Roast Coffee & Eatery อิ่มอุ่นหอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ

Roast Coffee & Eatery เป็นหนึ่งในร้านยอดนิยมที่ขึ้นชื่อที่สุดในซอยทองหล่อ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ดั้นด้นมากินถึงที่นี่แม้จะต้องรอคิวนานเป็นชั่วโมงก็ตาม ภาพที่เราเห็นคุ้นตากันดีคือ Strawberry Waffle ขนมวาฟเฟิลพับครึ่งไส้ทะลักด้วยครีมและผลสตรอว์เบอร์รี่หั่นเป็นชิ้นๆ การอัพรูปขนมหวานขึ้นบน Instagram และ Facebook นับเป็นกลยุทธ์เรียกไลค์ที่ได้ผลชะงัด

ชื่อร้านคือ Roast ไฉนเลยคนส่วนใหญ่จึงมาทานอาหาร ทานขนม มากกว่ากาแฟ รีวิวชิ้นนี้คือหนึ่งใน Masterpiece ของไช้ชวนชิมที่ยอมลงทุนเทียวไล้เที่ยวขื่ออยู่ 3 รอบกว่าจะเก็บเมนูเด็ดๆ มาจนเกือบครบ ไม่ว่าจะเป็นเมนูเครื่องดื่ม Soft Drinks, Coffee, Brunch & All Day Menu, Sweet Treats ขาดก็แต่ Entrees ใน Dinner Menu ที่ยังตามเก็บไม่ครบ เรามาเร่ิมทำความรู้จักกับ Roast กันเลยดีกว่าครับ

P8190673

Roast Story

ใครที่เคยผ่านการเปิดร้านอาหารมาก่อนคงรู้ดีว่าธุรกิจนี้มีรายละเอียดเยอะมาก ตั้งแต่การคิดเมนู ออกแบบตกแต่ง การทำการตลาด การบริหารต้นทุน และอื่นๆ อีกมากมาย กว่าจะมาเป็นร้าน Roast ที่มีลูกค้าประจำมากหน้าหลายตาก็คงต้องผ่านการลองผิดลองถูกมาไม่ใช่น้อย คุณเต้ วรัตตน์ วิจิตรวาทการ หัวเรือใหญ่ของร้าน Roast ได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน Roast the Daily ที่เป็นทั้ง Magazine และ Menu อาหารของร้านในคราวเดียวกันว่า Roast นั้นเติบโตจากการที่เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนที่คุ้นเคยกันมาทำงานร่วมกันเป็นทีม ตั้งแต่ The Butcher (คนแร่เนื้อ), The Chef (พ่อครัว), The Juice Mixologist (คนผสมเครื่องดื่ม), The Experience Maker (คนออกแบบประสบการณ์ของร้าน) โดยมี Roots ที่เปรียบเสมือนห้องทดลองที่ใช้ในการออกแบบเมนูและเป็น Production Kitchen หรือครัวกลางสำหรับร้าน Roast (http://www.rootsbkk.com/) Roast เปรียบเสมือนเด็กวัยรุ่นที่ชอบความท้าทาย ศึกษาไปเรื่อย ลองไปเรื่อย จนกระทั่งเห็นผลงานออกมาเป็นรูปร่าง เส้นทางของ Roast จะหอมหวนไปได้อีกนานแค่นั้น คุณเท่านั้นที่สามารถตอบได้

DSC_2677

DSC_2680

Menu recommended by Chaichuanchim

ผมเองก็ผ่านการลองกินผิดกินถูกมาเหมือนกัน มื้อไหนที่ทานคนเดียวก็จะกินได้ไม่หลากหลาย แต่พอมาทานกันหลายคน ก็กินแทบไม่ทันเพื่อนๆ (เพราะมัวแต่ถ่ายรูปเก็บรายละเอียด) โดยรวมเมนูแทบทุกจานของ Roast จะมีสีสัน Character ที่โดดเด่น พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกใช้ภาชนะ การเลือกใช้วัตถุดิบเพื่อขับสีของอาหารให้ดูน่ารับประทาน จากประมาณ 10 กว่าเมนูที่เคยได้ลองชิม ผมยกให้อาหารคาวทั้ง 3 จาน บวกกับอีก 1 ของหวาน และ 1 เมนูเครื่องดื่มให้เป็นไฮไลท์สำหรับร้านนี้ (โปรดใช้วิจารณญาณในการกินตาม)

Iced Espresso Latte (120 บาท) เริ่มต้นจากเมนูเครื่องดื่มที่ถือเป็นนวัตกรรมแบบ reverse engineering คือแทนที่จะปล่อยให้น้ำแข็งละลายจนทำลายรสชาติกาแฟ ก็เปลี่ยนมาเป็นก้อนน้ำกาแฟค่อยๆ ละลายมาปนคู่กับนม ด้วยเทคนิคนี้ คุณสามารถเลือกทานตอนที่กาแฟมันยังอ่อนๆ หรือปล่อยให้มันละลายเต็มที่ จนได้ทานกาแฟรสเข้มข้น ชอบไอเดียนี้มั่กๆ ส่วนใครที่ไม่ชอบทานกาแฟก็เลือกสั่งประเภท Refreshment เช่น Pink Lemonade, Lemon Iced Tea หรือ Passion Fresh

DSC_2667

Crab Cake Benedict (350 บาท) ในบรรดาเมนู Egg ทั้งหลายผมว่าอันนี้คือคุณค่าที่คู่ควรมากที่สุด คือได้ลองทานทั้ง Crab Meat Pattie, Poached Egg, Grilled Asparagus, Tomato, Potato Rosti, Onion Jam และ Hollandaise Sauce

PA122377

Vodka Arrabiatta (350 บาท) ถึงมันจะดูเป็นเมนูสปาเก็ตตี้ง่ายๆ ที่หาทานได้ตามร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไป แต่เมื่อตัวเส้นลวกแบบ Al Dante มาปะทะกับซีฟู้ดและซอสมะเขือแล้ว รสชาติมันลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ถ้าไม่เชื่อก็คงต้องลองชิมด้วยตัวเองครับ ปรากฎว่า…ไม่เหมือนเดิม แป่วววว

pasta_roast

Chicken Schnitzel (300 บาท) ไช้ชวนชิมดูจะถูกปากกับเมนูบ้านๆ มากกว่าเมนูอันแสนจะวิจิตรของร้านนี้ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม ถ้าคุณเคยไปเที่ยวในประเทศแถบยุโรป คงต้องผ่านตาเมนูนี้มาบ้าง บางที่ก็บอกว่าเป็นสูตรต้นตำรับของชาวเยอรมัน ออสเตรีย จะมาจากประเทศไหนก็ช่าง เอาเป็นว่ามันคือเนื้อไก่ไร้กระดูกนำไปทอดจนเหลืองกรอบบีบเลมอนทานคู่กัน ของร้านนี้จะมีโรยแผ่นอัลมอนด์และถั่วแขกเป็นเครื่องเคียงด้วย เมนูนี้จะบรรจุอยู่ในหมวด More like a lunch คือทานให้หนักท้องเข้าไว้ครับ

P8190681

Strawberry Waffle (240 บาท) ส่วนเมนูของหวานนั้น คงต้องยกให้จานนี้ ไม่ใช่เพราะมันอร่อยกว่าของหวานชนิดอื่น แต่มันถ่ายรูปออกมาแล้วดูอลังการสุด รสชาติของแป้งวาฟเฟิลผมยังเฉยๆ นะ แต่พอได้ทานคู่กับครีมสด สตรอว์เบอร์รี่แล้วราดด้วยไซรัปลงไปนิดหน่อย แค่นี้ก็ทำให้เพ้อไปได้แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ลองชิมเช่น Chocolate Souffle, Raspberry Tiramisu 2 เมนูนี้คืออันที่จะต้องโดนเป็นลำดับถัดไป 555

PA122446

Roast’s All Day Menu

จะว่าไปแล้วร้าน Roast ยังมีเมนูที่น่าสนใจอีกหลายรายการ ในบรรดาเมนูเครื่องดื่มที่มีอยู่ คุณสามารถเลือกแบบ Shakes, Floats & Smoothies หรือจะทานเป็นชาเก๋ๆ อย่าง Roast Iced Tea ที่เป็นน้ำชา Earl Grey ผสมกับน้ำมะนาว โปะด้วยผลลิ้นจี่ หรือจะสั่งเป็น Strawberry Honey Iced Tea ก็ได้ ส่วนตัวผมชอบ Pink Lemonade with Thyme เย็นๆ หอมๆ ดีครับ

ส่วนใครที่ติดใจ Crab Cake ในเมนู Egg Benedict ก่อนหน้านี้ไม่ควรพลาด Maryland Crabcakes ที่เพิ่ม Crabmeat Patties มาถึง 3 ชิ้นทานคู่กับ Mango Salsa สำหรับเมนูสลัดนอกจาก Caesar แล้วยังมี Cobb & Nicoise Salad ที่มีเสิร์ฟทั้งวัน ใครที่ชอบทานคู่กับเนื้อสัตว์ก็ลอง Duck Confit Salad ไปเลย เกือบจะคล้ายสลัดเหมือนกันคือ Salmon with Rosti คือเนื้อปลาแซลมอนรมควันทานคู่กับ Potato Cake บีบเลมอนลงไปนิด เปรี้ยวจี๊ดๆ อร่อยกำลังดี

สำหรับเมนูอาหารเช้า ถ้าใครเบื่อ Poached Egg ก็ลองหันมาทาน Croque Monsieur หรือ Croque Madame ดูก็ได้  สองเมนูนี้หน้าตาคล้ายกัน จำง่ายๆ คือของมาดามจะมีไข่โปะหน้าด้วย

เมนูพาสต้า นอกจาก Arrabiatta แล้วยังมีซอสอื่นเช่น Truffle Alfredo, Sweet Cherry Tomato Pesto, Balognese Ragu with Tagliatelle, Tuna & Tomato Rigatoni (อีกหนึ่งเมนูที่แนะนำของร้าน), Bacon & Garlic และ Parpardelle, sausage & Mixed Mushrooms

มาถึงอีก 2 ไฮท์ไลท์ที่เห็นคนสั่งกันจัง นั่นคือ Pulled Pork Burger เป็นเบอร์เกอร์หมูฉีกซอสบาร์บีคิว ใส่กะหล่ำม่วง และ sour cream dressing โดยส่วนตัวผมว่ามันถ่ายรูปสวยดีเวลาจัดวางมาบนเขียง ทานคู่กับ French Fries ชิ้นโต แต่รสชาติมันจะหนักหน่วงนิดนึง เหม็นกลิ่นเครื่องเทศและซอสบาร์บีคิวราวกับกินอาหารอินเดีย สั่งมาถึงสองครั้งสองครา แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนใจให้หลงรักได้ ด้วยความที่เป็นคนไม่กินเนื้อวัว ผมว่า Roast Cheese Burger น่าจะอร่อยกว่านะ ส่วนอีกจานสั่งเพราะรูปภาพเลยนะ Basil and Goat Cheese Frittatina มันคือ Scrambled Egg ถาดมหึมาโรยหน้าด้วย Goat Cheese, Parmesan และ Basil สีสันสดใส แต่รสชาติประมาณนี้คนไทยไม่น่าจะชอบ เนื้อไข่มันดูแห้งไปหน่อย ถ้าได้ทานคู่กับซอสมะเขืออาจจะอร่อยขึ้น ว่าแต่มันจะ Spoil รสชาติต้นตำรับเขารึเปล่านะ

เมนูของหวานที่ร้านนี้น่าโดนทุกตัว ตั้งแต่ Chocolate Souffle ที่ถึงหน้าจะเบี้ยว แต่ถ้าได้ทานตอนร้อนๆกับกาแฟคนฟินไม่รู้เรื่อง ยังมี Half Baked ที่เป็น Cookie Dough อุ่นร้อนทานนคู่กับไอศกรีมวนิลาและช็อคโกแลตซอส Chocolate Lava, Monkey Business เป็น Banana Pudding เสิร์ฟมาในขวดโหลทานคู่กับวนิลาครีม และช็อคโกแลตคาราเมลซอส อึมมมม…เห็นแล้วแทบละลาย วันนี้ผมลองเพิ่มไปอีก 2 อย่างคือ Stuffed Cannoli เป็นแท่งทอง 2 อันรูปร่างคล้ายกระดูกสุนัข คนที่ชอบทานช็อคโกแลตกับแป้งกรอบและถั่ว Pistachio มิควรพลาด อีกอย่างเป็น Daily Special คือ Chocolate Nutella Tart เพื่อให้ได้รสชาติที่ครบถ้วนสมบูรณ์พนักงานกำชับว่าพี่ต้องทานให้ครบทุกอย่างในคำเดียว ตั้งแต่ตัวแป้ง Tart ที่ทำมาจากอัลมอนด์บด Grapefruit, Sorbet และซอส Nutella ท่ายากต้องมา กินแล้วก็ชื่นใจดีนะ

PA122370
Strawberry Honey Iced Tea (120 บาท)
PA122368
Roast Iced Tea (100 บาท)
DSC_2690
Maryland Crabcakes (350 บาท)
PA122374
Smoke Salmon with Rosti (320 บาท)
PA122397
Duck Confit Salad (340 บาท)
PA122404
Croque Monsieur (280 บาท)
PA122390
Basil & Goat Cheese Frittatina (320 บาท)
PA122416
Pulled Pork Burger (320 บาท)
PA122431
Roast Cheese Burger (420 บาท)
PA122413
Pasta with Bacon & Garlic served with Poached Egg (240 บาท)
PA122408
Pasta-Papardelle, sausage & Mixed Mushrooms (280 บาท)
PA122440
Stuffed Cannoli with amaretto Chocolate Mousse (160 บาท)
PA122438
Chocolate Nutella Tart (Dessert of the Day)

Overall Score

รสชาติอาหาร (8/10) รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าสูงกว่ามาตรฐาน แม้จะเป็นอาหารอเมริกันสไตล์ฟิวชั่น แต่ก็มีการปรุงรสให้ถูกปากคนเอเชีย ไม่จืดหรือเลี่ยนมากจนเกินไป เนื่องจากพอทานจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ถูกปากไปซะทุกเมนู จึงขอเก็บคะแนนบางส่วนไว้เพื่อการพัฒนารสชาติให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

คุณภาพวัตถุดิบ (9/10) ยอมรับเลยว่าความอร่อยของอาหารน่าจะมาจากการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทุกอย่างดูสดใหม่ เมื่อประกอบอาหารออกมาแล้ว ความเด่นของตัววัตถุดิบยังคงอยู่ครบ อันนี้ต้องให้เขา

การบริการ (9/10) พนักงานร้านนี้ดูแลดีอย่างไม่น่าเชื่อ แม้กระทั่งตอนยืนรอคิว ยังคอยบริการน้ำดื่มและขนมปังอุ่นร้อนให้ (เกือบจะอิ่มก่อนกินข้าว 555) เวลามารับออเดอร์ก็ใส่ใจในการอธิบายความโดดเด่นของแต่ละเมนูเพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แม้จะรอคิวนาน แต่ทันทีที่ได้โต๊ะ สั่งอาหารไปปั๊บ เดี๋ยวเดียวมา น่าประทับใจจริงๆ ครับ

บรรยากาศ (8/10) เป็นร้านที่ดูเก๋ๆ แบบ rustic atmosphere คือสวยดิบๆ ไม่ใส่สีซะจนเลอะเปรอะตา จัดวาง Layout ร้านได้ดีทำให้พนักงานคอยสอดส่องดูแลได้ทั่วถึง ในช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบ สามารถนั่งชิลล์ได้โดยไม่รู้สึกกดดัน แต่ตอนคนยืนรอแน่นร้าน ก็ต้องรีบกินรีบเผ่นเหมือนกัน

ความคุ้มค่า (7/10) สำหรับมื้อธรรมดาทั่วไป ก็นับว่าแพงกว่าค่าเฉลี่ย ตกต่อคนต่อมื้อถ้าสั่งครบเซ็ตน่าจะเกือบพัน ถ้าสั่งอย่างเมามันก็อาจมีบาดเจ็บบ้าง ในราคานี้สำหรับมื้อพิเศษถือว่าเหมาะสมเพราะเราไม่ได้มากินแค่อาหาร แต่มากินบรรยากาศด้วย สำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อยการมากินมื้อค่ำที่ Roast ต้องขอสงวนไว้ในยามที่มีคนเลี้ยง หรือนานๆ กินทีเท่านั้น

ถ้าพรีวิวเมนูอาหารของร้านนี้แล้วน้ำลายไม่สอ ถือว่าเป็นคนใจแข็งมาก ลองหาโอกาสมาชิมดูสักครั้งเพื่อลิ้มรสเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกออกแบบมาให้ถ่ายภาพสวย หวังว่ารีวิวนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังตัดสินใจว่าควรจะทานอาหารร้านไหนดี

Reservation

สถานที่ตั้ง: 251/5 ซอยทองหล่อ 13 วัฒนา กรุงเทพฯ 10110 (อยู่ในโครงการ Seen Space ร้านอยู่ชั้น 2 เยื้องๆ Bonchon Chicken) ==> แผนที่การเดินทาง

เวลาเปิดร้าน: จันทร์-พฤหัสบดี: 10:00 – 23:00 น., ศุกร์-เสาร์: 09:00 – 23:00 น.,อาทิตย์ : 09:00 – 22:00 น. (หมายเหตุ: ร้านไม่รับจองโต๊ะในช่วงวันหยุด ต้องยืนรอคิวที่หน้าร้านครับ)

เบอร์โทร: 02-185-2865

เวบไซต์: http://www.roastbkk.com

Facebook: https://www.facebook.com/roastbkk

ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัว: 500 บาทขึ้นไป

More to Dine

ใครที่เป็นคนรักทานอาหาร เสพบรรยากาศแปลกใหม่ ไช้ชวนชิมขอแนะนำให้ไปลองสัมผัสบรรยากาศที่ร้านที่ผมเคยรีวิวก่อนหน้านี้ครับ

  • Sireena (ร้านอาหารอิตาเลียนสัญชาติไทย จากเขาใหญ่สู่ถนนพัฒนาการ)
  • Ciao (ทักทายแบบอิตาเลียน ร้านอาหารที่คุณวางใจย่านพระราม 3)
  • La Bottega di Luca (อาหารอิตาเลียน homemade ที่รสชาติและฝีมือไม่ธรรมดา)
  • Cuisine de Garden ที่เชียงใหม่ (อาหารฟิวชั่นนานาชาติที่เลิศหรูอลังการ ด้วยการบริการที่เป็นเลิศ)
  • Issaya Siamese Club (อาหารไทยฟิวชั่นสไตล์เชฟเอียน)
  • Supanniga Eating Room (อาหารไทยไม่ฟิวชั่น รสดั้งเดิม อร่อยต้นตำรับผู้ดีชาววัง)
  • The Never Ending Summer (อาหารไทยโบราณตำรับชาววัง ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา)

Leave a Reply

%d bloggers like this: