เวียนวนดั้นด้นชมวังเวียง

เมื่อเร็วๆ นี้ผมแอบหนีไปเที่ยวที่วังเวียง สปป.ลาว ก่อนไปก็เที่ยวถามคนโน้นคนนี้เกี่ยวกับวังเวียง ส่วนใหญ่ก็ตอบไปในทางเดียวกันคือ “เดินทางลำบากนิดหน่อยนะเพราะเส้นทางคดเคี้ยวเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่รู้เดี๋ยวนี้ดีขึ้นรึยัง?”, “วังเวียงสวยประมาณปายเมื่อหลายปีก่อน ผสมแนวหลวงพระบาง และซาปาที่เวียดนาม”,  “ไปที่โน่น ต้องปั่นจักรยานเสือภูเขา เที่ยวน้ำตก พายเรือคายัค ล่องห่วงยาง ขึ้นบอลลูน” อะไรประมาณนี้

ไม่ว่าวังเวียงจะเปลี่ยนไปแค่ไหน จะเป็นจริงตามที่เขาว่ากันรึเปล่า ลองเปิดใจกว้าง…เที่ยวเล่น ชมวิวโดยไม่คาดหวังอะไร อย่างน้อยก็ถือว่าได้ประสบการณ์ในการสรรหาที่เที่ยวแปลกใหม่ อย่างมากอาจประทับใจไม่รู้ลืม มีเรื่องสนุกๆ มาเล่าสู่กันฟัง บันทึกฉบับนี้คือไดอารี่ฉบับย่อที่ผมขอไม่ชี้นำหรือริชวนใครมาเที่ยวในแบบของผม แต่จะขอเล่าสิ่งที่ประสบพบเห็นมากับตาและขาของตัวเอง

มีคนถามผมว่า “จะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกไหม?” ผมยังไม่ขอตอบ ณ บรรทัดนี้ อยากเล่าเรื่องด้วยภาพจนจบ แล้วค่อยมาเฉลยทีหลังว่าผมจะเวียนวนบรรจบกลับมาถึงวังเวียงอีกสักรอบไหม?

นัดพบกันที่เวียงจันทน์

จากอุดรธานีมุ่งหน้าสู่เวียงจันทน์ผ่านจังหวัดหนองคายใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ ทันทีที่ข้ามด่าน ตม. มาได้ สิ่งแรกที่ทำคือหาของกิน ร้านแรกที่ประเดิมในทริปนี้คือ The Tea Room by Dao-Heuang ร้านนี้มีอาหาร/ขนม/เครื่องดื่มให้เลือกหลายสิ่ง ที่ติดใจมากเป็นพิเศษเห็นจะเป็นเส้นหมี่หมูย่าง แหนมเนือง และขนมปังปัตเต้ ยอมรับเลยว่าอร่อยกว่าร้านวีทีและแดงแหนมเนืองเป็นไหนๆ ไม่ต้องแปลกใจเมื่อคุณย่างก้าวเข้ามาแดน สปป.ลาวคุณจะเห็นกิจการ Dao-Heuang Group เต็มไปหมด “Dao Coffee is everywhere” พอถึงมื้อเย็นเราได้แวะมาทานอาหารฝรั่งเศสกันที่ร้าน Nadao at Mandala เป็นการเสิร์ฟแบบคอร์ส เริ่มต้นด้วยสลัด ซุ๊ป และเมนคอร์ส มีให้เลือกระหว่างสเต็กเนื้อ (Ribeye Steak) ปลาริมโขง (Fish Fillet of the day) เป็ดย่าง (Grilled Duck Breast) และเนื้อแกะ (Lamb Shoulder) เบ็ดเสร็จมื้อนี้เสียหายไปทั้งสิ้น 5 ล้านกีบ คิดเป็นเงินไทยก็ 20,000 บาท โอ้ว…พระสงฆ์ เป็นมื้อที่ดูเหมือนจะแพง แต่กินกันไปซะขนาดนี้ ก็ถือว่าคุ้มดีอยู่

สถานที่สำคัญๆ ที่ใครไปใครมาก็ต้องเข้ามากราบไหว้คือพระธาตุหลวง  หอพระแก้วและวัดสีสะเกด (เดิมเป็นที่ประทับขององค์พระแก้วมรกต) วัดองค์ตื้อมหาวิหาร (เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเวียงจันทน์) แม้จะมีเวลาค่อนข้างน้อย แต่ผมก็ยังได้ขี่จักรยานชมเมืองแล้วมาจบลงที่สวนสาธารณะริมโขง (สถานที่คนเวียงจันทน์ใช้ในการเดิน ชิลล์ ชม ออกกำลังกาย) แถมก่อนออกเดินทางไปวังเวียง ยังได้มีโอกาสตื่นขึ้นมาใส่บาตรตอนตี 5 โดยทางโรงแรมมีบริการ Morning Call แล้วจัดสำรับอาหารแห้งพร้อมข้าวเหนียวเอาไว้ให้ ไม่คิดว่าการมาเที่ยวจะต้องตื่นเช้าอะไรขนาดนี้ แต่ก็รู้สึกดีที่ไม่พลาดกิจกรรมการใส่บาตร ถึงจะง่วงแต่ก็เย็นใจ (When in Vientiane, Act like Laos People do) เท่าที่ทราบมาคือพระสงฆ์และเณรจะออกบิณฑบาตรกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่แตะขอบฟ้าและจะต้องเดินเรียงแถวตามลำดับชั้นของวัด ไม่มีการแซงคิว ไม่ว่าฝนจะตกหรือฟ้าจะร้อง ท่านก็จะออกมาบิณบาตรตรงตามเวลาเสมอ ถือเป็นภาพที่งดงามมากๆ ครับ ว่าแล้วขอตัวไปงีบสักพักก่อนออกเดินทางไปวังเวียงในช่วงสายๆ

P9121236
นมัสการพระธาตุหลวง
P9121269
วัดข้างเคียงพระธาตุหลวง

 

P9121302
ประตูชัยเมืองเวียงจันทน์
P9121305
เที่ยวเล่นปั่นจักรยานริมโขง
P9121316
สวนสาธารณะริมโขง อนุสาวรีย์พระเจ้าอนุวงศ์
photo 1 (1)
ตักบาตรเช้าหน้าโรงแรม Salana ตรงข้ามวัดองตื้อ

20140913_091247

P9131366
พระพุทธรูปหน้าหอพระแก้ว
P9121212
อาหารเที่ยงสไตล์เวียดนามที่ร้าน The Tea Room by Dao Heuang
P9121344
อาหารมื้อค่ำสไตล์ฝรั่งเศสสุดหรูที่ร้าน Na Dao @Mandala Restaurant

ถึงแล้ววังเวียง

เอาล่ะได้เวลาออกเดินทางไปวังเวียงกันแล้ว ตอนราวๆ 8:30-9:00 น.เห็นจะได้ รถตู้มารอรับเราที่หน้าโรงแรม (ใครมาเวียงจันทน์แล้วไม่รู้จะพักที่ไหน ผมแนะนำที่นี่เลยครับ Salana Hotel in Vientiane รร.ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดองค์ตื้อ อยู่ห่างจากริมโขงประมาณแค่ 5 นาทีโดยเท้า ตื่นเช้ามาสามารถใส่บาตรที่หน้าโรงแรมได้เลย) หลังจากที่แวะนมัสการหอพระแก้วและวัดสีสะเกดเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งหน้าตรงไปที่เมือง Vang Vieng ทางตอนเหนือของ สปป.ลาว ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงจากเมืองเวียงจันทน์ ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและสภาพถนนในช่วงนั้นๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องหลุมบ่อครับ มีแน่นอน แถมด้วยโค้งเล็กโค้งน้อยตลอดทาง สำหรับผม อาการเมารถนั้นไม่มีปรากฎแต่อย่างใด รู้แต่เพียงว่าควรทำภาระกิจให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง เพราะแรงกระแทกอาจทำให้ฉี่เล็ดหรือหนักถึงขั้นไส้ไหลก็เป็นได้ อาหารการกินระหว่างทางอาจไม่ค่อยถูกปาก ไม่ค่อยมั่นใจเรื่องสุขอนามัยเท่าไรนัก เอาล่ะทนหลับสักหลายงีบ สักป๊าดเดียวคงได้เจอนะ…วังเวียง

สถานที่ท่องเที่ยงสำคัญของวังเวียงก็จะมี ถ้ำจัง (เสียค่าผ่านทางหรือปี้ประมาณคนละ 2000 กีบหรือประมาณ 8 บาทไทย) เดินข้ามสะพานสีส้มไปก็จะเป็นทางขึ้นไปชมถ้ำ จำไม่ได้ว่าต้องปีนไปทั้งหมดกี่ขั้น ไม่ถึงกับโหดมาก แต่ก็เล่นเอาเหงื่อซิบเหมือนกัน มาถึงถ้ำนี้ทำให้ผมนึกถึงถ้ำสวรรค์ ที่ฮาลองเบย์ ประเทศเวียดนาม ต่างกันตรงที่ ที่นี่เขาไม่ได้ใช้แสงสีเขียว/แดงในการประดับประดาถ้ำ

photo 2 (2)
พาหนะที่นำพาเราสู่จุดหมายที่วังเวียง
P9131418
สะพานแดงที่พาเราไปถึงถ้ำจัง
P9131434
เดินขึ้นประมาณ 100 กว่าขั้นกว่าจะถึงถ้ำที่บนยอดเขา
P9131444
วิวด้านนอกจากถ้ำจัง

ถ้ำจังอยู่ห่างจากโรงแรม Villa Vangvieng Riverside ไม่มาก โรงแรมนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำ สปา wifi แถมยังมีสมรภูมิที่ตั้งที่ดีมากๆ อยู่ริมน้ำซอง สามารถชมวิวสะพานไม้ที่ข้ามระหว่างสองฟากฝั่งจากหน้าที่พักและร้านอาหาร เออ..ที่นี่เขาเก็บค่าผ่านทางตอนข้ามสะพานด้วยนะ ทั้งรถ ทั้งคน รวมถึงจักรยานด้วย แต่ก็เข้าใจนะว่าเขาต้อง maintain สภาพให้สามารถใช้การได้ จากการที่ได้ลองเดินและปั่นข้ามสะพานนี้หลายรอบ บอกได้เลยว่าแอบเสียวว่ามันจะขาดในสักวัน เพราะมันดูไม่แข็งแรงเอาซะเลย วันนี้เราขอพักผ่อนเก็บแรงพร้อมลุยในวันพรุ่งนี้ แต่ที่ขาดไม่ได้คืออาหารเย็นสุดชิลล์สไตล์เกาหลีกับเพื่อนร่วมทริป (ดูเหมือนที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเยอะพอสมควรนะ) สำหรับวันพรุ่งนี้เรามีนัดปั่นจักรยานชมเมืองกัน วันนี้เลยจัดแจงเช่าจักรยานแบบเหมาวันมาเลยครับ ชั่วโมงละ 60 บาท เหมาทั้งวันแค่ 100-110 บาท (25,000 กีบ) คงไม่ต้องบอกนะว่าพวกเราเลือกแบบไหน จักรยานมีให้เลือกหลายแบบ เหมาะที่สุดคือจักรยานเสือภูเขา ถ้าใครต้องการช้อปปิ้งซื้อของ ก็สามารถเลือกจักรยานจ่ายตลาดแบบมีตะกร้าด้านหน้าก็ได้ ข้อเสียก็คือเวลาปั่นบนถนนลูกรัง โอโหสุดๆ ไปเลย ถีบนิดเดียว สะเทือนถึงไส้ติ่ง 555

P9131470
โรงแรม Villa Vang Vieng Riverside
P9131481
สะพานไม้ข้ามแม่น้ำซอง
photo 3 (1)
ชาวคณะหิวกันแล้ว…ที่ร้านอาหารเกาหลี
photo 4 (1)
แกงค์เด็กเตรียมเมา…

เดิน ปั่น ชมเมือง

แม้จะนอนหลับไปได้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เช้านี้ก็ตั้งใจเบิ่งตาตื่นตั้งแต่ตี 5 เพราะกลัวว่าจะไม่ทันชมพระอาทิตย์ขึ้น พวกเรา The Morning Gang มีสมาชิกอยู่ 5 คน นำโดยพี่มิตร พี่จ๊อด พี่พงษ์ พี่นิด และไช้ พวกเราขี่จักรยานออกไปเก็บวิว บรรยากาศตลาดเช้า และชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ขากลับยังอุตส่าห์ได้แวะชิมอาหารเวียดนามข้างถนนอีกด้วย วอร์มอัพเช้านี้ประมาณ 10 กม. ภาระกิจเช้านี้ยังต้องดำเนินต่อไป จะไปเที่ยวที่ไหนกันต่อ โปรดติดตามได้ในช่วงหน้า…

P9131509
วิวสะพานไม้ ช่วงพระอาทิตย์ขึ้น
20140914_055229
วิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ท่าน้ำ
P9141582
สุข สงบ สดชื่น ยามเช้าริมน้ำซอง
P9141587
เที่ยวชมตลาดเช้า
P9141597
ตลาดสดขายของพื้นเมือง รวมถึงสัตว์พื้นบ้าน เช่นกบ กะรอก และตัวอ้น
20140914_064819
วัฒนธรรมการตักบาตรข้าวเหนียว งดงามจริงๆ ครับ
20140914_094158
ท้องไร่ ท้องนา สีเขียวขจี
20140914_095257
สองแถวลำเลียง
chai acting
ยืนเท่ท้าแดด
chai on the ride
ขี่จักรยานโดยไม่ว่อกแว่ก
fun ride
ปั่นเพลิน ท้าลมแดด
ready to rock
สวมชุดเตรียมโหนสลิง
lunch time2
เปิบอาหารมื้อเที่ยงบนเรือนไม้
P9141647
ใครอยากโดดน้ำยกมือขึ้น
photo 3 (2)
ขากลับหนักอึ้ง ทั้งคน ทั้งรถจักรยาน
chai_waterfall
สระ Whirl Pool
photo 5 (1)
น้ำตกชั้นไม่สูง แต่บ่อนี้เป็นของเรา

หลังจากอาบน้ำอาบท่าทานอาหารเช้ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามีเป้าหมายคือถ้ำพูคำ (Tham Phu Kham & Blue Lagoon) ซึ่งติด 1 ใน 5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮ๊อต (จัดอันดับโดย TripAdvisor) ในการเดินทางไปเที่ยวถ้ำเราแบ่งคณะออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนึงเดินทางไปกับรถ 2 แถว อีกกลุ่มขี่จักรยานตามไป ผมว่าระยะทางไม่น่าจะต่ำกว่า 10 กม. นะแต่เป็น 10 กิโลที่วิบากเพราะมันมีกับดักระหว่างทางเต็มไปหมด ทั้งก้อนหิน โคลน ทราย แอ่งน้ำ เรียกว่ากว่าจะไปถึงก็สะบักสะบอมกันเลยทีเดียว เพื่อให้การเดินทางไม่ดูน่าเบื่อจนเกินไป เราก็เที่ยวจอดแวะข้างทาง แชะรูปไปเรื่อยเปื่อย กว่าจะถึงเป้าหมายก็เล่นเอาเกือบเที่ยง กิจกรรมแรกที่เราขอท้าประลองคือ Zipline การโหนสลิงข้ามเขาไปมาราวกับทาซาน/เจน ถามว่าเสียวมั๊ย…ต้องบอกเลยว่าไม่(มาก) ลองผ่านด่านแรกไปแล้ว ฐานที่เหลือก็ถือว่าจิ๊บๆ จะมีก็แต่รอนานไปจนเซ็ง แตะเบรคไม่ถูก เหิรเวหาท่าไม่ค่อยสวย ก็เท่านั้นเอง 555 ส่วนเรื่องเซฟตี้นั้นอุปกรณ์รับน้ำหนักก็น่าจะเอาอยู่ เพียงแต่กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของชุดและหมวกนั้นหนักเอาการอยู่  เสร็จจากภาระกิจโหนสลิงก็ได้เวลาเปิบข้าวเหนียวส้มตำปูปลาร้า เป็นมื้อที่อร่อยที่สุด คงเป็นเพราะพวกเราหิวกันมาก ในบริเวณใกล้เคียงกันก็มีที่โดดน้ำเล่น เห็นหลายคนลงทุนปีนขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วดิ่งพสุธาลงมาบนผิวน้ำ เท่คอดๆ แต่ข้าน้อยขอบาย เพราะใจไม่กล้าพอ ลองนึกสภาพเอาพุงกะทิกระทบผิวน้ำด้วยความเร็วสูง มันจะจุกขนาดไหน บรื๋อ….

ตอนนี้ก็น่าจะประมาณบ่ายสามละ เรายังพอมีเวลา เลยเลือกกันว่าจะไปพายเรือคายัคหรือไปเล่นน้ำตกกันดี ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระบุในยามบ่าย เราเลยเลือกที่ไปเล่นน้ำตกกันต่อ (ขออภัยจำชื่อไม่ได้ แต่ทางไปก็สมบุกสมบันเหมือนกันนะ) ทีแรกตั้งใจว่าจะปั่นจักรยานกลับไปที่โรงแรมเพื่อตั้งต้นใหม่ แต่เห็นแต่ละคนหมดสภาพ เลยต้องฝากจักรยานไว้บนหลังคาสองแถว แล้วกลับขึ้นรถไปพร้อมกัน เราใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ในการเที่ยวเล่นน้ำตก สักพักฝนก็ตกลงมา ความสนุกก็พลอยหมดไปก่อนเวลาอันควร

ไปตามน้ำ

ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำเมื่อมาถึงวังเวียง หนึ่งในนั้นคือการพายเรือคายัค ล่องห่วงยาง (เราเขาเรียกกันว่า Tubing) แล้วก็การนั่งบอลลูน (Balloon) ด้วยสภาพดินฟ้าอากาศไม่ค่อยเอื้ออำนวย เราเลยเลือกที่จะปิดทริปเช้า ด้วยการให้รถสองแถวไปส่งที่แม่น้ำซองแล้วพายเรือคายัคกลับมาที่โรงแรม พวกเรามีเวลาน้อยมากคือ ประมาณ 45 นาที เบ็ดเสร็จต้องพายเรือให้ถึงฝั่งตอน 7 โมงเช้า

Morning Gang กรุ๊ปเดิมเลยต้องถ่างตาตื่นแต่ตี 5 เพื่อให้ทันการพายเรือคายัคแต่เช้าตรู่ แต่ภาพที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่าเสียเหลือเกิน บรรยากาศดีมากๆ ฟ้าใส หมอกลงต่ำ พายเรือด้วยความสุขใจ

เอาเป็นว่าผมขอจบทริปวังเวียงด้วยความฟิน แม้การเดินทางจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่เราก็รู้สึกเพลิดเพลินจากการหยุดงาน หยุดเวลา ตั้งหน้าตั้งตาเที่ยวอย่าตะบี้ตะบัน ตื่นเช้า กินอาหารครบเกิน 5 หมู่ นั่งเมาท์ปรึกษาปัญหาชีวิตจนดึกดื่นทุกคืน แล้วก็กลับมาตื่นเช้าใหม่ เป็นอย่างนี้ตลอด 4 วัน จึงได้ตาแรคคูนกลับมาเป็นของฝาก
P9141642 20140915_064440 20140915_064355 20140914_084006

ย้อนกลับมาที่คำถามเดิมที่ตั้งไว้คือ “คุณจะกลับมาวังเวียงอีกหรือไม่?” ตอบได้เลยว่า “มา…ขอแค่ได้มากับเพื่อนคอเดียวกัน” ความสวยของสถานที่ก็ประมาณนึง ยังสวยแบบดิบๆ และไม่ได้รับการปรุงแต่งมาก หมอกที่นี่ลอยต่ำแล้วไม่จางไปง่ายดาย อากาศยามเช้าสดชื่น ช่วงเที่ยงร้อนตับแตก คาดว่าช่วงหน้าหนาวคงจะเพลินกว่านี้

ปกติผมเป็นคนชอบเที่ยวคนเดียว แต่สำหรับวังเวียงถ้าไม่มีสหายมาด้วย ความสนุกน่าจะลดลงไปกึ่งนึง เพราะกิจกรรมโลดโผนทั้งหลายมันเหมาะที่จะทำร่วมกันเป็นหมู่คณะ และทริปนี้ก็เช่นกัน แม้จะมี สว.(สู้โว้ย) มากเกินครึ่ง แต่ทุกคนก็ใจมาก ขอบคุณพี่มิตร พี่จ๊อด หัวหน้าทัวร์จำเป็นที่คัดสรร ตระเตรียมทุกอย่างเพื่อให้ทริปนี้ราบรื่น แถมยังเป็นตากล้องให้กับชาวคณะด้วย สมบูรณ์แบบจริงๆ ทั้งเรื่องที่พัก การเดินทางและการจัดกิจกรรมต่างๆ ขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน ทั้งพี่สรณ์ พี่อัง (ขออนุญาตพี่ๆ นำภาพบางภาพมาเผยแพร่ต่อ) น้องจี้ คุณย่า พี่สมเกียรติ พี่พงษ์ พี่นิด เฮียหมี ซ้อแตนและครอบครัว ซี เหมย และลิงสองตัว ทริปนี้จะอยู่ในความทรงจำเสมอ เราต่างเฝ้ารอทริปหน้าของทัวร์ตามอำเภอ…ใจ

Leave a Reply

%d bloggers like this: