Chocolate Ville, Dining in the Park สวนอาหารของคนรักสนุก

ไม่น่าเชื่อว่าสวนอาหารขนาดอภิมหาอลังการงานสร้างนี้จะคงความนิยมมาได้นานขนาดนี้ ครั้งแรกที่ Chocolate Ville เปิดใหม่เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว ยังแอบนึกสงสัยว่าร้านอาหารที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 16  ไร่ อยู่ไกลแสนไกลถึงเกษตรนวมินทร์ กม.11 แถมมีจำนวนโต๊ะที่สามารถรองรับลูกค้าได้เป็นพันคน กับพนักงานนับร้อยที่ต้อง alert ตลอดเวลาเพราะต้องเตรียมรับออเดอร์จนขาขวิด จะสามารถบริหารธุรกิจให้คืนทุนได้ภายในกี่ปี่ แล้วคนไทยจะไม่พาลเบื่อหมดเห่อไปเสียก่อนเหรอ

ณ ชั่วโมงนี้ Chocolate Ville ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ยังแรงดีไม่มีตก ผู้คนต่างหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อมาถ่ายรูป ชมวิว แล้วกินอาหารกันอย่างอิ่มหนำสำราญกันทั้งครอบครัว การต่อคิวกลายเป็นวัฒนธรรมที่ผู้คนเริ่มรับได้ สำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์การมาเที่ยวเล่นกินอาหารอยู่ในสวนสนุกตามคอนเซปต์ Dining in the Park “นานเท่าไหร่ก็จะรอ”

P1014241
Conservatory Garden
P1014207
มุมถ่ายรูปที่หน้าร้าน Chocolate Ville
P1014222
บรรยากาศภายในร้าน

P1014311

What to Eat

เมนูอาหารของร้าน Chocolate Ville นั้นมีครบแทบจะทุกสัญชาติ ทั้งไทย จีน ฝรั่ง (เยอรมัน, อิตาเลียน และฟิวชั่น) แต่จะเป็นอะไรบ้างนั้น ลองมาชมตัวอย่างความอร่อยที่ไช้ชวนชิมขอยกนิ้วให้ครับ

P1014251
BBQ Ribs จัดหนักมาแบบจานบิ๊กบึ้ม
P1014249
Salmon แซบ หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด
P1014248
ปลากระพงทอดน้ำปลา
P1014264
Pasta-Seared Tuna with Black & White Sesame เป็นเมนูฟิวชั่นที่อร่อยแปลกแหวกแนว
P1014255
Risotto Seafood
P1014260
Potato Skins อบด้วยชีสเยิ้มๆ น่าทานเป็นกับแกล้ม
P1014262
Olio Salmon Spaghetti พาสต้าผัดแห้งโปะหน้าด้วยปลาแซลมอน อร่อยสุดๆ
P1014256
Chicken Quesadillas
P1014258
หมี่ผัดกระเฉด

สรุปโดยรวมแล้วเมนูที่แนะนำโดยไช้ชวนชิมเชียร์เป็นพิเศษคืออาหารฝรั่ง โดยเฉพาะเมนูเส้นพาสต้า เชฟปรุงอาหารออกมาได้รสชาติจัดจ้านมาก ไม่ว่าจะเป็น Olio Salmon, Seared Tuna หรือ Risotto Seafood อาหารไทยยอดนิยมดีคือ Salmon แซ่บ ปลากระพงทอดน้ำปลา และที่ถือว่าอลังการน่าสั่งผมยกให้ซี่โครงหมูบาร์บีคิว แต่สิ่งที่ไม่ค่อยปลื้มนักคือ ขาหมูยักษ์ ไก่ทอด และไส้กรอก เห็นสั่งกันจังแต่ก็เหลือกลับบ้านกันถ้วนหน้า ส่วนหมี่ผัดกระเฉดจะอร่อยกว่านี้ถ้าใส่มันกุ้งคลุกจนเข้าที่กว่านี้ หรือไม่ก็ลดปริมาณเส้นลงบ้างเพื่อให้ได้รสอันเข้มข้น (เมนูเด็ดจานนี้ขอยกให้ครัวเจ๊ง้อเป็นอันดับหนึ่งครับ) ส่วนภาพเมนูอื่นๆ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Food Gallery ท้ายบทความครับ ไม่ต้องแปลกใจที่วันนี้เมนูอาหารมากเป็นพิเศษ เพราะมาฉลองกันนับสิบชีวิต เลยอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า

สำหรับเมนูของหวานนั้นมีให้เลือกประมาณ 15 ชนิด ได้แก่ Black & White Chocolate Mousse, Vanilla Bean Panna Cotta, Hot & Crisp Banana Fritter, Chocolate Crepe Cake, Hot Brownie, Banana Crepe, Hazelnut Chocolate Cake, Caramel Custard, Creme Brulee, Banoffie Pie, Tiramisu, Cheese Cake, Chocolate Lava เมนูทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเมนูยอดนิยมของคนไทย แต่เมื่อลองสุ่มสั่งไปสัก 6 อย่าง ที่พอให้ผ่านและรับรองความอร่อยได้มีอยู่แค่ 2 จานเท่านั้นคือ Blueberry Cheese Cake ครีมชีสหอมหวานและลงตัว อีกจานคือ Tiramisu แม้จะเหมือนต้นฉบับซะทีเดียว แต่ก็พอได้อยู่ ส่วนเมนูที่เทสต์ไม่ผ่านด่านความอร่อยของไช้ชวนชิม เห็นจะเป็น Brownie ซึ่งอบมาได้แข็งโป๊กไม่เหลือความชุ่มชื้นในเนื้อเค้กเลยแม้แต่น้อย สำหรับเมนูเครปเค้กทั้งหลาย แผ่นแป้งหนาและไม่นุ่มหอมละมุนเท่าที่ควร และที่น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งคือ Chocolate Lava เห็นหลายคนชื่นชอบเพราะหน้าตาดูดี แต่วันนั้นน้ำกลับไม่แตกเยิ้มเวลาโดนมีดจิ้ม แถมรสสัมผัสของเนื้อเค้กก็ไม่ใช่อย่างที่เคยกินมา

P1014293
Blueberry Cheese Cake
P1014290
Tiramisu
P1014297
Chocolate Lava

Overall Rating

คะแนนโดยรวมของร้าน Chocolate Ville คือ 4 ดาวครึ่ง หรือจากคะแนนเต็ม 10 ไช้ชวนชิมให้ไป 8 คะแนน เพราะทึ่งในความสามารถในการบริหารร้านให้คงความนิยม มีกระบวนการในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สร้างบรรยากาศให้ผู้คนสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการกิน อาหารถึงแม้จะไม่อร่อยที่สุดในสามโลก แต่ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ไปได้แบบชิลล์ๆ

คุณภาพวัตถุดิบ (8/10) จัดไว้ใช้ได้ ยกเว้นอาหารแช่แข็งบางประเภท

รสชาติอาหาร (8/10) อย่างที่บอกชอบอาหารที่ออกมาจากครัวฝรั่งโดยเฉพาะ

บรรยากาศร้าน (9/10) ลงทุนมากกับการตกแต่งประดับประดาสถานที่ให้มีมุมถ่ายรูปจะแทบทุกจุด แถมช่วงเทศกาลยังมี Hightlight หรือ Gimmick แสงสีเสียงที่หอประภาคารอีกด้วย

การบริการ (7/10) แม้จะต้องต่อคิวนาน แต่บริหารจัดการคิวได้ดีพอสมควร พนักงานแต่ละคนทำงานมือเป็นระวิง คงต้องมีผิดพลาดบ้างอะไรบ้าง ถ้าเห็นอาหารไม่ยอมออกมาสักที แนะนำให้แจ้งพนักงาน เพราะอาหารตกหล่นระหว่างทางก็เป็นไปได้

Take me Here

ที่อยู่: วิ่งมาทางเกษตรนวมินทร์ กม. 11 ตัดตรงผ่านแยกนวมินทร์ (ถนนตัดใหม่) ขับตรงไปเรื่อยๆ ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ เมื่อเห็นกังหันลม เห็นรถจอดเต็ม 2 ข้างทาง แสดงว่าคุณถึงแล้วครับ (พิกัด GPS : N13 48.621 E100 39.830)

chocolate-ville-map

สำรองที่นั่ง: สามารถจองได้บน Facebook ที่ Tap “Reservation” หรือติดต่อ (083) 077-3738 และ (081) 921-2016 ที่ร้านจะเปิดให้จองเพียงแค่ 40% (แนะนำให้จอง 1-2 วันล่วงหน้าสำหรับวันธรรมดา และ 1-2 อาทิตย์ล่วงหน้าสำหรับวันเสาร์อาทิตย์) ที่นั่งอีกประมาณ 60% สำหรับลูกค้า Walk-in ซึ่งต้องใช้เวลายืนรอต่อคิวประมาณหนึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แนะนำให้ไปรับบัตรคิวแต่เนิ่นๆ คุณจะได้ก้อนโดนัทซึ่งจะมีสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อถึงคิวของคุณ

เวลาทำการ: เปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ถ้าไปแต่หัววันก็จะได้ถ่ายภาพก่อนพระอาทิตย์ตกดิน และไม่ต้องลำบากในการหาที่จอดรถและยืนรอนาน แต่ถ้าไปตอนหัวค่ำ นอกจากจะหาที่จอดรถไม่ได้แล้ว อาจต้องหงุดหงิดกับการยืนรอจนโมโหหิว

ติดต่อร้าน: http://www.chocolateville.net หรือ Facebook Chocolateville

Food Gallery

No photos
%d bloggers like this: