IKIGAI ความหมายของการมีชีวิตอยู่

“ความสุขและความสำเร็จ” 2 คำนี้คือเป้าหมายที่คนทั้งหลายต้องการไขว่คว้าเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง แต่ก็ใช่ว่าสองอย่างนี้มันจะมาพร้อมกันในคราวเดียว คำถามคือ ถ้าจำเป็นต้องเลือกข้าง คุณคิดว่าอย่างไหนสำคัญมากกว่าและอย่างไหนควรมาก่อน? ยังไม่ต้องรีบตอบตอนนี้ ลองคิดให้รอบว่าอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เรารู้สึกมีตัวตน มีคุณค่า มีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีและเป็นอยู่

ตั้งแต่เล็กจนโต ผมถูกปลูกฝังมาให้เชื่อว่า คนที่เรียนเก่งจะมีโอกาสในอนาคตที่ดี มีอาชีพการงานที่มั่นคง มีรายได้สูง มีชื่อเสียง แล้วก็จะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ในที่สุด พูดง่ายๆ คือ #ให้ลำบากก่อนสบายทีหลัง

ในขณะที่คนยุคใหม่กลับมีความเชื่อในเรื่องของการตามหา Passion ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก และประสบความสำเร็จไปกับสิ่งนั้น ด้วยค่านิยมของคำว่า YOLO “You only live once” เลยทำให้พวกเขากลายเป็นคนสุขนิยม สนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าการกังวลในเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ไม่มีอะไรที่ถูกหรือผิดซะทีเดียว ขึ้นอยู่ว่าคนๆ นั้นจะถูกจริตกับการใช้ชีวิตในแบบไหนมากกว่า

สำหรับผมเอง ผมได้มาค้นพบว่าในช่วงวัยเรียนเป็นช่วงที่เรามีความสุขที่สุด เพราะเราไม่มีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นใดที่ต้องแบกนอกจากเรียนให้รอดและจบให้ได้ เราสามารถใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของคนอื่น แต่พอเข้าสู่วัยทำงาน เริ่มรู้สึกได้ว่าความสุขมันหายากขึ้น ด้วยแรงกดดันบวกกับความคาดหวังของคนรอบข้างทำให้เราผลักความสุขออกห่างแล้วหันมาโฟกัสที่ความสำเร็จก่อน

กว่า 10 ปีที่ได้ทุ่มชีวิตให้กับงานอย่างไม่ลืมหูลืมตาตามสไตล์คนสมบูรณ์แบบหรือ Perfectionist ผมก้าวมาถึงจุดที่ใครหลายคนอิจฉา เป็นผู้บริหารรุ่นเยาว์ไฟแรง ได้เงินเดือนเรือนแสนตั้งแต่อายุ 30 ต้นๆ คว้ารางวัลมากมายจากผลงานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และแผนกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ เรียกได้ว่า “ประสบความสำเร็จจนเกือบจะเป็นคนหลงตัวเอง” ไปแล้ว

อยู่มาวันนึง เสียงในหัวมันกลับดังขึ้นมาว่า “สิ่งที่ทำอยู่มันไม่ใช่ มันไม่ได้ตอบโจทย์ความหมายของการมีชีวิตอยู่” ก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำตอนอายุ 38 ออกมาเพื่อค้นหาคำตอบนั้นด้วยการละวางเงื่อนไขที่สังคมกำหนดให้เราเป็น

พอได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและให้เวลากับคนที่เรารักมากขึ้น ความสุขเล็กๆ ภายในใจมันเริ่มกลับมาเบ่งบานอีกครั้ง หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมเปลี่ยนเป้าหมายในการดำเนินชีวิตและจัดสรรเวลาใหม่หมด เพื่อให้ความสุขและความสำเร็จมันสามารถแชร์พื้นที่เดินทางไปด้วยกันได้

บางคนอาจเคยได้ยินปรัชญานี้มาบ้างแล้ว IKIGAI (อิคิไก) คือแนวความคิดในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย หรือ A reason for being ในคอนเซปต์ของอิคิไก เขาพูดถึงปัจจัย 4 ด้าน ที่ทำให้เราค้นพบความหมายนั้นอย่างแท้จริง อันประกอบด้วย 1) LOVE การได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักและปรารถนา 2) GOOD AT การทำทำสิ่งที่ถนัด 3) NEEDS การทำสิ่งที่โลกต้องการ และ 4) PAID FOR การได้ค่าตอบแทนจากสิ่งที่ทำ

จากปัจจัยทั้ง 4 ด้านนี้ทำให้เกิดพื้นที่ตรงกลางอีก 4 คำที่น่าสนใจคือคำว่า PASSION การได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองปรารถนา (รักและถนัดในสิ่งที่ตัวเองทำ) MISSION อุดมการณ์ที่เกิดจากการได้ทำ (สิ่งที่ตัวเองรักในขณะเดียวกันโลกก็ต้องการสิ่งนั้นด้วย) PROFESSION ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพที่ (เกดจากการทำสิ่งที่ตัวเองถนัดและก่อให้เกิดรายได้) และ VOCATION เป็นความสามารถในการหาเลี้ยงชีพได้ (ได้ทำสิ่งที่โลกต้องการและได้ค่าตอบแทนจากสิ่งนั้น)

ข้อคิดจากการได้ลองใช้ชีวิตตามหลักปรัชญานี้ผมได้ข้อคิดมาอยู่ด้วยกัน 3 เรื่องคือ

1. ขอให้สิ่งที่คุณตั้งใจทำนั้นตอบโจทย์มากกว่า 1 ด้าน เหตุผลหลักๆ ก็คือ เรามักล้มเลิกความตั้งใจนั้นโดยง่ายถ้าไม่มีแรงจูงใจหรือสิ่งยึดเหนี่ยวที่มากพอ อย่างเช่นในทุกอาทิตย์ผมจะอาสาขับรถพาคุณแม่ไปสวนลุม ประโยชน์ที่ผมได้จากกิจกรรมนี้คือ ผมได้ซ้อมวิ่ง ส่วนคุณแม่ก็ได้ไปพบปะกับเพื่อนฝูง ได้ไปจ่ายตลาดตามอัธยาศัย ส่วนผลลัพธ์ทางอ้อม คือเรามีโอกาสในปรนนิบัติท่านด้วย เรียกว่า วิน-วิน-วิน

2. อย่าได้คิดเปรียบเทียบชีวิตของเรากับคนอื่นโดยเด็ดขาด แค่พึงพอใจกับต้นทุนชีวิตที่เรามีและพยายามหาทางสร้างผลกำไรให้มันงอกเงย เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกเป็นคนมีค่าและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ด้วย เมื่อนั้นคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

3. ฝึกตั้งคำถามให้กับตัวเองบ่อยๆ ว่า “ชีวิตที่มีความหมายสำหรับเราคือการได้ทำอะไรและเพื่อใคร?” คุณเองจะได้ไม่เสียเวลาทำเรื่องเดิมๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ได้พาเราไปสู่จุดหมายที่ต้องการ

IKIGAI คือการออกเดินทางเพื่อตามหาความหมายนั้นจากการลงมือทำเพื่อให้ชีวิตเราเกิดความลงตัวทั้งในด้านความรัก ความถนัด การเป็นที่ต้องการ และสามารถเลี้ยงชีพได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเจอสิ่งที่ทำให้คุณอยากตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าแล้วมีความสุขที่ได้ทำสิ่งนั้นซ้ำๆ ไปตลอดชีวิตครับ

ติดตามฟังพอดแคสต์เรื่อง “การตามหาความหมายของชีวิต” ได้ที่นี่ครับ

%d bloggers like this: