Tokyo Story…See You Again ตะลุยโตเกียว ขอเที่ยวอีกสักครั้ง

P1011109โอไฮโย โชคชะตาพาผมกลับมาที่ญี่ปุ่นแบบถี่ๆ หลังจากที่ห่างไปเกือบ 10 ปี การยกเลิกการยื่นขอวีซ่าสำหรับคนไทยทำให้การมาเที่ยวญี่ปุ่นไม่ยุ่งยากอีกต่อไป เมื่อปีที่แล้วผมก็จัดทริปแบกเป้ไปเที่ยว เกียวโต โอซาก้า นารา และ โคยะซัง แบบสุดคุ้ม (อ่านประสบการณ์ ไปญี่ปุ่นคนเดียว…เตรียมตัวดีไม่มีหลง ได้ตามลิงค์เลยครับ) มาครั้งนี้บุญก็หล่นทับเข้าให้ ได้มาเที่ยวฟรีกับโครงการ “อิ่มร้านนี้เที่ยวฟรีญี่ปุ่น” กับ True You และ incentive trip ของ Ego Sport อย่าเพิ่งอิจฉาตาร้อนกันนะครับ เรื่องส้มหล่นแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ไหนๆ ก็ได้มาแล้ว ผมขอตอบแทนทุกท่านด้วยการบอกเล่าผ่านตัวหนังสือและรูปภาพที่เรียกว่าคัดสรรมาอย่างสุดๆ จากรูปนับพันที่ถ่ายทิ้งถ่ายขว้าง 555

น่าเสียดายที่ในทริปนี้โปรแกรมทัวร์มันถูก Fix มาเรียบร้อยโรงเรียนญี่ปุ่นแล้ว เลยไม่สามารถพาเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวนอกลู่นอกทางได้ ขอติดไว้ครั้งหน้าตอนมาเที่ยวเอง รับรองว่าจะจัดให้หนักทั้งเรื่องกิน เรื่องเที่ยว และเรื่องช้อป ให้สมกับการรอคอย…ที่ไม่ยาวนาน

Natural Creatures (ธรรมชาติสร้างมา)

ถือเป็นความประทับที่สุดในทริปนี้ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นภูเขาฟูจิแบบเต็มๆ (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mount Fuji ได้ที่นี่ครับ) พวกเราได้นั่งเคเบิ้ลคาร์มาถึงหุบเขา Owakudani (โอวาคุดานิ) หรือที่เรียกกันว่าหุบเขานรก จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้น่ากลัวสมชื่อนะ เทียบความสูงกันแล้วผมว่าเคเบิ้ลคาร์ Ngongping ที่ประเทศฮ่องกงยังสูงกว่าเลย มาถึงที่นี่เขาต้องมากินไข่ดำกัน (ดำเฉพาะเปลือก แต่ข้างในก็เหมือนไข่ต้มธรรมดา นี่ถ้าได้ซอสแม็กกี้มาแทนเกลือจะดีมากเลยนะจะบอกให้) เพราะคนญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าถ้ากินแล้วจะทำให้มีอายุยืนขึ้น 7 ปี สมมุติว่ากินไปครบ 15 ฟอง คุณจะมีอายุถึง 105 ปีเชียวนะ (โปรดใช้วิจารณญาณก่อนตัดสินใจยืดอายุขัยด้วยวิธีนี้)

วิวภูเขาไฟตอนมีหิมะปกคลุมจากมุมนี้สวยมากๆ ครับ มีภาพมายืนยันด้วย

P1010524

P1010590

P1010540

P1010583

ในวันถัดมาเราควรจะได้มาชมวิวภูเขาฟูจิกันแบบใกล้ๆ โดยปกติแล้วถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวย เขาจะให้ขึ้นชมถึงชั้นที่ 5 แต่วันนี้เราขึ้นมาได้เพียงแค่ชั้น 1 เอง ณ ความสูงที่ 1,291 เมตร จากความสูงรวม 3,776 เมตรโดยนับจากฐานล่างจนถึงยอดปล่อง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นในตอนช่วงเช้าเมฆหมอกมันปกคลุมเต็มท้องฟ้าจนแทบจะมองไม่เห็นภูเขาไฟซะงั้น ทำยังไงได้ เพราะฟูจิคงเหนื่อยกับการโชว์ตัว เราเลยต้องเอ็นเตอร์เทนตัวเองด้วยการโกยหิมะข้างทางขึ้นมาเล่นเหมือนเด็กๆ แบบไม่เจียมแก่

playing with snow

สถานที่อีกแห่งที่ผมชอบไม่แพ้กันคือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ Oshinohakkai (โอชิโนะฮัคไค) ซึ่งหมายถึงทะเลสาบทั้ง 8 แห่งของเมืองโอชิโนะ ไม่น่าเชื่อว่าน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งบนภูเขาไฟจะมีความใสและสะอาดเช่นนี้ ไหนๆ ก็มาแล้วคงต้องไปกรอกน้ำมาดื่มตามธรรมเนียม ซึ่งคิดว่าคงทำให้อายุยืนอีกเช่นกัน หมู่บ้านในละแวกนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมมาเที่ยวเล่น ซื้อของฝาก แถมยังได้ชมวิวสวยๆ ของภูเขาฟูจิจากเบื้องหลัง

P1010754
Oshinohakkai

P1010752

P1010760

Manmade Creatures (มนุษย์สร้างให้)

พอเดินทางเข้ามาในกรุงโตเกียว ถ้าไม่ได้มาเยือน Tokyo Tower เขาเรียกว่ามาไม่ถึง เลยต้องจัดไปซะหน่อย สิ่งปลูกสร้างแห่งนี้นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากหอ Eiffel หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ เพียงแต่ทาสีให้มีสีส้มและขาวเท่านั้น ล่าสุดมี Tokyo Sky Tree ซึ่งเป็นหอส่งสัญญาณที่ทำขึ้นเพื่อใช้ชมวิวเมืองโตเกียวเพิ่มขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง ลองตามไปชมกันนะครับ แม้ในวันนั้นภาพวิว Lanscape บน Tokyo Tower จะไม่สวยแจ่มดั่งใจ ผมเลยขอเอาคลิปที่เขาทำ animiation โชว์วิวโดยรอบแบบตั้งแต่เช้าจรดค่ำมาฝากครับ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนโตเกียวชอบมาไหว้พระขอพรมากที่สุด เห็นทีจะเป็นวัด Asakusa (อาซากุซ่า) วัดเก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียวที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยคริสตศักราชที่ 7 ที่หน้ารั้ววัดบริเวณ Kaminarimon (Kaminari Gate) ประตูคามินาริโมงิ จะมีโคมแดงขนาดใหญ่ห้อยอยู่ตรงกลาง ว่ากันว่าโคมไฟนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อะไรจะขนาดนั้น ส่วนภายในวัดจะเป็นที่ตั้งของ Sensoji Temple, Asakusa Shrine และ Dempoin Temple คนที่นี่เขาจะมีธรรมเนียมในการกวักควันธูปเข้าหาตัว (ในกรณีที่ไม่ได้จุดธูป) ถือเป็นมงคลความโชคดีของการได้มาสักการะขอพรที่วัด ส่วนตัวนอกรั้ววัดจะมีถนนช้อปปิ้งแทบจะทุกฝั่ง สามารถหาซื้อของที่ระลึก เช่าวัตถุมงคล รวมถึงขนมเปี๊ยะ ขนมโมจิ และขนมปังขึ้นชื่อได้อีกด้วย

P1012790

P1011086

P1011066

P1011083

Meiji Shrine (ศาลเจ้าเมจิ) ก็เช่นกันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ๆ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้กับจักรพรรดิ Meiji มีอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 700,000 ตรม. ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวโดยรอบ ในวันที่คณะเราเดินทางไป ผมเห็นบ่าวสาวหลายคู่ที่ไปทำพิธีแต่งงานกันที่นั่น คนที่มาขอเช่าสถานที่ในการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ได้ต้องมีฐานะพอสมควรเลยนะ

P1010812P1010835P1010830

Narita Temple (วัดนะริตะ) วัดแห่งนี้เป็นวัดพุทธที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเมืองนะริตะ จังหวัดชิบะ อยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก ทำให้นึกถึงหนังเรื่องฟัดจังโตะ ที่มีฉากถ่ายทำกันที่นี่ด้วย วัดแห่งนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร บริเวณวัดเป็นที่ตั้งของประตูหลัก ทางเดินบันไดขึ้นสู่อาคารหลักเจดีย์ห้าชั้นหนึ่งคู่ สวนหย่อมที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ ส่วนระหว่างทางเดินเข้าวัดก็จะมีร้านรวงเรียงรายเต็มไปหมด

P1012929 P1012912P1012882

สถานที่แห่งสุดท้ายที่ถือเป็นแหล่งเช็คอินอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั้งหลายนั่นคือ Tokyo Imperial Palace ซึ่งเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ น่าเสียดายพระราชวังแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเนื่องในโอกาสพิเศษเพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้น (วันที่ 23 ธันวาคม และวันที่ 2 มกราคม ของทุกปี)  ส่วนพระราชวังที่เมืองเกียวโตสามารถติดต่อเพื่อขอใบอนุญาตผ่าน Imperial Household Agency 

ที่รั้วรอบด้านนอก Tokyo Imperial Place จะมีรูปปั้นยอดซามูไร Kusuoki Massashige ผู้พิทักษ์จักรพรรดิ Go-Daigo วีรบุรุษผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่างของความจงรักภักดี และยังมี Nijubashi Bride (สะพานนิจูบาชิ) ที่เป็นสะพานข้ามไปสู่พระราชวัง ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ได้แต่มายืนถ่ายภาพ ณ จุดนี้ ซึ่งภาพที่เห็นจะเหมือนแว่นตาเวลาที่เงาของสะพานสะท้อนสะท้อนลงไปในน้ำประกอบกันเป็นแว่นตา

P1011004
ถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนชาวคณะ “อิ่มนี้เที่ยวฟรีญี่ปุ่น”

P1011021

อ้อเกือบลืม ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่นับเป็นความพยายามของคนญี่ปุ่นในการเนรมิต Rainbow Bridge (สะพานสายรุ้ง) ซึ่งเป็นสะพานที่มีความยาว 798 เมตร ทอดข้ามอ่าวโตเกียวไปยัง Odaiba เมืองที่ถูกสร้างขึ้นจากการถมทะเล ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ความบันเทิง และสถานที่ตั้งของสำนักงานของบริษัทโทรคมนาคมต่างๆ ข้างๆ Aqua City แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ คุณจะเห็นรูปปั้นเทพีเสรีภาพที่ถูกก๊อปมาจากเมืองนิยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่น่าเชื่อว่าคนญี่ปุ่นก็เป็นพวกช่างก๊อปกับเขาเหมือนกันนะเนี่ย

P1011206

P1011248

I am Freed (ถูกปล่อยเป็นอิสระ)

I am freed หมายถึงถูกปล่อยเป็นอิสระ ไม่ได้แจกฟรีนะ เวลาส่วนตัวมักจะเป็นเวลาที่ทุกคนพร้อมจะเสียตังค์ เพราะต้องหากินเอง ช้อปเอง จ่ายเองตามอัธยาศัย เผลอๆ อาจจะแพงกว่าค่าทัวร์อีกนะจะบอกให้

พูดถึงแหล่งช้อปปิ้งในเมืองโตเกียวนั้นมีเยอะแยะไปหมด แต่ที่ดังๆ ก็จะมี Shibuya, Harajuku, Shinjuku, Ginza ในทริปนี้เรามีเวลาไปเที่ยวช้อปแค่ที่ Shinjuku ให้เวลาเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะว่าร้านรวงเต็มไปหมด แถมของก็ไม่แพงอย่างที่คิด เรื่องนี้คงไม่ต้องแนะนำกัน เพราะแต่ละคนมีช้อปปิ้งลิสต์ไม่เหมือนกัน แต่แบรนด์ญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่พูดถึงก็จะมี Uniqlo, Muji, Onisuka, ABC Mart (ร้านรองเท้า), Big Camera / Yodobashi (ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า), Daiso (ร้าน 100 เยน)

P1010871

P1010906

P1010883

P1011222

Buffet Time (ลาภปากของคนกินจุจัง)

ในกรุงโตเกียวมีร้านอาหารชื่อดังเยอะมาก เป็นแหล่งรวมของร้านซูชิ ราเมง ฯลฯ แต่เนื่องจากคณะเรามากันเยอะ จึงเป็นการยากที่จะมาร้านที่มารองรับได้ จึงขอแนะนำร้านบุฟเฟต์เด็ด 2 ร้าน ร้านแรกคือ Sky Grill Buffet & Bar อยู่ชั้น 26 ของโรงแรม Asakusa View Hotel เป็นร้านอาหารนานาชาติเลิศรส วิจิตรอลังการ แถมยังได้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองโตเกียวอีกด้วย ส่วนอีกแห่งเป็นร้านในตำนานมีชื่อว่า Rokkasen เป็นร้านปิ้งย่างเนื้อมัตสึซากะย่านชินจูกุที่มีคิวยาวเหยียด ต้องโทรจองล่วงหน้าเท่านั้นถึงจะได้กิน สำหรับร้านนี้ได้รับการแนะนำโดย TripAdvisor ด้วยนะครับ (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ) เสียดายที่ไช้ชวนชิมไม่สามารถทานเนื้อวัวได้ แต่เพื่อนๆ ร่วมทริปต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า สุโค่ย

P1012828

 

P1012832

 

P1012827

 

P1012837

Sweet Stories (ของหวานฝากคนทางบ้าน)

ก่อนกลับผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงมีออเดอร์มาจากทางบ้านเพียง ของฝากยอดนิยมถ้าไม่นับเครื่องสำอางของคุณผู้หญิง (Shiseido, Kanebo, Koze, SKII), เกมส์ตัวต่อกันดัมของคุณผู้ชายแล้ว ก็จะมีขนมญี่ปุ่นนี่แหละที่เป็นของยูนิเซ็กส์ ซื้อได้ ซื้อดี ซื้อกันทุกเพศทุกวัย เพราะคนไทยหลงไหลกับแพ็คเกจจิ้งแบบญี่ปุ่น แล้วคนญี่ปุ่นก็ขยันสร้างเรื่องราวหลอกให้เราซื้อขนมราวกับเป็นของสะสม สินค้าอันดับหนึ่งที่เห็นซื้อกันจังคือ ช็อคโกแล็ต KitKat แต่ละเมืองเขาก็มีรสชาติเป็นของตัวเอง เท่าที่เห็นผ่านตา นอกจากรสชาเขียวยอดนิยมแล้ว ก็มีสตรอเบอร์รี่ ชาเขียวซากุระ วาซาบิ บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก สตรอเบอร์ชีสเค้ก แอปเปิ้ล ฯลฯ, รองลงมาก็เป็น ช็อคโกแล๊ต Royce นอกนั้นก็อาจจะมี Tokyo Banana, Strawberry Cheese Cake ฯลฯ

P1010722

P1011173

ยอมรับว่าทริปนี้ยังจบลงด้วยความไม่สมบูรณ์นัก ยังขาดสิ่งที่น่าสนใจไปหลายสิ่งอัน เอาเป็นว่าครั้งหน้าจะมาเก็บตกเอาของแปลกๆ จากญี่ปุ่นมาฝากกัน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ทริปนี้ไช้ชวนชิมยังไม่เจอร้านเด็ดที่จะให้รีวิวสักร้าน เพราะส่วนใหญ่เป็นอาหารเซ็ต อาหารเช้าที่โรงแรมจัดให้ และก็อาหารตามฟู้ดคอร์ต เลยต้องขอบอกผ่านไปก่อน สำหรับจุดหมายปลายทางถัดไปของผมจะเป็นที่ใดนั้น โปรดติดตามได้เร็วๆ นี้ครับ แล้วอย่าลืมย้อนหลังไปอ่านบทความก่อนหน้านี้ตามลิงค์ท้ายบทความครับ อาริกาโตะ โกไซมัส

Japanese Picture Gallery (พิพิธภัณฑ์ภาพถ่าย)

เพื่อนๆ สามารถแวะเข้าไปชมภาพมากกว่า 100 ภาพในอัลบั้มภาพตามลิงค์นี้ครับ Tokyo Trip (Jan 22-26)

Japanese Memoir (บันทึกการเดินทางประเทศญี่ปุ่น)

Prelude: เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น

Episode1: Kyoto…I Love You (เมืองแห่งความขลัง)

Episode2: My Deer Nara (เมืองแห่งกวาง)

Episode3: Koyasan…The Miracle of Peace (เมืองแห่งความสงบ)

Episode4: Osaka…Aha Aha I Like It (เมืองแห่งความความบันเทิง)

Leave a Reply

%d bloggers like this: