จากปารีสสู่ลียง เที่ยวคนเดียวไม่หลงจงตามมา

ลียง (Lyon) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศฝรั่งเศสรองจากปารีส ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกตอนกลาง เป็นเมืองหลวงของแคว้นโรนาลป์ (Rhône-Alpes) อยู่ระหว่างปารีสกับมาร์แซย์ (Paris และ Marseille)โดยอยู่ห่างจากปารีส 470 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงโดย TGV Train (ย่อมาจากภาษาฝรั่งเศส Train à Grande Vitesse หรือ High-speed train ในภาษาอังกฤษนั่นเอง)

จากการจัดอันดับของ Tripadvisor เมือง Lyon ถูกเลือกให้เป็นเมืองยอดนิยมอันดับ 3 รองจาก Paris  (เมืองหลวง) และ Nice (เมืองชายทะเล) ยังมีอีกหลายเมืองที่น่าสนใจอย่าง Bordeaux ที่เรารู้จักเพราะชื่อเสียงในการผลิตไวน์ เมือง Aneccy ที่อยู่ห่างจากลียงไม่เท่าไหร่ Nimes, Avignon ทางตอนใต้, และเมือง Lille ทางตอนเหนือใกล้ประเทศเบลเยี่ยม หวังว่าคงจะได้มีโอกาสตามไปเก็บภาพและความทรงจำในไม่ช้านี้ ว่าแล้วก็เริ่มเก็บตังค์ เก็บกระเป๋าไว้ล่วงหน้าเลยก่อนที่ schengen visa ของผมจะ expire ในปีหน้า

ผมตั้งใจเขียนบทความนี้เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การจองตั๋วรถไฟ โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่กิน เอาแบบให้หนำใจไปเลย เผื่อว่าคราวหน้าหากคุณมีโอกาสไปเยือนลียง จะได้สนุกเต็มที่ แถมยังประหยัดเวลาในการค้นหาข้อมูล เพราะผมย่อทุกอย่างให้เหลือเพียงกระดาษแผ่นเดียว แต่หางยาวเฟื้อยไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ…อิอิ

เตรียมตัว เตรียมตั๋วไปเที่ยวลียง

การเดินทางไปเมืองลียงนั้นไม่ถึงกับยากมากมายอะไรนัก แต่ขอแนะนำให้ตั้งต้นออกเดินทางจากกรุงปารีสเพราะถือเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง เท่าที่ทราบไม่น่าจะมีไฟล์ทบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปถึงเมืองลียง ส่วนใหญ่ต้อง via ผ่านสนามบินท่าใหญ่ๆ อย่าง เวียนนา, ซูริค, ดูไบ, แฟรงค์เฟิร์ต หรืออัมสเตอร์ดัม ในทริปนี้ผมเลือกที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินไปลงที่ปารีส อยู่เที่ยวสัก 2-3 วันก่อนจับรถไฟไปลียง ถ้าเป็นไปได้ผมแนะนำให้ซื้อตั๋ว TGV Train ล่วงหน้านะครับ เพราะจากเท่าที่สังเกตยิ่งใกล้วันเดินทางเท่าไหร่ตั๋วจะยิ่งแพงแพงขึ้น (อย่าคิดไปซื้อตั๋วเอาดาบหน้าที่โน่นเด็ดขาด ผมลองไปจิ้มซื้อตั๋วผ่านตู้ vending machine ดู ผลปรากฎว่าราคาแพงประมาณ 3-4 เท่าตัว) ด้วยเหตุฉะนี้ผมจึงตัดสินใจจองตั๋วผ่าน Diethelm Rail ล่วงหน้าประมาณเกือบเดือนเห็นจะได้ เผอิญช่วงนั้นมีราคา Summer Promotion พอดี ก็เลยได้ตั๋วขากลับมาในราคาพิเศษ สำหรับคนที่วางแผนจะไปเที่ยวหลายที่ในประเทศฝั่งยุโรป ผมแนะนำให้ซื้อเป็นแบบตั๋ว Rail Pass แทน จะซื้อผ่านเวบ Rail Europe หรือ Diethelm Rail ก็ได้ น่าจะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการซื้อตั๋วแบบแยก

สำหรับทริปนี้ (Paris-Lyon) เนื่องจากผมต้องกลับไปธุระต่อที่ปารีส เลยเลือกซื้อตั๋วไปกลับเป็นแบบ Point to Point แทน ขั้นตอนการซื้อตั๋วก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ภายใน 5 ขั้นตอนคุณก็พร้อมฉลุยนั่งรถไฟไปเที่ยวลียงได้อย่างสบายใจเฉิบ

Step1: Find Routes คีย์ชื่อเมืองที่ต้องการค้นหา ระบุวันเดินทางไปกลับ ติ๊กเวลาที่สะดวกในการเดินทางทั้งไปและกลับ (Trick มีอยู่ว่าควรเลือกสถานีที่สะดวกต่อการเดินทางไปโรงแรม ที่ลียงจะมีอยู่ 2 สถานีคือ Lyon Part Dieu และ Lyon Parrache ให้เลือกสถานีหลังคือ Parrache เพราะมันจะอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ)

Step2: Fill in Personal Info กรอกข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในการออกตั๋ว สะกดชื่อ นามสกุลให้ถูกต้อง เวลาโดนตรวจตั๋วขึ้นมาจะได้ไม่มีปัญหา

Step3: Calculate Total Price เลือกว่าจะให้ส่งตั๋วทางไหน ถ้าเลือกแบบให้ส่งตรงถึงบ้าน เขาจะมีค่าธรรมเนียมคิดต่างหากด้วย ถ้าเลือกแบบ Print เองเป็นไฟล์ PDF ก็จะเสียแค่ค่า Booking Fee 180 บาทเท่านั้น (ในกรณีที่เป็น Rail Pass ต้องถือเอกสารตัวจริงไปครับ) เสร็จแล้วเขาก็จะคำนวณราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการออกตั๋ว

Step4: Make Payment สามารถเลือกที่จะจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตบนเวบได้เลย

Step5: Confirm Oder แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ให้พิมพ์เอกสาร e-Document เก็บไว้ติดตัวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วได้ scan barcode (ตั๋วที่ว่านี้เป็นตั๋วแบบระบุที่นั่ง จึงไม่ต้องทำการ check-in อีกรอบ แต่ถ้าเป็นตั๋ว Rail Pass ต้องนำไป stamp เพื่อจองที่นั่งทุกครั้งที่มีการออกตั๋ว และต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกประมาณ 3 ยูโร ถ้าจำไม่ผิด)

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมให้ติดต่อโดยตรงที่ diethelm travel ยอมรับว่าเขาบริการดีจริงๆ

โทร. (+66-2) 660 7063/67-69 อีเมล์ DiethelmRail@th.diethelmtravel.com หรือ www.facebook.com/RailEuropeDiethelmTravel

Diethelmrail Point to Point Ticket

Ticket Search

Step5_Confirm Order

สำหรับเรื่องการจองที่พักผมใช้บริการของ Booking.com ตอนนั้นถ่างตานั่งอ่านรีวิวของแต่ละโรงแรมจนตาแฉะ Requirement ของผมคือเลือกโรงแรมที่ใกล้กับสถานีรถไฟเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหน ก็เลยได้ shortlist โรงแรมมาประมาณนี้ครับ

hotel booking in Lyon

  • Hôtel Central Lyon Perrache (ผมเลือกโรงแรมนี้เพราะมันอยู่ใกล้สถานีรถไฟ เดินประมาณ 5 นาทีถึง เหมาะสำหรับ Solo/Budget Traveler หรือคนที่ต้องการที่ซุกหัวนอนที่สะดวก ไม่เน้นวิวและสิ่งอำนวยความสะดวก)
  • ibis Lyon Centre Perrache (อยู่ข้างๆ กันกับ Hotel Central สะดวกต่อการเดินทางไป/กลับจากสถานีรถไฟ Perrache)
  • Campanile Lyon Centre – Gare Perrache – Confluence (แม้ดาวจะน้อยไปนิด อยู่ไกลออกไปทาง City Center แต่ก็สะดวกสำหรับคนที่ชอบวิวริมน้ำ)
  • Mercure Lyon Centre Château Perrache (เป็นโรงแรมที่ดาวเยอะที่สุดในย่านนี้ แต่ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าราคาอาจจะน้อยกว่า 3 โรงแรมแรกครับ)

Hotel

หากว่าการเดินทางไม่ได้เป็นอุปสรรคมากนัก คุณสามารถ Browse เลือกโรงแรมในย่านที่ชอบที่ชอบก็ได้ครับ เช่นใกล้กับ City Center, ใกล้กับ Grand Lyon สถานที่ๆคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว, ใกล้สวนสาธารณะหรือพิพิธภัณฑ์ จากประสบการณ์ในการท่องเที่ยวคนเดียว ผมเลือกที่จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟเพราะมันเดินทางต่อรถง่ายดี และผมก็จะไม่เลือกโรงแรมเพราะมันมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ เพราะเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนถนน เว้นแต่จะไปอยู่เมืองชายทะเลก็ว่าไปอย่าง เอาเป็นว่าเรื่องแบบนี้นานาจิตตังครับ เพียงขอแค่ท่องเอาไว้ 3 อย่างคือ 1) ความปลอดภัยมาอันดับหนึ่ง-มันคงไม่คุ้มเสี่ยง ที่จะอยู่ในย่านที่ห่างไกลผู้คนหรือเปลี่ยวเกินไป 2) ความสะดวกมาอันดับสอง-ทั้งการหาของกิน ของใช้ และการเดินทาง 3) ความคุ้มค่ามาอันดับสาม-จะคุ้มหรือไม่ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของแต่ละคน เราไม่จำเป็นต้องจ่ายในสิ่งที่เราจะไม่ได้ใช้ เสียเวลาอ่านรีวิวของแขกที่มาพักก่อนหน้านั้นสักนิด จะได้มั่นใจว่าเราจะไม่เจอประสบการณ์แย่ๆ ที่เรารับไม่ได้

เตรียมพร้อมออกเดินทางสู่เมืองลียง

อย่างที่เคยเกริ่นไว้ในบทความที่แล้ว เที่ยวปารีสด้วยตัวเอง ง่ายนิดเดียว ว่าการเดินทางมาลียงนั้นไม่ยากเมื่อเริ่มต้นที่ปารีส ณ สถานี Gare de Lyon เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้มาถึงสถานีรถไฟล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ในกรณีที่ซื้อตั๋วเป็นแบบ Rail Pass ควรเผื่อเวลาเพิ่มอีกหน่อย เพราะต้องไปทำการออกตั๋วเพื่อสำรองที่นั่งด้วย สำหรับคนที่มี e-Ticket อยู่แล้ว คุณสามารถ print boarding pass แล้วนำติดตัวมาด้วยเลย ในใบนั้นจะระบุที่นั่งไว้ให้เรียบร้อย เนื่องจากสถานีรถไฟที่ Gare de Lyon (ย้ำว่าสถานีนี้อยู่ที่ปารีส) มีขนาดค่อนข้างใหญ่มาก น่าจะประมาณ 3-4 เท่าของหัวลำโพง สิ่งแรกที่ต้องทำคือคอยดูป้ายว่าจาก Paris Gare Lyon-Lyon Perrache นั้นต้องไปรอที่ Terminal ไหน ก่อนรถไฟจะออกน่าจะประมาณ 30 นาที ให้เช็คว่าเที่ยวรถไฟที่ระบุในตั๋ว (สมมุติว่า TGV #6611) ออกเดินทางเวลา 10:58 น. รถไฟจะออกจาก Platform หรือชานชาลาที่เท่าไหร่ ในตั๋ว e-Ticket ของคุณมันจะระบุให้อยู่แล้วว่าโบกี้ (Coach Number) และที่นั่ง (Seat Number) อะไร ก็ให้ไปจับจองที่นั่งตามที่ระบุไว้ ถึงเวลาออกเดินทางจะมีเจ้าหน้าที่มาขอยิ่ง barcode จาก ticket ของเราเอง เบ็ดเสร็จจากปารีสถึงลียงก็ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ โดยรถไฟจะจอดที่สถานี Lyon Part Dieu ก่อน อย่าเพิ่งลงที่สถานีนี้ นั่งต่อไปอีกประมาณ 10-15 นาทีก็จะถึงที่หมายปลายทาง

Gare de Lyon2

Perrache

ส่วนขากลับก็ทำคล้ายกับขามา ให้รอดูป้ายบอร์ดเพื่อเช็คว่าต้องขึ้นรถไฟจากชานชาลาที่เท่าไหร่ นั่งตามหมายเลขที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสาร อีกประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงปารีสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Perrache3

TGV

ไปไง มาไง ในลียง

ทันทีจะออกจากสถานีรถไฟ Lyon Perrache ผมก็เล็งหาทางไปโรงแรมก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยความที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่ที่ไหนได้เดินวนไปเวียนมาอยู่หลายรอบกว่าจะเจอโรงแรมตัวเอง ขอบอกนิดนึงจะครับว่าสถานีรถไฟแห่งนี้มันจะเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดินด้วย ถ้าคุณเดินมุ่งหน้าไปทาง Place Bellecour ก็นับว่าไม่ยากเท่าไหร่ แค่เดินข้ามสะพานลอยแล้วเดินออกไปตรงๆ เดี๋ยวเดียวก็ถึง (ประมาณ 10 นาทีโดยเท้า) แต่โรงแรม Hotel Central มันดันอยู่ด้านหลังแถมต้องลอดอุโมงค์ออกไปอีก อยู่ที่นี่ 3 วันยังหลงไปหลงมาอยู่หลายรอบทีเดียวถึงแม้ว่ามันจะอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกก็ตาม

สิ่งที่คุณควรมีติดตัวเมื่อจะเดินทางไปไหนมาไหนใน Lyon คือ

1) แผนที่ท่องเที่ยวในเมืองลียง (ขอได้ที่ Lyon Tourist Office) อยู่ห่างจากสถานีรถไฟไม่ถึงกับไกลมาก แต่ถ้านั่ง subway มาที่จตุรัส Bellecour ทันทีที่โผล่ขึ้นมาจาก Exit ก็จะเห็นออฟฟิซตั้งอยู่ในบริเวณนั้นพอดี (เดินทางไปที่ศูนย์ท่องเที่ยวยังไง คลิ๊กที่นี่) ที่นี่นอกจากจะมีแผนที่ต่างๆ เท่าที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองลียงและข้างเคียงแล้ว คุณสามารถขอคำแนะนำจากเจ้าที่เกี่ยวกับ guided tour ซื้อบัตร Lyon City Card รวมถึงซื้อตั๋วรถไฟจากตู้ได้อีกด้วย

Office of Tourism

2) แผนที่การเดินทางด้วย Metro (ตรวจเช็คแผนที่ ตารางเวลา อัตราค่าโดยสารได้ที่นี่ครับ) ถ้าซื้อตั๋วแบบ single journey ราคาจะอยู่ที่ 1.7 ยูโร ถ้าซื้อเป็นแบบ 1-day Pass (เรียกว่า Liberté 1 jour) ราคา 5.2 ยูโร คือถ้าเดินทางไปมาตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไปก็คุ้มแล้วครับ

3) Lyon City Card (optional) เป็นตั๋วท่องเที่ยวที่รวมบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ กว่า 21 แห่ง ตั๋วโดยสารแบบไม่จำกัดเที่ยว และส่วนลดต่างๆ อัตราเริ่มต้นที่ 22 ยูโร สำหรับ 1 วัน 32 ยูโร สำหรับ 2 วัน และ 42 ยูโร สำหรับ 3 วัน

เนื่องจากผมชอบเดินเรื่อยเปื่อยมากกว่านักสะสมเช็คอินตามพิพิธภัณฑ์ก็เลยเลือกที่ไม่ซื้อเป็นแบบ Lyon City Card  แต่ว่าจะซื้อตั๋วรถไฟเป็นแบบ 1-day Pass ลองเช่าจักรยานปั่นเรียบแม่น้ำชมเมืองลียง และที่ขาดไม่ได้คือขาสองข้างที่ชอบซุกชนเดินเข้าซอกโน้นซอกนี้ กลับถึงโรงแรมทีไรถึงขั้นต้องแช่น้ำอุ่นให้มันคลายเมื่อย

เมื่ออุปกรณ์และข้อมูลพร้อมแล้ว ชักช้าอยู่ใย เรามาออกเดินทางกันเลย มาดูสิว่าในความเห็นของผม สถานและกิจกรรมที่คุณห้ามพลาดเมื่อมาถึงลียงจะเป็นอะไร ที่นี่ อย่างไรกันบ้าง

10 สถานที่และกิจกรรมยอดนิยมที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงลียง

สถานที่ๆ ว่านี้ไม่ได้เรียงลำดับตามความสนใจ หรือเหตุปัจจัยอะไรใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าใครนิยมวัดระดับเรตติ้งของเมืองนี้ ลองไปดูลิสต์ที่ Tripadvisor จัดอันดับไว้ตามลิงค์นี้เลยครับ

1) Place Bellecour

Bellecour

จตุรัสแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางของเมืองลียง Tourism Office ก็ตั้งอยู่ที่นี่ Guided Tour ต่างๆ ก็ใช้ที่นี่เป็นจุดนัดพบ เดินข้ามจากสถานีรถไฟ Perrache มาบน Victor Hugo Street ก็จะเจอจตุรัสแห่งนี้ ก่อนจะลัดเลาะข้าม Pont Bonaparte ไปยังเกาะอีกฟากนึงที่เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญๆ อย่างโบสถ์ St.Jean, St.Paul และ Fourvière ถ้าเทียบกับหลายๆ ที่ Place Bellecour อาจจะดูน่าเบื่อไปซะด้วยซ้ำ แต่สำหรับผมมันคือจุดกำเนิดจุดเริ่มต้นของการเดินทางในทริปนี้

2) Basilique Notre Dame de Fourvière

Notredamedefourviere

Lyon Viewpoint

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เปรียบเสมือนเป้าหมายของนักเดินทางที่มาเยือนเมืองลียง วิหารแห่งนี้มีคนเข้าไปชมไม่น้อยกว่า 2 ล้านคนต่อปี จะเดินทางขึ้นมาถึงบนนี้ต้องใช้ความพยายามนิดนึง แม้จะเห็นสูงเด่นเป็นสง่าตั้งแต่ด้านล่าง แต่กว่าจะเดินขึ้นไปถึงก็เล่นเอาหอบแฮ่กๆ เหมือนกัน แต่ถ้าใครปีนขึ้นไปไม่ไหวให้นั่ง Funiculaire (cable railway) ต่อขึ้นไปจาก Subway สถานี Vieux Lyon เมื่อไปถึงบนนั้นคุณสามารถเดินชมสถานที่โดยรอบและถ่ายรูปวิวเมืองลียงจากมุมสูงได้อีกด้วย ที่เขาเรียกกันว่า Fourvière Hill

3) Mur Peint Des Canuts

Mur Peint

ณ จุดนี้เหมือนโดนฝรั่ง(เศส)หลอกครับ เดินมาตาม Trail จาก Boulevard de la Croix-Rousse ตัดเข้ามาบนถนน Grande Rue de la Croix-Rousse สองข้างทางก็จะเป็นร้านรวง วิถีชีวิตของคนเมือง ถามว่าตื่นเต้นขนาดนั้นมั๊ย ตอบเลยว่าไม่(มาก) แต่ก็เพลินดี สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในย่านนี้คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีชื่อว่า Mur Peint des Canuts บนถนน Boulevard des Canuts ใกล้กับสถานี Metro-Hénon มากที่สุด ก็อย่างที่เห็นว่ามันเหมือนภาพสามมิติบนผนังจำลองชีวิตคนบนผนังตึกที่มีทั้งร้าน grocery ธนาคาร และตึกรามบ้านช่อง แวะมาถ่ายรูปแพ๊บแล้วเดินจากมาด้วยความอาลัยยิ่งนัก

4) Montée de la Grande Côte

Montee1

จากย่าน Pentes de la Crois-Rousse เดินไล่เสต็ปลงมาเรื่อยๆ มุ่งหน้ามาทาง Place des Terreaux จะผ่านถนนเส้นนี้ที่ชื่อว่า Montée de la Grande Côte เป็นถนนที่งดงามที่สุดด้วยสีของตึก ร้านขายของที่ระลึก และทัศนียภาพ 2 ข้างทาง ทำให้ชักภาพซะจนเพลินเลย ใครที่ต้องการหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ ลองแวะเดินมาที่ถนนเส้นนี้ดูนะครับ ได้บรรยากาศคลาสสิคสุดๆ ส่วน Les Traboules de la Croix-Rousse et Le Mur des Lyonnais และ La Maison des Canuts ถ้าใครไม่ได้ชอบภาพวาดหรืองานทอผ้าไหมขนาดนั้น สามารถข้ามๆ ไปก็ได้ครับ

5) Place des Terreaux

Place des Terraux

Hotel de Villeละแวกนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวชุกชมมากๆ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลียงโดยมีแม่น้ำ 2 ข้างขนาบกัน นั่นคือแม่น้ำ Saône และ Rhône ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อที่แถวนี้ถูกขนานนามให้เป็น World Heritage Site โดย UNESCO ด้วย นอกจากจะมีแลนด์มาร์กอย่างน้ำพุ The Fontaine Bartholdi และ Hôtel de Ville (City Hall ของเมืองลียง) แล้ว บริเวณใกล้เคียงกันยังเป็นสถานที่ตั้งของ Opera House ด้วย ใครจะมาที่นี่ด้วย Metro ให้มาลงที่สถานี Hôtel de Ville ซึ่งหากจาก Bellecour มาประมาณ 2 สถานี

6) Grand Lyon Tour on the Bike

Bike Tour

กิจกรรมนี้สิสนุกสุดๆ ที่ประเทศในแถบยุโรป การปั่นจักรยานชมเมืองถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยว แต่ก็ใช่ว่าปั่นแล้วจะสนุกซะทุกที่ซะเมื่อไหร่ บางที่ก็แอบเสียวว่าจะโดนรถชนนะ สำหรับเมืองลียงในช่วงที่อากาศดีๆ การปั่นจักรยานนอกจากจะเป็นการผ่อนแรงเดินแล้ว ยังได้ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางอย่างสบายใจเฉิบ ข้อดีคือที่เมืองนี้เขาขีดเส้นแบ่งเลนจักรยานให้เรียบร้อย แล้วจุดที่เช่าและคืนจักรยานก็มีกระจายไปทั่วบริเวณทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้น ขอให้คำแนะนำสำหรับมือใหม่หัดขี่ดังนี้นะครับ สิ่งที่คุณควรรู้เมื่อต้องเช่าจักรยานก็คือ

1) Credit Card is required for Deposit: คุณจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตในการเช่าจักรยาน โดยเขาจะล็อควงเงินคุณไว้ 150 ยูโรเผื่อคุณทำจักรยานหายหรือไม่เอามาคืน

2) Subscription Fee: ก่อนการเช่า คุณต้องทำรายการผ่านตู้ว่าคุณต้องการซื้อบัตรแบบ 1 วัน ในราคา 1.5 ยูโร (ขี่ฟรี 30 นาทีแรก) ถ้าคุณมีบัตร Lyon City Card คุณสามารถเช่าได้ 3 วันติดกันในราคา 3 ยูโร (ขี่ฟรี 60 นาทีสำหรับแต่ละทริป) หรือซื้อตั๋วแบบ 7 วัน ในราคา 5 ยูโร (ฟรี 30 นาทีสำหรับแต่ละทริป) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

3) Usage Fee:  อัตราค่าเช่า 30 นาทีแรกฟรี 30 นาทีถัดไป คิด 1 ยูโร หลังจากนั้นทุกๆ 30 นาทีถัดไปจะคิดเพิ่มทีละ 2 ยูโร รายละเอียดเกี่ยวกับการคิดค่าเช่าจักรยานเพิ่มเติมที่นี่

4) Total Costs: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดคิดจากค่า Subscription Fee (ครั้งแรกครั้งเดียว) + Usage Fee (คิดตามอัตราที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้) สมมุติว่าคุณสมัครขอเช่าจักรยานไปแบบวันเดียว ขี่จักรยานไปทั้งหมด 2 ชั่วโมงพอดิบพอดี คุณจะเสียเงินเท่ากับ 6.5 ยูโร (1.5 ยูโรสำหรับค่าสมัคร และ 5 ยูโรสำหรับค่าเช่า)

velo

ขั้นตอนในการเช่าดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถหรอกครับ แค่เอาบัตร Subscription ซึ่งบอกรหัส Access Code เข้าไปคีย์ลงที่ตู้ มีข้อแนะนำนิดนึงครับ ให้ไปเล็งจักรยานที่สภาพดีที่สุดก่อน จำหมายเลขไว้ แล้วจึงไปกดเลือกที่ตู้ หลังจากที่ทำรายการเสร็จแล้ว คุณมีเวลา 60 วินาทีในการปลดล็อคจักรยานออกจากแท่น แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย หลังจากนั้นก็ออกไปซิ่งได้ตามชอบใจ อยากจะเอาจักรยานมาคืนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ว่าต้องคืนภายใน 24 ชั่วโมงตามเงื่อนไข (อย่าลืมว่าค่าเช่าเดินทุกครึ่งชั่วโมง ไม่ควรเช่าจักรยานมาจอดแช่ไว้เฉยๆ) (อ่านขั้นตอนการเช่าจักรยานเพิ่มเติมได้ที่นี่)

เอาล่ะครับมาถึงขั้นตอนการคืน สะดวกที่ไหนก็คืนที่นั่น ไม่จำเป็นต้องเอากลับไปคืนที่เดิม เพื่อความมั่นใจว่าคุณได้คืนจักรยานแล้วจริงๆ ผมแนะนำให้เอาบัตร Subscription ใบเดิมไปพิมพ์ใบเสร็จออกมา เพียงใส่ access code เข้าไป เครื่องมันจะ detect เองว่าจักรยานที่คุณเช่าไปได้กลับคืนสู่แท่นเรียบร้อยแล้ว ในใบเสร็จเขาจะคำนวณเวลาพร้อมพิมพ์ค่าใช้จ่ายให้คุณเก็บไว้เป็นหลักฐาน แค่นี้คุณก็วางใจได้ว่าวงเงินที่เขาล็อคไว้ 150 ยูโร มันจะไม่อันตรธานหายไป (อ่านขั้นตอนการคืนจักรยานเพิ่มเติมได้ที่นี่)

เล่ามาซะละเอียดยิบขนาดนี้ ถ้ายังไม่เข้าใจอีก ขอแกล้งตายแพ๊บบบบ

7) Confluence

Confluence4

Confluence3

Confluence2

อ่านคู่มือนักท่องเที่ยว เขาเอาภาพของตึกรูปทรงแปลกสีส้มนี้เป็น icon สำหรับ Lyon Confluence เราก็นึกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ก็เลยดั้นด้นนั่ง Metro มาถึงที่ย่านนี้ หาอยู่ตั้งนานว่าตึกสีส้มมันไปหลบมุมอยู่ตรงไหน ที่ไหนได้มันซ่อนอยู่หลังศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า Confluence จากสถานี Perrache ให้มาต่อรถ Tram สายสีม่วงมายังสถานี Sainte-Blandine แล้วเดินสำรวจทั่วบริเวณ สิ่งที่ค้นพบคือตึกสีส้มที่ว่านี้มันเป็นที่ตั้งออฟฟิซของบริษัทเทเลคอมอะไรซะอย่าง แล้ว Confluence มันก็เหมือนเมืองจำลองฝั่งธุรกิจที่พยายามจะรักษาสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ เป็นทั้งศูนย์กลางโลจิสติกส์ มีสวนสาธารณะ มีห้าง ออฟฟิซ คอนโด กลมกลืนอยู่ในบริเวณเดียวกัน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรเจคนี้ได้ที่นี่)

8) Parc de la Tête d’Or

Parc3

หนึ่งในแผนการที่เตรียมตัวมาอย่างดีจากเมืองไทยคือ บินลัดฟ้ามาถึงฝรั่งเศสเพื่อมาวิ่งที่สวนสาธารณะแห่งนี้ครับ ไม่ได้มาสร้างแลนด์มาร์กอะไรอย่างที่คิดหรอกครับ เพราะรู้ว่าจะต้องกินโน่นนี่นั่นเยอะไปหมด เลยต้องหากทางกำจัดไขมันออกทางใดทางหนึ่ง แล้วผมก็ทำสำเร็จครับ วันนั้นสามารถวิ่งน็อครอบจนครบ 12 กม.ถือว่ามากที่สุดในรอบปี ด้วยเหตุที่อากาศดีกว่าเมืองไทย เลยทำให้ไม่เหนื่อยเกิน สำหรับสวนสาธารณะแห่งนี้ถือเป็นแหล่งที่ร่มรื่นมากที่สุดในเมืองลียง มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล น่าจะใหญ่กว่าสวนลุมประมาณ 2 เท่าตัว ในช่วงนี้ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี สวนแห่งนี้คงจะสวยไม่น้อยเลยทีเดียว ใครที่อยากมาจ๊อกกิ้ง ปิคนิค ใช้ชีวิตให้เนิบช้าลง แวะมาที่นี่ได้เลยครับ ไม่เสียค่าเข้าแต่อย่างใด จากสถานีรถไฟ Perrache ผ่าน Hôtel de Ville แล้วมาลงที่สถานี Masséna เดินเท้าอีกประมาณ 2-3 นาทีจะถึงที่ Parc de la Tête d’Or ครับ

9) Presqu’ile au Vieux

Vieux1

saint georges

มาถึงข้อ 9 เริ่มหมดมุก เลยขอเลือกให้ชุมชนในละแวก Vieux Lyon เป็นย่านที่เหมาะสำหรับการเดินทอดน่องชมวิวแม่น้ำ Saône แถบนั้นจะมีสะพานข้ามที่งดงามชื่อว่า Passerelle Saint-Georges ฝั่งตรงข้ามก็เป็นโบสถ์ เดินถัดลงมาเรื่อยๆ ก็จะเจอ Cathedreal Saint Jean ถนนด้านหลังแถบนั้นทั้งแถบจะอุดมไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายไอศกรีมและขายของที่ระลึกเต็มไปหมด อยากรู้ว่ามีอะไรน่ากินบ้าง เดี๋ยวเจอกันในหัวข้อถัดไป

10) Eat Away like Lyonnaise

มาเที่ยว Lyon แบบอดมื้อกินมื้อ (รึเปล่า) เพราะมัวแต่งุ่นง่านถ่ายรูป หลงทางไปเรื่อยเปื่อย บางมื้อกว่าจะได้กินก็ปาไป 4 ทุ่ม เลยต้องฝากท้องแถวซุปเปอร์บ้าง แต่เพื่อไม่ให้เสียงาน ก็ยังอุตส่าห์เจาะจงหาร้านเด็ดดวงมานำเสนอให้จงได้ เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องนี้ไช้ชวนชิมต้องใช้สัญชาตญาณ เป็นครั้งแรกที่ไม่เชื่อเรตติ้งของ Tripadvisor, Yelp และอีกหลายสำนัก แต่เราดมกลิ่นคนฝรั่งเศส และเศษฝรั่งแถวนั้นไปกิน

ร้านแรกนี่เจอด้วยความบังเอิญ ระหว่างเที่ยวชมตาม Trail ในแถบ Croix-Rousse เป็นร้านที่เชี่ยวชาญเรื่องหอย มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนนั่งดูดหอย ก็เลยต้องขอสั่งอาหารเลียนแบบเขาบ้าง ทีแรกก็ไม่รู้หลอกนะว่ามันเรียกว่าอะไร โชคดีได้อากู๋ (Google) มาช่วยก็เลยถึงบางอ้อว่า Moules แปลว่าหอยแมลงภู่ จากเมนูอาหารเที่ยงที่มีให้เลือกประมาณว่าอ่านไม่ออกสักเมนู ก็จิ้มไปที่ Moules de Bouchot du Mont St.Michel à la marinière ตูจะรู้มั๊ยว่ามันเอาหอยไปทำอะไร ชื่อยาวซะขนาดนั้น ทีนี้ก็มาลุ้นกันว่าจะชัวร์หรือมั่วนิ่ม สุดท้ายก็ออกมาเป็นจานอลังการงานสร้างอย่างที่เห็น แม่เจ้าเว้ยหอยมาเต็มจานซะขนาดนี้แถมยังมี french fries มาอีกประมาณครึ่งกิโล ใครจะไปกินหมดวะ(ฟะ) นั่งจิ้มดูดไปนานสองนาน สุดท้ายก็….หมด คำแรกๆ ก็พยายามใช้ส้อมเขี่ยขึ้นมากินทีละตัว (รักษาอาการผู้ดีที่มีเหลือน้อย) ผ่านไปเกือบ 10 นาที หอยกองนั้นก็ยังไม่ยอมยุบซักที สุดท้ายต้องยอมใช้ดัชนีทั้ง 10 แคะ แกะ ดูด ทำอย่างนี้อยู่ประมาณเกือบ 100 รอบถึงจะหมดทั้งกะละมังที่เห็นนี้ สรุปค่าเสียหายมื้อนี้แค่  13 ยูโร คุ้มสุดๆ ใครอยากตามไปกินหอยเชิญมาทางนี้ครับ

La Brasserie des Croix Roussiens

Address: 8 Rue de Cuire, 69004 Lyon, France Phone:+33 4 78 28 27 44 (แผนที่การเดินทาง)

Cafe de croix

Mussels

มาถึงร้านที่สอง ร้านนี้เก็บไว้จนวันสุดท้าย ด้วยความที่วันแรกไปช่วงร้านปิดรับออร์เดอร์พอดี เลยต้องเลื่อนคิวมากินตอนเที่ยงในวันถัดไปแทน คราวนี้ขอกินแบบจัดเต็ม ในคอร์สมีทั้ง soup, salad, main dish และ dessert เอาให้อิ่ม แน่น จุกไปข้างนึง เหตุผลที่ไช้ชวนชิมเลือกกินร้านนี้เพราะว่าเป็นร้านเดียวในละแวกนี้ที่มี Escagots เมนูหอยทากบรรจุอยู่ในคอร์สด้วย แถมพนักงานก็ดูหน้าต้อนรับแขกดี และแล้วก็มาถึงเรื่องโก๊ะของนายสมชาติ ทันทีที่จับจองได้ที่นั่งเป็นที่เรียบร้อย ผมก็ขอเมนูเขามาดู ปรากฎว่า main course ของที่นี่เป็นสเต็กเนื้อวัวทั้งหมดเลยครับ (ผมเป็นคนไม่ทานเนื้อครับ) เสียใจที่ไม่ได้สะกิดใจก่อนหน้านี้ว่า Boeuf คือ Beef อีกทั้งสัญลักษณ์ของร้านเป็นตราคาราบาวซะด้วย where where is where where จะลุกย้ายร้านตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เลยต้องตัดใจเลือกสั่งอาหารเมนูเดียวที่ไม่มีเนื้อปนก็คือ Ravioli ที่อุดมไปด้วยแป้งและไขมัน Set Lunch มื้อนี้เกือบจะเป็นเซ็ตที่แพงที่สุดคือประมาณ 30 ยูโร โดยมีเมนูดังต่อไปนี้ Cassolètte d’escargots, crème forestière à l’ail (มันคือซุปหอยทากในครีมซอสนั่นเอง), Raviles du Dauphiné sauce St Marcellin à la Forentine (มันคือราวิโอลีอบชีสสอดใส้เนื้อปลาโลมา ไม่ช่าย ไม่ช่าย มันเป็นชื่อซอสที่บังเอิญคล้ายชื่อปลาโลมา เสิร์ฟมาคู่กับผักโขม), Terrine de pain pardu brioché caramelie (มันคือขนมปังอะไรสักอย่างที่ราดด้วยซอสคาราเมล) แบบว่าอร่อยทุกเมนูนะ แต่มันเลี่ยนไปนิดเมื่อเจอซุปครีมกับเมนูอบชีสเข้าไปอีก สำหรับคนทานเนื้อวัวห้ามพลาด แต่มื้อนี้ไช้ชวนชิมพลาดไป ถือเป็นบทเรียนสอนใจ

Le Comptoir du Boeuf

Address: 3 Place Neuve Saint-Jean, 69005 Lyon, France Phone:+33 4 78 92 82 35 (แผนที่การเดินทาง)

Bouf

Escagots

Salad

Dessert

มาถึงเมนูของหวานกันบ้าง มาถึงที่นี่ผมกินไอศกรีมแทบทุกวันเลย บางวันกินมันวันละสองครั้ง ที่ประเทศฝรั่งเศสร้านไอศกรีมเขาจะเรียกกันว่า Glacier จากที่ได้ชิมมาหลายเจ้าผมยกให้ 2 เจ้านี้เป็นสุดยอดไอศกรีมของเมือง Lyon ร้านแรกเป็นร้านที่มีนักท่องเที่ยวต่อแถวยาวแทบทั้งวัน ชื่อร้าน “Terre Adélice” จุดเด่นคือเขาขายไอศกรีมรสธรรมชาติที่มีให้เลือกมากกว่า 100 ชนิด ก่อนสั่งจะต้องไปเล็งแล้วเล็งอีกจนกว่าจะได้ไอศกรีมที่ถูกใจ รู้ละว่าทำไมคิวยาว ก็เพราะมัวแต่ลังเลไม่รู้จะกินอะไรนั่นเอง 555 ผมลองรสชาติขิง ส้ม และกีวี บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าอร่อยยังไง รู้แต่ว่ามันสดชื่นดี (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ)

ส่วนอีกร้านเป็นเจ้าที่มีหลายสาขาในประเทศฝรั่งเศส ตามเกาะเล็กเกาะน้อย รวมถึงที่ New York ด้วย ชื่อร้าน “Amorino” สัญลักษณ์เป็นรูปกามเทพ เด่นเรื่องการผลิต Gelato แล้วตักเสิร์ฟใส่โคนเป็นกลีบกุหลาบ สำหรับรสช็อคโกแลตและราสเบอร์รี่นั้นอร่อยมาตรฐาน แต่มะกรูดนี่สิอร่อยแปลกทีเดียว ต้องลองครับ ต้องลอง (อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ)

Terre

Terre Ice

Amorino

และแล้วทริป 3 วัน 2 คืนที่เมืองลียงก็สิ้นสุดลงด้วยความราบรื่นได้กิน เดิน เที่ยว วิ่ง ปั่น ถ่ายภาพ ครบทุกอิริยาบท ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสเดินทางมาที่ประเทศฝรั่งเศส อย่าลืมบรรจุลียงเข้าไปอยู่ในแผนการเดินทางด้วยนะครับ ขอได้รับความขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่กับสถานที่ถัดไป จะเป็นที่ใด ประเทศใดนั้นอย่าลืมติดตาม ที่นี่มีเรื่องเล่า by somchartlee ครับ

ภาพความทรงจำที่หวนให้คิดถึง

Lyon1
Welcome to Lyon
Lyon2
Life on the Sidewalk
Lyon3
Hop-on & Hop-off Sightseeing Bus
Lyon4
Grand Lyon
Vieux2
Colorful Buildings along the River
lyon6
Slice of Life
lyon7
Saint Jean the Baptist Cathedral
Bike Tour2
Getting Around in Lyon
Lyon5
Good bye Lyon

 

Leave a Reply

%d bloggers like this: