Thailand’s Social Media Case Studies 2013

เป็นที่รู้กันว่าสถิติการใช้ Social Network ของคนไทยนั้นไม่ธรรมดา โดยเฉพาะเรื่องการใช้ Facebook ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้มากถึง 18 ล้าน account (ติดอยู่อันดับที่ 13 ของโลก) ในขณะที่กรุงเทพมหานครนั้นมีผู้ใช้ติดอันดับที่หนึ่งของโลก มีผู้ใช้มากถึง 13 ล้าน account แม้ว่าประเทศไทยจะล้ำหน้าหลายๆ ประเทศไปมากในเรื่องการใช้ Facebook แต่อัตราการเพิ่มจำนวนสมาชิกของเรายังเป็นรองประเทศบราซิล, อินเดีย, ญี่ปุ่นอินโดนีเซีย และอีกหลายๆ ประเทศ แม้ในปีที่แล้วเราจะติด 1 ใน 10 ของประเทศที่มีอัตราการเติบโตด้านจำนวนสมาชิกค่อนข้างสูง แต่ก็มีแววว่าอันดับของเราน่าจะหลุดในไม่ช้า เพราะว่าเราได้ก้าวมาถึงจุดพีคสุดๆ แล้ว (ดูสถิติผลการจัดอันดับ social network ต่างๆ ผ่านเวบ Zocial Rank ได้ที่นี่)

FB 2012 growth

Thailand’s Social Media Snapshot

จากการเก็บข้อมูลของ Socialbakers ณ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อันดับของ Facebook Brand Page นั้นถูกครองแชมป์ โดย Ichitan, Pepsithai, VRZO และ GTH ส่วน Media Page นั้นนำมาโดย อัพยิ้มดอทคอม และ Thaitvsocial

มีการจัดอันดับที่น่าสนใจอีก 3 ประเภทคือ Post Engagement Rate (เป็นการวัดค่า engagement ที่ได้จากการคำนวณเอายอดไลค์+คอมเมนต์+แชร์ ของจำนวนโพสต์ในแต่ละวัน หารด้วยจำนวนยอดแฟนของวันนั้นๆ) รางวัลประเภทนี้ตกเป็นของ Nescafe Dolce Gusto Thailand และ Friskies Thailand  Socially devoted Facebook Brands (เป็นการวัดค่า response rate ด้วยการดูค่าเฉลี่ยของการตอบกลับ อัตราการตอบ และจำนวนคำถามที่ได้รับการตอบลบกับจำนวนที่ไม่ได้ตอบ) นั้นยกให้กับ Samsung Mobile Thailand และ KBank Live ส่วนโพสต์ที่ได้รับการตอบรับสูงที่สุดทั้ง 3 ภาพ โดยวัดจากยอด ​Interaction นั้น เป็นของแบรนด์ Ichitan กับแคมเปญแจกรางวัลในแนวที่คนไทยชอบนักแล

may-2013-social-media-report-facebook-pages-in-thailand

Top Facebook Pages & Lessons Learned

จากวิเคราะห์ Facebook Fanpage ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละอุตสาหกรรม เราพบว่าแต่ละแบรนด์นั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ถ้าเราจะสร้าง Fanpage ให้ประสบความสำเร็จ เราคงต้องเริ่มจากการถอดรหัสแบรนด์ดัง เพื่อดูว่ามีเรื่องใดบ้างที่เราสมควรเอาเยี่ยงอย่าง

1. Ichitan

Facebook FanPage ของ Ichitan เปิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 นับเป็นเลขมงคลทีเดียว ในช่วงเริ่มต้น Brand Awareness ของ Page นี้ยังค่อนข้างต่ำ แต่เพจของคุณ ตัน ภาสกรนที กลับมียอดไลค์ทะลุล้านตั้งแต่ช่วงวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 จุดพลิกผันของเพจนี้เกิดจากที่คุณตันเริ่มดันแบรนด์นี้ผ่านหน้าแฟนเพจของตัวเอง ค่อยๆ ผ่องถ่ายจากคนสู่แบรนด์ ทำไปเรื่อยๆ จากหลักหมื่นจนกลายเป็นหลักแสนและแตะล้านได้ในที่สุดกับแคมเปญ 60 วัน 60 ล้าน (ปัจจุบันมียอดไลค์สูงถึง 1.8 ล้าน) ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ทำให้คนไทยเริ่มหันมาดื่มชาเขียวอิชิตันแทนการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เพจนี้ดังได้คงเป็นเรื่องของ กิเลสมาร์เกตติ้ง คือการทำทุกวิถีทางให้คนคลิ๊ก คนไลค์ คนแชร์ และช่วยกันเผยแพร่โดยมีสิ่งจูงใจเป็นข้อแลกเปลี่ยน เป็นเรื่องน่าทึ่งที่เราไม่เคยเห็นคุณตันหายไปจากจอทีวี เขาผู้นี้คือนักสร้างแบรนด์ตัวจริง ที่ควบตำแหน่ง CEO และผู้สื่อข่าวในคนๆ เดียวกัน (ในปีนี้คุณตันคว้าไป 2 รางวัลจากงาน Zocial Award นั่นคือรางวัลบุคคลสุดยอด Social Network แห่งประเทศไทย รางวัลบุคคลที่มียอดไลค์มากที่สุดในประเทศไทย และนักธุรกิจยอดเยี่ยมบน Social Network)

ภาพจาก facebook Ichitan
กลยุทธ์ “กิเลสมาร์เก็ตติ้ง” กับอิชิตัน (ภาพจาก facebook Ichitan)

2. Pepsithai

หลังจากความสัมพันธ์ระหว่าง Pepsico และเสริมสุขได้ขาดสะบั้นและสิ้นสุดลงในวันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555 บริษัทเป๊ปซี่-โคลา (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ก็ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเป๊ปซี่แทนเสริมสุข (อ่านประวัติเพิ่มเติมได้ที่นี่) โจทย์ที่ท้าทายสำหรับเป๊ปซี่คือการสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายขึ้นมาใหม่ ต้องเรียกว่าเกือบจะนับศูนย์ใหม่เลยก็ว่าได้ งานนี้ทำให้ต้องพลาดท่าเสียแชมป์ตลาดน้ำดำไปให้กับโค้กอย่างน่าเสียดาย มิหนำซ้ำตลาดขวดแก้วเดิมต้องหายไปเกลี้ยงเพราะผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศมีอยู่เพียง 2 รายคือ บางกอกกล๊าสในเครือสิงห์ และ อุตสาหกรรมเครื่องแก้วไทยในเครือไทยเบฟ (อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่นี่) นี่จึงเป็นเหตุให้เป๊ปซี่ต้องดิ้นหนีตายด้วยความพยายามในการใช้กลวิธีทางการตลาดด้วยการใช้ขวดพลาสติกและกระป๋องแทน ล่าสุดเพิ่งออกบรรจุภัณฑ์ใหม่ “เป๊ปซี่กระป๋องสลิม” เพื่อกลบข่าวสร้างตลาดใหม่ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ในเมืองไทยเมื่อเทียบกับโค้กแล้ว ยังถือว่าเป๊ปซี่นั้นสร้างฐานแฟนคลับที่เป็นกลุ่มคนวัยรุ่นได้เหนียวแน่นกว่า ดูได้จากกิจกรรมบน Facebook Fanpage ที่สามารถ Engage สมาชิกได้ดีกว่า โดยเฉพาะแคมเปญที่ผ่่านไปที่ทำร่วมกับกลุ่ม VRZO นับว่าได้ผลตอบรับดีมาก ถือเป็นการเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้อย่างท๊อปฟอร์ม

Pepsi_VRZO campaign
เป๊ปซี่กับกิจกรรมผูกใจวัยโจ๋ (ภาพจาก Facebook FanPage Pepsithai)

3. VRZO

แม้ตัวเองจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย แต่ก็อดชื่นชมไม่ได้ว่า VRZO นั้นสามารถสร้างที่ยืนบนโลกออนไลน์ได้อย่างสง่างาม จากรายการ Internet TV เล็กๆ ที่ทำขึ้นด้วยความมันส์ในช่วงปลายปี 2553 กลายเป็นรายการยอดฮิตติดใจชาวเกรียนด้วยสถิติยอดคนดูทะลุ 600 ล้านวิวบน Youtube (อ่านประวัติความเป็นมาของ VRZO ได้ที่นี่) โดยในงาน Zocial Award ปี 2013, VRZO ได้กวาดไปถึง 2 รางวัล นั่นคือ รางวัลรายการอินเตอร์เน็ตทีวียอดเยี่ยม และรางวัลเน็ตไอดอลชายยอดเยี่ยม (ดูผลรางวัล Thailand Zocial Award 2013 ทั้งหมดได้ที่นี่) สิ่งที่ทำให้ VRZO นั้นกลายเป็นมีเดียอันทรงพลังในโลกออนไลน์ ก็เพราะรูปแบบการนำเสนอ Content ที่โดนใจคนวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เล่น Social Network มากที่สุด (15-24 ปี มีสัดส่วนสูงถึง 33%, 25-34 มีสัดส่วน 30%) ทำให้หลายๆ แบรนด์พร้อมที่จะอุ้มรายการนี้ แม้ว่าจะมีอัตราค่าโฆษณาสูงลิบลิ่วก็ตาม (จากข้อมูลของเวบบอร์ด Dek-D, ปลื้มและทับทิมกลายเป็นเน็ตไอดอลที่มีค่าตัวสูงมาก ออกงานอีเวนต์ทีคนละ 80,000 บาท, เป็นพิธีกรคนละ 100,000 บาท, โพสต์ภาพบน Facebook/Instagram 100,000-150,000 บาท/ภาพ, สปอนเซอร์รายการเทปละ 670,000 บาท  โอ๊ว…ว้าว)

(ภาพจาก Facebook Fanpage ของ VRZO)
Tie-in Content กระแทกไลค์เด็กเกรียน (ภาพจาก Facebook Fanpage ของ VRZO)

4. GTH

ปีนี้ถือเป็นปีทองของ GTH เพราะตั้งแต่สร้างหนังมาทั้งหมดเกือบ 40 เรื่องนับตั้งแต่ปี 2545 หนังเรื่อง “พี่มาก…พระโขนง” นั้นทำลายสถิติไม่เพียงเกินยอด 100 ล้านบาทเหมือนกับหลายๆ เรื่องเช่นเอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ (152.5 ล้านบาท ) รถไฟฟ้า มาหานะเธอ (147 ล้านบาท) แฟนฉัน (137.7 ล้านบาท) กวนมึนโฮ (125 ล้านบาท) ลัดดาแลนด์ (117 ล้านบาท) ห้าแพร่ง (114 ล้านบาท) ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (107.1 ล้านบาท) แต่ดันทำยอดสูงเกินหน้าเกินตา ทำลายประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ด้วยยอดรายได้สูงถึง 568 ล้านบาท (ณ เดือนพฤษภาคม 2556) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของ GTH ได้ที่นี่ หากใครได้ติดตามข้อมูลบน Facebook ของค่าย GTH ก็จะสังเกตได้ว่ามีความได้เปรียบอย่างเหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Entertainment News ข่าวอัพเดทในแวดวงบันเทิง เนื้อหาหลักที่คนไทยชอบเสพ Fan Base ซึ่งมีอายุน้อยและเป็นคนกลุ่มใหญ่บนโลกออนไลน์ Celebrity Magnet ติดตามข่าวคนดังร่วมกิจกรรมกับศิลปินดารา และ Freebies การแจกของรางวัลเพื่อดึงยอด Engagement สรุปแล้วเขามีแทบทุกอย่างที่เอื้อต่อการโกยไลค์ แชร์ และคอมเมนต์ทุกประการ

(ภาพจาก Facebook Fanpage GTH)
Entertainment Content Management (ภาพจาก Facebook Fanpage GTH)

5. อัพยิ้มดอทคอม

ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคือเพจอะไร มีแฟนคลับร่วม 2 ล้านคน บนเพจมีแต่คำคมเต็มไปหมด ส่วนบนเวบไซต์ก็อุดมไปด้วยคลิปฮ๊อต ข่าวดารา นักร้อง ฯลฯ Content ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คิดขึ้นเอง เป็นการรวบรวมมาจากแหล่งต่างๆ แล้วนำมาแชร์ต่อ ทำเป็นกิจลักษณะจนมีคนมาระดมกดไลค์กันมากมาย คล้ายๆ กับสมาคมคนมุกเสี่ยวๆ ที่หลังๆ ดูดร๊อปไป ถ้าเปรียบเทียบเป็นรายการทีวีก็เหมือนเรื่องเล่าเช้านี้ ถ้าเป็น Search Engine ก็คือ Google ดีๆ ที่เอง นับถือฝีมือเจ้าของเพจที่ทำง่ายเสียจนน่าตะลึง แถมยังมีการสร้างห้องไว้ขายสินค้าประเภทเครื่องสำอางและแฟชั่นแบบเนียนๆ อีกด้วย

Content Aggregation แบบยิ้มๆ (ภาพจาก Facebook FanPage อัพยิ้มดอทคอม)
Content Aggregation แบบยิ้มๆ (ภาพจาก Facebook FanPage อัพยิ้มดอทคอม)

6. ThaiTV Social

เพจนี้ถือเป็นเพจน้องใหม่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปีที่แล้วเอง เวลาผ่านไปแป๊บเดียวเอง โกยยอดไลค์ฉลองทะลุล้านไปเรียบร้อยแล้ว ยังไม่ปรากฎว่าเพจนี้นั้นสร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร อาจเป็นการเตรียมความพร้อมศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคก่อนลุยตลาดทีวีดิจิตอล หรือไม่ก็แค่ทำเอามันโดยการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนสมัยนี้ไม่ได้นั่งดูทีวีนิ่งๆ เหมือนสมัยก่อน ตาก็ดู มือก็กดโทรศัพท์มือถือ แถมบางคนเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้เพื่อค้นหาข้อมูลประกอบการเล่นแช็ตกับเพื่อนด้วย ภาพที่เห็นในเพจ TV Thai Social มักจะภาพของดาราใน Action ต่างๆ ที่เหล่าแฟนคลับเห็นแล้วต้องซี๊ดขอกรี๊ดไว้ก่อน เมื่ออดใจไม่อยู่ก็ต้องขอคลิ๊กไลค์ คอมเมนต์หรือแชร์กันจ้าละหวั่น การเข้าถึงแหล่งข่าว(บันเทิง)และสามารถปล่อยของได้ถูกช่วงถูกเวลานั้นเป็นความสามารถพิเศษที่ใช่ใครจะลอกเลียนแบบกันได้ง่ายๆ ถ้าเปรียบเป็นฝ่ายจัดซื้อก็ถือว่าเป็นคนตาถึง สามารถดึงของที่มีอยู่มาเล่นจัดโปรโมชั่นจนขายดิบขายดี

(ภาพจาก Facebook FanPage ThaiTV Social)
Social Comment (ภาพจาก Facebook FanPage ThaiTV Social)

7.Nescafe Dolce Gusto Thailand

คนไทยลองตั้งใจทำอะไรแล้ว ไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ในสังคมออนไลน์เราคือชาติที่ขี้อวดมากที่สุดในโลก วันๆ หนึ่งเราโพสต์ภาพและข้อความบน Facebook ไม่ต่ำกว่า 31 ล้านโพสต์ เราหมั่น Check-in จนทำให้สนามบินสุวรรณภูมิกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตที่ได้รับการ Check-in มากที่สุดในโลก (อ่านบทความข้อมูลเด็ดบนโลก Social Network ของไทย ที่นักการตลาดไม่ควรพลาดได้ที่นี่) ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ Nescafe Dolce Gusto กลายเป็นสินค้าที่คนบนโลกออนไลน์พูดถึงเยอะจนยอด Engagement นั้นสูงอยู่ในอัตรา 4.7% แม้จะมียอดสมาชิกอยู่เพียงไม่กี่หมื่น สังเกตได้จากการแชร์ภาพและเรื่องราวบน Facebook แต่สำหรับเดือนถัดๆ มา คาดว่ายอดน่าจะตกลง เพราะไม่ค่อยมี Brand ไหนที่สามารถตรึงความสนใจของคนไทยได้นาน เพราะเรามักหาอะไรใหม่มาเมาท์กันเพื่อแสดงแสนยานุภาพว่าเราเป็นคนที่เกาะติดสถานการณ์ ไม่อย่างนั้นจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ปรากฎการณ์นี้ได้เคยเกิดขึ้นกับ Krispy Kreme, Uniqlo, H&M, iPhone และอีกหลายๆ แบรนด์ที่พยายามก่อหวอดให้เกิดกระแส Viral

It's time to Show off (ภาพจาก Facebook FanPage Nescafe Dolce Gusto Thailand)
Most Talk About in May (ภาพจาก Facebook FanPage Nescafe Dolce Gusto Thailand)

8. Samsung Mobile Thailand

ถ้าเปรียบเทียบกับแบรนด์ไอทีด้วยกัน Samsung ถือเป็นแบรนด์ที่ทุ่มงบให้กับการโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ปูพรมผ่านสื่อออนไลน์มากที่สุดแบรนด์หนึ่ง มีการใช้กลยุทธ์ Celebrity Endorsement (ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงในการประทับตราแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ เช่นโอปอล) มีการใช้ Influential Marketing (ใช้บุคคลที่มีอิทธิพลในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ โดยสื่อสารผ่าน Blogger, Seeder) มีการทำ Product Placement (Tie-in สินค้าเข้าไปในรายการโทรทัศน์อย่าง อายุน้อยร้อยล้าน) และการจัด Below-the-line Activities เพื่อสร้าง Engagement กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ในหลายๆ เรื่องถือว่าทำได้ดีมากเกินคู่แข่งซึ่งยืนยันได้จากยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดกรณีดราม่าเป็นพักๆ เพราะไม่สามารถบริหารจัดการความคาดหวังของลูกค้าบางกลุ่มที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับแบรนด์ Samsung มากนัก ซึ่งพอจะเดาได้ว่าคนเหล่านั้นมักจะเป็นสาวกของแบรนด์ Apple

Celebrity Endorsement (ภาพจาก Facebook FanPage Samsung Mobile Thailand)
Celebrity Endorsement (ภาพจาก Facebook FanPage Samsung Mobile Thailand)

9. KBank Live

ในแวดวงการเงินการธนาคาร จะมีอยู่แค่ 2 แบงค์หลักที่คู่คี่สูสีกันมาตลอดในเรื่องของการตลาดเชิงดิจิตอลนั่นคือ KBank และ SCB (ทั้งคู่ต่างมียอดแฟนเพจไม่ต่ำกว่า 500,000) ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าทึ่งที่สถาบันการเงินซึ่งในมุมมองของคนทั่วไปนั้นจะดูจริงจังและน่าเบื่อ แต่กลับสร้างฐานสมาชิกได้สูงไม่แพ้แบรนด์สินค้าอุปโภค บริโภค อย่างในกรณีของ KBank นั้น content จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โปรโมชั่น คำแนะนำที่แปลงเป็นภาพ Infographic อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ผ่านตัวละครที่มีชื่อว่า K-Expert Tips (40%) ส่วนที่สองเป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน เช่น วันสำคัญ การดูแลรักษาสุขภาพ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นต้น (30%) และที่เหลือเป็นคำคม สร้างแรงบันดาลใจ K-Quote (30%) การแบ่งสัดส่วนผสมผสาน Content ให้มีทั้งความหลากหลายและประโยชน์ต่อผู้อ่าน เลยสามารถสร้าง Engagement กับสมาชิกได้สูง และที่สำคัญช่องทางนี้เปรียบเสมือน online contact center ที่คนรุ่นใหม่ใช้วิธีโพสต์คำถามบนหน้า Wall แล้วรอฟัง Feedback จากแอดมินว่าสามารถแก้ปัญหาให้ได้หรือไม่ และในระยะเวลาเท่าไหร่ ด้วยค่า Response Time และ Response Rate ที่ดีจึงทำให้ KBank Live กลายเป็นหนึ่งใน Socially Devoted Facebook Brand ของเมืองไทย

Being Resourceful (ภาพจาก Facebook FanPage KBank Live)
Being Resourceful (ภาพจาก Facebook FanPage KBank Live)

10. แม่บ้านมีหนวด

อดพูดถึงคนๆ นี้ไม่ได้ แม้ว่าจำนวน Fan จะไม่ได้เริ่ดหรูอะไร มีอยู่ราวๆ 300,000 กว่าๆ แต่ว่าภาพแต่ละภาพของเธอพอได้โพสต์ขึ้นหน้าวอลล์บน Facebook เหล่าแฟนคลับก็พร้อมใจกระหน่ำกระทืบไลค์แบบไม่บันยะบันยัง คิดดูละกันโดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละภาพจะได้จำนวนไลค์อยู่ที่ 10% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด อย่างภาพที่เห็นด้านล่างนี้ปาเข้าไป 74,765 Likes, 3,251 Shares, 1,791 Comments คนธรรมดาสามัญย่อมทำไม่ได้ เรื่องนี้จึงพิสูจน์ได้ว่า “จำนวนยอดไลค์บน Fan Page หรือจะสู้ยอด Engagement สูงๆ อย่างตัวฉัน” (อ่านบทสัมภาษณ์ประวัติและที่มากว่าจะมาเป็นแม่บ้านมีหนวดได้ที่นี่ อ่านแล้วฮาตึง ทึ่งในความแปลกของเธอสุดๆ) เท่านั้นยังไม่เธอยังได้รับรางวัล Top Talk About Internet Attraction (รางวัลบุคคลผู้สร้างสีสันให้กับโลกอินเตอร์เน็ต) จากงานประกาศรางวัล MThai Top Talk About 2013 อีกด้วย อ่านจบแล้วกรุณาใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจทำตาม

ภาพจาก Facebook FanPage แม่บ้านมีหนวด
Best Engagement Rate (ภาพจาก Facebook FanPage แม่บ้านมีหนวด)
(ภาพจาก Facebook Fanpage แม่บ้านมีหนวด)
ภาพนี้เข้าใจว่าคงสร้างรายได้ให้กับเธอจำนวนไม่น้อย (ภาพจาก Facebook Fanpage แม่บ้านมีหนวด)

Tips & Tricks When Playing with Facebook

  • Member Acquisition is Silver

การสร้างฐานลูกค้าใหม่เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ของการสร้าง Facebook FanPage ก่อนจะทำการใดๆ ลงไปต้องวิเคราะห์ให้ขาดว่า ผลิตภัณฑ์/บริการของคุณ นั้นมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันกับกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ Facebook นั้นอย่างไร อย่าระดม Invite เพื่อนๆ เข้ามาเพียงเพื่อคลิ๊กไลค์ด้วยความเกรงใจหรือรำคาญแล้วเดินจากไป ถ้าพอมีสะตุ้งสตางค์อยู่บ้างให้ซื้อ Facebook Ad แล้วเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ตรง แต่ถ้าไม่มีต้องหมั่นหา Content ดีๆ มาใส่แล้วชำเลืองมองหา Influencer ผู้นำพา Content ของเราไปสู่ที่ชอบ…ที่ชอบ

  • Engagement Rate is Golden

การสร้าง Engagement เปรียบเสมือนการกระตุ้นให้คนดูมีส่วนร่วม Content นั้นดีขนาดไหนพิสูจน์ได้จากจำนวน Like+Share+Comment หาวิธีทำให้คนหยุดอ่าน ดีไปกว่านั้นคืออดใจไม่ไหวขอคลิ๊กไลค์หนึ่งที ดีสุดๆคือขอโดดเข้ามาคอมเมนต์หรือแชร์เพราะเนื้อหามันแทงใจดำ ส่วนจะทำอย่างไหรให้ได้ Engagement สูงๆ ให้หัดไปดูวิธีที่เพจใหญ่ๆ เขาทำกัน ไม่ควรก๊อปเอามาทั้งดุ้น แค่เรียนรู้แล้วดัดแปลงของที่มีอยู่ให้มันดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ทริคมันมีอยู่นิดเดียวคือ ภาพต้องสวย (Creative) ภาษาต้องโดน (Copy) อ่านแล้วเข้าใจ (Communicate)

ภาพจาก Social Bakers
ภาพจาก Social Bakers
  • Keep Your Fan Base Wide & Tall

เพจพอเริ่มเป็นที่นิยมต้องขยันมากขึ้น รักษามาตรฐานให้จำนวนสมาชิกใหม่นั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้องเร่งสร้างยอดให้ engagement โตควบคู่กันไป เมื่อไหร่ที่จำนวนสมาชิกคุณมีแค่หลักร้อย (ทำมากจะได้น้อย) มีหลักพัน (อยู่ได้แค่พอถูกไถ) พอแตะหลัก 20,000-30,000 ขึ้นไปทุกอย่างมันจะง่ายขึ้น พอก้าวเข้าหลักแสน ทุกอย่างจะง่ายแค่พลิกฝ่ามือ แต่พอถึงหลักล้าน ตัวเลขมันจะไหลของมันไปเอง

  • Always Put Your #HashTag

แม้ Hashtag ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับ Facebook และก็ยังไม่มี Study ใดชี้ชัดได้ว่า Hashtag นั้นช่วยกระตุ้นยอดไลค์หรือการค้นหาได้มากขนาดนั้นบน Google แต่เจ้าตัวนี้ที่ผ่านมาได้ผลกับ Twitter และ Instagram อย่างเห็นได้ชัด จำนวน Hashtag ที่เหมาะสม/โพสต์ ขอเพียงแค่ 1-2 ก็พอ ไม่จำเป็นต้องใช่เป็น  10 เหมือน แอพ #InstaPlace มันทำให้ดูรกมากบน Facebook และเพื่อให้อ่านง่าย Hashtag นั้นไม่ควรยาวเกินไป ถ้าเป็นภาษาอังกฤษให้ใช้พิมพ์ตัวพิมพ์ใหญ่นำหน้าในแต่ละคำ เช่น #MyBestQuote (อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ Hashtag ได้ที่นี่ครับ)

  • Be Predictable Yet Unpredictable

ถ้าคุณวาง Positioning ของ Page ได้ชัดเจน แฟนคลับจะจำคุณได้ว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไหน นั่นคือความหมายของคำว่า “Predictable” แต่ในขณะเดียวกันเมื่อกลุ่มฐานสมาชิกหรือ Fan Base โตขึ้นหรือเปลี่ยนไปคุณควรลองใช้วิธีใหม่ๆ ในการเข้าถึง (Reach) กลุ่มลูกค้าด้วย มิฉะนั้นคุณจะกลายเป็นคนน่าเบื่อ ที่ทำอะไรคาดเดาได้ “Unpredictable Tactic” จึงเป็นการสรรหามุกใหม่ๆ มาใช้ไม่ให้มันดูฝืด ถ้าอ้างถึงแหล่งข้อมูลเดิมๆ Fanclub ก็จะเข้าใจได้ว่าเขาควรตามใครมากกว่าตามคุณ จะแจกของรางวัลก็อย่าแจกของซ้ำๆ จนคนหมดสนุก

“Facebook is Like Marriage,

Unless You Brighten Up Your Strategy, You Would Become A Sure Thing”

การบริหาร facebook ก็เหมือนกับการแต่งงาน ถ้าชีวิตคู่มันดูไม่มีสีสัน สุดท้ายคุณก็จะกลายเป็นของตาย กิ๊กคนใหม่ก็จะเข้ามาเสียบแทน

Leave a Reply

%d bloggers like this: