่าร้องได้ ขอบคุณนะที่เกิดมาทันกัน) ถึงยังไงก็ดี ก็ถือเป็นการวิ่งปิดท้ายที่งดงาม มีเหงื่อซึมทั่วร่างกาย แล้วก็ได้ทักทายนักเรียนญี่ปุ่นที่ถูกคุณครูพละบังคับให้ออกมาฝึกกระบี่กระบองกันแต่เช้า

IMG_7839
วิ่งสู้ฟิต

ใน 1 วัน คุณทำอะไรได้บ้าง

P3292933
เตรียมออกเดินทางไปเที่ยวเบปปุและยูฟุอิน

และแล้วการเดินทางของเราก็ได้เริ่มขึ้น ณ ช่วงเช้า ของวันที่ 29 มีนาคม โจทย์ของเราคือ

“ทำยังไงก็ได้ ให้เราเที่ยวได้ทั่วที่สุดภายใน 1 วัน”

วันนี้ถือเป็นวันที่ productive มากที่สุดวันนึง เน้นปริมาณสุด ๆ เราเริ่มต้นจากการบุกไปที่ Tourist Information เป็นอันดับแรกเลย เนื่องจากเมื่อคืนเขาดันปิดทำการซะก่อน จริง ๆ เราคิดมาจากบ้านแล้วล่ะ ว่าจะซื้อ Day Pass แบบที่เหมารวมการเดินทางไปเบปปุและยูฟุอินในวันเดียวกัน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,600 เยน/คนสำหรับ 1 วัน ถ้าต้องการใช้สำหรับ 2 วันก็จ่ายเพิ่มเป็น 2,400 เยน (ในกรณีที่ต้องการเดินทางอยู่แต่ในเบปปุ เขามี Day Pass อีกแบบขายเหมือนกัน 900 เยนสำหรับ 1 วัน และ 1,500 เยน สำหรับ 2 วัน)

หลังจากซื้อ Day Pass กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลยเถิดถามไปถึงตารางรถบัสว่าควรไปขึ้นที่ไหน ลงสถานีอะไรก่อนหลัง เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือดีมากครับ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แล้วก็ทราบเพิ่มเติมด้วยว่าเราสามารถซื้อตั๋วเข้าชมบ่อน้ำพุร้อนนรกทั้ง 8 ได้ที่นั่นเลย แถมได้ในราคาพิเศษด้วย จากราคาเหมา 8 บ่อ คนละ 2,100 เยน เขาคิดเราเพียง 1,890 เยน (ลดไปอีก 10%) ฉะนั้นแนะนำให้ซื้อที่นั่นเลยนะครับ เข้าใจว่าเป็นส่วนลดสำหรับคนที่ซื้อ Day Pass อ่ะครับ เขายื่นหนังสือคู่มือส่วนลดมาให้ (เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน) เขารู้ว่าเราอ่านไม่ออก ก็เลยควักแผ่นป้ายขนาด A4 ขึ้นมาใบนึง แล้วบอกกับเราว่า “Take a picture” ทีแรกก็แอบคิดอยู่ ว่าเขาต้องชอบเราแน่เลย ถึงขั้นเอ่ยปากขอถ่ายรูปด้วย เปล่าครับ เปล่า เธอบอกให้เราถ่ายรูปตารางส่วนลดของ Day Pass นี้ไว้ ซึ่งจะรวมถึง ค่าเข้าชม Beppu Tower (ลด 20%) Global Tower (ลด 100 เยน) Beppu Ropeway (ลด 100 เยน) Oita Frangrance Museum (ลด 10%)  African Safari (ลด 200 เยน) Suginoi Tanayu Onsen  (ลด 100 เยน) Beppu Hoyo Land Mud Onsen (ลด 10%) Hotel Sansenkaku (ลด 300 เยนสำหรับ Onsen Pudding) ฯลฯ สรุปไม่ได้ใช้สักอย่างที่เธอว่ามา 555

หมายเหตุ: ตั๋วเหมาไปบ่อนรกทั้ง 8 จะคุ้มก็ต่อเมื่อ คุณตั้งใจไปชม 5 บ่อขึ้นไปครับ ถ้าไม่งั้นแนะนำว่าซื้อตั๋วแยกดีกว่า บ่อละ 400 เยนครับ

P3292943
Beppu Station

P3292944

 

P3293010
ตั๋วและโบรชัวร์เข้าชมบ่อนรกทั้ง 8 ครับ

หลังจากใช้เวลาศึกษาตารางรถบัสอย่างรวดเร็ว เราก็ได้ข้อสรุปแผนการท่องเที่ยวดังนี้ครับ (ตั้งเป็นตุ๊กตา Model Course เผื่อใครจะหลงตามมาครับ)

  • Beppu Station (East) 9:45 น. ไปถึง Chinoike Jigoku (Red Hell) ตอน 10:15 น.
  • ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เก็บ 2 บ่อ คือ Chinoike กับ Tatsumaki Jigoku
  • Chinoike Station 10:45 น. ไปถึง Kannawa (ใกล้กับอีก 6 บ่อที่เหลือ) ตอน 10:52 น.
  • ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เก็บอีก 6 บ่อ คือ Shiraike, Oniyama, Kamado, Yama, Umi และ Oniishi Bozu
  • Umi Jigoku Station 12:49 น. ไปถึง Yufuin ตอน 13:31 น.
  • ใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง กินข้าวเที่ยง เที่ยวชมถนนคนเดิน และทะเลสาบ Kinrinko
  • Yufuin Bus Center 18:00 ถึง Beppu Station (West) ตอน 18:50 น.

หมายเหตุ: คุณสามารถยืดหดเวลาทั้งที่เบปปุหรือยูฟุอินได้ ถ้ามีเวลาเพิ่มเป็น 2 วัน แนะนำให้เพิ่มกิจกรรมที่เบปปุคือ บ่ออบทรายร้อน ทาเคกาวาร่าออนเซ็น และกระเช้าลอยฟ้าชมเมือง สำหรับที่ยูฟุอินแนะนำให้ค้างเรียวกังที่มีออนเซ็นในตัว (แพงหน่อยนะ ตกประมาณ 18,000-26,000 เยนต่อคน) หรือไม่ก็ เช่าจักรยานปั่นชมเมืองแล้วมาแช่ออนเซ็นสาธารณะที่มีชื่อว่า Shitanyu อยู่ในบริเวณ Lake Kinrinko (เป็นแบบรวมชายหญิง)

แรลลี่เก็บเหรียญกับบ่อน้ำพุร้อนทั้งแปด

พอจะทราบภาระกิจหลักของวันนี้แล้ว มาเริ่มลงมือทำวันนี้ให้ดีที่สุดกันครับ

บางที่ไช้ก็แอบคิดนะ ว่ามันจะเป็นไปได้มั้ยที่จะเที่ยวบ่อนรกให้ครบทั้ง 8 ภายในวันเดียว ทำสำเร็จมาแล้วครับ ไม่อยากจะคุย ลุ้นจนตัวโก่งเลย ก็ด้วยความที่เรามีเวลาค้ำคออยู่ ก็เลยต้องรีบต้องเร่งให้ได้มากที่สุด มีคิดแผนสำรองไว้เหมือนกัน คือถ้าเวลาไม่ได้จริง ๆ เราจะเลือกบ่อที่ชอบ ที่ชอบกันก่อน เดี๋ยวในตอนท้ายผมจะมาเฉลยว่าถ้าคุณมีเวลาจำกัด คุณควรเลือกเข้าบ่อไหนบ้าง

สำหรับคนที่ไม่เคยมาเที่ยวเบปปุ อาจจะงงว่าทำไมเขาเรียกบ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้ว่าบ่อนรก แล้วมันต่างจากบ่อน้ำพุร้อนออนเซ็นทั่วไปอย่างไร ผมมีคำตอบให้ครับ

Jigoku (จิโกะขุ) เป็นคำญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า Hell หรือนรกนั่นเอง ย้อนไปนับพันปี แถบ Kannawa และ Kamegawa ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแหล่งกำเนิดของการระเบิดของแก๊สจากใต้พิภพ มีโคลนเดือด และน้ำพุร้อน อยู่หลายแห่ง ชาวบ้านต่างพากันกลัวว่ามันคือขุมนรกที่ถูกสาปแช่ง จนมาในภายหลังบ่อน้ำพุร้อนทั้งหลายที่ถูกค้นพบได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา บ่อที่ว่านี้มีอุณหภูมิความเดือดสูงถึง 90-98 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมบ่อทั้ง 8 นี้จึงไม่เหมาะสำหรับการลงแช่ เพราะไข่จะสุกได้ในพริบตาน่ะสิ ถามได้

นรกขุมที่ 1: Chinoike Jigoku (Red Hell) 

เรามาบ่อนี้กันเป็นบ่อแรกเลย ชิโนะอิเขะ “น้ำพุร้อนเลือด” เป็นน้ำพุร้อนจิโกะขุที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสีแดงได้เพียงนี้ ราวกับมีใครเอาสารเคมีไปโรยใส่ เปล่านะ จริง ๆ สีของมันเป็นแบบนี้เองคล้ายสีเลือด ไม่ใช่แค่ตัวน้ำที่เป็นสีแดงนะ ขนาดตัวไอน้ำที่ลอยขึ้นมาก็เป็นสีแดงด้วย เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขามีขายครีมที่ทำมาจากโคลนสีแดงนี้ด้วย มันอุดมไปด้วยแมกนีเซียมออกไซด์ซึ่งว่ากันว่าช่วยบรรเทาอาการโรคผิวหนังด้วยนะเออ

P3293044
มีใครสนใจจะลงนรกมั้ย
P3292955
Chinoike Igoku (Red Hell) น้ำพุร้อนเลือดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
P3293002
อยากจะลงไปแช่นะ แต่ใจไม่กล้าพอ

นรกขุมที่ 2: Tatsumaki Jigoku (Tornado Hell) 

บ่อนี้อยู่ใกล้บ่อแรกแค่ปลายจมูก เดินออกจาก Chinoike Jigoku แล้วให้เดินเลี้ยวไปทางขวา คุณจะเห็น ทัทสึมะขิ จิโกะขุ “บ่อน้ำพุร้อนนรกลมสลาตัน” แค่ฟังชื่อก็หนาวแล้ว ตอนเดินเข้าไปนี่แปลกใจมากว่าทำไมบ่อนี้มันช่างมีขนาดเล็กกว่าบ่อแรกมาก รอบ ๆ ตัวบ่อจะมีอัฒจันทร์ให้คนนั่งชมตอนที่น้ำมันพวยพุ่งมาจากก้นบาดาล ตอนพวกเราเดินเข้าไปถึงเขาบอกอีกประมาณ 10 นาที น้ำจะพุ่งแล้ว เราก็ได้แต่ร้องเพลงรอแล้วรอเล่า จนกระทั่งเกือบจะใกล้เวลาที่รถบัสจะมาแล้ว ให้เวลาอีก 10 วินาที ถ้ายังไม่มา เราจะไม่ง้อแล้วนะ ทันทีที่คล้อยหลังไปเท่านั้นแหละ น้ำเดือดมันพุ่งขึ้นมาเป็นช่วง ๆ ราวกับติดมอเตอร์ไว้ เขาบอกว่ามันจะพุ่งขึ้นมาประมาณทุก ๆ 20 นาที (อันนี้ไม่รู้จริงป่าว) และในแต่ละรอบมันจะปะทุขึ้นมาครั้งละ 5 นาที

P3293011
Tatsumaki Jigoku (Tornado Hell) ก่อนที่น้ำจะพวยพุ่ง
P3293020
ลานนั่งชมน้ำพุร้อน
P3293036
พุ่งขึ้นมาแล้วครับพี่น้อง

นรกขุมที่ 3: Shiraike Jigoku (White Pond Hell) 

ณ บ่อที่ 3 แห่งนี้ เราต้องนั่งรถบัสมาลงที่ Kannawa ครับ แล้วค่อย ๆ เดินเก็บไปทีละบ่อ โดยในพื้นที่นี้จะมีทั้งหมด 6 บ่ออยู่ใกล้ๆ กันครับ สำหรับชิระอิเขะ จิโกะขุ นั้นเป็นบ่อน้ำพุร้อนโปร่งใสสีขาวขุ่นปนฟ้า เห็นสีนวลแบบนี้มีกลิ่นกำมะถันด้วยนะ

P3293065
Shiraike Jigoku (White Pond Hell) บ่อสีขาวฟ้านี้มีกลิ่นกำมะถัน
P3293073
มีควันขาวลอยฟุ้งขึ้นมาตลอด
P3293081
ขอดมหน่อยว่าเหม็นมั้ย

นรกขุมที่ 4: Oniyama Jigoku (Crocodile Hell) 

อยู่ถัดจากบ่อที่ 3 จะเป็น โอะนิยะมะ จิโกะขุ เป็นบ่อที่มีความแปลกตรงที่เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่นำจระเข้นับร้อยตัวมาเลี้ยงไว้ในบ่อ หนังมันคงหนามากเลยสินะถึงได้ทนความร้อนจากนรกขุมนี้ได้ ตามความเห็นส่วนตัว ในบรรดา 8 บ่อที่ไปชมมา บ่อนี้เป็นบ่อที่มีความน่าสนใจน้อยที่สุด เราใช้เวลากันแป๊บเดียว เพื่อที่จะได้ไปเที่ยวชมบ่ออื่นกันต่อ

P3293093
แวะมาดูบ่อจระเข้
P3293095
Oniyama Jigoku (Crocodile Hell) บ่อจระเข้

นรกขุมที่ 5: Kamado Jigoku (Furnace Hell) 

เดินถัดต่อมาเรื่อย ๆ ก็จะเจอ ขะมะโดะ จิโกะขุ ซึ่งมีความหมายว่าเตาไฟ ถ้าจะเรียกให้โดนก็คงเปรียบเปรยกับกระทะทองแดงนั่นแหละ ใครได้ลงไปในบ่อ มีหวังมอดไหม้ ตัวพองไปตาม ๆ กัน บ่อน้ำพุร้อนนรกแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างขวางเหมือนกันนะ มีอยู่หลายบ่อให้เลือกชม ถ้ามีเวลานานกว่านี้ อาจได้ลงไปนั่งแกะไข่กินกับเขาบ้าง

P3293103
Kamado Jigoku (Furnace Hell) ขุมนรกกระทะทองแดง
P3293104
บ่อนี้น้ำมีสีฟ้ากว่าบ่อที่ 3
P3293113
เดินเล่นรอบบ่อ
P3293130
มีร้านขายไข่ต้มน้ำพุร้อนด้วย ใบละ 70 เยน
P3293110
จุดรวมพลนักท่องเที่ยว

นรกขุมที่ 6: Yama Jigoku (Zoo Hell) 

มาถึงบ่อที่ 6 ยะมะ จิโกะขุ เป็นบ่อน้ำพุร้อนนรก ที่เป็นกึ่งสวนสัตว์ เขาใช้น้ำอุ่นจากบ่อนี้นำไปเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ เช่นนกฟลามิงโก้ ลิง ฮิปโป ฯลฯ

P3293180
Yama Jigoku บ่อน้ำพุร้อนที่เป็นกึ่งสวนสัตว์

P3293190

นรกขุมที่ 7: Umi Jigoku (Ocean Hell) 

อุมิ จิโกะขุ น้ำพุร้อนทะเลนรกแห่งนี้เกิดจากการปะทุของภูเขาสึรุมิเมื่อประมาณ 1,200 ปีที่แล้ว ดอกบัวเผื่อน (Water Lilies) ถูกนำมาเพาะที่นี้โดยใช้น้ำจากน้ำพุร้อน จะว่าไปบ่อนี้น่าจะบ่อยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ป้ายงี้อลังการงานสร้าง เป็นบ่อที่สวยงามกว่าใคร แถมยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นสวนล้อมรอบ ภายในมีร้านขายของที่ระลึกด้วย ก่อนจากมาอย่าลืมซื้อ Jigoku Pudding มาทานด้วยนะ เป็นพุดดิ้งที่ใช้ความร้อนจากน้ำพุร้อนแห่งนี้มาทำ

P3293226
Umi Jigoku (Ocean Hell) บ่อน้ำพุร้อนนรกที่ได้รับความนิยมสูงสุด
P3293234
ที่ต้มไข่ออนเซ็น
P3293238
ขอชมหน่อย
P3293258
ถ่ายมุมสูงจากด้านบน
P3293316
Jigoku Pudding

นรกขุมที่ 8: Oniishi Bozu Jigoku (Shaven Monk’s Head Hell) 

โอะนิอิชิ โบสุ จิโกะขุ คือบ่อสุดท้ายของทริปตระเวนแดนนรกทั้ง 8 อยู่ใกล้ ๆ กันกับ อุมิ จิโกะขุเลย สิ่งที่ทำให้บ่อนี้น่าสนใจคือ แทนที่จะเป็นน้ำพุร้อนเหมือนที่อื่น ที่นี่เป็นโคลนเดือดลอยบุ๋ม ๆ เป็นดวง ๆ อยู่ที่พื้นดิน เหตุที่เขาตั้งชื่อว่า Oniishi Bozu ก็เพราะว่าหน้าตามันเหมือนกับศรีษะของนักบวชที่เพิ่งโกนผมนั่นเอง

P3293295
Oniishi Bozu Jigoku (Shaven Monk’s Head Hell)
P3293301
ผมชอบบ่อนี้
P3293305
ราวกับเป็นสวน Zen ขนาดย่อม
P3293312
Oniishi Bozu Hell

นั่นล่ะครับท่านผู้ชม เที่ยว 8 บ่อภายใน 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็ไม่ยากเกินความสามารถอะไร เพราะแต่ละบ่อก็ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กัน (2 บ่อแรกอยู่ในเขต Shibaseki ส่วนอีก 6 บ่ออยู่ในเขต Kannawa) อยู่ห่างจากกันประมาณ 6 นาทีด้วยการนั่งรถบัส

ถ้าถามผมว่ารู้สึกอย่างไรกับการทัวร์บ่อนรกที่ว่านี้ ขอตอบตามตรงว่า “เฉย ๆ” ไม่ได้ถึงขั้นน่าตื่นเต้นมากมาย แต่ถ้ามาเบปปุแล้วไม่มาเที่ยวที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึง ในบรรดาทั้ง 8 บ่อ ถ้าจะให้เลือกชม ผมแนะนำ Umi Jigoku เป็นอันดับแรกเพราะมันน่าจะใหญ่และอลังการที่สุด Oniishi Bozu Jigoku เป็นอันดับสองเพราะว่ามันแปลกดีครับ ส่วนบ่อที่ไม่น่าดูชมเอาซะเลยคือ Oniyama Jigoku คือเราสามารถไปเที่ยวฟาร์มจระเข้บ้านเราแทนได้

กิจกรรมที่ดูจะน่าตื่นเต้นมากกว่าคือการแช่ออนเซ็น (Onsen) ที่เมืองนี้มี Public Bath มากมาย ทั้งที่เป็น Outdoor และที่เป็น Sandbath น่าเสียดายไม่ได้มีเวลาลองสักอันเลย ขอแปะไว้สำหรับทริปหน้าละกัน ส่วนถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวเมืองนี้ ก็ลองตามไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ ๆ ให้บริการออนเซ็นได้ตามลิงค์นี้เลยครับ 

ส่วนใครที่เกิดท้องหิวขึ้นมาระหว่างทางมาเที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อนนรก แนะนำให้ลองมาทานอาหารที่ Jigokumushi Kobo Steam Cooking Center เป็นร้านอาหารที่ใช้น้ำพุร้อนมาเป็นตัวทำให้อาหารสุก อยู่ไม่ไกลจาก Kannawa Bus Station ข้าง ๆ กันจะมีที่ทำ Spa เท้าด้วยครับ

เดินเรื่อยเปื่อยที่ยูฟุอิน

P3293322
รถบัสที่ไป Yufuin
P3293345
ถนนคนเดินที่ Yufuin
P3293451
ครั้งหน้าเช่าจักรยานปั่นบ้างก็ดีนะ
P3293404
หนึ่ง act ก่อนเดินต่อ
P3293416
คิดอยู่…เย็นดีกินอะไรดีน้อ

เสียเวลาไปเที่ยวนรกอยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว ต่อจากนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยวต่อที่เมือง Yufuin ก็ไม่มีอะไรมากครับก็แค่นั่งรถต่อมาจากสถานี Umi สังเกตป้ายรถเมล์ให้ดี อยู่ฝั่งตรงข้ามนะครับ ไม่ใช่ไปรอฝั่งเดียวกันกับ Umi Jigoku เราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีเพื่อไปถึง Yufuin Bus Center

ระหว่างทางก็งีบสิครับ เก็บแรงเข้าไว้ เดี๋ยวเราคงต้องเดินเยอะพอสมควร

ไปถึงสถานีไม่ทันไร ก็หาร้านอาหารเที่ยงกินกันก่อนเลย แอบเปิด The 10 Best Yufu Restaurants on Tripadvisor มองหาร้านที่น่าสนใจ ปรากฎว่าไม่มีร้านไหนอยู่ในละแวกสถานีเลย เอางี้ละกัน กินอะไรง่าย ๆ ไปก่อน เอาแบบที่คิวไม่เยอะ กินเป็น Set Lunch ราคาย่อมเยาหน่อย ร้าน Hanamizuki เป็นร้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนชั้น 2 มีที่นั่งเพียง 30 ที่นั่ง เสิร์ฟอาหารโดยคุณป้า 2 คน เป็นมื้อง่าย ๆ ที่ช่วยเติมพลังให้เราพร้อมมีแรงเดินไปหาของกินต่อ

จากการทำการบ้านมาคร่าว ๆ Yufuin เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก อยู่ห่างจากเบปปุมาประมาณ 10 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวประเภทสุขนิยมจะแวะมาค้างอ้างแรมที่เรียวกังกันที่เมืองนี้ แบบว่าไฮโซมาก ๆ เพราะออนเซ็นส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่สงวนสิทธิ์ให้แขกที่มาพัก และคนในพื้นที่เท่านั้น ส่วนพวกชะโงกทัวร์อย่างเรา ๆ ทำได้แค่เดินเล่นกินขนมไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย สิ่งที่น่าสนใจระหว่างทาง จะมีอะไรเด็ดบ้าง เชิญตามมาครับ

ที่นี่เขาขึ้นชื่อเรื่อง Soft Roll บ้านเราเรียกแยมโรลเพราะแอบปาดแยมก่อนม้วนครีมใส่เข้าไป จำไม่ได้ละว่า Soft Roll คำแรกที่ได้ชิมมาจากร้านไหน แต่รู้ว่าร้าน Yufuin Roll นี่ตั้งอยู่ต้นถนนเลย ไม่ว่าร้านจะสวยน่านั่ง โลเกชั่นจะดีขนาดไหน ก็ยังไม่สามารถเบียด B-Speak ไปได้ เพราะยี่ห้อนี้เขากลายเป็นขนมที่ขายดีอันดับหนึ่งของเมืองนี้ไปแล้ว คิดดูละกันกว่าจะเดินไปถึงร้าน ปรากฎว่า SOLD OUT ไปเรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่นซะแล้ว ถามแล้วถามอีกว่ามีที่ไหนขายอีกมั้ย เขาบอกมีเหมือนกัน คือที่สนามบินโออิตะ ฮากาตะหลบไป ไม่มีขายนะครับ จนกลับมาถึงเมืองไทยแล้วก็ยังไม่ได้กิน เลยประชดชีวิตด้วยการซื้อ Matcha Roll ของ 7-Eleven มากินแทน รสชาติพอถูไถนะ (แต่ไม่ใช่ยี่ห้อเดียวกัน อร่อยฟินแทนกันไม่ได้จริง ๆ)

P3293364
Soft Roll และ Custard Puddng
P3293368
Yufuin Roll Cafe
P3293427
Soft Roll ในตำนานเมือง Yufuin
P3272388
Matcha Roll หากินง่ายกว่า B Speak เยอะเลย

พลาดจาก B Speak เราก็เริ่มทานขนมสะเปะสะปะตามรายทาง จนกระทั่งมาเจอร้านนี้ Kase Kuchen ขนมอะไรไม่รู้ ดีงามขนานแท้ เพิ่งได้เคยกินขนมเค้กชีสลาวาก็วันนี้ ถ้าจำไม่ผิดถ้วยละ 120 เยนเอง ราคาถูกเวอร์ แนะนำให้ซื้อแล้วกินตรงนั้นเลย ทานตอนมันร้อน ๆ อร่อยมาก

P3293436
นี่ครับ ขนมเค้ก Cheese Lava อร่อยเทพมาก
P3293438
สั่งทีเดียว 6 ถ้วย ทานตอนร้อน ๆ
P3293441
ถ้วยนี้ยกให้เป็นเบอร์ 1 ของร้านขนมใน Yufuin เลย

เดินต่อไปอีก ยังไม่วายตามสอยไอศกรีมกินอีก หนักว่านี้มีอีกมั้ย

P3293463
Soft Cream โรยน้ำผึ้ง
P3293467
อันนี้ไม่แนะนำ ผมว่านมมันมีกลิ่นคาวชัดไปหน่อย

หยุดกินชั่วคราว แวะไปชมทะเลสาบหน่อยนะ

P3293476
คุณลุงให้อาหาร
P3293498
กินลมชมวิวซะจนตัวบวมเลย
P3293508
ขอทดสอบหน่อยว่าสะพานแข็งแรงดีมั้ย

เดินชิลจนเวลาล่วงเลยมาถึง 5 โมงกว่าแล้ว ร้านค้าเริ่มทยอยปิดหลัง 4 โมงเย็น ก่อนกลับขอปิดท้ายซื้อขนมกลับไปกินต่อที่โรงแรม ชิ้นแรกทานมันตรงนั้นเลย น่าจะเป็น Cheese Tart ส่วนที่เห็นเป็นถาดนั้นคือ Half-baked Cheese Cake อร่อยดีนะ มันจะเวิร์คมาก ถ้าได้ทานตอนร้อน ๆ

ณ จุดนี้ ผมยังให้ Cheese Lava เป็นอันดับหนึ่งขนมดีเมืองยูฟุอินอยู่นะครับ

P3293519P3293520IMG_7797

ผ่านไป 4 ชั่วโมงกว่า ไม่ได้อะไรเลย นอกจากอิ่มท้องแตก กินอย่างละนิดละหน่อยไปเรื่อยจนกระทั่งหมดเวลา ถ้าคุณไม่ได้รักการเดิน การกินขนม อย่ามาเลยยูฟุอิน แต่ถ้าอยากเดินชิลเรื่อยเปื่อยไร้จุดหมาย ผมว่าเมืองนี้ก็มีสเน่ห์อยู่นะครับ

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดโออิตะ

นอกจากเบปปุและยูฟุอินแล้ว น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดโออิตะซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะคิวชู ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากดูคลิปโปรโมทการท่องเที่ยวของจังหวัดนี้แล้ว ทำให้ผมถึงกับอึ้งว่ามันมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะเลยนะ ไม่ใช่ว่าจะมีชื่อเสียงเฉพาะเรื่องบ่อน้ำพุร้อน ออนเซ็น แต่เพียงอย่างเดียว อย่างพื้นที่ Kunisaki Peninsular (คุนิซากิ) นี่ก็มีชื่อเสียงเรื่องประวัติศาสตร์ของวัดโบราณที่มีอายุเกิน 1,300 ปีอย่าง Futagoji Temple และ Fukiji Temple ถ้ามีโอกาสกลับไปได้ใหม่ จะขอใช้เวลาเก็บตกสถานที่ Unseen อีกหลายแห่งในจังหวัดนี้

มื้อสั่งลาเบปปุ

ในวันรุ่งขึ้นเราจะต้องเดินทางต่อไปยังเมืองฟุกุโอกะแล้ว คืนนี้เราจึงขอสั่งลาด้วยมื้อพิเศษที่เบปปุกัน หลังจากใช้ความพยายามอีกครั้งในการค้นหาร้านเด็ดในดวงใจผ่าน The 10 Best Beppu Restaurants on Tripadvisor เราพบชื่อร้าน Toyotsune อยู่ในอันดับต้น ๆ ที่สำคัญมันอยู่ห่างจากตัวโรงแรมเราไปไม่มาก ตกลงว่าเราจะไปทานที่นี่กัน เท่าที่อ่านจากรีวิว มันก็มีอาหารให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Set Lunch, Set Dinner, a la carte menu จำพวก sashimi, sushi, tempura และอื่น ๆ อีกมากมาย คงจะประมาณแนว Family Restaurant หรือร้านอาหารสำหรับครอบครัว (ดูพิกัดร้านได้ที่นี่เลยครับ)

มื้อนั้นผมเลือกสั่งเป็น Sashimi Set ครับ ในชุดมีชุดปลาดิบ ปลาทอด (หน้าตาคล้ายปลาตาเดียว) แล้วก็เครื่องเคียงสารพัดชนิด จานเล็กจานน้อยเต็มโต๊ะไปหมด ราคาก็ไม่แพงมาก ตกประมาณ 1,000 กว่าเยน แล้วก็มี Okonomiyaki สำหรับแบ่งกันทาน ผมเห็นโต๊ะข้าง ๆ เขาสั่งข้าวหน้าเทมปุระกัน เข้าใจว่าคงเป็นอาหารขึ้นชื่อของร้านนี้ เพราะเห็นหลายโต๊ะก็สั่งในแบบเดียวกัน ถ้าให้วิจารณ์โดยรวม ก็ถือว่าอาหารร้านนี้รสชาติพอใช้ได้นะ ไม่ถึงกับร้องว้าว แต่ถ้าพิจารณาจากราคาและความเป็นบ้าน ๆ แล้ว ก็ถือว่าให้ผ่านครับ

P3293526
หน้าร้าน Toyotsune
P3293527
เป็นร้านแบบ Family Restaurant นั่งกับพื้นแบบคนญี่ปุ่น อึดอัดมาก
P3293534
ชุด Sashimi Set ครับ
P3293532
Sashimi 4 ชนิด
P3293539
Okonomiyaki

ตั๋วรถไฟใบนี้มีมูลค่าสองเด้ง

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ได้เวลาที่เราจะจากเมืองเบปปุไปแล้วสิ ในคืนที่สองเราเตรียมซื้อตั๋วจองที่นั่งกันล่วงหน้าสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ เรื่องมีอยู่ว่าตั๋ว JR-Pass ของเราหมดอายุทันทีที่เราก้าวเข้าในเมืองนี้ ตอนขากลับเราจึงต้องซื้อตั๋วรถไฟต่างหากจาก Beppu ไป Hakata (สถานีรถไฟหลักของเมืองฟุกุโอกะ) กระเป๋าใบใหญ่ของพวกเราถูกส่งไปรอที่ Fukuoka เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากค้นหา Route ที่ดีที่สุด เราพบว่า Limited Express Sonic 18 น่าจะเวิร์คสุด เพราะไม่ต้องไปเปลี่ยนขบวนรถไฟที่สถานีไหนได้ นั่งแบบรวดเดียวถึง แม้จะใช้เวลานานสักนิดนึง

สิ่งที่เราเรียนรู้ในภายหลังคือในการสำรองที่นั่งโดยมี JR-Pass กำกับ คุณจะได้รับบัตรที่นั่งโดยสารมา แค่ยื่นให้เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟในช่องพิเศษดู เขาก็จะอนุญาตให้คุณเข้าไป Gate ได้ สำหรับการซื้อตั๋วและจองที่นั่งแบบเดี่ยว ๆ คุณจะได้รับตั๋วที่โชว์ราคารวมค่าโดยสารและค่าจองบนบัตรใบเดียวกัน  ในกรณีนี้คุณสามารถเสียบตั๋วเข้าเครื่องอ่านบัตรอัตโนมัติได้เลย ประตูที่กั้นจะเปิดออกทันทีเมื่อบัตรนั้นยังคง valid อยู่

ประเด็นคือ เราไม่รู้มาก่อนว่าการซื้อตั๋วและจองที่นั่งแบบหมู่คณะ มันจะมีระบบในการออกตั๋วและบัตรที่นั่งต่างไปจากการซื้อแบบเดี่ยว ๆ ข้อดีคือค่าจองที่นั่ง (Reserved Seat) มันจะถูกถัวเฉลี่ย ทำให้ราคารวมมันถูกลง ข้อเสียคือเราไม่รู้แน่ชัดว่ามันใช้งานกันยังไง เพราะเราอ่านตัวหนังสือญี่ปุ่นกันไม่ออก ใครจะไปรู้ว่าคนที่ถือบัตรหลัก (คนที่จองตั๋วแทนทุกคน) จะได้รับบัตรโดยสารที่ระบุราคาเต็มตามหน้าตั๋ว พร้อมหมายเลข Car Seat No. อันนี้เสียบเข้าเครื่องได้เลย แต่สำหรับคนที่เหลือจะต้องถือบัตร 2 ใบ ใบนึงเป็นใบจองแบบกรุ๊ป และอีกใบเป็นบัตรโดยสารระบุที่นั่ง ต้องเสียบบัตรทั้ง 2 ใบนี้พร้อมกันเข้าเครื่องอ่านอัตโนมัติ ประตูจึงจะเปิดออก งงมั้ยล่ะ

ความโกลาหลดันมาเกิดกับคณะเรา ณ จุดที่เสียบตั๋วเข้าเครื่องอ่านตั๋ว 4 คนแรกเสียบบัตร 2 ใบเข้าเครื่องผ่านฉลุย เหลือผมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน แต่เอะใจทำไมบัตรเหลือแค่ 3 ใบวะ(ครับ) ผมถือบัตรคี่ (ซึ่งเป็นบัตรรวม) ส่วนเพื่อนอีกคนถือบัตรคู่ เขายื่นอีกใบเสียสละมาให้ผม แล้วตัวเองก็ลงมือค้นหาในกระเป๋าว่ามีตั๋วตกหล่นอยู่รึเปล่า ปรากฎว่าหาไม่เจอ เราก็เลยเข้าไปติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ JR Office เพื่อนยื่นบัตรที่นั่งให้เขาดูแล้วบอกว่าบัตรอีกใบมันหายไป สามารถออกให้ใหม่ได้มั้ย เขาบอกว่าไม่ได้ ต้องซื้อใหม่อีก 5,560 เยน (ค่าตั๋ว 3,670 เยน, ค่าจอง 1,890 เยน) เอาไงดีล่ะทีนี้???? อ้าว ลองค้นหาตั๋วอีกสักรอบละกัน ยังพอมีเวลา จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตอน 9:14 น. เหลืออีก 5 นาทีเท่านั้น รถไฟจะออกแล้ว ณ เวลานั้นเราสองคนที่เหลือรู้สึกลนลานอย่างบอกไม่ถูก เพื่อนตัดสินใจควักเงินซื้อตั๋วใบใหม่เพื่อจะได้ไม่พากันตกขบวนรถไฟ เจ้าหน้าที่จิ้มดีดจนกระทั่งพิมพ์ตั๋วใบใหม่ออกมา เราก็ทักว่าทำไมออกมาแค่ใบเดียวล่ะ ไม่มีเป็นคู่เหมือนที่ทุกคนได้รับ สองคนมองหน้ากันด้วยความมึนงง ????&%$#@

ผมเอาตั๋ว 2 ใบที่มีอยู่ในมือ เสียบเข้าเครื่อง ปรากฎว่าประตูไม่ยอมเปิดออก อ้าวซวยละทีนี้ ส่วนเพื่อนที่เพิ่งซื้อตั๋วใหม่ที่มีอยู่ใบเดียวดันเข้าได้ ระบบอะไรของมันวะ ไม่เข้าใจ ^%$#&*???

เวลาไม่มีแล้ว เหลืออีกแค่ 2 นาทีเท่านั้น รถไฟจะออกจากชานชาลาแล้ว ทำไงดีวุ้ย ผมวิ่งไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูตั๋วที่อยู่ในมือผม เขาดูแล้วก็บอก โอเกะ โอเกะ ปล่อยให้ผมผ่านเข้าไปเฉยเลย ทันทีที่ 2 คนผ่าน Gate มาได้ แทบจะวิ่ง 4 ขาโกยแนบกันเลย เพื่อน ๆ ทั้ง 4 คนก็ยืนลุ้นอยู่ที่ชานชาลาหมายเลข 9 โบกมือให้รีบวิ่งตามมา รถไฟจะออกแล้ว หัวใจแทบวาย พอก้าวเท้าขึ้นขบวนเท่านั้นแหละ ประตูก็ปิดลงดังปั้ง เกือบไปแล้วนะเรา

หลังจากนั่งไปสักพัก ดึงสติกลับมาได้ จึงค่อยมารู้ว่า “เราแค่ถือตั๋วสลับกัน” บัตรที่มีอยู่ในมือผมคงเป็นบัตรหลักที่ใช้แบบเดี่ยว ๆ ได้ ส่วนบัตรที่มีอยู่ในมือเพื่อนต้องเป็นบัตรคู่ ถ้ารู้ว่าถือถูกแล้วในตอนต้น ก็ไม่ต้องลงทุนซื้อตั๋วใบใหม่หรอก เฮ่อ เฮ่อ เฮ่อ #ร้องไห้หนักมาก

สำหรับตั๋วส่วนเกินใบนั้น เราทุกคนร่วมกันลงขันเพื่อเป็นประสบการณ์หารเท่า #เจ็บแต่จบ #ผิดครั้งเดียวก็เกินพอ

Beppu_Hakata
ตั๋วจากเบปปุกลับฮากาตะ (ค่าตั๋ว 3,670 เยน ค่าจอง 1,890 เยน)
P3303561
ถ้าตั๋วมันขึ้นแบบรูปใบนี้ (มีตัวเลขค่าโดยสารกำกับ) สามารถใช้ใบเดียวเพื่อเสียบเข้าช่องผ่านเข้าประตูได้เลย
IMG_8973
แต่ถ้าคุณได้รับตั๋วแบบใบล่าง (ไม่ได้ระบุค่าโดยสารเต็มจำนวน) คุณจะต้องเอาใบเสร็จสำหรับการจองที่นั่งเป็นหมู่คณะยื่นเสียบเข้าไปพร้อมกันกับบัตรที่นั่ง

รวมเรื่องเด็ดบนเกาะคิวชู (Khyshu The Series)

EP5 นี้เป็นบทสุดท้ายของการเที่ยวเกาะคิวชู ยังมีอีก 2 จังหวัดที่ยังไปไม่ถึง ขอแปะไว้สำหรับทริปหน้านะ สำหรับทริปนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อน ถ้าท่านไหนยังไม่เคยอ่านบทความก่อนหน้านี้ แนะนำให้ย้อนกลับไปอ่าน ตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบ โดยคลิ๊กลิงค์ที่ชื่อบทความด้านล่างนี้เลยครับ

EP 0: เตรียมพร้อมก่อนออกตะลุยคิวชู

EP 1: โอฮาโย ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

EP 2: คอนนิจิวะ คุมาโมโตะ (Kumamoto)

EP3: คมบังวะ คาโงะชิม่า (Kagoshima)

EP4: โดโซะ มิยาซากิ (Miyazaki)

EP5: อริกาโตะ โออิตะ (Oita)

ส่วนใครที่วางแผนจะไปเที่ยว เกียวโต โอซาก้า โตเกียว ฮอกไกโด ให้ปักหมุดอ่านบทความที่ผมเคยเขียนไว้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ

ไปญี่ปุ่นคนเดียว…เตรียมตัวดีไม่มีหลง

Leave a Reply

%d bloggers like this: