ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ

ตั้งแต่อ่านนิยายมา หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดที่สุดของผม เพราะนอกจากเรื่องราวจะตื่นเต้นและน่าติดตามแล้ว ยังให้แง่คิดมุมมองอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตอีกด้วย

เรื่องย่อแบบไม่สปอยล์เนื้อหามีอยู่ว่า “กลางดึกคืนหนึ่ง มีหัวขโมย 3 คน ไปก่อเหตุลักทรัพย์แล้วหลบหนีเข้าไปอยู่ในร้านชำร้างแห่งหนึ่งซึ่งเป็นของคุณนามิยะที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดมีจดหมายลึกลับถูกหย่อนเข้ามาในร้าน ดูผิวเผินเหมือนจะเป็นจดหมายธรรมดา แต่สิ่งที่เหนือความธรรมชาติคือพอได้เปิดอ่านกลับพบว่าจดหมายเหล่านั้นมันถูกส่งมาจากอดีต ผู้ส่งตั้งใจเขียนจดหมายมาเพื่อขอคำปรึกษาปัญหาชีวิตจากคุณนามิยะ แต่ในเมื่อคุณลุงได้จากไปนานกว่า 40 ปีแล้ว เจ้าหัวขโมยทั้ง 3 ถือวิสาสะสวมรอยตอบกลับไป ปรากฎว่าทั้งเจ้าทุกข์และหัวขโมยทั้ง 3 ต่างได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากการโต้ตอบจดหมายนั้น

ผมค่อนข้างประทับใจกับลีลาการตอบจดหมายของคุณนามิยะ แรกเริ่มเดิมที มีหลายคนคิดลองของ ลงทุนกุเรื่องขึ้นเพื่อมาก่อกวนคุณลุง อยากรู้ว่าลุงแกจะตอบว่าอย่างไรบ้าง? ปรากฎว่าลุงแกก็ตั้งใจหาทางออกกับปัญหาที่เขียนมาอย่างจริงจัง ทำให้คนที่ได้อ่านถึงกับอึ้งในคำตอบที่ได้รับ จนผู้คนลือไปทั่วว่าร้านชำแห่งนี้รับปรึกษาปัญหาชีวิต

นี่คือตัวอย่างคำถามแรกๆ ที่คุณนามิยะได้รับครับ “ผมขอปรึกษาหน่อยครับ ถ้าผมอยากสอบได้คะแนนเต็มร้อยโดยไม่ต้องเรียนหนังสือ และไม่ต้องโกงด้วยการลอกข้อสอบ ผมต้องทำยังไงครับ?” ถ้าเป็นเราคงหัวร้อนขึ้นมาเลยทีเดียว เพราะนี่มันตั้งยั่วโมโหชัดๆ และนี่คือสิ่งที่คุณนามิยะตอบเด็กน้อยคนนั้นไปครับ “หนูลองไปขอร้องให้คุณครูออกข้อสอบที่เกี่ยวกับตัวหนูสิ รับรองหนูต้องตอบถูกหมดแน่ๆ เพราะเป็นเรื่องของตัวหนูเอง”


พอได้รับคำโจษจันหนักเข้า จดหมายที่หลั่งไหลเข้ามาก็มีความฮาร์ดคอร์บีบคั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น “ถ้าต้องตัดสินใจระหว่างความฝันที่จะได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ กับการอยู่เคียงข้างคนที่เรารักในช่วงสุดท้ายของชีวิต หนูควรจะเลือกอย่างไหนดีในเมื่อแฟนของหนูอยากให้หนูทำฝันของหนูให้สำเร็จเพราะมันก็เป็นความฝันของเขาด้วย?”, “ผมคิดไม่ตกระหว่างการมุ่งหน้าเพื่อไปเป็นศิลปิน เพราะมันคืออาชีพในฝันของผม กับการสานต่อกิจการร้านขายปลาของครอบครัวซึ่งทำให้ผมมีวันนี้ได้?”, “ดิฉันกำลังคิดที่จะทำแท้ง เพราะดันตั้งครรภ์กับผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้ว แต่ดิฉันก็กลัวว่าดิฉันจะกลับไปมีลูกอีกไม่ได้”

เหมือนว่าคนที่เขียนมาขอคำปรึกษานั้นส่วนใหญ่มักมีคำตอบในใจอยู่แล้ว แต่ที่เขียนมาก็เพราะอยากได้คำยืนยันจากบุคคลที่สาม บ่อยครั้งที่เราพูดระบายความในใจกับเพื่อนฝูง ถึงจะได้รับคำเตือนสติ และคำแนะนำสารพัด สุดท้ายเราก็ทำตามใจเราอยู่ดี แล้วเราจะขอคำแนะนำไปเพื่อ…

เคยได้ยินประโยคนี้มั้ย “เรามักเก่งในเรื่องของคนอื่น แต่มักตายในเรื่องของตัวเอง” การที่เรายอมเล่าเรื่องราวความในใจให้คนแปลกหน้าฟัง (เช่นหมอดู ครูบาอาจารย์ หรือแม้กระทั่งจิตแพทย์) ก็เพราะพวกเขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในชีวิตเราโดยตรง เรื่องบางเรื่องยากที่จะพูดตรงๆ กับคนใกล้ชิดโดยเฉพาะกับพ่อแม่ หรือคนรัก เพราะเรามักถูกตัดสินโดยคนเหล่านั้นก่อนที่จะพูดจบด้วยซ้ำ

ก่อนที่จะสปอยล์หนักไปกว่านี้ อยากให้ลองตามไปอ่านดู ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะซื้อหนังสือเล่มนี้ดีมั้ย ลองฟังพอดแคสต์ EP นี้ให้จบตอน และถ้ายังไม่มั่นใจว่าจะทนอ่านหนังสือ 512 หน้าได้จบรึเปล่า ก็จะแนะนำให้ไปดูภาพยนตร์บนเว็บแทนครับ

ผมเชื่อแบบหมดใจเลยว่า “คุณจะได้ยินเสียงและได้คำตอบบางอย่างกลับมา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนเขียนจดหมายฉบับนั้น”

ขอให้ปาฏิหาริย์ที่รอคอยนั้นมีอยู่จริง ให้คุณได้ใช้เวลาอยู่กับทุกสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายกับชีวิต 

ปล. ผมแนบลิงค์พอดแคสต์ไว้ที่กล่องคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ

%d bloggers like this: