ถอดบทเรียนชีวิตฝ่าวิกฤตการเงิน X3

ไม่มีวิกฤตครั้งไหนจะรวดเร็ว รุนแรง และส่งผลกระทบในวงกว้างเท่าครั้งนี้มาก่อน ถ้าเทียบกับวิกฤตต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ซาร์ส เมอร์ส สึนามิ ยอดความเสียหายคิดเป็นเม็ดเงินอาจจะยังไม่มากเท่าในตอนนี้ (ในระยะยาวนั้นไม่แน่) แต่แรงเหวี่ยงกลายเป็นบูมเมอแรงเฉี่ยวโดนคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกพื้นที่ ทุกแวดวงธุรกิจอย่างที่ไม่เคยมีใครคาดคิด ลูกค้าหาย กำไรหด หน้าร้านถูกสั่งปิด บริษัทฯ ออกนโยบาย work from home ผู้บริหารบางคนถูกลดเงินเดือน ลูกจ้างรายวันถูกลอยแพ แอบหวั่นว่าอัตราว่างงานจะพุ่งพรวดในไม่ช้า

เชื่อแน่ว่ามาตรการเยียวยาลูกจ้างและผู้ประกอบการคงจะไม่ตอบโจทย์คนทุกคน เพราะนี่มันเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย ต่อให้คิดแผนกลยุทธ์กู้ชีพให้ดีแค่ไหน สุดท้ายมันอาจจะเวิร์คสำหรับบางคนและบางธุรกิจอยู่ดี ที่นี่มีเรื่องเล่า EP นี้ทำหน้าที่ได้เพียงเป็นเพื่อนคู่คิด พยายามเข้าใจว่าสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่มันหนักหนาสาหัสจริงๆ และแอบหวังใจว่าคุณจะหาทางออกได้เจอด้วยสติ สมาธิ และปัญญาของตัวคุณเอง

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านวิกฤติทางการเงินมาถึง 3 ครั้ง 3 ครา นึกย้อนไปตั้งแต่สมัยที่เป็นเด็กติดการพนันงอมแงมจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ตอนไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกในช่วงวิกฤติปี 40 พอดิบพอดี และอีกครั้งตอนตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่มั่นคง ยอมสูญเสียรายได้ 4-5 เท่าตัวเพื่อไปใช้ชีวิตที่แบบที่ตัวเองตามหา ปัญหานี้อาจดูเบาไปเลยเมื่อเทียบกับคนตกงาน ธุรกิจล้มละลาย เป็นหนี้ธนาคารจนต้องขายทรัพย์สินออกไป แต่พอมันเป็นเรื่องของเรา ปัญหามันยิ่งใหญ่เสมอครับ คุณว่าจริงมั้ย?

บนความโชคร้ายยังมีโอกาสและความโชคดีให้รอคอยสำหรับคนที่สู้ไม่ถอยและเพียรพยายามในพาตัวออกจากหลุมฝัง วิกฤตโควิดมันทำร้ายเราไม่ได้นานถ้าเราตั้งหลักได้เร็วกว่าคนอื่น

ฟังเรื่องเล่าทั้ง 3 เหตุการณ์ผ่านพอดแคสต์ EP ที่ 4 นี้ผ่านลิงค์ที่แปะไว้ด้านล่าง มันอาจไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าคุณควรต้องทำอะไรเพื่อแก้เกม ดึงสถานการณ์ที่ติดลบอยู่ให้กลายเป็นบวก แต่อยากให้คุณยอมรับความจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันควบคุมไม่ได้ รักษาสุขภาพกายใจให้แข็งแรง ใช้เวลาว่างที่มีให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงการวางแผนเพื่อจะรับมือกับวิกฤตินี้ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว

ชีวิตคนเรามันมีหลากหลายฤดู นี่เป็นแค่อีกหนึ่งมรสุมที่แทรกตัวเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวกันล่วงหน้าให้ได้เตรียมตัว อยู่กับมันให้ได้ รอวันที่พายุสงบลง ท้องฟ้ากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง ในระหว่างนี้อย่ามัวแต่กินๆ นอนๆ เสพแต่ข่าวให้จิตมันห่อเหี่ยวไปกว่าเดิม ทำอะไรสักอย่าง ทำอะไรก็ได้ ที่ทำให้ชีวิตของคุณ และคนที่คุณต้องดูแลดีขึ้น เอาใจช่วยนะครับ อัตตาหิ อัตตโนนาโถ “ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน”

%d bloggers like this: