ไปญี่ปุ่นคนเดียว..เตรียมตัวดีไม่มีหลง

เพิ่งฉลองยกเลิกวีซ่าด้วยการไปเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียวพร้อมกระเป๋าล้อลากหนึ่งใบกับใจเหงาๆ ไม่ช่าย…กับกล้องคู่ใจอีกหนึ่งตัวต่างหาก ยังแอบคิดในใจเหมือนกันว่าถ้าเกิดพลัดหลงตกเครื่องบิน หรือขึ้นรถไฟผิดขบวนขึ้นมาจะทำยังไงดี? ในเมื่อไม่มีใครเป็นที่พึ่งเลยต้องเตรียมตัว เตรียมข้อมูลให้แน่นปึ๊กที่สุด เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา จะได้ไม่ต้องมายืนบื้อมึนงงทำอะไรไม่ถูก ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการเที่ยวญี่ปุ่นโดยกำเนิด ไม่เคยมาเรียนที่นี่ ฟัง พูด อ่าน เขียนไม่ได้เลยสักแอะ เท่าที่นึกออกคือเคยมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกก็เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว และนี่ก็เป็นครั้งที่สอง ความทรงจำค่อนข้างลางเลือนมาก เอาเป็นว่าประสบการณ์ในอดีตแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย เพราะบ้านเมืองเขาคงเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก อย่างเดียวที่ทำให้กล้าเดินทางมาคนเดียวคือเราค้นคว้าหาข้อมูลมาเป็นอย่างดีจากเวบการท่องเที่ยวญี่ปุ่น และด้วยความที่พอจะฟุดฟิดฟอไฟเป็นภาษาอังกฤษได้ เลยคิดว่าทริปนี้คงไม่ตกระกำลำบากแน่ๆ (มั๊ง)

Kyoto Map

สิ่งที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้คือประสบการณ์ตรงของนักท่องเที่ยวมือสมัครเล่นที่ขอแชร์แผนการนำเที่ยว Kyoto-Osaka-Nara-Koyasan เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อใครๆ ที่อยากลองไปตะลุยประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ต้องง้อไกด์บริษัททัวร์ ผมไม่สามารถการันตีได้ว่าคุณจะไม่หลงทาง แต่ผมเชื่อว่าคุณจะหาทางกลับถูก และที่สำคัญคุณจะประหยัดตังค์ในกระเป๋าไปเยอะเลย ถ้าพร้อมแล้วเชิญตามผมมาได้เลย ไช้ชวนทัวร์ขอเสนอตัวเป็นกัปตันจำเป็น ให้ท่านได้เพลิดเพลิน อิ่มเอมไปกับการทัวร์ญี่ปุ่นแบบรับประกันความทุลักทุเล ฮา ฮา

Fly me to Japan (จองตั๋วเครื่องบิน)

ทีแรกว่าจะไปเที่ยวโตเกียว แต่เผอิญหาไฟล์ทบินไม่ได้เพราะผมใช้ Mileage แลกในช่วงที่เขามีโปรโมชั่นใช้แต้มน้อยถึง 50% เลยได้โควต้ามาลงที่ Kansai แทน ลางานนานขนาดนี้ หาเพื่อนเที่ยวด้วยลำบากหน่อย (ไม่ค่อยมีใครเชื่อว่ามาเที่ยวคนเดียว) Where where is where where ผมว่าการเที่ยวคนเดียวมันดูตื่นเต้นและสนุกดีออก (เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยทนอ่านจนจบก็แล้วกัน)

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีไมล์เหลือให้แลก ผมแนะนำให้ลองจองผ่านเอเยนต์หรือเช็คโปรผ่านเวบของสายการบินดู ช่วงนี้น่าจะแข่งขันกันดุเดือดอยู่ แต่เพื่อให้แน่ใจลองเช็คราคาผ่านหน้าเวบขายตั๋วต่างๆ ดูก่อนเผื่อส้มหล่นได้ตั๋วโปรโมชั่นราคาถูก ราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ-โอซากา โดยเฉลี่ยจะตกอยู่ประมาณ 20,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับคลาส ช่วงเวลาที่ต้องการบิน และที่สำคัญคือมันเป็นไฟล์ทที่บินตรงหรือบินอ้อม

ผมลองเปรียบเทียบราคาโดยเวบของ Skyscanner โดยเลือกเฉพาะไฟลท์ที่บินตรง ผลลัพธ์ก็จะออกมาประมาณตารางด้านล่างนี้ (Japan Airlines และ สายการบินไทยเป็นหลัก ใช้เวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ) แต่ถ้าลองค้นหาแบบไม่จำกัด Route ผลลัพธ์และทางเลือกจะออกมาเยอะมาก ข้อเสียคือเราต้องไป via ที่ใดที่นึงก่อน ซึ่งบางไฟล์ทอาจใช้เวลาเดินทางรวมถึงครึ่งค่อนวัน (ทางเลือกนี้ไม่ค่อยแนะนำ เพราะมันทำให้เราเสียเวลาเที่ยวโดยใช่เหตุ)

หมายเหตุ: ในบางช่วงของปี สายการบินต่างๆ อาจทำโปรโมชั่นขายตั๋วราคาพิเศษบนหน้าเวบก็ได้ ถ้าอยากได้ของดีราคาถูก ต้องหมั่นเช็คโปรของสายการบิน หรือไม่ก็ผ่าน On line Agent อย่าง Skyscanner, Expedia, Cheapticket หรือจะลองติดตามแฟนเพจของ arpae.com ก็ได้

ถ้าให้แนะนำ พยายามเลือกไฟล์ทดึกเพื่อไปถึงที่นั่นในเวลาเช้า เกิดตกหล่นอะไรขึ้นมายังสามารถติดต่อศูนย์การท่องเที่ยว ที่พัก และสำนักงานอื่นๆ ได้ในเวลาทำการ แต่ว่าก็มีข้อเสียอยู่อย่างนึงคือไม่สามารถเช็คอินเข้าโรงแรมได้ในทันที เพราะเวลา Check-in ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณช่วงบ่ายสองถึงบ่ายสามขึ้นไป ยังไงก็ดีเราก็ยังสามารถฝากกระเป๋าไว้ก่อนได้ แล้วค่อยย้อนกลับมา Check-in ใหม่ เพราะฉะนั้นก่อนการเดินทางมาญี่ปุ่นควรนอนมาให้พอ ตอนมาถึงจะได้เที่ยวได้เลยโดยไม่รู้สึกเพลียมากจนเกินไป แต่ถ้าออกไปตระเวนข้างนอกแล้วอย่ากลับเข้ามาดึกมากนักในคืนแรก เพราะโรงแรมประเภทเรียวกังตามชานเมืองหรือโรงแรมขนาดเล็กเขาอาจปิดเคาน์เตอร์ตอน 2 ทุ่ม (เช็คให้ดีก่อน กันพลาด) มิอย่างนั้นคุณอาจเป็นผู้โชคดีได้นอนข้างทางในคืนแรก เงิบไปเลย

Get me out of Here (พาฉันออกจากสนามบิน)

[อัพเดท เดือนตุลาคม 2557]

หลังจากเขียนบล็อกนี้มาได้สักพัก คำถามนี้เป็นคำถามฮิตฮ๊อตที่สุด ด้วยความที่ผมก็ไม่ค่อยรู้อิโหน่อิเหน่สักเท่าไหร่กับภูมิภาคนี้ ไปมาก็แค่ครั้งสองครั้ง แต่พอโดนถามบ่อยๆ เลยต้องไปหาข้อมูลมาฝากกัน โดยหลักๆ แล้วคนจะนิยมอยู่ คือรถไฟ (Railway) และรถบัส (Limousine Bus) จะเลือกใช้อันไหนขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก คือหนึ่งสถานที่ตั้งของโรงแรมใกล้กับสถานีอะไรมากที่สุด สองแผนการเดินทางโดยรวมว่าตั้งใจจะอยู่ในเขตคันไซกี่วัน และสามความคุ้มค่าเงิน (ที่ท้ายบทความผมจะมีอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับตั๋วประเภทต่างๆ)

Railway Network

การเดินทางด้วยรถไฟออกจากสนามบินถือว่าสะดวกที่สุด ที่ Terminal 1 (2F) จะมีบริการของรถไฟ 2 ค่ายด้วยกันคือ JR และ Nankai เอาเป็นว่าถ้าคุณวางแผนซื้อ JR-Pass, JR-West Pass อยู่แล้วก็เลือกของค่ายนี้ แต่ถ้าคุณวางแผนซื้อ Kansai Thru Pass ก็เลือกค่าย Nankai

  • JR: สถานีหลักๆ ที่ค่าย JR แวะคือ Tennoji, Osaka, Shin-Osaka, Kyobashi, Kyoto, Kobe (สามารถออกตั๋วคู่กับ Haruka Express แบบ Non-reserved seat ได้) ถ้าซื้อ JR-West Pass ต้องใช้ตั๋วนี้เพื่อเข้า/ออกสนามบินภายใน 4 วัน แต่ถ้าซื้อคู่กับ ICOCA Card สามารถเก็บตั๋วได้ถึง 2 สัปดาห์
  • Nankai: สถานีหลักๆ ของค่ายนี้คือ Namba, Sakai, Koyasan เหมาะสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวในเขตชานเมืองของภูมิภาคคันไซ

คุณสามารถอ่านรายละเอียดและตารางเวลาของเส้นทางรถไฟออกจากสนามบินผ่านลิงค์นี้ครับ (หมายเหตุ: ในกรณีที่โรงแรมที่คุณพักไม่ได้อยู่ใกล้กับสถานี JR คุณอาจจะต้องลากกระเป๋าต่อรถไฟใต้ดินอีกต่อนึง)

Limousine Bus

สำหรับคนที่ไม่ชอบลากกระเป๋าโดยเฉพาะผู้สูงวัยขอเชียร์ออฟชั่นนี้ครับ อัตราค่าบริการก็ไม่ถึงกับแตกต่างกับรถไฟมากนัก Bus Stop เข้าเมืองจะอยู่ที่ Terminal1 (1F) เป็นซะส่วนใหญ่ ตั๋วเที่ยวเดียวจะตกประมาณ 1,500-2,000 Yen ต่อเที่ยว ถ้าซื้อแบบตั๋วไปกลับจะถูกกว่าครับ คุณสามารถเช็คดูรายละเอียดของสถานีปลายทาง ตำแหน่งของรสบัส ตารางเวลาในการออกเดินทาง และอัตราค่าโดยสารได้จากลิงค์นี้ครับ 

Late Night Arrival

คำเตือนสำหรับผู้ที่ชอบซื้อตั๋วโปรราคาถูกมาาาาาาก: กรุณาตรวจสอบเที่ยวบินว่าเครื่องแลนดิ้งที่สนามบินคันไซตอนกี่โมง ประเด็นมีอยู่ว่ามีสายการบินโลว์คอสต์ชอบลงเครื่องตอนประมาณ 4  ทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืน ปัญหามีอยู่ว่าคุณจะออกจากสนามบินยังไงเพราะมันเลยเวลาทำการของรถไฟและรถโค้ชเข้าเมืองโอซาก้าและเกียวโตเที่ยวสุดท้ายไปแล้ว (ประมาณ 4-5 ทุ่ม) ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์นี้คุณมีทางเลือกอยู่ 4 ทางดังนี้ครับ

ถึงอย่างไรก็ดี ถ้าเลี่ยงได้ผมไม่ขอแนะนำการเดินทางแบบนี้ครับ เพราะมันน่าหวาดเสียวไปหน่อย ไหนจะหวั่นว่าไฟล์ทจะดีเลย์หรือไม่ จะใช้เวลาผ่านด่าน ตม.นานมั๊ย จะหลงทางในสนามบินรึเปล่า จะซื้อตั๋วเป็นรึเปล่า ขึ้นรถทันมั๊ย แล้วไปถึงที่หมายเลยรึเปล่า หรือว่าจะต้องต่อแท๊กซี่เข้าโรงแรมอีก สำหรับคนที่ทำการบ้านมาดีก็ไม่ว่ากัน แต่สำหรับคนที่เดินทางไปครั้งแรก มันจะตื่นเต้นมากไปรึเปล่าครับ

  • สำหรับคนที่ต้องการคำแนะนำจากบริษัททัวร์ที่เชี่ยวชาญเส้นทางของญี่ปุ่น ผมแนะนำ 2 ที่นี้ครับ เป็น One-stop service เพราะเขาสามารถจองตั๋ว ที่พัก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว และซื้อตั๋วรถไฟให้ได้เสร็จสรรพ
  • JTB Thailand เจ้านี้เป็นบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ที่มีสาขามากมายในประเทศญี่ปุ่น
  • H.I.S. เจ้านี้ก็เป็นบริษัททัวร์ที่มีคอนเนกชั่นกับสายการบินและข้อมูลการท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากมายเช่นกัน

Data Roaming in Japan (ต่อติดตามกระแสโซเชียล)

[อัพเดท เดือนตุลาคม 2557]

จะไปญี่ปุ่นทั้งทีจะขาดการติดต่อกับเพื่อนๆ บนสังคมออนไลน์ได้อย่างไร ไหนจะต้องถ่ายรูปมาอวดเพื่อนที่ทำงานงกๆๆ อยู่เมืองไทย ไหนจะต้อง facetime คุยกับแฟน line chat คุยกับคนทางบ้านอีก ทีนี้เรามาดูกันว่าเรามีทางเลือกอะไรบ้างในการไม่พลาดการติดต่อสื่อสารระหว่างอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

  • ใช้บริการ Data Roaming จากค่ายโทรศัพท์มือถือในไทย ไม่ว่าจะเป็นบริการของ AIS International Roaming, dtac International Roaming, True Move H International Roaming แต่ละค่ายก็มีบริการ International Data Roaming Package เป็นของตัวเอง ถูกที่สุดที่เห็นคือ 320 บาทไปจนถึงวันละ 400-500 บาท ข้อดีคือไม่ต้องเปลี่ยนซิมการ์ด ข้อเสียคือระวังโดนค่าบริการอื่นๆ แถมมาด้วยในกรณีที่เน็ตรั่ว พื้นที่ในการให้บริการไม่ครอบคลุม
  • ใช้บริการเช่า Pocket Wifi จากเมืองไทยไป เท่าที่เคยหาข้อมูลมีอยู่ 2 ค่ายคือ BS-Mobile และ Wise Pocket Wifi ขั้นตอนในการเช่าคล้ายๆ กันคือ กรอกใบสมัครบนเวบ, ชำระเงิน, เลือกสถานที่ในการรับเครื่อง (เลือกได้ทั้งที่สนามบิน หรือสถานที่นัดพบที่กำหนด), เปิดใช้บริการที่จุดหมายปลายทาง และนำมาคืนภายใน 1-2 วันหลังจากเดินทางกลับ อัตราค่าบริการช่วงโปรโมชั่นจะอยู่ที่ 200 บาท/วัน ย่ิงเช่านานยิ่งถูก ข้อดีคือการสามารถปล่อยแชร์ได้ถึง 10 เครื่อง แบตใช้ได้นานต่อเนื่องประมาณ 10-12 ชม. (ในกรณีเดินทางไปกลุ่ม ออพชั่นนี้ถือว่าเริ่ดมาก) ข้อเสียคือมีอุปกรณ์ให้พกเพิ่มมาอีกเครื่องนึง
  • เช่าโทรศัพท์มือถือ หรือ Wifi router หรือซื้อซิมการ์ดที่ญี่ปุ่น (รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเช่าอุปกรณ์สื่อสารที่สนามบินคันไซ อ่านที่นี่ครับ) ข้อดีคือไม่ต้องเป็นภาระจัดการธุระจากเมืองไทย ข้อเสียคืออัตราค่าบริการอาจจะไม่ถูกกว่า ซิมที่นั่นอาจใช้กับโทรศัพท์บางรุ่นไม่ได้ แถมยังต้องวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องตั๋วสารพัดชนิดอีก

Itinerary (ปฏิบัติการร่างแผนเที่ยว)

หลังจากจองตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้ว ควรวางแผนเที่ยวก่อนเป็นอันดับต่อไป เพราะจะทำให้ตัดสินใจได้ว่า คืนไหนจะพักอยู่เมืองไหน จะเลือกซื้อตั๋วรถไฟแบบไหน ให้สอดคล้องกับแผนการเดินทาง ใครที่ต้องการดูโปรแกรมตัวอย่างที่ผมร่างขึ้นมาเองจากการเสิร์ชข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ให้คลิ๊กที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ (รายละเอียดยิบเป๊ะเว่อร์มาก ไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการดำเนินรอยตามครับ)

ขอบคุณข้อมูลที่ค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์จากเวบ Japan-Guide.com ทำให้ทริปนี้ง่ายขึ้นเยอะเลย ส่วนถ้าเป็นเรื่องการจัดเรตติ้งสถานที่ท่องเที่ยวและแนะนำสถานที่กินคงต้องยกให้ Tripadvisor.com ผมเข้าไปรีวิวสถานที่เที่ยวและร้านอาหารชื่อดังอยู่หลายร้าน (ติดตามได้ที่ @chaichuanchim ครับ)

เนื่องจากทริปนี้มีระยะเวลายาวนานถึง 9 วัน ผมจึงแบ่งการเดินทางออกเป็นโซนๆ ดังนี้ครับ

  • Kyoto (5 วัน 4 คืน) อยู่เที่ยวจบครบทุกภาค เหนือ ใต้ ออก ตก และภาคกลาง สถานที่สำคัญๆ ที่ไม่ควรพลาดได้แก่ Kinkakuji Temple (Golden Pavilion), Ninnaji Temple, Ginkakuji Temple (Silver Pavilion), Kiyomizu-dera Temple (Pure Water), Heian Shrine, Kyoto Imperial Palace, Nijo Castle, Tenryuji Temple, Jojakkoji Temple, Fushimi Inari Shrine อาจตัดบางสถานที่โดยเฉพาะวัดบางแห่งออกได้บ้าง เพราะวัดแต่ละวัดก็มีทัศนียภาพที่คล้ายๆ กัน ถ้าเปรียบเทียบกับที่อื่นแล้ว เกียวโตนับเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการ Walk Tour มาก เพราะทิวทัศน์และสถานที่ท่องเที่ยงจะเกาะกลุ่มกัน ทำให้สามารถแบ่งเวลาเที่ยวเป็นฟากๆ ได้ โปรดติดตามอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเกียวโตได้ที่นี่===> Kyoto…I Love You เกียวโต ผมรักคุณ

Kyoto

  • Osaka (3 วัน 3 คืน) โอซาก้าเป็นเมืองใหญ่รองจากโตเกียว สิ่งที่น่าสนใจของเมืองนี้นอกจาก Aquarium และ Universal Studios แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสถานที่ชมวิวจากบนตึกสูงเช่น Osaka Castle, Floating Garden Observatory, Osaka Prefectural Government Sakishima Building Observatory, Tsutenkaku Tower และอื่นๆ ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงที่นี่คือการเดินช้อปปิ้งแถว Namba, Umeda, Shinsaibashi, Nippombashi แล้วแวะหาอะไรอร่อยๆ กินที่ Dotonbori โปรดติดตามการทัวร์เมืองโอซาก้าอย่างจัดเต็มได้ที่นี่===> Osaka…Aha Aha I Like It โอซาก้า ผมชอบคุณนะ

Osaka

  • Nara (1 วัน) นาระเป็นเมืองเล็กๆ มีจุดเด่นอยู่ที่วัด Todaiji Temple และ Nara Park สามารถจัด Day tour แบบไปเช้าเย็นกลับได้ ซึ่งอยู่ห่างจากโอซากาไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์แบบใกล้ชิดจริงๆ แนะนำให้หาเรียวกัง (Ryokan) ซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นพักสักหนึ่งคืน โปรดติดตามเรื่องราวของกวางน้อยที่เมืองนาราได้ที่นี่===> My Deer Nara นารา น่ารัก

Nara

  • Koyasan (2 วัน 1 คืน) โคยะเป็นเมืองเล็กๆ ในเขตของ Wakayama ที่อยู่ทางตอนใต้ของเกียวโตและโอซากา อากาศค่อนข้างเย็นเพราะอยู่ท่ามกลางหุบเขา ถือเป็น Highlight ของทริปนี้ก็ว่าได้ เพราะน้อยคนที่จะดั้นด้นมาถึง แต่ถ้าได้ลองสัมผัสบรรยากาศที่ดี บวกกับได้มาค้างอ้างแรมอยู่ที่วัดในเมืองแห่งนี้ รับรองว่าประทับใจไม่รู้ลืม โปรดติดตามอ่านเรื่องราวอันน่าประทับใจกับคืนหนึ่งที่โคยะซังได้ที่นี่ครับ สุขสงบอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียวครับ===> Koyasan…The Miracle of Peace มหัศจรรย์แห่งความสงบ

Koyasan

Where to stay (จองที่พัก)

หลังจากเสาะแสวงหาที่พักราคาย่อมเยาอยู่นานแสนนานก็พบว่า ปลื้มกับ Japanican.com เป็นอย่างมาก เป็นเวบที่รวมรวมสถานที่พักทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยจัดเรียงตามหมวดหมู่ยอดนิยมทำให้ค้นหาได้ง่าย โดยเขาแยกโรงแรมทั่วไปออกจากที่พักแบบเรียวกัง Ryokan (Japanese style Inn) เลยทำให้เลือกได้ง่ายว่าอยากจะพักเมืองไหน สไตล์ไหน ในงบประมาณเท่าไหร่ แล้วแต่ละที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง ที่ชอบมากเป็นพิเศษคือนอกจากการจัดเรียงผลการค้นหาตามเรตติ้งแล้วเขายังมีระบุว่าด้วยว่าอันไหนเป็น Japanese Picks คือคนญี่ปุ่นชื่นชอบมากเป็นพิเศษ มาทริปนี้ผมใช้บริการ Japanican ไปถึง 3 แห่ง นั่นคือ โรงแรม New Miyako Hotel (Kyoto), Hotel Kuramoto (Ryokan in Osaka) และ Koyasan Onsen Fukuchi-in (Temple Lodging in Koyasan) ส่วนอีกที่ดันไปได้ดีลที่ดีกว่าผ่าน Booking.com ชื่อว่าโรงแรม Hotel Monterey (Osaka) ข้อดีของทั้ง 2 เวบนี้คือเมื่อเราจองไปแล้ว เราสามารถ cancel booking ได้ ถ้าแจ้งล่วงหน้าก่อนวันเช็คอินประมาณ 2-3 วันจะไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ หลังจากนั้นก็เขาก็จะหักเงินมัดจำ 20%, 80% และ 100% ตามลำดับ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับเวบ Agoda.com แล้ว เราจะเสียเงินทันที 100% ตั้งแต่วันจอง ถ้าจะขอ Refund ก็จะยุ่งยากพอสมควร

New Miyako
New Miyako Hotel, Kyoto
Monterey Osaka2
Hotel Monterey, Osaka
Kuramoto
Hotel Kuramoto, Osaka
Fukuchiin
Fukuchiin, Koyasan

โรงแรมที่ขอแนะนำในเกียวโต (พยายามเลือกในละแวก Kyoto Station เข้าไว้ เพราะมันอยู่ศูนย์กลางของทุกสิ่ง เดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก)